| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หลายชีวิต..จิตมนุษย์
สลักธรรม 11สวัสดียามเย็นค่ะน้องกิ้ฟ
วันนี้ท้องฟ้ามืดไปทั่วเลยค่ะ เรียกว่าฝนพร้อมจะตกได้เสมอ พี่ดอกแก้วเองก็เตรียมตัวเผชิญกับฟ้าฝนไว้ตลอดวันเลยนะคะ
และก็ใช้วันนี้เตรียมใจ ต้อนรับวิบากต่างๆอย่าเต็มทีให้ดีที่สุด นี่ขนาดเตรียมนะคะยังถูกวิบากกระเด็นสาดเข้ามาหลายละลอกเกือบเซเอาเหมือนกันนะคะ
ดีนะคะที่สำสรวจตรวจภูมิคุ้มกันแต่เช้า ว่าใกล้หมดอายุแล้วหรือยัง ด้วยความไม่ประมาทจึงต้องสวดมนต์ไหว้พระ เพียรสอนใจตนเองแต่เช้า เป็นการเพิ่มตัวยาบำบัดใจลงไปอีก
จนเวลานี้แม้จะเป็นวิบากที่เราตั้งใจป้องกัน ในที่สุดทุกอย่างมันก็จบลงไป จะเหลือก็แต่ร่องรอยเท่านั้นที่จะต้องบอกใจตนเองต่อไปอีกว่า...มีคนมากมายที่ถูกเข้าใจผิด เพิ่มเราเข้าไปอีกคนจะเป็นไรไป...มีเรื่องมากมายที่เข้ามาให้เราแก้ไข จะอีกเรื่องสองเรื่องจะเป็นอะไรไป ในเมื่อมันเป็นวิบากของเราเอง
จริงที่สุดค่ะที่น้องกิ้ฟกล่าวว่า.." ตราบใดที่เราไม่ลุกรี้ลุกรนหวั่นไหวไปกับสายฝน" และมีสติในการแก้ไขให้ดีที่สุดตามหน้าที่ของเรา และเปิดใจยอมรับกับวิบากได้ เรื่องต่างๆก็เป็นเรื่องเล็กจริงๆนะคะโดย พี่ดอกแก้ว [23 ส.ค. 2553 , 19:19:06 น.] ( IP = 58.9.98.7 : : )
สลักธรรม 12
สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว
วันนี้ฝนตกหนักตลอดบ่ายจนเจ้านายเดินมาบ่นว่า "อยู่ๆ ฝนก็ตกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเลยนะเนี่ย" ...ขำ เพราะเข้ากับสิ่งที่พี่ดอกแก้วบอกพอดี ซึ่งดีจังเลยนะคะกับการเตรียมตัวทุกวันเพื่อเผชิญสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะอย่างน้อยก็มีอาวุธกระชับมั่นอยู่ในมือเพื่อการต่อสู้ที่อาจถูกจู่โจมเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว
พิจารณาอาการของพี่ดอกแก้วแล้วก็ดูท่าจะประมาทกับสายฝนแห่งวิบากไม่ได้เลย แม้จะยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดามีการเตรียมตัวต้อนรับอย่างดีแล้วก็ยังหลบไม่พ้นจากการกระเซ็นซัด คงเรียกได้ว่าเรายังใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำเพราะต้นทุนทางสติน้อยด้อยปัญญากันนะคะ ยิ่งมีทั้งลมและฝนโหมมาแรงๆ ด้วยแล้ว ก็แทบจะยืนกันไม่อยู่เลยทีเดียว
บางครั้งก็รู้สึกเซถลาแทบหงายหลังไปเหมือนกันค่ะกับสิ่งที่ได้รับแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อสูดลมหายใจลึกๆ สำรวจข้อบกพร่องต่างๆที่มี และตรวจตราเจตนาในการกระทำแล้ว ก็เลยกลับมาทรงตัวอยู่ได้ กางร่มได้ทัน และได้ดูลีลาของวิบากที่เกิดขึ้นทั้งกิริยาอาการของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งกำลังก่อเมฆฝนใหม่ไว้เฉพาะตนๆ กันต่อไป
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะว่า การพยายามเติมประสิทธิภาพของวัคซีนเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในแต่ละวัน การบำบัดใจให้เข้มแข็งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเผชิญวิบากและเยียวยารักษาร่องรอยที่หลงเหลือจากเหตุการณ์ ซึ่งทำให้เรื่องใหญ่ๆ ให้กลายเป็นเรื่องเล็กจนไร้ความสำคัญไปได้ในที่สุด
โดย น้องกิ๊ฟ [24 ส.ค. 2553 , 15:47:01 น.] ( IP = 125.27.181.167 : : )
สลักธรรม 13สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ
วันนี้เป็นเช้าอีกวันที่พี่ดอกแก้วได้สวดมนต์ไหว้พระอย่างตั้งอกตั้งใจมาก เพราะนอกจากจะเป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๙ แล้ว ก็ยังเป็นการเติมพลังของกุศลให้แก่ตนเองนะคะ เพราะถ้ากุศลเรามีกำลังแรงแล้ว อกุศลวิบากคงเข้ามาใกล้ได้ยาก หรือไมก็เบาบางกำลังลง
นี่ไงค่ะที่พี่ดอกแก้วนำรูปคนนั่งกางร่มเตรียมพร้อมมากประกอบไว้ เพื่อกระตุ้นเตือนว่า ประมาทไม่ได้เลยกับดินฟ้าอากาศ ถึงฝนจะไม่ตกก็ตาม แต่แดดที่ร้อนก็ยังทำลายอุณภูมิในร่างกายได้ บางครั้งถึงกับเหงื่อตกเอาเลย ซึ่งไม่ต่างกับ ความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ในใจของคนเรา
ความวิตกกังวลใจก็เช่นกัน มีพลังมากจริงๆที่จะทำให้เกิดความเร่าร้อนใจ ฟุ้งซ่านนำเรื่องโน้นเรื่องนี้มาประติดประต่อกันจนกลายเป็นความทุกข์ความขมขืนได้นะค่ะ
ดังนั้นในการเดินทางของชีวิต เราจะทิ้งร่มไม่ได้เลย ต้องกางไว้ประจำ เพื่อกันทั้งแดดและฝน ที่จะมีมาสู่ตนให้ได้ และหาที่นั่งพักสงบนิ่ง หยุดการเคลื่อนไหว คือความฟุ้งซ่านให้ได้นั่นเอง จึงจะเรียกว่าปลอดภัยพอสมควรนะคะ
แต่ในรูปที่นำมาให้เห็นนั้น สามารถมองเห็นภัยอื่นๆอีกนะค่ะว่า ถึงแม้จะหยุดเคลื่อนไหวแล้ว นั่งสงบแล้ว กางร่มพร้อมป้องกันแดดและฝนแล้ว แต่..ยังชะล่าใจไม่ได้เพราะยังมีลมและฝุ่นที่สามารถพัดเอาสิ่งต่างๆให้ปลิวมากระทบตนได้นั่นเอง นี่ไงค่ะชีวิต เกิดเป็นทุกข์ จริงๆเพราะต้องเป็นเป้านิ่งให้แก่วิบากกรรมจริงๆเลยนะค่ะน้องกิ้ฟ. แต่พี่ดอกแก้วก็จะทำตามที่น้องกิ้ฟบอกค่ะว่า สูดลมให้ใจลึก แล้วสู้ต่อไปด้วยสติปัญญานะคะโดย พี่ดอกแก้ว [25 ส.ค. 2553 , 08:32:17 น.] ( IP = 58.9.147.122 : : )
สลักธรรม 14
สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว
วันพระคราวนี้ขาดพวงมาลัยสำหรับถวายพระพุทธรูป เพราะคนขายไม่ได้มาส่ง ได้แต่กระทำกิจวัตรด้วยความตั้งใจและใช้สองมือพนมอาราธนาศีล สวดมนต์ไหว้พระ แผ่เมตตา และขอพรจากหลวงพ่อเสือว่า "ขอให้มีความสามารถรับกระทบอารมณ์ทั้งหลายด้วยสติปัญญาได้มากยิ่งขึ้น" ซึ่งก็มีความตั้งใจอย่างนี้ทุกวันเพราะรู้ว่า ในแต่ละวันจะมีวิบากจากกรรมเก่าๆ ซึ่งมาเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่เลือกไม่ได้มาให้รับรู้เสมอ
การอาราธนาศีลก็มุ่งหมายที่จะควบคุมกายและวาจาไม่ให้ก่อทุจริตเพิ่มมากขึ้น ส่วนการขอพรจากหลวงพ่อเสือนั้นก็ไม่ได้มุ่งหมายในเรื่องของการดลบันดาลอะไรหรอกค่ะ แต่เป็นเหมือนการตั้งเจตนาที่จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมโดยใช้สติปัญญาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อได้กระทำการตั้งใจไปแล้วก็รู้สึกเหมือนได้รับการคุ้มครองรักษาจากกุศลเจตนาดังกล่าวที่มาเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งใจให้กลับมาที่จุดยืนได้อย่างรวดเร็วแม้บางครั้งจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลบ้างแล้วก็ตาม
และอีกสิ่งหนึ่งซึ่งถือเป็นคาถาสำคัญที่ใช้ควบคู่กันไปก็คือ "เดินหน้า ไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีต" เพราะช่วยทำให้สูดลมหายใจได้สะดวกและใช้คำว่า "ขอโทษ" "ช่างมันเถอะ" หรือ"ไม่เป็นไร" ได้บ่อยๆ ซึ่งก็ช่วยคลายปมต่างๆได้มากเลยค่ะ ...อิอิ พูดถึงแล้วก็รู้สึกถึงความโชคดีของตนเองชะมัดที่มีครูบาอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดียิ่ง
แต่ถึงจะเตรียมตัวมาดีแล้วอย่างไรในแต่ละวันก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีความชะล่าใจปล่อยปละละเลยให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในเรื่องต่างๆ ที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น เรียกได้ว่า ร่มที่ใช้อยู่นั้นพร้อมที่จะมีรอยขาดหรือหลุดจากมือได้ตลอดเวลา ซึ่งก็เห็นภาพเลยนะคะกับ"เปลวแดด" ภัยความร้อนอีกชนิดหนึ่งที่พี่ดอกแก้วยกขึ้นมาให้ระแวดระวังที่อย่างน้อยก็ทำให้หลายคนมีฝ้าขึ้นที่ใบหน้าได้หากไร้การป้องกันแสงแดด
ถ้อยคำของพี่ดอกแก้วที่ค่อยๆ ลำดับความเป็นเป้านิ่งของชีวิตที่เชื่อมโยงกับวิบากกรรมจากฝนไปสู่เปลวแดดและฝุ่นละอองต่างๆ นั้นน่าประทับใจมากเลยค่ะ เพราะแสดงให้เห็นเภทภัยที่มากมายและซับซ้อนยิ่งขึ้นในเส้นทางการเผชิญภัยของชีวิต ถ้าไม่เจอภัยอย่างนี้ก็ต้องพบภัยอย่างนั้น ก็คงจะมีแต่การไม่มีชีวิตสถานเดียวเท่านั้นนะคะที่จะพ้นไปจากฝุ่นละอองต่างๆ ได้
ชอบภาพของพี่ดอกแก้วมากเลยค่ะ เพราะเมื่อพิจารณาควบคู่ไปตามคำสอนของพี่ดอกแก้วแล้วก็ยิ่งเห็นคุณค่าของ"ที่ร่ม" และ"การใช้ร่ม" มากขึ้นไปอีก ที่ให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตได้ในหลายสถานการณ์
ภัยจากวิบากกรรมที่มาในรูปแบบต่างๆ ที่อยู่ภายนอกนั้นเราคงหลีกหนีไม่ได้แต่เราสามารถป้องกันอันตรายได้ด้วยการใช้ร่มธรรม
ภัยจากกิเลสของตนเองที่เกิดขึ้นภายในนั้นเราสามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ร่มใจ
เพราะถ้าหากเราไม่ใช่ร่มใจที่ประกอบได้ด้วยธรรมแล้วก็คงเท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเองโดยตรงนะคะ ด้วยการเปิดทางรับเภทภัยทั้งหลายให้เข้ามาสู่ชีวิตโดยไม่ดิ้นรนต่อสู้ แล้วก็แพ้ภัยกิเลสตีโพยตีพายโทษนั่นโทษนี่ร้องร่ำคร่ำครวญทำอกุศลเชื้อเชิญอกุศลวิบากให้มารวมกลุ่มสัมมนาเป็นแขกอย่างทวีคูณ
กราบขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ส.ค. 2553 , 15:15:10 น.] ( IP = 125.27.183.13 : : )
สลักธรรม 15สวัสดียามเย็นนะคะน้องกิ้ฟ
วันนี้เจริญใจกับคำบอกเล่าของน้องกิ้ฟจริงๆค่ะ และรู้สึกปลื้มใจไปด้วยกับการกระทำกุศลที่ตั้งใจไว้ดีแล้วของน้องกิ้ฟตลอดมา พวงมาลัยไม่มีพี่ดอกแก้วว่าช่างเถอะค่ะ แค่บรรจงพนมมือด้วยใจศรัทธา และตั้งสัจจะวาจาที่มั่นคงนั้นสำคัญและดีเยี่ยมกว่าค่ะ
ยิ่งสามารถรักษาอุดมคติที่ตั้งใจไว้ได้ด้วย นับว่ายอดเยี่ยมเลยค่ะ เพราะการเข้าถึงคุณงามความดีนั้นอยู่ที่กาย วาจา และใจของเรานั่นเองจริงไหมค่ะ
ดูจากรูปนี้อีกเช่นกัน ดอกไม้ได้พิงแนบใกล้ชิดกับองค์พระ แต่ถ้าผู้ที่นำไปกราบไหว้แล้ววางไว้แล้วหันหลังกลับออกไปโดยที่ไม่เข้าใจจริงว่า ชีวิตเราเองต่างหากที่ต้องทำดีหนีชั่ว การไหว้นั้นก็ไม่เกิดประโยชน์มาก เพียงได้แต่กุศลในขณะนั้นๆเท่านั้นเอง และยิ่งถ้าไม่พยายามดำเนินชีวิตด้วยคุณธรรมแล้ว ไม่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนหรอกนะคะ ที่จะคุ้มครองชีวิตได้ จะมีก็แต่ความดีเท่านั้นที่ผู้ทำย่อมได้ผลเองตามลำพัง
ดูไปแล้วชีวิตของคนส่วนมาก ลำบากและได้รับความทุกข์มากจริงๆนะคะ โอกาสที่จะสุขกาย สบายจริงแทบไม่มีเลย ทำให้มองออกได้ว่า อดีตเหตุฝ่ายกุศล ไม่ว่าจะเป็น ทาน ศีล เมตตาธรรม กรุณาธรรม ต่างได้ทำกันมาน้อยจริงๆนะคะ
ด้วยเหตุนี้นี่เอง พี่ดอกแก้วจึงพยายามอย่างยิ่ง ที่จะเติมเต็มให้กับชีวิตตนเองเสมอ ด้วยการอาศัยพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงวางหลักชีวิตที่ควรดำเนิน ด้วยบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ให้มากที่สุดเท่าที่มีความสามารถนะคะ เพราะทางชีวิตโน้นจะได้คลายจากความไม่พร้อมลงได้
จริงที่สุดเลยค่ะน้องกิ้ฟที่ว่า " ภัยจากวิบากกรรมที่มาในรูปแบบต่างๆ ที่อยู่ภายนอกนั้นเราคงหลีกหนีไม่ได้แต่เราสามารถป้องกันอันตรายได้ด้วยการใช้ร่มธรรม ส่วน
ภัยจากกิเลสของตนเองที่เกิดขึ้นภายในนั้นเราสามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ร่มใจ " และหนทางที่จะหลีกหนีไปให้พ้นได้ก็ต่อเมื่อ หยุดเกิดได้เท่านั้น
และในระหว่างทางที่กำลังเดินไปด้วยศรัทธาในจุดหมายและ วิริยะในเหตุที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้น เราต้องมีกำลังใจเหมือนกันนะคะ เช่นนึกถึงหลวงพ่อเสือท่าน อย่างที่น้องกิ้ฟทำนั่นเอง กำลังใจที่จะทำให้เกิดการอดทนต่อสู้กับกิเลสต่างๆมีมาได้มากมายเลยนะคะ ขออนุโมทนากุศลกับน้องกิ้ฟด้วยค่ะ.โดย พี่ดอกแก้ว [25 ส.ค. 2553 , 16:27:06 น.] ( IP = 58.9.62.7 : : )
สลักธรรม 16
สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว
ดีจังเลยค่ะที่ได้คุยกันในประเด็นเล็กๆ คือ การไหว้พระและดอกไม้บูชา แต่กระทบถึงรากฐานของชีวิตได้มาก เพราะกรรมเหล่านี้แสดงถึงก้นบึ้งของจิตใจโดยตรง และความแตกต่างของแต่ะละชีวิตที่ปรากฏในปัจจุบันชาตินี้ก็ฟ้องถึงความบกพร่องในอดีตกรรมที่เป็นกุศลของแต่ละคนได้เป็นอย่างดีอย่างที่พี่ดอกแก้วบอกว่าทำสิ่งดีๆกันมาน้อยจริงๆ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะว่า อามิสบูชามีคุณค่าน้อยกว่าการปฏิบัติบูชามากมายมหาศาล เพราะแม้จะมีอุปกรณ์ในการกระทำกรรมอลังการอย่างไรหากไร้ซึ่งสัมมาทิฏฐิแล้วก็ยากจะที่จะสร้างกุศลอื่นๆ ที่จะมาเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ต่อไป
เราจึงได้เห็นการกระทำกุศลที่คลุกเคล้าไปกับความงมงายในรูปแบบที่หลากหลาย และมีความอยากได้ การร่ำร้อง และการวอนขอในเรื่องต่างๆ เข้ามาแทรกแซงทำให้ความต่อเนื่องของกุศลลดน้อยถอยลงไปอย่างไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าควรตั้งเจตนาอย่างไรในการกระทำนั้น
และสำหรับตนเองนั้นในโอกาสใดที่สามารถหาพวงมาลัยได้โดยไม่ลำบากหรือสวนทางกับกาลเทศะ ก็ตั้งใจที่จะใช้พวงมาลัยดอกมะลิเป็นดอกไม้บูชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น เพราะสีและกลิ่นก่อให้เกิดความสุขและสงบได้ง่าย และนอกจากใช้พวงมาลัยเพื่อความประณีตของจิตแล้ว ยังตั้งใจที่จะจดจำอุปกรณ์กรรมชนิดนี้มาเป็นนิมิตให้แม่นยำอีกด้วยค่ะเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่อารมณ์ใกล้ตาย
เพราะหากใช้ดอกไม้ที่หลากหลายจนเกินไปการจดจำของจิตก็จะไม่ประทับแน่น จึงเลือกใช้พวงมาลัยเพื่อสร้างนิมิตสำหรับการบูชาพระรัตนตรัย และตอนนี้ก็มีความแม่นยำในภาพของพวงมาลัยกับพระพุทธรูปบ้างแล้วค่ะ ในคราวใดที่ต้องสวดมนต์ไหว้พระในใจ ก็จะมีพวงมาลัยนี้มาถวายพระรัตนตรัยเสมอ แม้กระทั่งการสวดบทพุทธมงคลคาถาก็จะมีดอกสาละและพวงมาลัยไปกราบถวายพระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ทั้งแปดทิศผู้ที่ควรเคารพบูชาเสมอ ซึ่งเป็นร่มใจคันเล็กๆ ที่นำมาใช้ในยามที่ปลอดจากสายฝนและแสงแดด
เพราะนึกถึงคำของหลวงพ่อที่ว่า "จริงเสียอย่างเดียวสำเร็จทุกอย่าง" ก็เลยนำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างนิมิตด้วยอุปกรณ์กรรมคือพวงมาลัยที่หน้าพระพุทธรูปเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญก็เผื่อว่า เวลาที่ต้องเข้าโรงพยาบาลหรือใกล้จะตายพอมีใครซื้อพวงมาลัยมาให้จะได้ไม่ตกใจและก็สามารถรวบรวมศรัทธาในพระรัตนตรัยได้อย่างรวดเร็ว..อิอิ
กราบขอบพระคุณในคำแนะนำดีๆ จากพี่ดอกแก้วนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [26 ส.ค. 2553 , 11:52:48 น.] ( IP = 125.27.174.126 : : )
สลักธรรม 17บ่ายกว่าแล้วพร้อมกับแสงแดดที่ร้อนแรงในวันนี้นะคะน้องกิ้ฟ หาแน่อะไรไม่ได้เลย เมื่อวานฝนตก แต่วันนี้แดดแรงมาก ยังไม่แน่ว่าตอนเย็นพายุฝนจะกลับมากระหน่ำอีกหรือเปล่า เหมือนชีวิตของเราเลยนะคะใช่ว่าจะราบรื่นตลอดทั้งวัน เช้าอาจสบาย สายอาจทุกข์ใจ เย็นค่ำจะพบกับอะไรก็หารู้ก่อนไม่ และก้ไม่แน่เลยว่าชีวิตจะอยู่รอดมีลมหายใจไปถึงวันพรุ่งนี้ไหมก็ไม่แน่
พูดถึงความตายแล้วน่ากลัวนะค่ะ เพราะแต่ละคนต่างไม่รู้เลยว่าตนเองจะสิ้นลมลงไปด้วยอาการใด เวลาใด ที่สำคัญตายแล้วจะไปไหน สบายกว่าภพนี้หรือต้องทุกข์ทรมานกว่า เป็นความลึกลับที่สุดเกินที่ใครจะหยั่งรู้ได้เลย
![]()
แต่ถ้าหากเราเตรียมชีวิตให้พร้อม และหมั่นสร้างกรรมดี โดยเฉพาะคิดดี นึกดีไว้เสมอๆได้คล่องแล้ว สุคติย่อมเป็นที่หวังได้ เหมือนกับที่น้องกิ้ฟพยายามสร้างนิมิตหมายด้วย พวงมาลัยที่พร้อมไว้กราบไหว้บูชาพระนั่นเอง นี่ละค่ะการเตรียมใจให้คุ้นพร้อมก่อนจะสิ้นลม เพื่อสร้างอารมณ์แห่งมรณาสันนกาลให้แก่ตนเองอย่างดีเยี่ยม
![]()
บรรพชนคนโบราญมักจะให้อารมณ์คนที่ใกล้จะตาย ด้วยการเอาดอกไม้มาให้กำแล้วบอกว่า เอาไว้ไปไหว้พระจุฬามณีบนสวรรค์ บ้างก็บอกบทสวดมนต์ให้พูดตาม
แต่ถ้าบุคคลนั้นมิเคยสร้างความยินดีในการสวดมนต์และไม่ใส่ใจในพิธีกรรม ที่จะต้องมีเครื่องหอม คือดอกไม้ ธูปเทียนแล้ว ถึงเวลานั้นจะมีคนนำมาให้ มีคนมานำทางด้วยการชักชวนสวดมนต์ก็ตาม จิตที่ไม่ได้ฝึกไว้นั้นก็มิอาจน้อมรับได้
ดังนั้นการที่น้องกิ้ฟเลือกหาสิ่งจดจำและกระทำให้เป็นอาจิณเหล่านี้นี่เอง จะเป็นกรรมนิมิต หรือไม่ก็กรรมอารมณ์ที่ดีที่สุดเลยนะคะ พี่ดอกแก้วขออนุโมทนาสาธุ ขอให้สิ่งที่ตั้งใจทำมานั้นจงเป็นที่พึ่งให้แก่น้องกิ้ฟได้ในยามนั้น
พูดถึงความตายเราก็ต่างต้องเตรียมพร้อมไว้เสมอๆในตอนเป็นๆนี่เอง เพราะบางคนประมาทจริงๆ คิดว่าหลวงพ่อจะมาช่วย จะมารับตนเองได้ การคิดเช่นนั้นน่าห่วงนะคะ เพราะไม่มีใครช่วยเราได้เต็มร้อยหรอกค่ะหากเราไม่ช่วยตนเอง
ทำให้นึกอุปมาได้กับ เปลวเทียนที่ดับลง อาจจะเพราะแรงลมหรืออะไรก็ตามที ความดับนั้นก็ดับลงทันที นี่ไงค่ะใครจะมารับไปได้ เพราะไม่มีอะไรลอยออกไปใช่ไหมคะ จะได้มีหลวงพ่อมาคว้ารับไปได้
แต่ถ้าหากก่อนแรงลมที่กรรโชกมา เรามองเห็นพวงมาลัยและนึกได้ในความคุ้นเคยว่า พวงมาลัยนั้นเรากำลังกำลังถือไว้ในมือต่อหน้าพระพุทธรูป หรือไม่ก็กำลังนำพวงมาลัยยกขึ้นพร้อมพานถวายให้แก่หลวงพ่อท่าน รับรองได้เลยว่าสบายมากค่ะ ต้องไปดีแน่นอน เพราะจิตได้รับเอาสิ่งสวยงามที่เป็นกุศลนั้นไว้ ก่อนที่เทียนชีวิตจะดับลงไป
นึกอย่างนี้แล้วพี่ดอกแก้วอยากจะให้ทุกคนมีความเตรียมตัวอย่างน้องกิ้ฟได้จังเลย.โดย พี่ดอกแก้ว [26 ส.ค. 2553 , 13:59:46 น.] ( IP = 58.9.212.77 : : )
สลักธรรม 18สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนว่า พระพุทธองค์ประทับอยู่เบื้องหน้า ใต้ต้นมหาโพธิ์ที่ยิ่งใหญ่ และตนเองกำลังนั่งฟังพระธรรมคำสอน ที่แบ่งแยกคนออกตามกอบัวเหล่าต่างๆ เมื่อนำมาพิจารณาก็รู้สึกว่าตนมีโอกาสที่จะก้าวเข้าไปฟังธรรมใกล้ๆพระพุทธองค์มากขึ้น
บอกตนเองเสมอว่าความพยายามในการสั่งสมปัญญาบารมี จะเป็นทางให้พ้นทุกข์ได้ จะไม่ย่อท้อจากธรรมเลย ทั้งนี้ก็เพราะได้รับโอกาสดีๆจากมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิที่ช่วยขัดเกลากิเลสให้เบาบางลง
และก็ต้องขอขอบคุณพี่ดอกแก้วนะคะ ที่ให้ธรรมะเป็นบัวที่บานอยู่กลางใจโดย ฝน [27 ส.ค. 2553 , 08:00:48 น.] ( IP = 202.28.12.94 : : )
สลักธรรม 19สวัสดีค่ะน้องฝน
ยินดีมากนะคะที่น้องเข้ามาอ่าน การสนทนาธรรมของพี่ดอกแก้ว กับ น้องกิ้ฟ ที่เราต่างได้แลกเปลี่ยนมุมมองของชีวิตและเอาหลักธรรมเข้ามาผสานใจ เพื่อทางเดินที่จะร่มเย็นด้วยธรรมนะค่ะ
ทุกสิ่งที่เขียนออกมานั้นก็เพื่อกระตุ้นเตือนตนเองและผู้ที่เข้ามาอ่านให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตที่รอบคอบ และชี้ให้เห็นถึงความประมาทในการใช้ชีวิต ในบางอย่างที่อาจเกิดกับตนโดยรู้เท่าไม่ถึงการนั่นเอง
การได้สนทนาธรรมนี้จัดเป้นมงคลของชีวิตนะคะ เพราะจะได้ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งเราอาจจะนึกไปว่าไม่สำคัญและมองผ่านไป ทั้งๆที่จริงแล้ว ทุกจังหวะของชีวิตคือกรรมทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะเป็นกรรมฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่วนั่นเอง
พี่ดอกแก้วต้องขออนุโมทนาในกุศลกรรมที่น้องฝนเพียนสร้างสมมา และการเสียสละมาสร้างประโยชน์ให้แก่เพื่อนร่วมทุกข์ ด้วยการมาร่วมช่วยสอนพระอภิธรรมที่มูลนิธิด้วยดีเสมอมานะคะ และดีใจอย่างยิ่งในเจตนาที่น้องฝนจะเพียรสร้างบารมีธรรมให้เจริญยิ่งขึ้นไปค่ะ
เมื่อมั่นใจ..จงไปตามศรัทธา
มีความเพียรแกร่งกล้าไปคว้าฝัน
ขยันเดินเรื่อยไปในทุกวัน
ที่สุดนั้นถึงจุดหมายได้แน่นอน
รูปภาพนี้พี่ดอกแก้วตั้งใจนำมาให้นะค่ะ คือทางที่เราเลือกเอง และต้องเดินก้าวขึ้นให้สูงด้วยตัวเองจริงๆ แต่พี่ดอกแก้วขอเป็นกำลังใจให้นะคะ.โดย พี่ดอกแก้ว [27 ส.ค. 2553 , 09:56:50 น.] ( IP = 58.9.67.206 : : )
สลักธรรม 20
สวัสดีวันศุกร์ค่ะพี่ดอกแก้ว
กราบขอบพระคุณค่ะในคำอนุโมทนาและคำให้พรโดยเฉพาะคำที่บอกว่า "ขอให้สิ่งที่ตั้งใจทำมานั้นจงเป็นที่พึ่งให้แก่น้องกิ้ฟได้ในยามนั้น" เพราะช่างตรงกับความตั้งใจที่จะพยายามสร้างกรรมใหม่ที่ดีเพื่อละกิเลสให้เบาลงไปบ้าง และที่สำคัญก็เป็นที่พึ่งของตนเองให้ได้ในโค้งสุดท้ายของชีวิต เพราะถ้าหากก้าวพลาดไปในตอนนั้นก็คงกู่ไม่กลับแก้ตัวใหม่ไม่ได้และต้องรอกันเป็นชาติๆ เลยกว่าจะฟื้นตัว
"อาจิณกรรมและอปรเจตนา" เป็นสองสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันมากและส่งผลกระทบโดยตรงกับภพชาติต่อไปของชีวิตเราด้วย อปรเจตนาที่เกิดบ่อยในอกุศลนอกจากจะส่งผลในช่วงปลายชีวิตแล้วยังเป็นอาจิณกรรมที่นำสู่ทุคติภูมิในชาติต่อไปได้ง่ายด้วย จึงพยายามดัดนิสัยตนเองให้รักดีและมีความมุ่งมั่นที่จะเดินตามคำสอนของหลวงพ่อเสืออย่างเต็มความสามารถ อย่างที่หลวงพ่อท่านบอกอยู่บ่อยๆ ว่าท่านถากถางทางให้เดินสะดวกแล้ว แถมท่านก็ยอมเป็นรองเท้าแตะให้สวมใส่อีกด้วย ลูกๆ เพียงมีหน้าที่เดินตามพ่อมาเท่านั้น แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้พบกับหลวงพ่อ ...ซึ่งก็เชื่อมั่นว่า หากทำได้ตามคำของหลวงพ่อท่านแล้วไม่จำเป็นต้องร่ำร้องวอนขอใดๆ เลยก็จะต้องได้พบกับท่านในที่นัดหมายปลายทาง
ด้วยความเชื่อมั่นเช่นนี้พยายามเดินไปบนทางที่หลวงพ่อท่านทำไว้ให้แล้วนั่นแหละค่ะ และก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าจะมีเพื่อนเดินร่วมทางมาด้วยหรือไม่ เพราะแต่ละชีวิตต่างก็มีสิทธิ์เลือกจังหวะก้าวของตนเองมีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ร่มสีสันต่างๆมาคุ้มครองกายใจ อิอิ ..แต่ถึงแม้จะมีความตั้งใจถึงขนาดนี้แล้วก็รู้เลยว่ากิเลสยังมีฤทธิ์อยู่มากยังมีบุญที่เกียจคร้านจะทำในบางเรื่อง จึงต้องพยายามสร้างร่มไว้หลายๆ แบบ หาอุปกรณ์มาช่วยเสริมสร้างอาจิณกรรมไว้เป็นพลังกรรมสำรอง เพราะกำลังแบบครุกรรมนั้นคงยังไม่คิดคาดหวัง ส่วนอาสันกรรมนั้นก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำอะไรตอนใกล้จะตายที่ดีๆ บ้าง
และสิ่งหนึ่งที่ทำตามที่หลวงพ่อท่านแนะนำแล้วจะรู้สึกโดยไม่ได้เชื่อตามหนังสือพระอภิธรรมเลยว่า มีอานุภาพเสริมสร้างชีวิตให้สง่าผ่าเผยได้ทุกสถานกาณ์ก็คือการรักษาศีลทุกวันๆ เป็นร่มธรรมที่ทำให้มีความมั่นใจในการพูดหรือทำการงานได้อย่างเต็มที่ และการบริจาคทานก็เป็นร่มธรรมที่มาช่วยเสริมบุคลิกสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีได้อย่างที่สำนวนทางโลกบอกว่า "ทันตาเห็น" รวมทั้งดึงดูดให้ผลของทานมาแสดงตัวได้อยู่เนืองๆ
แต่ก็คงหลงระเริงไปกับความสำเร็จในก้าวเล็กๆ เหล่านี้มากไม่ได้หรอกนะคะ เพราะไม่รู้เลยว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างในอนาคตกาล แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้นก็จะขอสะสมแต้มสร้างร่มไว้เรื่อยๆ เพื่อใช้เป็นร่มชูชีพในคราคับขัน
ขอให้พี่ดอกแก้วมีความสุขมากๆ นะคะ
สวัสดีค่ะน้องฝน อนุโมทนาที่เข้ามาอ่านนะคะ โดย น้องกิ๊ฟ [27 ส.ค. 2553 , 10:14:04 น.] ( IP = 125.27.179.217 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |