มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สบู่ล้างใจ




สบู่ล้างใจ
Washing – mind soap
รศ.ดร. ประพันธ์ เศวตนันทน์


พระอภิธรรมปิฎกมองสิ่งทั้งหลายในสภาพที่เป็นจริง ไม่ยอมรับในสมมติบัญญัติต่างๆ ซึ่งล้วนผันแปรไปตามสถานที่ ประเทศ และหมู่ชนเผ่าพันธุ์ต่างๆ เช่นคำ ว่าหม้อดิน ความจริงปรมัตถ์ มองเห็นได้ คือ ความเป็นดินในส่วนที่เป็นองค์ประกอบ ไม่ใช่ความเป็นหม้อ

คำ ว่า “หม้อ” เป็นความจริงสมมติเรียกแตกต่างกันไปในที่ต่างๆ เมื่อไปอยู่ในต่างชุมชน คำ ว่า “หม้อ” ไม่สามารถสื่อความเข้าใจระหว่างสมาชิกในชุมชนได้ เพราะมีศัพท์สมมติต่างกันนั่นเอง คนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ จึงต้องเรียนศัพท์สมมติที่เขาใช้กันในต่างแดน มิฉะนั้นก็ดำ รงชีวิตอยู่ไม่ได้ มนุษย์ในแต่ละชุมชน ได้สะสมกระบวนการสร้างสมมติบัญญัติ ทาให้เกิดศัพท์ต่างๆ นานา โดยใชเวลาอันยาวนานเป็นเวลาหลายพันปี

แต่ความจริงแท้มีอย่างเดียว เช่น ความร้อนของไฟไม่ว่าคนในประเทศใดหรือชุมชนใด เมื่อได้โดยไฟลวกก็รู้สึกร้อนเหมือนกันทั้งสิ้น แต่คำ ที่เปล่งออกมาจะแตกต่างกัน เช่นคนไทยว่าร้อน ฝรั่งว่า Hot คนญี่ปุ่นว่า Atsui เป็นต้น แต่ความรู้สึกของทั้งคนไทย คนฝรั่ง และคนญี่ปุ่นย่อมเหมือนกันทุกประการ ฉันใดก็ฉันนั้น การเกิดของคำ ว่า ชีวิต ก็เป็นสิ่งสมมติเช่นกัน ถ้ามองสภาพของชีวิตในรูปของการมาประชุมกันชั่วคราว ก็จะเห็นได้ว่า ชีวิต คือ การมาประชุมกันชั่วคราวขององค์ประกอบ 5 ส่วน ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รวมเรียกว่า ขันธ์ 5 ในองค์ประกอบทั้ง 5ส่วนนี้ ส่วนหนึ่งจับต้องได้ เห็นทางตาคือ รูป (Corporeality) ส่วนที่เหลือจับต้องไม่ได้ เห็นไม่ได้แต่รู้อยู่ว่ามีจริงแท้แน่นอน คือ องค์ประกอบที่เหลืออีก 4 ส่วน เวทนา (Sensation) คือ การเสวยอารมณ์จากผัสสะทางทวารทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เกิดเป็นความสุข ความทุกข์ หรือเฉยๆ สัญญา (Perception) คือ ความจำ ได้หมายรู้ สังขาร (Mental formation) ได้แก่ ธรรม ชาติแห่งการทำ งานร่วมกันระหว่างจิต เจตสิก และรูป ทำ ให้มีการปรุงแต่งของจิต ทำ ให้เกิดการแสดงออกทางกาย วาจา และใจ เป็นอกุศลจิตบ้าง เป็นกุศลจิตบ้าง และสุดท้าย วิญญาณ (Consciousness) ได้แก่ การรู้แจ้งในอารมณ์ ไม่ว่าอารมณ์นั้นๆ จะเกิดจากเวทนา สัญญา หรือ สังขาร เนื่องจากส่วนที่เหลือ 4 ส่วนเหล่านี้จับต้องไม่ได้ เห็นไม่ได้ จึงจัดอยู่ในสภาวะที่เป็นนามธรรม เรียกย่อๆ ว่า นาม ชีวิตจึงประกอบด้วย รูปนามขันธ์ 5

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2553 , 09:39:34 น.] ( IP = 58.9.228.194 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สัตว์ทั้งหลายย่อมถือความสบายเป็นสรณะแห่งการดำ รงชีวิตทั้งสิ้น เมื่อร้อนต้องรีบอาบนํ้า เปิดพัดลม คนมีฐานะก็เปิดเครื่องปรับอากาศ ล้วนยอมเสียเวลาทำ นุบำ รุง รูปกาย ของตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต้องการให้ร่างกายของตนเป็นที่พอใจทั้งสำ หรับตนเอง และคนรอบข้าง

เริ่มตั้งแต่เรือนผม ต้องหมั่นดูแลอย่าให้มีรังแค สรรหาแชมพูสระผมอย่างดีมาใช้ เพื่อให้เส้นผมของตนนุ่มสลวย รูปร่างหน้าตาต้องให้ดูสวยงาม ทุกคนจึงต้องพยายามฉาบผิวตนเองด้วยเครื่องหอมหลายชนิดหลายยี่ห้อ เพื่อให้รูปกายมีความงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ธรรมชาติของชีวิตโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นรูปธรรมไม่ใช่ของดี แต่เป็นของสกปรกเน่าเหม็นน่าสะอิดสะเอียน เป็น อสุภ แอบซ่อนเร้นอยู่ในกาย มีหนังพันไว้โดยรอบเพื่อปิดบังมิให้มองเห็นความสกปรก

ภายใน ร่างกายมีการขับถ่ายของโสโครก คือ นํ้าเลือด นํ้าเหลือง นํ้ามูก นํ้าลาย ขี้หู อุจจาระ ปัสสาวะ ออกมาตามรูขุมขนต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทำ ให้มนุษย์ทั้งหลายวุ่นวายอยู่กับการทำ ความสะอาดกายของตนอยู่ ตลอดเวลาเช่นกัน อุปกรณ์สำ คัญที่ใช้ในการชำ ระล้างความสกปรกของกาย ได้แก่ สบู่ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของเครื่องหอมนานาชนิด เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ติดใจ ซึ่งก็ทำ ให้ร่างกายของเราทุกคน สะอาดหอมไปทั่วตัวด้วยสบู่ประเทืองผิวดังกล่าวได้สมเจตนา

แม้รูปกายจะสกปรกอย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่เท่ากับความสกปรกของ ใจ ที่ฉาบไปด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ อันเป็นต้นตระกูลใหญ่ของทุกๆ ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ที่ล้วนมีกรรมเป็นแดนเกิดความสกปรกของใจดังกล่าวนี้ จะชำ ระล้างให้หมดไปได้อย่างไร หรือนัยหนึ่ง เราจะได้ สบู่ล้างใจ มาจากไหน

ใจเป็นนามธรรมย่อมไม่สามารถล้างขัดกิเลสตัณหา ซึ่งเป็นความสกปรกทางใจให้หมดไปได้โดยการใช้สบู่ธรรมดา มีเพียงสบู่ของพระพุทธองค์เท่านั้นที่สามารถทำ ให้ใจหมดจดจากกิเลสได้ กิเลสตัณหาเป็นโรคร้ายทางใจสามารถทำ ให้เบาบางลงไปได้โดยใช้สบู่ยี่ห้อ สติ และสัมปชัญญะ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2553 , 09:44:26 น.] ( IP = 58.9.228.194 : : )


  สลักธรรม 2

สติ เป็นเจตสิกฝ่ายกุศล มีหน้าที่ระลึกรู้เพื่อยับยั้งกำ ลังอกุศลเจตนา อยู่ในกลุ่มของโสภณสาธารณเจตสิก ลักษณะการทำ งานของสติเหมือนประกายไฟที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง เป็นองค์ธรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้จิตเกิดการระลึกขึ้นมาได้ในการประกอบกรรมดี และเว้นจากความชั่วทั้งปวง

เราอาจเปรียบสติดังเช่นยามเฝ้าประตูที่คอยดูแลมิให้คนชั่วเดินผ่าน ฉันใดก็ฉันนั้น การมีชีวิตโดยไม่เผลอสติมีความหมายเช่นเดียวกับ ความไม่ประมาท นั่นเอง เมื่อใดที่เรามีสติครองกาย ก็เท่ากับเป็นการทำ ลายโมหะอวิชชานั่นเอง สติเป็นฐานแห่งการทำ ปัญญาให้เกิดขึ้นในชีวิตเรา เป็นองค์ธรรมฝ่ายกุศลที่สำ คัญที่สุดที่รองรับการปฏิบัติกุศลกรรมทุกอย่างในชีวิต การฝึกสติที่ดีที่สุด คือ การมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
สัมปชัญญะ คือ ตัวปัญญา (สัมปชาโน) ที่ทราบว่า ในขณะนี้มีอะไรเกิดขึ้นแก่เราอย่างถูกต้อง หรือเท่ากับการมี โยนิโสมนสิการ ซึ่งหมายถึง การรู้ชัดตามความเป็นจริงที่ถูกต้อง ไม่หลงไปว่า ชีวิตเป็นของดี มีความสุข เที่ยง และเป็นตัวตนคนสัตว์ สัมปชัญญะหรือปัญญาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการระลึกขึ้นได้ คือ มีสติก่อน จึงมีปัญญาเกิดขึ้นได้ ปัญญาเกิดขึ้นโดยลำพังไม่ได้เด็ดขาด

การมีปัญญาทำ ได้โดยการฝึกกระทำ กรรมชนิดหนึ่งเรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้ได้ผลดี จะต้องตั้งจิตไว้ในศีล และต้องตั้งจิตไว้ในสมาธิ สมาธิที่ต้องการเป็นสมาธิขั้นต้น คือ สมาธิที่เกิดขึ้นเป็นขณะๆ ที่เรียกว่า ขณิกสมาธิ โดยกำ หนดนามรูปในปัจจุบันอารมณ์ ดูการเกิดดับของนามรูปนั้นด้วยใจจดจ่อ จนประจักษ์แจ้งโดยไม่สงสัยว่า รูปนามนั้นเกิดขึ้นและเป็นไปตามสภาวะ

ความเพียรในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จะทำ ให้เกิดญาณปัญญาโดยเริ่มจากนามรูปปริจเฉทญาณ คือ ญาณที่รู้แจ้งชัดว่านี่เป็นรูปนี่เป็นนาม จนสามารถทำ ลาย ฆนสัญญา (ที่ยึดถือเป็นก้อนเป็นตัวตน) สามารถแยกนามรูปออกจากกัน และถอนอัตตวิปลาสว่าเป็นตัวตนคนสัตว์ออกไปได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2553 , 09:48:59 น.] ( IP = 58.9.228.194 : : )


  สลักธรรม 3

สบู่ ที่สามารถชำ ระล้างใจให้เบาบางจากโลภะ โทสะ และโมหะ จึงมีความหมายถึงการมีสติอยู่กับตัวนั่นเอง สำหรับการทำ ความสะอาด รูป ต้องนำ สบู่มาขัดถูร่างกายจึงจะสะอาด

มีแต่สบู่ แต่ไม่ยอมไปชำ ระกาย ร่างกายก็ไม่สะอาด ฉันใดก็ฉันนั้น การมีสติอย่างเดียวคงไม่สามารถทำ ให้โมหะอวิชชา หรือตัณหาราคะใดๆหมดไปได้ นอกจากเราต้องทำ ตัวเองให้มีปัญญาพร้อมกันไปด้วย อันเป็นวิธีการทำ ให้ตัวเองพ้นจากความวิปลาสทั้งปวง

ธรรมชาติของสติเป็นตัวระลึกรู้ ปัญญาเป็น ตัวตัด มีแต่รู้แต่ไม่ตัด ใจของเราย่อมสะอาดไม่ได้แน่นอน


ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารชีวิต เล่มที่ 199 ปีที่ 34 ประจำ เดือน มีนาคม – เมษายน 2534 ของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2553 , 09:52:23 น.] ( IP = 58.9.228.194 : : )


  สลักธรรม 4

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ค. 2553 , 14:44:59 น.] ( IP = 125.27.172.76 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org