มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทางแห่งความมีสติ ( ๒ )




ทางแห่งความมีสติ
โดย..หลวงพ่อเสือ



ตอนที่ผ่านมา

นอกจากฝึกในการหยุดชะงักก่อนทำแล้ว ยังจะต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ “มีระเบียบในเรือนใจ”ให้ถูกต้อง หมายถึงการจัดสางงานต่างให้ถูกต้องเป็นระเบียบ

เมื่อจะทำอะไรก็ให้มีสติ ทำให้เสร็จสิ้นไปทีละอย่าง
อย่าด่วนได้จนเสียระเบียบจากสภาพความเป็นจริงไป

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีงานที่จะต้องรับประทานอาหารเกิดขึ้น ก็ควรมีสติกำหนดรู้อยู่กับหน้าที่ในการรับประทานอาหารนั้น ไม่ควรรับประทานไปพูดไป หรืออ่านหนังสือไปพลาง เพราะจะทำให้ความปนแปสะเพร่าเกิดขึ้นในเรือนใจ

เมื่อเราสามารถบังคับปรับปรุงระเบียบให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเองได้ดีแล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะถ่ายถอนความไม่มีสาระแก่นสารต่างๆ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนบ้านที่จัดไว้ดีมีระเบียบ เมื่อถึงคราวจะหาหรือหยิบอะไรก็จะสามารถหาได้สะดวกและรวดเร็วกว่าบ้านที่ไม่เคยจัดให้มีระเบียบ

นอกจากการที่มีระเบียบในเรือนใจแล้ว ยังช่วยขจัดความฟุ้งซ่านได้ ก็เพราะการที่เราประคองจิตให้จดจ่อต่อหน้าที่ จิตก็จะมีพลังต่องานนั้น

แต่ถ้าคนที่ไม่มีระเบียบในเรือนใจ ความฟุ้งซ่านวุ่นวายก็มีมาก เพราะการทำงานของจิตไม่ถูกควบคุมไว้ด้วยความมีระเบียบ ซึ่งมีสติเป็นตัวคอยควบคุม ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็จะมีอิทธิพลทำให้เกิดความนึกคิดไปในอารมณ์ต่างๆ ได้สารพัดเรื่อง

เช่น ถ้าไม่มีระเบียบในการรับประทานอาหาร (ขาดสติคอยควบคุม) รับประทานไปด้วยและก็อ่านหนังสือไปด้วย บางคนก็พอใจในเนื้อหาเหล่านั้น จิตก็สร้างภาพพจน์ โดยสร้างจินตนาการเอาเองบ้าง บางคนก็ไม่พอใจในเนื้อหาสาระที่ตนได้อ่าน ความขุ่นมัวก็เกิดขึ้นในจิตใจ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะการขาดระเบียบในเรือนใจนั่นเอง

ด้วยเหตุของการเวียนว่ายตายเกิดอันยาวนานในสังสารวัฏ ทำให้คนเรามีการอบรมสั่งสมระบบอันสานกันเข้าไว้อย่างหนาแน่นด้วยสัญชาตญาณและการสนองตอบสิ่งเร้าทั้งที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ และยังสั่งสมอคติแห่งอารมณ์ที่ไม่เคยถูกซักถามถึงเหตุผลกันมาเลย จึงเป็นต้นเหตุให้ความยุ่งเหยิงในจิตใจมีมากมายนัก

การที่เราจะสามารถแก้ไขความยุ่งเหยิงไม่มีระเบียบนี้ได้ ก็ต้องเริ่มต้นสร้างความมีระเบียบให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเองก่อนเป็นสำคัญ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2553 , 07:44:57 น.] ( IP = 58.9.140.198 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

นอกจากความมีระเบียบแบบแผนในเรือนใจแล้ว ยังควรฝึกเรียกชื่อและรู้จักความหมายของชื่อนั้นๆให้ถูกต้อง ว่าชื่อนั้นๆ ดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ซึ่งเป็นแนวแห่งความมีสติเช่นกัน

การเรียกชื่อและรู้จักความหมายของชื่อนั้นๆ ก็เท่ากับเป็นการรู้จักแขกที่มาเยือนบ้านของเรา (จิตใจ) จะได้รู้ว่าคนใดควรต้อนรับ คนใดควรหลีกหนีและพยายามมิให้มาสู่บ้านของเราได้

เมื่อมีอารมณ์โกรธเคืองเกิดขึ้น ก็รู้ว่าขณะนั้นตัวโทสะมาเยือนจิตใจของเราอยู่ ความหมายของโทสะก็คือ ความไม่สบายใจ รำคาญใจ ให้ผลก็คือทำให้จิตหดหู่เศร้าหมองซึ่งเป็นอกุศลจิต

หรือเมื่อมีความปีติเกิดขึ้น ก็รู้จักว่าให้ผลดี จิตก็เป็นกุศล ก็เท่ากับเป็นการรู้คุณภาพของการงานของจิตที่ถูกปรุงแต่งได้ถูกต้อง และเป็นการฝึกที่ให้เกิดผลดีต่อผู้ปฏิบัติอย่างมากที่จะช่วยทำให้ไม่ฝักใฝ่ลุ่มหลงเพลิดเพลินไปในอารมณ์ที่เป็นฝ่ายไม่ดี ไม่มีประโยชน์ และเป็นการพัฒนาสติให้เกิดเร็วขึ้น

การเรียกชื่อต่างๆ และรู้คุณสมบัติของชื่อนั้นๆ เป็นความสำคัญและเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ไม่ใช่การหลบหนีซ่อนเร้น แต่เป็นการฝึกจิตใจให้กล้าเผชิญหน้าด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง และการเผชิญหน้านี้ก็มีผลให้แก่การกำจัดต่อไปในสิ่งที่เรารู้ดีว่า มันดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร

ทุกๆ อย่าง ถ้าเรารู้จักคิดถูก ด้วยการมีสติคอยควบคุมความคิดนั้น การกระทำไม่ว่าทางกาย หรือทางวาจาก็ย่อมจะถูกตามไปด้วย เพราะสติเป็นกุศลอันทรงพลังที่ยิ่งใหญ่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2553 , 07:48:51 น.] ( IP = 58.9.140.198 : : )


  สลักธรรม 2

ดังนั้นจงอย่าประมาท คือหมั่นฝึกฝนสติ และมีสติเป็นเครื่องรักษาใจ โดยมีหลักในการรักษาใจ คือ

๑. มีสติรักษาใจอย่าให้หลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

๒. มีสติรักษาใจอย่าขัดเคืองในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง

๓. มีสติรักษาใจอย่าให้หลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความหลง

๔. มีสติรักษาใจอย่าให้หลงใหลมัวเมาในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2553 , 07:51:14 น.] ( IP = 58.9.140.198 : : )


  สลักธรรม 3

ในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา ถ้าดูแล้วก็จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่า ค่อนข้างจะปฏิบัติได้ยากมาก เพราะในชีวิตที่รุมเร้าไปด้วยสังคมนิยมต่างๆ อันเป็นเครื่องล่อกิเลสตัณหาซึ่งมีอยู่มากมาย

ฉะนั้นเราจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่จะทำเพื่อควบคุมอารมณ์ต่างๆ ไว้ให้มีสติเกิดอยู่เสมอกับตนด้วยวิธีที่ว่า

เราจะรักษาตัวเองด้วยวิธีใด?
ก็ด้วยการหลีกเว้นสิ่งที่ต่ำทราม

แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร?
ก็ด้วยการหลีกเว้นสิ่งที่ไร้สาระและเปล่าประโยชน์

แล้วจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร?
ก็ได้ด้วยการมีสติอยู่ตลอดเวลา

และจะมีสติได้อย่างไร?
ก็เริ่มต้นด้วยฉันทะอย่างมั่นคง

ฉันทะจะมีได้อย่างไร?
จะมีได้ด้วยการที่รู้คุณค่าอย่างแน่ชัดว่าความยิ่งใหญ่จะมีอยู่ในความสงบ และความสงบจะมีได้ ก็เพราะมีสติ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2553 , 07:53:27 น.] ( IP = 58.9.140.198 : : )


  สลักธรรม 4

“ เพราะไม่มีอะไรจะสง่างามไปกว่าการรักษาความสงบนิ่ง ในการทำ การพูด มิให้เรื่องเริ่มต้นขึ้นอีก”

“ ใครที่งดเว้นจากการยุ่งไม่เข้าเรื่องได้ ย่อมจะมั่นคง อย่างปลอดภัยในทุกสถานที่ ”

“ ใครที่รักษาความสงบนิ่งไว้ได้ คือรู้ว่าควรหยุดตรงไหน จะไม่ประสบอันตรายเลย ”

เมื่อรู้จักฝึกฝนสติและการกระทำให้ถูกต้อง มีระเบียบแล้ว พลังของสตินั้นก็จะทำให้เกิดคุณค่า และประโยชน์มากมายในการดำรงชีวิต ที่ต้องพบเจอะเจอกับสิ่งต่างๆ ได้ โดยไม่ท้อถอย และไม่งมงายในเรื่องไร้สาระประโยชน์ ผลที่ตามมาก็มีมากมาย คือทำให้เป็นคนที่มีการใคร่ครวญไตร่ตรองอยู่เสมอ

ทำให้เป็นคนที่มีการพิจารณาหาเหตุผลที่ถูกต้อง

ทำให้เป็นคนที่มีความรวดเร็วและฉับไวในการแก้ปัญหา

ทำให้เป็นคนที่มีความสงบจากความฟุ้งซ่านรำคาญใจ

ทำให้เป็นคนที่มีความแช่มชื่นเบิกบานอยู่เป็นนิจ

ทำให้เป็นคนที่มีความกล้าหาญ ไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย

ทำให้เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง

ทำให้เป็นคนที่มีการดูแลตนเองได้ดี

ทำให้เป็นคนที่มีการกระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือได้

ชีวิตคนเรานี้น้อยนัก รวดเร็ว
เหมือนฟองน้ำ เหมือนพยับแดด
ซึ่งปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป
ล้วนไม่มีสารแก่นสารที่จะยึดเป็นที่พึ่งได้เลย

ดังนั้น จงรีบเอาชีวิตที่ไม่ค่อยมีสาระนี้
มาทำให้เกิดสาระขึ้น เพราะ...
เวลาจะมีค่า เวลานั้นต้องประกอบไปด้วยสติและปัญญา

จบเรื่องทางแห่งความมีสติ


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2553 , 08:00:40 น.] ( IP = 58.9.140.198 : : )


  สลักธรรม 5

เข้ามาอ่านทั้ง ๒ ตอนพร้อมตั้งใจที่จะน้อมนำไปฝึกหัดกับชีวิตตนเองครับ

กราบระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อที่เพียรอบรมสั่งสอน ให้มีแนวทางแห่งการมีสติ ที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองในธรรมอันไพบูลย์มาสู่ชีวิตของตนเองได้ถ้าปฏิบัติที่ตน

และข้อชี้บ่งต่างๆที่หลวงพ่อให้ไว้นั้นล้วนมีค่าต่อชีวิตอย่างมากมายเลยครับ

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 ก.ค. 2553 , 08:06:54 น.] ( IP = 58.9.140.198 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2553 , 14:58:01 น.] ( IP = 125.27.179.37 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [21 ก.ค. 2553 , 12:26:43 น.] ( IP = 61.90.167.18 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org