มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อย่ากลัว








อย่ากลัว
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
บรรยายเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓



ขณะนี้มีข่าวสารเกี่ยวกับภัยพิบัติออกมาเผยแพร่กันมาก แต่ไม่ว่าจะมีความวิบัติใดเกิดขึ้น พระพุทธเจ้าทรงเตือนไว้แล้วว่า จงยังชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิดหยุดเสียทีกับการซื้อเพื่อเก็งกำไร หยุดใช้ชีวิตเสี่ยงๆ อย่าพยายามหนีภัยไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้

หากเชื่อกรรมแล้วถึงเราไม่โดนน้ำท่วมก็ตาย ไม่โดนแผ่นดินแยกก็ตาย นั่งอยู่กับบ้านก็ตายได้ เพราะความตายมาจากเหตุ ๔ ประการ

๑. ตายเพราะหมดกรรม
๒. ตายเพราะหมดอายุขัย
๓. ตายเพราะหมดทั้งกรรมและอายุขัย
๔. อุปฆาตกรรม หรือเรียกว่า กรรมตัดรอน

ท่านเปรียบชีวิตเหมือนตะเกียงน้ำมัน ไฟที่ติดอยู่จะต้องประกอบไปด้วย น้ำมัน ไส้ตะเกียง ออกซิเจน และการสืบต่อของละอองไอน้ำมัน ความตายนั้นเปรียบเสมือนไฟดับ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [15 ก.ค. 2553 , 08:38:11 น.] ( IP = 125.27.181.128 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



น้ำมันหมด ไฟดับ
น้ำมันอยู่ ไส้หมด ไฟดับ
น้ำมันก็หมด ไส้ก็หมด ไฟดับ
น้ำมันก็อยู่ ไส้ก็อยู่ มีอำนาจอื่นเช่นลมแรงมาพัด ไฟดับ

น้ำมันเปรียบเสมือนกรรม หมดกรรมชีวิตก็อยู่ไม่ได้ ขัยอายุเปรียบเสมือนไส้ ไส้หมดถึงขัยอายุ ๗๕ ปี ชีวิตก็อยู่ไม่ได้ บางคนยังไม่แก่ยังหนุ่มยังสาวอยู่ก็ถูกรถชนตายบ้าง ถูกฆ่าตายบ้าง หรือป่วยตายบ้างก็เพราะมีอำนาจกรรมอื่นมาตัดรอนเหมือนลมมาพัดให้ดับ

ส่วนผู้ที่อายุ ๘๐ ปีขึ้นไปแล้ว เรียกได้ว่า ทั้งน้ำมันทั้งไส้หมดแล้ว แต่ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ได้ ก็เพราะไม่ฆ่าสัตว์ในอดีตชาติ และก็ไม่เสพสุรายาเมา ทำให้สติสัมปชัญญะก็อยู่ดีไม่หลงไม่ลืม เป็นผลของกรรมฝ่ายกุศลที่คุ้มครองรักษา(อุปถัมภกกรรม)

เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว ถามว่า ความตายที่เกิดจากภัยพิบัตินั้นอยู่ในข้อไหน? ก็คือข้อที่มีอำนาจกรรมอื่นมาตัดรอน(อุปฆาตกรรม) และอำนาจนี้ก็มาจากอกุศลกรรมที่เราได้ทำมา สัตว์โลกทั้งหลายจึงย่อมเป็นไปตามกรรม

เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ
ถึงจุดจบเกมส์ชีวิตปลิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบๆ โอบแนบกาย
ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา


แล้วเราจะวิ่งหาหรือวิ่งหนีอะไรกันอีกเล่า เพราะเราหนีไม่พ้นความตายกันทุกคน หมดกรรมก็ตาย หมดอายุขัยก็ตาย หมดทั้งกรรมหมดทั้งอายุขัยก็ตาย มีกรรมมาตัดรอนก็ตาย ฉะนั้น มาเตรียมตัวตายกันดีกว่าด้วยการยอมรับความจริงว่าเรามีความตายเป็นของธรรมดา หัดทิ้งความต้องการเสียบ้าง และฝึกการงานแบบสัมมา

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.ค. 2553 , 08:39:38 น.] ( IP = 125.27.181.128 : : )


  สลักธรรม 2



๑. ยอมรับความจริงว่าเรามีความตายเป็นของธรรมดา

พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เจริญมรณานุสติ ดังนั้น ทุกเช้าก่อนออกจาก หรือจะก้าวออกจากห้องนอน ก็ยืนนิ่งสักนิดหนึ่งแล้วพิจารณาว่า เรามีความตายเป็นของธรรมดา ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงเย็นหรือเปล่า วันนี้จะออกไปข้างนอก ไม่รู้จะได้กลับมาบ้านหรือเปล่า .. นึกอย่างนี้ทุกเช้า เขาเรียกว่าเจริญมรณานุสติ

เมื่อยอมรับความจริงอย่างนี้ก็จะทำให้เกิดการหยุดยั้งเพื่อยังประโยชน์ หยุดความเพลิดเพลิน หยุดการทำชั่วได้มากขึ้น

หลายชีวิตได้จากไปแล้ว เราก็ยังเป็นเรา ไม่กระตือรือร้น อยู่ไม่นาน รู้ตัวว่าอยู่ไม่นาน ฉะนั้น ยอมรับซะเถอะ เราดื้อมานานแล้ว

๒. หัดทิ้งความต้องการเสียบ้าง

เพราะคนเราไม่มีภาระ มันไม่มีห่วง ถ้าเผื่อเราต้องการปรารถนาแห่งหัวใจ ยังต้องการอยู่เนี่ย มันก็ยังข้องอยู่ในกิเลสกาม

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.ค. 2553 , 08:40:14 น.] ( IP = 125.27.181.128 : : )


  สลักธรรม 3



๓. ฝึกการงานแบบสัมมา

การงานแบบสัมมาเป็นการงานที่ชอบธรรม (สัมมทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ) คือ มัชฌิมาปฏิปทา แต่ถ้าเราชอบโลภะเราก็ไปที่ชอบคือไปเป็นเปรต ถ้าชอบโทสะก็ไปลงนรก ฉะนั้น การฝึกการงานแบบสัมมาก็จะต้องมีภาวนาทุกคืนวัน ทำชีวิตให้เจริญทุกคืนวัน ชีวิตเราก็จะอยู่รอดปลอดโปร่งทั้งชาตินี้และชาติหน้า

ฉะนั้น เมื่อเกิดภัยพิบัติเช่นน้ำท่วม ทุกคนก็ระเนระนาดลอยน้ำไปตามกรรมของสัตว์ จึงอย่าไปพะวงมากกับความตาย แต่ฝึกสติสัมปชัญญะให้มาก เมื่อใช้สติสัมปชัญญะอยู่ประจำ เวลาเกิดอะไรขึ้นก็จะคล่องแคล่วในการเผชิญภัย

ด้วยกุศลผลบุญที่ทุ่มเทกายวาจาและใจด้วยความรักตลอดมา ขอจงเป็นกุศลที่แผ่ไปถึงทุกคน ด้วยความเต็มใจ ด้วยความจริงใจ ขอความตั้งใจทำกุศลนานาประการนี้จงอภิบาลรักษาท่าน และทำให้ซึมซาบแทรกเข้าไป กระตุ้นเตือนใจทุกคน ฝึกปรือตนเองให้มีความยำเกรงต่อบาป ให้มีสติให้มีสัมปชัญญะให้สามารถเพียรละเพียรระวัง เพียรสร้างและเพียรรักษา กายวาจา ใจ ให้ปลอดภัยทุกเมื่อ

และขอให้สติสัมปชัญญะนั้นมีมากขึ้นจนเกิดญาณปัญญาบารมี เบื่อในการเวียนว่ายตายเกิด คือ ขันธ์ห้าเป็นทุกข์ และถึงอมตะสุขคือพระนิพพานทั่วหน้าทุกคน อนุโมทนา สวัสดีค่ะ..

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.ค. 2553 , 08:41:06 น.] ( IP = 125.27.181.128 : : )


  สลักธรรม 4


มาเรียนรู้การเตรียมตัวตาย ๓ ขั้นตอนอย่างง่ายๆค่ะ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย ดอกดาหลา [15 ก.ค. 2553 , 10:07:51 น.] ( IP = 124.121.176.79 : : )


  สลักธรรม 5

ข่าวภัยพิบัติออกมาเผยแพร่กันมาก เราต้องยอมรับความจริง และทำชีวิตให้เจริญด้วยกุศลกรรม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

อนุโมทนากับน้องกิ๊ฟ ค่ะ

โดย เซิ่น [15 ก.ค. 2553 , 17:26:56 น.] ( IP = 61.90.167.18 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาสาธุการนะคะ
ที่หมั่นกระตุ้นเตือน เพื่อตอกย้ำถึง "ความน่ากลัว" ของภัยในสังสารวัฏ ในการดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท
แทนที่จะมัว "ตื่นกลัว" กับอุบัติภัยที่สามารถเกิดได้ทุกเสี้ยววินาทีของชีวิต

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิค่ะ

โดย นภนุช เขมพินิจ [16 ก.ค. 2553 , 07:43:46 น.] ( IP = 125.25.184.148 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org