| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เตรียมตัว เตรียมใจ ..ไปล้างพิษ
สลักธรรม 1
ในวันอาสาฬหบูชาที่จะเวียนมาบรรจบอีกครั้งในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้วัดต่างๆ และ พุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างก็จะมีกิจกรรมการกุศลกัน และมูลนิธิเองก็จะปิดทำการในระหว่างวันที่ ๒๔ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เพื่อให้นักศึกษาพระอภิธรรมได้มีโอกาสเข้าปฏิบัติธรรมในช่วงวันหยุดทั้งที่สำนักปฏิบัติและที่บ้าน หรือไปร่วมงานการกุศลที่วัด หรือไปทำกิจธุระต่างๆ ตามความจำเป็น ส่วนวันเข้าพรรษาก็เป็นวันของพระสงฆ์ท่านที่จะทำกิจตามพระวินัย ซึ่งเราผู้เป็นฆราวาสก็จะใช้วันเวลาดังกล่าวด้วยการปฏิบัติธรรมหรือทำประโยชน์ให้เกิดแก่ชีวิตมากที่สุด
ฉะนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวเราก็จะไม่ได้มาพบกัน ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนท่านสวดมนต์บทพระธัมมจักกัปปวัตนสูตรด้วยความตั้งใจ ด้วยการระลึกรู้ว่า จะขอเอาชีวิตทั้งกายวาจาใจ ปฏิบัติหรือกระทำกิจอันควรกระทำ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา
เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเยฯ ข้าพเจ้า(พระอานนท์) ได้ฟังจากพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้ว่า ในสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับยับยั้งอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้เมืองพาราณสี ฯ
ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ ฯ ในกาลครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสเตือนสติเหล่าภิกษุปัญจวัคคีย์ให้ตั้งใจฟัง และพิจารณาตามพระดำรัสของพระองค์อย่างนี้ว่า ฯ
เทวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตไม่ควรปฏิบัติให้หนักไปในส่วนที่สุด ๒ อย่าง คือ
โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต การประพฤติปฏิบัติตนเพื่อแสวงหาความสุขอยู่ใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสที่น่ารักน่าปรารถนา ซึ่งเป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุให้ต้องมีบ้านเรือน เป็นธรรมของคนผุ้ครองเรือนผู้หนาไปด้วยกิเลส ไม่ใธรรมอันจะนำจิตใจออกจากกิเลส ไม่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติเพื่อให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องรัดรึงใจทั้งหลาย นี่อย่างหนึ่ง
โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต ฯ และอีกอย่างหนึ่ง คือ การประพฤติปฏิบัติด้วยการทรมานร่างกายให้ได้รับความลำบาก ซึ่งมีแต่ทำให้ใจเป็นทุกข์ทรมานอย่างเดียว ไม่เป็นทางนำจิตใจออกจากกิเลส และไม่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติเพื่อให้จิตหลุดพ้นจากกิเลสเครื่องรัดรึงใจทั้งหลาย ฯ
บางท่านก็ยังไม่ทราบว่า พระธัมมจักกัปปวัตนสูตรมีความหมายว่าอย่างไร จึงขอให้ทุกคนนั่งในท่าที่สบายแล้วก็หลับตาลง เพื่อตั้งใจฟังผู้อ่านคำแปลอย่างช้าๆ ทำให้จิตสงบเป็นสมาธิกันสักพัก (คำแปล)
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2553 , 14:14:36 น.] ( IP = 125.27.179.37 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อเราได้สวดมนต์และได้ทำในสิ่งที่เป็นมงคลของชีวิตแล้ว นั่นก็เป็นความที่มีโชคของเรา หากเราได้มีโอกาสพิจารณาถึงวันสำคัญแต่ละวันทางพระพุทธศาสนาแล้วก็จะพบว่า ในแต่ละวันนั้นจะมีพระพุทธพจน์คือพระบาลีที่มีความสำคัญๆ เกิดขึ้น และจากการฟังคำแปลบทสวดพระธัมมจักกัปปวัตนสูตรนี้ก็จะเห็นได้ว่า พระพุทธองค์ทรงยกเอามรรคแปดขึ้นมาแสดง .. สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ .. คือ มัชฌิมาปฏิปทาทางที่ควรดำเนิน
ในตอนต้นนั้นเราได้ประกาศตนว่า เราเป็นพุทธมามกะก็ขอให้เราสามารถปฏิบัติตนอยู่ในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้ มีความเพียรพยายามดำเนินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงบอกไว้ โดยอย่าได้มีอุปสรรคภัยอันตรายใดๆ มากีดกั้นหรือขัดขวางให้เราไม่สามารถศึกษาและปฏิบัติ
สองสามสัปดาห์มานี้มีความรู้สึกว่าชีวิตอยู่ยากมาก ยิ่งการบริหารงานและการปกครองคนด้วยแล้วก็ยิ่งยาก จึงมีความรู้สึกว่า นิพพานเป็นบรมสุข เมื่อก่อนนั้นก็รู้ว่านิพพานเป็นบรมสุข แต่เป็นเพราะใจอยากจะช่วยเหลือคนอื่น มีความรู้อะไรก็อยากจะเผยแพร่ อยากจะช่วยสนับสนุนท่านผู้รู้ทุกท่าน ถ้ามีเงินก็ช่วยด้วยเงินถ้าไม่มีเงินก็ช่วยด้วยแรง คือมีเป้าหมายที่จะทำเช่นนี้มาตลอด
แต่ในระยะหลังนี้อาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น พบเรื่องราวที่มากขึ้น ก็มีความรู้สึกว่า พระนิพพานเป็นบรมสุขคือดับทุกข์จริงๆ เพราะในขณะที่เรามีชีวิตเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ต่อให้เก่งอย่างไร มีคนศรัทธามากขนาดไหน ...ก็ยังเป็นทุกข์ เพราะว่ารักก็ชั่วคราว เชื่อก็ชั่วคราว ชอบก็ชั่วคราว เป็นของชั่วคราวทั้งนั้น ต่างกับพระนิพพานที่เป็นบรมสุขถาวร ไม่ต้องเกิด ไม่ต้องไปแก้ปัญหาอะไรเลย คงจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องพาตัวเองให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ แต่จะใช้เวลานานเท่าไหนก็ช่างเถิด ขอเพียงให้มีเป้าหมายว่าจะทำเท่านั้น
ที่ผ่านมานั้นล้วนเป็นสิ่งที่เราคิดไปเองว่า เมื่อเรามีความความรู้แล้วเราจะไปช่วยเขา แต่เราคิดไปไม่ถึงว่า เรายังช่วยตัวเองไม่ได้เลย เมื่อมีเรื่องมากระทบ จิตใจก็กระเพื่อมไปในทุกข์ ..เรารู้ว่าเรากระทบคือวิบาก แต่พอกำหนดวิบากแล้วก็เสวยวิบากนั้นด้วยโทมนัส เพราะเรายังมีตะกอนหัวใจอยู่ ยังมีอาสวะเต็มเปี่ยม แต่มันนอนนิ่งอยู่เป็นบางพักเท่านั้น
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2553 , 14:15:12 น.] ( IP = 125.27.179.37 : : )
สลักธรรม 3
โลภมูลจิตแปดดวงและโทสมูลจิตสองดวงนั้นเรามีอยู่แน่ๆ และเกิดขึ้นได้ง่ายๆ และในโลภะกับโทสะก็มีโมหะด้วย เมื่อเรามีสติสัมปชัญญะรู้ว่าที่กระทบเราคือวิบาก และที่กำลังกระทำคือกรรม เราก็จะมีกุศลเกิดขึ้นขณะหนึ่งๆ แต่กุศลหรือว่าความรู้นั้นก็มีสภาพไม่เที่ยง เป็นทุกข์ บังคับบัญชาไม่ได้
สภาพชีวิตของปุถุชนนี่รู้เป็นขณะๆ ดีเป็นขณะๆ ฉะนั้น เมื่อสติสัมปชัญญะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่เราไม่ได้ฝึกให้มากๆ คือไม่ได้ดูต่อ ไม่ได้รู้ต่อ ไม่ได้ทำใจต่อ อำนาจโทสะก็จะมาต่อจากรู้วิบาก กิเลสมันวิ่งเข้ามาต่อกับปัญญาที่รู้ วิ่งมาต่อแถวจากสติ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นหลวงพ่อเสือท่านจะมีแม่เหล็กที่เป็นสีต่างๆ เพื่อใช้สอนในเรื่องนี้
สีเขียว เปรียบเสมือน โลภะ
สีแดง เปรียบเสมือน โทสะ
สีดำ เปรียบเสมือน โมหะ
สีขาว เปรียบเสมือน สติ
สีเหลือง เปรียบเสมือน ปัญญา
ท่านจะนำมาเรียงกันให้ดูว่า เวลาเราโกรธจะมีทั้งโทสะ.. สีแดง และโมหะ...สีดำ เกิดขึ้นเป็นแถวเลย ที่มันเกิดดับๆ และเมื่อมีโทสะแล้วก็มีโลภะ...สีเขียว และโมหะ ..สีดำ เกิดขึ้นต่อได้ เช่น สมมุติว่า เรากำลังดูละครเรื่องนางทาส ก็รู้สึกสงสารนางเอกมากเพราะชีวิตรันทดเหลือเกิน ขณะที่ดูอยู่นี้มีจิตเศร้าหมองเกิดขึ้นเรียกว่า จิตโทสะ แต่ถามว่าจะให้เปลี่ยนไปดูช่องอื่นไหม? เราก็ไม่ยอม เพราะมันมีโลภะเข้ามาแทรกในระหว่างความเศร้าหมองนั้น มีความยินดีเกิดสลับแทรกเข้ามาได้ จึงไม่ยอมให้เปลี่ยนช่อง
แต่ถ้าเราฝึกสติปัญญาบ่อยๆ ก็จะมีการเรียงแถวใหม่จากที่เคยมีแต่แดง-ดำ เขียว-ดำ ก็จะมีขาว-เหลือง เกิดขึ้นมาขั้นแดง-ดำ หรือเขียว-ดำ ได้บ้าง ซึ่งขาว-เหลือง นี่คือสติ-ปัญญา และถ้าเราฝึกสติบ่อยๆ ก็จะมีขาว-เหลือง เกิดติดต่อกันมากขึ้นๆ
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2553 , 14:15:52 น.] ( IP = 125.27.179.37 : : )
สลักธรรม 4
ในเรื่องของมรรคแปดนั้นมีสัมมาทิฏฐิมาเป็นองค์แรกเลย มรรคแปดเมื่อสงเคราะห์แล้วก็คือ ศีล สมาธิ และปัญญา แต่ไม่ใช่ถือศีลวันหนึ่ง ทำสมาธิวันหนึ่ง และปัญญาวันหนึ่ง..ต้องทำงานร่วมกัน เรียกว่า เอกสามัคคี เมื่อศีล สมาธิ ทำงานร่วมกันได้ ทำงานเป็นเอก ในขณะนั้นพรหมจรรย์มรรคก็จะเกิดขึ้น
ท่านทั้งหลายที่จะเดินทางไปปฏิบัติก็อย่าไปคิดว่าเราต้องได้อย่างนั้น อย่างนี้ แต่ควรจะต้องนึกถึงภาพนี้ว่า ชีวิตของเราเป็นอย่างนี้ แดง-ดำแดง-ดำเขียว-ดำดำ-ดำแดง-ดำเขียว-ดำดำ-ดำแดง-ดำ
และพอเข้าไปปฏิบัติแล้วมันจะมีแดง-ดำ บ้างก็ช่างเถอะ เพราะมีแดง-ดำ เขียว-ดำ แล้วก็ยังมีขาว-เหลืองขาว-เหลืองขาว-เหลืองขาว-เหลืองขาว-เหลืองดำ-ดำแดง-ดำเขียว-ดำ..นี่คือหน้าที่ของเรา และเมื่อเราทำอะไรชำนาญแล้วก็จะเกิดความเคยชิน
ในความเห็นถูกนั้นไม่มีอะไรให้เห็นเลยนอกจาก รูปกับนาม ที่มีตัวรู้กับตัวถูกรู้ การไปอยากรู้นอกจากนี้จึงไม่ใช่กิจของผู้ปฏิบัติเลย แต่เรามีหน้าที่ เช่น นั่ง.. อาการนั้นคือรูป รูปนี้เป็นตัวถูกรู้ จิตเป็นตัวรู้ในอาการนั่ง
จึงมาบอกว่าที่กำลังจะไปปฏิบัตินี่ก็อย่าไปคิดว่าจะต้องได้อะไรมาก แต่ไปทำความให้แก่สติสัมปชัญญะ สติคือการระลึกรู้สึกตัว สัมปชัญญะคือปัญญาที่รู้ว่าที่นั่งนั้นคืออะไร ที่เดินนั้นคืออะไร ที่นอนอยู่นั่นคืออะไร ไปทำตรงนี้ให้เกิดความสันทัด ก็จะเหมือนการเอาสีขาวกับสีเหลือง ไปแทนที่ความดำและแดง ดำและเขียว
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2553 , 14:17:54 น.] ( IP = 125.27.179.37 : : )
สลักธรรม 5
ใกล้จะถึงวันเราจะไปปฏิบัติธรรมกันแล้วก็เหมือนกับเราเตรียมตัวไปดีท๊อกล้างพิษกัน แต่เป็นการไปล้างจิตให้ตัวเอง จากที่เคยโกรธมากๆ หลงมากๆ โง่มากๆ ก็นำสติสัมปชัญญะไปเป็นเครื่องดีท๊อกซ์จิต
วันเวลาเดินไปข้างหน้าตลอด ชีวิตก็รุกคืบไปสู่ความตาย แต่ชีวิตของผู้โง่ๆ ทั้งเราทั้งเขา ส่วนมากไม่ชอบเดินไปข้างหน้า แต่ชอบเดินถอยหลัง คือการถอยหลังของจิตนั่นเอง ที่ถอยหลังไปในเรื่องอดีต นึกถึงแต่เรื่องราวที่เป็นอดีต อยู่กับอดีตมาก เมื่อวานเป็นอย่างนั้น เมื่อเดือนที่แล้วเป็นอย่างนี้ คนนั้นว่าเราเมื่อก่อนโน้น คนนี้เคยทำอย่างนั้น ล้วนเป็นอดีตทั้งสิ้น หลวงพ่อบอกว่า อดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง
ก็ขอให้ทุกคนได้ปัจจุบัน เป็นปัจจุบันที่สมบูรณ์ทั้งทาน ศีล ภาวนา ขออวยพรให้ ต่างคนต่างก็มีกิจ ที่รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ก็ขอความควรทำทั้งหลาย เกิดขึ้นคล่องแคล่วในชีวิต ขอให้ชีวิตของท่านถูกถ่ายเท ด้วยอำนาจของกุศล เหมือนกับการวิดน้ำออกจากน้ำเก่าให้หมด แล้วก็เติมน้ำใหม่เข้าไปเพื่อความเค็มความกระด้างของจิตได้เจือจางลง
ขอคุณพระคุณเจ้า คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลพิภพจงคุ้มครองท่าน ให้มีแต่ความสวัสดี เดินทางไปด้วยความสะดวก ปลอดภัย และด้วยจิตอันตั้งมั่นโดยเฉพาะทางไปพระนิพพาน ก็ขอให้ทางนั้นสะดวก อยู่ตรงไหนขอให้สัปปายะเกิดขึ้นเป็นสัปปายะที่ดีกับทุกคนตลอดไป ขออวยพรและขอสวัสดี
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2553 , 14:18:34 น.] ( IP = 125.27.179.37 : : )
สลักธรรม 6ขออนุโมทนาสาธุและขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากครับ ที่นำเรื่องนี้มาลงให้อ่านทบทวน เหตุการณื วันและเวลาในครั้งพุทธกาลนะครับ นึกย้อนไปแล้วอิ่มใจมากเลยครับ ที่เคยไปได้ดูได้เห็นได้กราบไว้ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นๆมานะครับ
และมาในยุคปัจจุบันนี้ สิ่งที่เรายังมีความสามารถกระทำได้ เพื่อเจริญรอยตามพระบาทของพระองค์ก็คือ ทำความดี หลีกห่างจากความชั่ว และพยายามเดินอยู่ในเส้นทางมรรคอันมีองค์ ๘ นั่นเอง
![]()
โดย พี่เณร [20 ก.ค. 2553 , 18:35:56 น.] ( IP = 58.9.59.194 : : )
สลักธรรม 7ล้างกายทุกวัน ก็จะต้องล้างใจด้วยการเจริญสติและปัญญาด้วย
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะโดย เซิ่น [21 ก.ค. 2553 , 12:36:58 น.] ( IP = 61.90.167.18 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |