มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลายชีวิต..จิตมนุษย์






หลายชีวิต จิตมนุษย์


เป็นประโยคที่รวมความรู้สึกได้หลากรสจริงๆนะคะ และยังเป็นข้อความที่เป็นปริศนาในจิตใจของคนเราได้อย่างดี ที่สามารถเก็บมูลรากอนุสัย จริต ขันธสันดาน และถูกเชื่อต่อไว้ด้วยภพอย่างเหนียวแน่น..!

ใบโพธิ หรือ ต้นโพธิ

เป็นสัญลักษณ์ที่เราชาวพุทธทราบดีว่า..เสมือนแทนคำบอกว่ารู้แจ้งเห็นจริง รู้ได้ถึงอะไรดี - อะไรชั่ว อะไรควรทำ - อะไรไม่ควรทำนั่นเอง

หากในยามผิดหวังเศร้าใจในมนุษย์นั่นแล้ว ลองพิศภาพนี้ดูอาจช่วยให้คลายโทมนัสลงได้...ก็เพราะ



ภาพผู้ที่นั่งหน้าโพธิได้อย่างมั่นคง
คือพระผู้ละกิเลสได้นั่นเอง
หาใช่ปุถุชนคนธรรมดาไม่
นอกนั้นหลายชีวิต..จิตมนุษย์

โดย พี่ดอกแก้ว [20 ส.ค. 2553 , 09:20:27 น.] ( IP = 58.9.209.246 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ] [ 7 ] [ 8 ]


  สลักธรรม 61

สวัสดียามเย็นครับน้องกิ้ฟ

คิดถึงจังเลย และดีใจที่น้องกิ้ฟกลับมาเพราะพี่เณรจะได้มีคู่สนทนาธรรม การสนทนาธรรมว่าไปแล้วก็เป็นกุศลมากมายเลยนะครับ แต่ก็สามารถเปิดโอกาสให้กิเลสเกาะหลังได้อีกเช่นกัน ยิ่งถ้าลงได้สนทนาธรรมกับบุคคลที่เข้าใจอะไรๆยากส์ เหมือนดั่งที่พี่ดอกแก้วบอกไว้ว่า " เพราะใจเขาใจเราไม่เท่ากัน " ไม่เท่าด้วยภูมิธรรม ไม่เท่าด้วยสติปัญญา และจริต ทำให้เกิดความอึดอัดพอควรเลย หนือไม่ก็ต้องถอยหายใจ เฮ้อ ! บ่อยๆทำให้พี่เณรเช่นชัดเจนมากขึ้นในหลัก สัปปุริสธรรม ๗ ประการ โดยเฉพาะ " รู้จักเลือกคบคน " เป็นข้อที่ ๗ สุดท้ายเลย แต่สำคัญมากนะครับ เพราะถ้าไม่ระมัดระวังแล้ว การพูดดี หวังดี ก็มีอันแปรเปลี่ยนไปได้จากเจตนาของเรา ทำให้เกิดความบาดหมางในจิตขึ้นได้ง่ายๆ หลวงพ่อท่านจึงเตือนๆๆเสมอว่า อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับหมู่มิตรให้ระวังคำพูด ต้องขออุทานก่อนว่า เฮ้อ...ชีวิตนี้อยู่ยากนะครับ

> จริงดังน้องกิ้ฟบอกเลย คำคมๆของหลวงพ่อท่าน ดูจะเป็นเสมือนของหวานสำหรับเหล่าลูกศิษย์ที่ชื่นชอบ และต่างก็นำมาตีความกันไปต่างๆนานาตามทัศนะแคบๆของตนเสมอ และในคำสอนของท่านบางครั้งโดนใจจริงๆ แต่เวลามองก็มองไปยังผู้อื่นเสมอ น้อยครั้งที่จะบอกกับตนว่า " นี่แหละตัวฉัน " หรือไม่ก็ยอมรับว่าตน แต่ก็ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ยังคงเป็นแค่ยอมรับเท่านั้น

มาบัดนี้ไม่มีเสียงเตือนซ้ำๆเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว และชีวิตของแต่ละบุคคลก็ยังคงดำเนินเผชิญวิบากส่วนตัวต่อไปอย่างไม่หยุด " คำของหลวงพ่อ " มากมายหลายร้อยคำถ้าใครนำมาใช้ มาคิด มาพิจรณากับชีวิตได้ก็จะเกิดประโยชน์ส่วนตัวจริงๆ หนีไม่พ้นคำของหลวงพ่ออีกเช่นกันที่ว่า ใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีและชั่ว พอกล่าวถึงตรงนี้พี่เณรเห็นภาพที่หลวงพ่อท่านยกมือขึ้นมา ๒ ข้างและบอกว่าธรรมะของพ่อมี ๘ คำนี่ละพร้อมทั้งท่าที่ท่านงอนิ้วลงอย่างมีระเบียบสวยงามเลยครับ

มาถึงตรงภาระกิจ ที่อาจเป็นได้ทั้งกุศล และอกุศล ขึ้นอยู่กับความรู้ (ปัญญา) และความสามารถ (ความเพียร) โดยเฉพาะที่น้องกิ้ฟบอกถึงเรื่องความกตัญญู และ กตเวทิตาธรรม นั้นถูกต้องเลยครับ คนที่จะตอบแทนบุญคุณท่านได้ ต้องอาศัยปัจจัยเกื้อหนุนหลายอย่าง โดยเฉพาะต้องมีศรัทธาในความดีที่ตนกระทำ หาไม่แล้วกตเวทิตาธรรมเกิดขึ้นได้ยากมากครับ

พี่เณรขออนุโมทนาในกุศลของน้องกิ้ฟที่เกิดได้ทั้งกาย วาจา และใจนะครับ และขอให้น้องกิ้ฟมีพลังพลักดันให้กุศลนั้นๆเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายนะครับ โดยอาศัยความศรัทธาในความดีนั่นเอง และถ้ามีอะไรที่พี่เณรพอจะช่วยได้ หรือมีส่วนใดที่จะสนับสนุนให้น้องกิ้ฟกีะทำกตัญญูและกตเวทิตาธรรมได้พี่เณรยินดีเสมอครับ เพราะใจของพี่เณรยังคง.." ความรักคือการให้" เสมอมา



สำหรับวันนี้พี่เณรขอกล่าวราตรีสวัสดิ์ก่อนนะครับ ไว้พบกันพรุ่งนี้เพื่อร่วมทางและร่วมสร้างธรรมอันดีงามกันต่อไปนะครับ.

โดย พี่เณร [18 ก.ย. 2553 , 18:41:59 น.] ( IP = 61.90.92.176 : : )


  สลักธรรม 62



สวัสดีค่ะพี่เณร

ดีใจมากเช่นกันค่ะที่ได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพี่เณรและพี่ดอกแก้ว เพราะนอกจากจะได้มีกุศลจิตเกิดเป็นทิวแถวแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่ได้ประกอบความซื่อตรงซื่อสัตย์ต่อตนเองในการสำรวจตรวจตราความรู้สึกนึกคิดและความประพฤติที่ผ่านมาของตนเองด้วย แล้วก็ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ประมวลความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่ออกมาเป็นคำพูดโดยมีพี่ดอกแก้วและพี่เณรมาช่วยกำกับดูแลในแง่มุมที่ยังไม่ชัดเจนหรือไม่เหมาะสมให้มีความถูกตรงได้มากขึ้น ..ตรงนี้ถือเป็นกำไรชีวิตอย่างมากเลยค่ะ จะได้นำไปปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นไปอีก

ฉะนั้น ช่วงเวลาแห่งการสนทนาธรรมนี้เหมือนช่วยเพิ่มพูนความขยันให้เกิดได้มากเลยซึ่งทำให้นึกถึงคำคมของหลวงพ่อที่บอกว่า "อะไรไม่ได้ใช้ มันก็เสื่อม" อิอิ การคุยกันนี้จึงเป็นเหมือนการเติมปุ๋ยให้ไตรสิกขาเจริญงอกงามได้อย่างรวดเร็วเลยนะคะ เพราะเต็มพร้อมไปหมดทั้งการงดเว้นทุจริตรวมทั้งความฟุ้งซ่านทั้งหลาย และยังเป็นการพัฒนาปัญญาไปในตัวที่สามารถนำติดตัวไปพัฒนาการปฏิบัติธรรมได้อีกด้วย

สิ่งดีๆ ที่ได้รับในข้างต้นของน้องกิ๊ฟนั้นจึงเสมือนยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า "การรู้จักเลือกคบคน" เป็นหลักการที่สำคัญมากในการพัฒนาตนเป็นคนดี แม้ว่าบางคนจะเป็นคนดีอยู่แล้วแต่หากเลือกคบมิตรสหายที่เป็นคนไม่ดีจิตใจที่ไม่ดีก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายทั้งในแง่ของการถูกผู้อื่นชักจูงไปในทางต่ำด้วยความมีฉันทาคติ ทั้งสารพันปัญหาที่จะติดตามมาเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนที่เราคบ ทั้งความหงุดหงิดใจที่จะเกิดขึ้นได้มากหากคบกับคนที่ต่างระดับกันมากมายเกินไปจนปรับคลื่นความถี่อย่างไรก็ไม่สามารถส่งคลื่นถึงกันได้ ..๕๕๕ อย่างที่พี่เณรยกตัวอย่างมานั่นเอง

แต่ในประเด็นนี้ก็คงจะต้องขอเพิ่มเติมว่า ไม่ได้สนับสนุนให้ใครจมปลักอยู่กับการคนระดับเดียวกันไปตลอดกาลหรอกนะคะ เพราะการพัฒนาย่อมไม่เกิดขึ้นทั้งในด้านความรู้และความสามารถ โดยเฉพาะถ้าเรายังรู้ว่าเรายังมีสิ่งที่แย่ๆ ในนิสัย ก็ต้องพยายามเลือกคบหามิตรที่เป็นที่พึ่งหรือกัลยาณมิตรที่จะมาพัฒนาเราให้ดีขึ้นได้

อิอิ..แต่ว่าถ้าเราเลืกคบเขาแล้วแต่เขาไม่อยากจะคบเราด้วยนี่สิปัญหาใหญ่ เราก็คงต้องพยายามขัดเกลาตนเองให้มากขึ้นๆ เพื่อที่จะให้เขายอมรับเราเข้ากลุ่มพวกด้วย ไม่ไปกวนประสาทใครเขาบ่อยนัก มาถึงตรงนี้แล้วก็เห็นด้วยกับพี่เณรเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะว่า "ชีวิตนี้อยู่ยาก" แค่การเลือกคบคนนี่ก็ยังเป็นสถานการณ์ที่เราบังคับบัญชาผลไม่ได้เลย เพราะเราตกเป็นทั้งฝ่ายเลือกและฝ่ายถูกเลือกด้วยในเวลาเดียวกัน

อย่างสมัยก่อนนั้นที่ยังไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรมพอทราบว่าพระอภิธรรมมีประโยชน์เข้าใจแล้วจะมีกุศลเลิศเลอหาใดเทียม ก็พยายามที่จะคบหาสมาคมกับผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมบ้าง แต่พอเข้าร่วมวงสนทนาแล้วก็รู้สึกถึงความเอ๋อของตัวเองเอามากๆ นั่นก็เลยเป็นแรงขับให้พยายามถีบตัวไปสู่ความรู้เพื่อจะได้อินเทรนด์กับเขาบ้างเพื่อที่เขาจะได้ยอมรับคบหากับเราด้วย

ต้องบอกว่าใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเลยค่ะในการศึกษาทำความเข้าใจ จากนั้นก็ได้รับแรงส่งเสริมเพิ่มจากหลวงพ่อเสือที่ให้ทุนไปซื้อเทปคาสเสทดังที่ได้เล่าให้พี่เณรทราบไปแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ย. 2553 , 00:03:45 น.] ( IP = 58.9.93.47 : : )


  สลักธรรม 63



(อิอิ..ข้อความยาวมากเลยค่ะ พยายามโพสท์อยู่หลายรอบแต่ก็ไม่ผ่าน ก็เลยต้องขออนุญาตใช้พื้นที่สองสลักธรรมเลยนะคะ)

พอมาถึงตรงนี้แล้วก็ขอต่อประเด็นของพี่เณรเลยนะคะในเรื่องของ "ศรัทธา" หัวขบวนของเจตสิกฝ่ายกุศล และก็เป็นก้าวแรกของการดำเนินไปบนเส้นทางสายบุญอีกด้วย เพราะหากปราศจากศรัทธาเสียแล้วเราก็คงไม่ลงมือทำอะไรทั้งในภาคปริยัติและปฏิบัติ ที่พี่เณรบอกว่า "ต้องมีศรัทธาในความดีที่ตนกระทำ หาไม่แล้วกตเวทิตาธรรมเกิดขึ้นได้ยากมาก"

อิอิ.. ตรงนี้น้องกิ๊ฟก็ไม่ทันเฉลียวใจที่จะมาคิดว่านี่แหละคือ ก้าวแรกหรือการกดปุ่มเปิดพิธีกุศลทั้งหลายเลยทีเดียว ต้องกราบขอบพระคุณพี่เณรด้วยนะคะที่มาส่งเสริมคุณค่าในการกระทำเวทิตาธรรมให้ดูดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่ได้ผูกความรู้สึกของกตเวทิตาธรรมไว้กับความเป็นผู้มีพระคุณหรือความเป็นญาติสนิทมิตรสหาย แต่ปักหมุดลงไว้กับ "ความดี" หรือกุศลให้ชัดแจ้งขึ้นไปเลย ซึ่งเมื่อศรัทธาในผลงานของตนแล้ว ความเหนื่อยหนักหรือความเมื่อล้าท้อถอยก็คงเกิดขึ้นได้น้อยนะคะ ..พูดแล้วก็เหมือนเห็นภาพของพี่ดอกแก้วที่มีศรัทธาในความดีที่ตนกระทำจึงคงเป้าหมายเพื่อ "การให้" ไว้อย่างไม่ซวนเซ

และก็ชอบที่พี่เณรเขียนถึงความจริงเกี่ยวกับความชื่นชมของลูกศิษย์ที่มีต่อคำคมของหลวงพ่อที่ว่า "หรือไม่ก็ยอมรับว่าตน แต่ก็ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ยังคงเป็นแค่ยอมรับเท่านั้น " อ่านตรงนี้แล้วก็เห็นด้วยเลยค่ะ เพราะเคยได้ยินได้ฟังหลายท่านแสดงความแจ้งแก่ใจ สลดจิต แต่ไม่คิดจะเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ต่างไปจากเดิมเลย พอได้รับความสะเทือนใจอีกก็พร่ำเพ้อคำพูดสลดจิตอีกว่าพลาดอีกแล้วๆ เหมือนกับไมยราบเลยนะคะ ที่ใบหุบทันทีเพราะถูกกระทบแล้วก็พร้อมจะบานขึ้นใหม่เมื่อสภานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็ดีเหมือนกันค่ะที่ได้ฟังคำรำพันเช่นนั้นเพราะจะได้มีกำลังใจที่จะดำเนินไปตามทางที่ต่างจากพวกเขา ซึ่งในวันนี้ก็คงยังทำได้ไม่ดีนักแต่ก็ต่างไปจากเดิมหลายเรื่องแล้วค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรและพี่ดอกแก้วไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูงเลยค่ะที่ปวารณาเป็นผู้ให้เพื่อส่งเสริมงานกตัญญูกตเวทิตาธรรมของน้องกิ๊ฟ สิ่งที่ได้รับจากหลวงพ่อเสือ พี่เณรและพี่ดอกแก้วในวันนี้..ทั้งทรัพย์และโดยเฉพาะถ้อยคำและคำแนะนำที่แสดงถึงสายใยรักอันอบอุ่นและเสริมสร้างใจให้มีพลังที่จะทำสิ่งดีๆ ต่อไปได้อย่างสบายใจ

ถ้อยคำเหล่านี้นำความดีใจมาให้มากมายเลยค่ะ เพราะทำให้อีกหลายชีวิตในครอบครัวของน้องกิ๊ฟมีความสุขใจกันอย่างทั่วหน้าที่ได้รับการดูแลจากครูอาจารย์ที่เคารพอย่างดียิ่ง ..ที่ดูแลทั้งกำลังความสามารถของน้องกิ๊ฟและดูแลเติมกำลังใจให้พ่อแม่พี่น้องของน้องกิ๊ฟที่สามารถต่อเชื่อมสายทางแห่งกุศลศรัทธาให้ตรงไปยังหลวงพ่อเสือได้อย่างเต็มที่ นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างอารมณ์และนิมิตที่ดีได้อย่างชัดเจนเมื่อย้อนกลับมากล่าวถึง

"การให้" จากพระครูและครูในคราวนี้ เป็นเหมือนสะพานที่ทอดผ่านรอยกว้างแห่งความกังวลใจของพวกเราพี่น้องให้มีทิศทางที่ตรงไปสู่การแก้ไขความเจ็บไข้ได้อย่างมั่นใจ "การให้" ครั้งนี้เป็นเหมือนร่มขนาดใหญ่ที่คุ้มครองครอบครัวของน้องกิ๊ฟให้พ้นจากสายฝนแห่งวิบากที่กำลังสาดซัดอยู่ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ...กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเสือ พี่เณร และพี่ดอกแก้วอีกครั้งนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ย. 2553 , 00:09:16 น.] ( IP = 58.9.93.47 : : )


  สลักธรรม 64

อรุณสวัสดิ์กับเช้าวันใหม่ครับน้องกิ้ฟ

เช้านี้ได้อ่านความรู้สึกของน้องกิ้ฟแบบเพลิดเพลินเจริญจิต ความเจริญจิตนี้ก็คือความปลื้มปิติใจในการกระทำที่ตัวพี่เณรเองได้เลือกทำแล้วและยังสร้างความสุขใจให้แก่น้องกิ้ฟและญาติพี่น้องได้ด้วย ซึ่ง เป็นความดีใจที่แตกต่างจากการได้รับของขวัญวันเกิด หรือในเทศกาลต่างๆ แม้กระทั่งคำชมที่เคยได้รับๆมาก่อนๆ แต่เป็นความดีใจที่เกิดขึ้นจากการคิดดีและได้กระทำดีตามที่คิดนั่นเอง

เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ไม่ง่ายเลย ด้วยเพราะการกระทำที่ดีมีอยู่ทั่วๆไปของคนเรานั้น ส่วนใหญ่จะมุ่งไปถึงผลเพราะได้เรียนรู้มาว่า สร้างเหตุอย่างไรย่อมได้รับผลเช่นนั้น หรือไม่ก็มุ่งมองไปยังวัตถุที่ได้ทำไปแล้วดีใจกับสิ่งที่เห็น เป็นต้นว่า ได้สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างห้องน้ำ เมื่อสิ่งนั้นๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว มีโอกาสไปเห็น ไปงานฉลอง ก็จะชื่นชมกับสิ่งที่เห็นนั้น

จริงอยู่จิตบุญย่อมเกิดขึ้น แต่จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตที่รู้สึกดีใจกับใจที่ดีของตนเองทั้งๆที่ใจ (จิต) นี่แหละสำคัญที่สุด เพราะบุญหรือบาปนั้นเกิดที่จิตและตามติดตนไปในภพหน้าต่อๆไป มิใช่ศาลา หรือห้องน้ำใดๆเลย ๕๕๕

ตรงนี้น้องกิ้ฟต้องมองให้ออกและแยกประเด็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะคำว่ากรรมนิมิตที่จะมาปรากฏเวลาใกล้ตาย เราจะติดแค่ว่า สิ่งดีๆที่เคยทำ จะเป็นศาลา ห้องน้ำที่เราสร้างนั้น (ครั้งสองครั้งต่อชาติหนึ่ง) มีโอกาสมาเป็นกรรมนิมิตให้เกาะไปในภพภูมิหน้า แต่บุญที่เคยทำ กรรมที่เราก่อ บ่อที่เราขุด หมุดที่เราปัก ไว้ตลอดระยะเวลายาวนานแห่งชีวิตนั้น ความคุ้นชินมากน้อยเป็นกรรมอะไร พี่เณรขอตอบเลยว่า กรรมอารมณ์ นั่นเอง และกรรมอารมณ์นี่เกิดทางมโนทวารเท่านั้น คือทางใจ ดังนั้นการสร้างใจให้ดี คือคิดดี รู้สึกดี จึงมีประโยชน์มาก ทั้งให้ความสบายใจในขณะของชีวิตที่คิดที่รู้สึกแล้ว ยังเป็นความชัดเจนในอารมณ์ง่ายกว่านิมิตใดๆ และปลอดภัยกว่ามากเลยครับ

ที่ว่าปลอดภัยนั้นก็เพราะเป็นกุศลจิตแท้ๆ เช่นการที่เรามีอารมณ์ที่เป็นกุศลเสมอๆ (เก่งๆบ่อยๆ จนชิน ) เมื่อเวลาสำคัญของชีวิตมาถึง จิตก็จะคุ้นอยู่กับอารมณ์กุศล ถ้าป่วยอยู่มีใครมากระตุ้นธรรมให้ " ธรรมในใจ " ก็จะเกิดได้ง่ายและจิตก็จะตั้งมั่นอยู่ในกุศลได้เก่งเพราะความคุ้นนั่นเอง เมื่อจุติจิตเกิดขึ้นปฏิสนธินั้นมีสุคติได้แน่มากกว่า การมีกรรมนิมิตอีกนะครับน้องกิ้ฟ เพราะจะเห็นได้จากอารมณ์ที่เป็นกุศลจิตนั่นเองเป็นสิ่งที่มาให้จิตเกาะไป

แต่ถ้าเป็นนิมิต เห็นแค่ศาลาแว๊บหนึ่ง ไม่ใช่เป็นเครื่องประกันความปลอดภัยเลย เพราะหากจิตที่ไม่คุ้นกับกุศลอารมณ์แล้ว ยามป่วยอยู่อาจมีเวทนามากและก็เกิดความหงุดหงิด ฟุ้งซ่าน ลำคาญใจ อึดอัดในอารมณ์ และเช่นเดียวกันมีผู้มาบอกทางให้ แต่ด้วยใจที่ไม่คุ้นในอารมณ์ดี (เพราะไม่ได้สั่งสมไว้ ) ประกอบกับเวทนาดังกล่าว ใช่ครับศาลาอาจมาปรากฏ แต่แค่เป็นที่ไป (คติ) ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า จิตที่ปฏิสนธิกลางศาลานั้นเป็นสุคติภพหรือทุคติภพ ถ้าสุคติก็ดีไป (โชคดี) แต่ถ้าทุคติละก็ (โชคร้าย) เพราะชีวิตใกล้วัดใกล้ศาลาวัด น้องกิ้ฟคงนึกออกนะครับว่ามีอะไรบ้าง ยิ่งถ้ามีห้องน้ำเป็นที่เกาะไป ๕๕๕๕ ไม่ต้องพูดถึงเลย

พี่เณรร่ายมาเสียยาวเลยจากเรื่องแค่ การดีใจกับใจที่ดีที่ตนได้สร้างให้แก่ตนเอง เป็นการเน้นถึงความสำคัญของจิตนั่นเอง เพราะเราก็รู้ๆกันแล้วว่า" จิตเป็นประธานทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้เพราะจิต" การได้รู้เช่นนี้ทำให้มีความเพียรฝึกฝนจิตให้ดีมากขึ้นๆ โดยอาศัยการทำบุญเป็นเครื่องฝึกฝนจิตให้คุ้นกับความดีนั่นเอง แม้กระทั่งการอธิฐานจิตก็สำคัญเพราะถ้าอธิฐานไปในสิ่งภายนอก เช่นขอให้ข้าพเจ้าได้อย่างนั้น มีอย่างโน้นในชาติหน้า แต่มิได้อธิฐานตั้งใจขอให้มีศรัทธามั่นคงในความดีแล้ว เรียกว่าประมาทมากเลยครับ เพราะเป็นการใส่ปุ๋ยความโลภ ลงไป แทนที่จะใส่ปุ๋ยให้แก่ไตรสิกขาแบบที่น้องกิ้ฟบอกนั่นเอง

ขอความสุขความเจริญในธรรมจงมีแก่น้องกิ้ฟตลอดไปนะครับ โดยเฉพาะ " ธรรมในใจ " ที่เป็นกรรมอารมณ์แห่งกุศลนั่นเอง.

โดย พี่เณร [20 ก.ย. 2553 , 08:30:28 น.] ( IP = 58.9.91.240 : : )


  สลักธรรม 65




สวัสดียามบ่ายค่ะพี่เณร

อ่านความดีใจของพี่เณรแล้วก็นึกถึงคำของหลวงพ่อนะคะที่ท่านบอกไว้ว่า "ถ้าเหตุผลนั้นเป็นไปเพื่อความดีแล้ว ถึงไม่บอกใคร.. ก็ยังได้ดีเสมอ" เพราะพิจารณาแล้วดีอย่างแรกเลยที่พี่เณรได้รับคือใจที่ดี อย่างต่อมาก็คือกรรมบถที่ดี ซึ่งน้อยคนนักที่จะอิ่มเอมใจกับดีที่เป็นนามธรรมทั้งสองอย่างนี้ที่ตนมีที่ตนได้ แต่มุ่งไปมองผลที่เป็นรูปธรรมอย่างศาลาหรือห้องน้ำอย่างที่พี่เณรยกตัวอย่างมาเสียมากกว่า เลยทำให้เหมือนเสียโอกาสเบิกบานกับความสำเร็จที่สำคัญของตน

เพราะในการทำความดีแต่ละขณะนั้นย่อมเป็นการกำจัดกิเลสอย่างใดอย่างหนึ่งให้เบาบางลงไป ส่วนการมุ่งไปมองผลที่เป็นรูปธรรมเป็นสำคัญนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมที่เป็นไปทั้งสร้างเสริมความปิติใจหากผลงานออกมาดีและมีโลกธรรมฝ่ายดีมารองรับ และอาจเป็นไปทั้งความผิดหวังเสียใจหากประสบผลที่ไม่พึงปรารถนา

การทำความดีให้สิ่งที่ดีโดยตรงในทันทีอยู่แล้วคือการชำระกิเลสของตนเอง และผลงานอันเป็นปัจจุบันนี้..น่าจะเป็นสิ่งควรภูมิใจเสียมากกว่าสิ่งใดเพราะเป็นบันไดไปสู่ความสุขอันสถาพรได้หากเพียรปฏิบัติขัดเกลาชีวิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบันไดเหล่านั้นหนุนส่งไปสู่ความราบรื่นในการดำเนินชีวิตเพื่อพ้นทุกข์

กราบอนุโมทนากับพี่เณรด้วยนะคะที่ดีใจกับใจที่ดีของตนเอง และกราบขอบพระคุณที่แยกประเด็นให้เห็นถึงลักษณะของกรรมนิมิตและพลังสำคัญในการจัดสรรอารมณ์ใกล้ตายคือกรรมอารมณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในชีวิตด้วยนะคะ ซึ่งในขณะนี้น้องกิ๊ฟกำลังวางแผนที่จะจัดกรรมอารมณ์ที่ดีให้กับพ่อและแม่อยู่ค่ะ เพราะเราไม่ทราบเลยว่าท่านจะตกอยู่ในมรณาสันนกาลในช่วงไหนและเมื่อไหน เพราะนั่นคือสิ่งที่เป็นอนิมิตทั้งสิ้น

ฉะนั้น การที่พ่อกับแม่ได้ทราบถึง " การให้" จากหลวงพ่อเสือ รวมถึงพี่เณรและพี่ดอกแก้วนี้ ประการแรกเลยก็คงเป็นความอุ่นใจและวางใจของพ่อแม่ที่รู้ว่าน้องกิ๊ฟอยู่ในสถานที่ดีและมีครูบาอาจารย์ที่มากไปด้วยความเมตตา ประการที่สองก็คือเป็นเสมือนการกระชับสายสัมพันธ์แห่งความศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อเสือให้แนบแน่นขึ้นด้วยความรักและเคารพ ประการที่สามก็คือเมื่อพ่อกับแม่มีความประทับใจและซาบซึ้งในความเมตตาแล้วก็จะมียอมรับหลักยึดเหนี่ยวจิตใจที่จะมอบให้ท่านได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำหรือคำสอนหรือแม้กระทั่งคำบอกให้อารมณ์ในกาลต่างๆ และประการสุดท้ายก็คือพ่อกับแม่จะมีที่พึ่งทางใจได้อย่างมีพลังและคมชัดคือภาพของหลวงพ่อเสือนั่นเองค่ะ

น้องกิ๊ฟจึงดีใจเป็นอย่างยิ่งตามที่ได้บอกพี่เณรไปแล้วในคราวก่อนว่า "การให้" นี้เป็นเหตุการณ์ที่สร้างอารมณ์และนิมิตที่ดีได้อย่างชัดเจนเมื่อย้อนมากล่าวถึงทุกครั้ง เพราะน้องกิ๊ฟจะอาศัยถ้อยคำและความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์นี้แหละไปสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในบ้าน มีการจัดกิจกรรมที่จะสร้างอารมณ์กุศล ให้เกิดขึ้นบ่อยๆ กับพ่อและแม่ด้วยการอาศัย "หลวงพ่อเสือ" เป็นอารมณ์ในการสร้างนิมิตเครื่องหมายให้ประทับแน่นทางใจ ซึ่งการวางแผนเช่นนี้ก็เนื่องมาจากคำสอนของหลวงพ่อที่ว่า "จริงเสียอย่างเดียว สำเร็จทุกอย่าง"

ดังนั้น เพื่อให้เป็นการตอบแทนพระคุณของพ่อและแม่อย่างดีที่สุดในขณะนี้ก็คือการสร้างทางให้ท่านทั้งสองคุ้นเคยอยู่ในกุศลให้มีความชำนาญอย่างโดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง เผื่อว่าเมื่อท่านจะต้องประสบความวิกฤติใดความชำนาญนั้นก็จะได้เข้ามาทำงานทางมโนทวารได้ทันกาล ...อิอิ นี่ก็เป็นแค่เพียงความคาดหวังเท่านั้นเองค่ะ ซึ่งคงจะไปบังคับบัญชาผลสุดท้ายไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าที่เราจะไม่เข้าไปช่วยจัดสภาพแวดล้อมในชีวิตของท่านให้เอื้ออำนวยต่อกุศลเสียเลย ..อิอิ เข้าทำนองตามคำสอนของหลวงพ่อที่ว่า "ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้วหยุดแค่นั้น"

ชอบคำว่า "ธรรมในใจ" ของพี่เณรจังเลยค่ะ ดูเป็นสมบัติที่ดีที่หาได้ไม่ยากและไม่ต้องแย่งชิงกับใครด้วยนะคะเพียงแค่ลงมือขวนขวายที่ตนเองเท่านั้น ขอให้พี่เณรมีความสุขมากๆ นะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ย. 2553 , 15:17:05 น.] ( IP = 180.180.112.155 : : )


  สลักธรรม 66

สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ และสวัสดีกับพี่เณรด้วยค่ะ

เข้ามาวันนี้พบทั้งน้องกิ้ฟและพี่เณร และที่รู้สึกดีมากก็คือ ข้อธรรมะที่ทั้งสองท่านได้เขียนเล่าสู่กันฟัง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ "ศรัทธา" ที่สามารถเชื่อมจิตแต่ละขณะๆให้เป็นไปด้วยกุศล ตลอดจนคำสอนต่างๆของหลวงพ่อท่านที่ต่างนำมาใช้จูงใจตนเองให้คิดดีได้ ทำดีได้
จนกระแสแห่งกุศลไหลเข้าสู่จิตใจได้บ่อยๆจนมี " ธรรมในใจ " ดังคำนี้ที่พี่เณรนำมาใช้ ซึ่งเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งต่อชีวิตที่สร้างขึ้นไม่ยากและจัดเป็นอริยทรัพย์ที่ไม่มีใครมาแย่งชิงไปได้เหมือนที่น้องกิ้ฟบอกไว้

ทรัพย์ภายนอกทั้งหลาย ล้วนเป็นเครื่องผูกจิตให้ยึดติดที่แกะออกได้ยากมาก และเป็นบ่อเกิดแห่งอกุศลทั้งหลายมีมัจฉริยะเป็นต้น ความหวงแหนนี่เองจึงทำให้เกิดการสร้างเซฟเพื่อป้องกัน มีธนาคารเพื่อนำทรัพย์นั้นๆไปก่อดอกก่อผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งล้วนมาจากโลภะเหตุทั้งสิ้น

แต่อริยทรัพย์ที่น้องกิ้ฟกับพี่เณรเพียรสร้าง คือคุณความดีทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นทานมัย ศีลมัย ตลอดจนความกตัญญูกตเวทิตาธรรม และอื่นๆที่เป็นไปในกุศลจิตนั้น ใครก็ลักขโมยแย่งชิงไปไม่ได้ โลกไม่สามารถกลืนกินได้ เป็นความเจริญที่ไม่มีเสื่อม เรียกว่ามีแต่คุณด้านเดียวนั่นเอง

สำหรับพี่ดอกแก้วแล้วมีความสุขเสมอที่ได้มีโอกาสกระทำทรัพย์ภายนอกให้เป็นบุญเป็นทุนชีวิต หลวงพ่อเสือท่านได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์ภายนอกไว้ว่า " ไม่มีอะไรเที่ยงแท้มั่นคง ไม่มีอะไรดำรงอยู่ได้ " และท่านยังบอกต่ออีกว่า " เราไม่จากมันไป มันก็จากเราไป " ดังนั้นความดีเท่านั้นที่เป็นยอดทรัพย์

พี่ดอกแก้วดีใจกับน้องกิ้ฟด้วยนะค่ะ ที่ความสุขความสบายใจ เกิดขึ้นกับชีวิตน้องกิ้ฟและคุณพ่อคุณแม่ ความปลอดภัยคือสิ่งที่พ่อแม่ทุกๆท่านต้องการให้มีกับชีวิตของบุตรตน ยิ่งถ้ารู้ว่าลูกนั้นได้มีธรรมะ มีกัลยาณมิตร ด้วยแล้วท่านคงวางใจได้เลย และการที่น้องกิ้ฟได้จัดหาสิ่งดีๆให้แก่ท่านได้จดจำรำลึก การสร้างบรรยากาศให้แวดล้อมไปด้วยกุศล โดยหาเป้าหมายที่งดงามในใจของท่านมาให้ท่านระลึกนึกถึงด้วยแล้ว ตรงนี้ละค่ะพี่ดอกแก้วขอชื่นชมในความคิดถูกของน้องกิ้ฟจริงๆ เรียกว่าน้องกิ้ฟกำลังกระทำชีวิตอยู่ในฐานะ ๕ ประการเลยค่ะ

ฐานะ ๕ ประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสแสดงไว้เพื่อให้ลูกทั้งหลายนำไปอุปถัมภ์บำรุงบิดามารดา คือ

๑. ภโต เนสํ ภริสฺสามิ คือ เมื่อท่านเลี้ยงเรามาแล้วเลี้ยงท่านตอบ
๒. กิจฺจํ เนสํ กริสฺสามิ คือ ช่วยทำกิจการงานของท่าน
๓. กุลวํสํ ฐเปสฺสามิ คือ ดำรงวงศ์ตระกูลท่านไว้
๔. ทายชุชํ ปฏิปชฺชามิ คือ ปฏิบัติตนสมเป็นทายาทที่ดี
๕. เปตานํ กาลกตานนํ ทกฺขิณํ อนุปฺปทสฺสามิ คือ เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วทำบุญอุทิศไปให้ท่าน

ทั้ง ๕ วิธีนี้จัดเป็นการประพฤติธรรม ข้อกตัญญุตา (รู้จักคุณ) และ กตเวทิตา (สนองพระคุณ) ความกตัญญูรู้คุณนี้เป็นคุณธรรมสำคัญในใจคนเราอย่างยิ่ง ท่านใช้คำว่าสามารถบันดาลให้เกิดความคารวะและการเสียสละได้เพราะถ้าขาดธรรมทั้ง ๒ นี้มาเกื้อหนุนและผลักดันแล้ว ยากจริงๆเลยค่ะที่เราจะทำอะไรให้คนอื่นได้ แม้กระทั่งพ่อแม่ และลูกบางคนถึงขนาดคิดว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่เมื่อมีลูกแล้วก็ต้องเลี้ยงเป็นธรรมดาตามธรรมชาติ ไม่มีคุณอะไรนับว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ และวิปริตทางคุณธรรมค่ะ แม้พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสว่าความคิดเช่นนี้เป็นอันตรายยิ่งกว่าโจรร้ายประหัตประหารกัน เหมือนบทประพันธ์ที่ว่า..." โจรต่อโจรมันประหารกันและกัน ยังไม่ร้ายเหมือนตั้งจิตนั้นผิดไป"

และที่ดีต่อตัวน้องกิ้ฟเองมากมายก็ตรงที่น้องกิ้ฟนำคำเตือนของหลวงพ่อไปเตือนตนเองว่า.."ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้วหยุดแค่นั้น" ..เพราะเป็นการหยุดจิตในการหวังผลใดๆเลย สาธุจริงๆค่ะ

และขออนุโมทนากับพี่เณรที่รู้สีกว่า..ดีใจกับใจที่ดีของตนเอง...คำนี้ดูไพเราะและสวยงามมาก เพราะการเห็นผู้อื่นดีร้อยครั้งพันครั้ง ไม่เท่ากับเห็นคุณภาพที่ดีของจิตตนเองได้เลยค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [20 ก.ย. 2553 , 18:44:23 น.] ( IP = 58.9.40.72 : : )


  สลักธรรม 67



สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว

ขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของพี่ดอกแก้วไว้ตรงนี้อีกครั้งนะคะ ที่ให้ความสนับสนุนในหลายๆ ด้านโดยเฉพาะการให้กำลังใจที่ปรากฏในถ้อยคำทั้งมวล และกราบอนุโมทนาในการแปลงทรัพย์ภายนอกไปเป็นทรัพย์ภายในของพี่ดอกแก้วด้วยค่ะ

ทรัพย์ภายนอกนี้...ดูๆ ไปก็มีโทษมากจริงๆ อย่างที่พี่ดอกแก้วยกตัวอย่างขึ้นมาถึงการเป็นบ่อเกิดของความหวงแหนที่พัฒนาไปสู่การสร้างวิธีการป้องกันต่างๆ เพื่อมิให้ทรัพย์นั้นเสียหายโดยไม่ได้คิดถึง "ความพลัดพราก" ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ทุกคนต้องพบ เพราะอย่างน้อยที่สุดเราทุกคนต่างต้องจบชีวิตในแต่ละชาติไปทั้งนั้นในขณะที่ทรัพย์สินจะยังคงสภาพอยู่ก็ตาม

และความหวงแหนนี้แหละนอกจากจะเป็นบ่วงผูกชีวิตให้ไร้อิสรภาพในปัจจุบันชาติแล้ว ยังเป็นการสร้างอุปนิสัยให้กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวขาดความเมตตากรุณาติดตามไปในอนาคตชาติอีกด้วย ..เมื่อไปในระยะไกลแล้วผู้ที่มีลักษณะเช่นนี้ก็ดูห่างไกลทานกุศลมากขึ้นทุกที และเมื่อห่างจากกุศลทานก็ทำให้เกิดความเสื่อมจากทรัพย์จนในที่สุดก็กลายเป็นผู้ยากจนไปตามกาลเวลา

ความหวงแหนในทรัพย์โดยไม่ต้องการให้ผู้อื่นได้ประโยชน์จากทรัพย์ด้วยนี้ ก็เนื่องมาจากความยินดีในทรัพย์จึงปรารถนาที่จะมีอยู่และมีให้มากพอเพื่อสนองความต้องการของตนและพวกพ้องของตน....ดูแล้วตัวการใหญ่ที่สร้างปัญหาความหวงแหนก็ไม่ใช่ใครเลยนะคะนั่นก็คือ ตัณหาที่ปรารถนาต้องการและยึดติดในกามคุณต่างๆ และอวิชชาที่ลุ่มหลงมัวเมาไม่รู้ถึงสภาพที่แท้จริงของสภาพธรรม

ดูไปแล้วการมีชีวิตนี่มีอันตรายทุกย่างก้าวเลยนะคะ นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อที่ท่านมักจะร่ายยาวสอนคนที่มาใหม่ให้เราได้ยินเสมอๆ ว่า ...กิเลสทั้งหลายนั้นมีต้นตระกูลใหญ่เพียงแค่สาม พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้แม้จะมีนามสกุลต่างกันแต่ก็มาจากตระกูลเดียวกันคือโลภะ โทสะ และโมหะ... อิอิ ตรงนี้พวกเราถูกหลวงพ่อท่านแฉกำพืดแบบไม่ต้องอำพรางกันเลย ทำให้ไม่ต้องมองไปที่คนอื่นแล้วละว่าใครชั่วร้าย แต่เรานี่เองที่สืบสายตระกูลบาปกันมาอย่างยาวนานแบบยังไม่รู้จุดจบเสียด้วย

และขอกราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะที่อนุโมทนาในเจตนาของน้องกิ๊ฟที่จะ "ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้วหยุดแค่นั้น" คำๆ นี้ในความรู้สึกแล้วเป็นการกำหนดจุดยืนให้เราไม่ขาดความรับผิดชอบและตรงต่องานในขณะปัจจุบันอย่างเต็มที่ การไม่หวังผลในสิ่งที่ทำหรือในพฤติกรรมของใครนี้จะทำให้เราไม่ต้องมีโทสะวุ่นวายใจไปกับพฤติกรรมของผู้อื่นที่ปรากฏในภายหลัง รวมทั้งไม่ต้องมีการตั้งความหวังใดๆ ด้วยความปรารถนาแห่งโลภะ

"การหยุดแค่นั้น" จึงเป็นการสกัดกั้นอกุศลจิตทั้งปวงที่จะติดตามมาปิดท้ายขบวนบุญที่เราเพียรสร้างมาตั้งแต่เริ่มแรก และยังเป็นการสร้างความสบายใจให้กับผู้ที่เราไปปฏิบัติหน้าที่ให้ด้วยค่ะ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงแค่พ่อกับแม่แต่กับผู้อื่นน้องกิ๊ฟก็พยายามที่จะใช้หลักการเดียวกันนี้ เพื่อที่จะตัดการหวังผล เยื่อใย และความผูกพันทั้งหลายไม่ให้แนบแน่นยิ่งขึ้นจนกลายเป็นลูกโซ่กลับมาร้อยรัดใจให้ไม่สิ้นกังวลเสียที

การมุ่งทำหน้าที่ต่างๆ อย่างดีที่สุดนั้นจะกำหนดขอบเขตให้เราอยู่ในกรอบของกรรมดี ให้น้ำหนักลงที่การกระทำมากกว่าให้น้ำหนักไปที่การเปลี่ยนแปลงของบุคคล เมื่อจดจ่ออยู่ตรงกรรมที่กระทำแล้วก็จะสบายใจ ส่วนภาชนะจะรองรับผลได้มากขนาดไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของภาชนะที่เซ็ตตัวมาเองจากกรรมในอดีตและต้องเพียรพยายามพัฒนาตนเองด้วยกรรมในปัจจุบัน

ดูแล้วก็แยกเป็นคนละส่วนอย่างชัดเจนเลยนะคะระหว่างผู้ปฏิบัติกับผู้รับการปฏิบัติ ผลของผู้ปฏิบัติก็คือเนื้องานที่เกิดขึ้น ผลของผู้รับการปฏิบัติก็คือพัฒนาการของแต่ละคน อย่างองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองเมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนานั้นก็ยังมีผู้บรรลุผลที่แตกต่างกันไป ท่านที่มีคุณสมบัติดีก็บรรลุธรรมขั้นสูง ท่านที่มีคุณสมบัติด้อยก็อาจไม่บรรลุธรรมใดเพียงแต่มีอุปนิสัยในสัมมาทิฏฐิที่เพิ่มขึ้น

บ่ายมากแล้ว...แต่การงานยังไม่เสร็จอีกหลายเรื่องเลยค่ะพี่ดอกแก้ว ขอนุญาตไปทำงานให้เรียบร้อยก่อนนะคะ ขอให้พี่ดอกแก้วมีความสุขมากๆในการให้ที่มีมาโดยตลอดนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.ย. 2553 , 15:17:41 น.] ( IP = 125.27.172.176 : : )


  สลักธรรม 68

สวัสดีอีกครั้งในวันนี้นะค่ะน้องกิ้ฟ

ก่อนอื่นต้องขอบอกน้องกิ้ฟก่อนว่า ดอกจำปี สวยมากค่ะ ที่บ้านพี่ดอกแก้วก็ปลูกและมีดอกให้เก็บไปไหว้พระทุกวันเลยนะคะ ยิ่งช่วงนี้ยิ่งดอกโตและส่งกลิ่นหอมมาก ดอกไม้อีกชนิดที่พี่ชอบก็คือดอกพุดที่ทั้งหอมและสีขาวสวยมากพี่ดอกแก้วเลยเอารูปมาแบ่งปันให้น้องกิ้ฟด้วย

" แบ่งปัน " คำนี้พี่ดอกแก้วชอบมาก เป็นคำที่บ่งบอกถึงจิตใจที่สดใสเบิกบานด้วยไมตรีจิต และเป็นการก้าวขึ้นสู่การทำความดีที่ยิ่งๆขึ้น จำได้ว่า ตอนเด็กๆคุณพ่อ (พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร) จะปลูกฝังการแบ่งปันนี้ลงในใจของลูกๆ คุณพ่อจะไปซื้อขนมปัง ABCมาทีละเป็นปีปและมีถั่วด้วย ท่านจะเรียกพี่ดอกแก้วมาช่วยเอาใส่ถุงเล็กๆและมัดยางให้แน่นกันลมเข้า เดี๋ยวไม่กรอบและจะให้นำใส่กระเป๋านักเรียนไปด้วยหลายๆถุง ให้เอาไปแบ่งให้เพื่อนๆได้ทานกัน

คุณพ่อเองก็จะมีกระเป๋าใส่เศษสตางค์ไว้เสมอพอเช้าๆที่เดินออกจากบ้าน (คุณพ่อกับพี่ดอกแก้ว) คุณพ่อจะไปหยุดยืนตรงหน้าวัดดุสิต แล้วแจกเงินให้แก่พวกเด็กๆคนละ 1 บาทเสมอๆเลยนะค่ะ นึกถึงภาพเก่าๆครั้งเป็นเด็กที่เดินไปโรงเรียนพร้อมคุณพ่อแล้วมีความสุขใจมาก จนกระทั่งทุกวันนี้จึงรู้แก่ใจว่า สิ่งที่คุณพ่อท่านพยายามเพาะบ่มการแบ่งปันลงสู่ใจพี่ดอกแก้วนั้นมีค่ามหาศาลเลย

การได้เกิดมาและได้มีชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี มีผู้ให้ทิศทางชีวิตที่ถูกที่ดีนั้นนับว่าเป็นความโชคดีที่สุดของชีวิตนะคะ เพราะทำให้ชีวิตของเรานั้นรู้รอยทางที่ท่านเดินและพยายามสอนไว้ เหลือเพียงความศรัทธาที่จะมุ่งเดินตามต่อไปเท่านั้น ก็ไม่ต่างไปจากคำสอนของหลวงพ่อเสือท่านนั่นละค่ะที่ว่า "ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้วหยุดแค่นั้น เต็มความสามารถ เพราะเกินความสามารถไม่มีใครทำได้ ตรงที่ว่าเกินความสามารถนั้นก็มุ่งหมายถึงการบังคับบัญชานั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ หรือครูอาจารย์ แม้กระทั่งหลวงพ่อเสือท่าน ท่านเหล่านั้นล้วนมอบสิ่งที่ดีๆให้แก่ชีวิตเราแบบเต็มที่แล้ว ถ้าจะกล่าวแค่หลวงพ่อเสือแล้ว ยาวนานมากเลยนะคะกับเวลาที่ท่านให้กับพวกเรา และเป็นเวลาที่มั่นคงกับการอบรมสั่งสอนให้ลูกศิษย์ทั้งหลาย รู้จักคิด รู้จักทำ และรู้จักเลือกเดินเพื่อจะออกจากวังวนแห่งชีวิต และหลวงพ่อท่านก็หยุดไว้ได้แค่หน้าที่ "หยุดแค่นั้น" ท่านจึงไม่เคยบ่นว่าเสียใจอะไรเลยด้วยเพราะท่านมิได้หวังผลที่คนอื่นเลย นอกจากตั้งมั่นในหน้าที่นั่นเอง

ตัวอย่างนี้ชี้ได้ชัดเจนเลยนะคะว่า การที่เราจะหยุดความผิดหวังลงได้ก้ต้องไม่หวังนั่นเอง แต่การไม่หวังนั้นเป็นธรรมชาติที่ตรงกันข้ามกับจิตใจของคนเราทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง เพราะกิเลสต้นตระกูลที่น้องกิ้ฟบอกมานั้นมีอำนาจมากต่อชีวิต ทำให้การกระทำทั้งๆหลายนั้นล้วนมีความหวังแอบแฝงได้อย่างแนบเนียนจริงๆ จนดูเสมือนว่าไม่ได้หวัง เหมือนครูทั้งหลายที่คิดว่าทำหน้าที่สอนด้วยใจรักในการให้ แต่พอเห็นความไม่รู้ หรือรู้ช้า ของศิษย์ก็เกิดอารมณ์หงุดหงิด โทโสโกธาตามมา มีการลงโทษต่างๆ การกระทำนั้นๆนั่นเองเพราะตนไม่ประสบผลที่ตนตั้งหวังไงคะ

ที่พี่ดอกแก้วยกมานี้เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงความน่ากลัวของกิเลสที่แอบแฝงมาในทุกๆอาชีพเชียวคะ

ดีมากๆเลยที่น้องกิ้ฟพยายามหัดชีวิตให้มุ่งตรงไปในการกระทำกรรมดี โดยไม่ให้น้ำหนักใจไปอยู่ที่ผู้อื่น นี่ละค่ะเป็นการปลีกวิเวกได้อย่างดีเยี่ยม คือจิตที่ไม่เข้าไปพัวพันและผูกตนเองไว้อย่างไร้สาระค่ะ เป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ดีมากเลยนะคะ

พี่ดอกแก้วจำภาษิตของชาวฝรั่งเศษได้บทหนึ่งกล่าวไว้ว่า...Well begun is half done .ตั้งต้นดีก็เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง. เห็นไหมค่ะน้องกิ้ฟทางชีวิตที่เริ่มทำดีให้จริงๆจังๆก็ทำให้ปลายทางของเราสั่นลงได้เลยนะคะ

ขอให้ทางชีวิตของน้องกิ้ฟมั่นคงด้วยศรัทธา และมีก้าวที่แข็งแรงด้วยกุศลตลอดไปนะคะ. สวัสดีค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ก.ย. 2553 , 17:32:20 น.] ( IP = 58.11.49.145 : : )


  สลักธรรม 69

อรุณสวัสดิ์ครับ พี่ดอกแก้วและน้องกิ้ฟ

เช้านี้เข้ามาแล้วสดชื่นเลยครับเพราะดอกไม้สวยๆของน้องกิ้ฟและพี่ดอกแก้ว( พี่เณรเลยหาดอกไม้มาฝากให้ด้วยครับ) อีกทั้งถ้อยคำที่เป็นไปด้วยความรอบคอบในความคิด ในการกระทำของทั้งคู่เลยครับ อ่านแล้วสบายใจยิ่ง

และเหนืออื่นใดคือได้กระทำจิตตนเองเหมือนคำสอนหลวงพ่อเสือท่านสอนไว้นะครับ คือ " จำกัดความฟุ้ง พยุงวิริยะ ทำลายมานะ รีบละกิเลส "

เพราะการที่ได้มาอ่านเท่ากับการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเนื้อเรื่องที่กำลังอ่าน จิตก็สงบจากเรื่องราวอื่นๆ จิตขณะนั้นก็รู้ไปตามธรรมที่ต่างแสดงไว้เป็นการพยุงวิริยะ มานะที่เคยกระเพื้อมก็ไม่กำเริบ และข้อความเหล่านี้ล้วนเป็นธรรมที่เตือนใจให้เห็นโทษของกิเลส และเตือนให้เร่งทำความดี จิตก็น้อมตามไปด้วย นับได้ว่า คำของหลวงพ่อท่านได้เกิดขึ้นได้ไม่ยาก แม้เพียงน้อยนิดด้วยเวลา แต่ก็มากด้วยคุณค่ายิ่งเลยครับ

และมีกำลังใจมากมายเลยที่พี่ดอกแก้วบอกไว้ว่า ตั้งต้นดีก็เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งทำให้เห็นชัดว่า เช้าวันใหม่ของคนเราถ้าเลือกเริ่มต้นดีแล้ว เช่นสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำสมาธิสักนิด เจริญชีวิตอยู่ในวิปัสสนากรรมฐานสักหน่อย และแผ่เมตตาไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นการหว่านกุศลลงไปในกาย วาจา และใจเลยทีเดียว

และเห็นด้วยกับน้องกิ้ฟอย่างยิ่งที่ตนเองจะต้องเป็นผู้มั่นคงอยู่ในเหตุแห่งความดีทั้งหลาย ไม่ให้จิตเลยไถลไปในความต้องการเลย เพื่อจะได้มีกำลังจิตที่เต็มไปด้วยความตั้งใจในการทำนั่นเอง

ขอบพระคุณคำอวยพรของพี่ดอกแก้ว และน้องกิ้ฟที่มีมาทุกๆถ้อยครั้ง เช่นเดียวกันครับ ขอให้เดชแห่งกุศลที่พวกเราได้กระทำแล้ว จงปกป้องคุ้มครองจิตให้มีความตั้งมั่นได้ด้วยอินทรีย์ทั้ง ๕ ได้โดยเร็วเทอญ.

โดย พี่เณร [22 ก.ย. 2553 , 08:21:18 น.] ( IP = 58.11.50.54 : : )


  สลักธรรม 70



สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว สวัสดีค่ะพี่เณร

อ่านเรื่องราวการแบ่งปันของพี่ดอกแก้วแล้วนึกภาพตามอย่างเพลิดเพลินเลยค่ะ โดยเฉพาะขนมปัง ABC ขนมประจำบ้านสำหรับเด็กๆ สมัยก่อน แล้วก็เลยพลอยให้นึกถึงขนมอื่นๆ ในสมัยนั้นขึ้นมาด้วย อย่างขนมยืดๆ ที่ห่อกระดาษย่นสีจัดจ้าน และหมากฝรั่งบุหรี่แมว เป็นต้น.. อิอิ

ดีจังเลยนะคะที่พี่ดอกแก้วได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมีผู้วางรางชีวิตที่ดีไว้ให้เป็นแบบอย่างแล้วก็มีการฝึกการ "แบ่งปัน" มาตั้งแต่เด็กๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่พอมาเป็นผู้ใหญ่แล้วพี่ดอกแก้วจะ"แบ่งปัน" สิ่งต่างๆ ให้กับผู้คนรอบข้างและคนทั่วๆ ไปได้เสมอๆ และไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันในช่วงวัยใดก็ล้วนสร้างความสุขให้กับผู้ที่รับการแบ่งปันได้ตลอดเวลา

คำว่า "แบ่งปัน" นี้พิจารณาแล้วก็เห็นถึงนัยสำคัญได้เลยว่าการให้นี้มีความไม่ถือเนื้อถือตัวแยกชนชั้นและมีเสียสละแฝงอยู่ด้วยเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่ให้นั้นก็ยังเป็นสิ่งที่ตนเองจำเป็นที่จะต้องบริโภคใช้สอย แต่ด้วยความกรุณาจึงมีการหยิบยื่นให้โดยไม่เสียดาย ทำให้นึกถึงคำแผ่เมตตาขึ้นมาเลยนะคะที่มีคำว่า "เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย" เมื่อรู้สึกเป็นเพื่อนกันและมีการแบ่งปันกันก็ย่อมหมายถึงว่าสิ่งที่ให้แก่กันนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ดีในสายตาของตนเองแน่ๆ

และก็ชัดเจนมากเลยค่ะตรงที่พี่ดอกแก้วปลดหน้ากากประจำตัวของพวกเราออกมาให้ได้เห็นหน้าจริงๆของตนเองและได้รู้ฤทธิ์กิเลสอันแรงร้ายไปด้วยในตัวนั่นก็คือ "การกระทำทั้งๆหลายนั้นล้วนมีความหวังแอบแฝงได้อย่างแนบเนียนจริงๆ จนดูเสมือนว่าไม่ได้หวัง" ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยเพราะเราอาจไม่หวังอย่างหนึ่งเช่นหวังที่คนอื่นแต่ก็อาจมีหวังอย่างอื่นแทรกอยู่เช่นหวังที่ตนเองก็ได้ เพียงแต่ใครจะสามารถตั้งเข็มทิศแห่งความหวังได้ดีกว่ากัน และควบคุมใจไม่ให้กลายไปเป็นผู้บังคับบัญชาได้ดีกว่ากันเท่านั้น

สุภาษิตฝรั่งเศสที่พี่ดอกแก้วนำมาฝาก ..Well begun is half done ..ตั้งต้นดีก็เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง อ่านแล้วก็เกิดกลังใจขึ้นมากเลยค่ะเพราะทำให้รู้สึกเหมือนเป็นทางลัดหรือไม่ก็การย่นระยะทางให้สั้นลงมาก ..ระยะทางที่สั้นลงน่าจะทำให้เรามีความปลอดภัยมากขึ้นนะคะ ที่ไม่ต้องพบอุปสรรคตามรายทางทุกหลักกิโลเมตร การเริ่มต้นที่ดีนี่ช่างสร้างกำไรและประหยัดทรัพยากรให้ได้มากทีเดียว โดยเฉพาะประหยัดระยะเวลาที่จะต้องผญจกรรมและไม่ทำเสบียงบาปให้พ่วงติดตามไปได้มาก แถมมาอ่านความเห็นของพี่เณรที่เสริมเข้ามาอีกก็ทำให้รู้สึกว่า การตั้งต้นที่ดีนี่ดูเป็นสิ่งที่น่ากระทำมากๆ เลยค่ะ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นเราจะเริ่มต้นดีได้ก็ต้องได้รับคำแนะนำที่ดี "กัลยาณมิตร" นะคะ

อิอิ..คำสอนของหลวงพ่อที่พี่เณรยกมาคราวนี้ดูมีกลิ่นอายของวิปัสสนากรรมฐานอย่างเต็มตัวเลยนะคะ ทั้งสี่คำนั้นประมวลความแล้วน้องกิ๊ฟเข้าใจว่าหมายถึง สติมา สัมปชาโน และอาตาปี เลยทีเดียว ดูท่าน้องกิ๊ฟจะต้องเร่งพยุงวิริยะบ้างแล้วละค่ะ ..เดี๋ยวพี่เณร พี่ดอกแก้วไม่หยุดรอ อิอิ

ดีจังเลยค่ะที่พี่ดอกแก้วและพี่เณรชอบดอกจำปีที่น้องกิ๊ฟนำมาใส่ไว้ในกระทู้ ขอบพระคุณดอกพุดสีสะอาดตาจากพี่ดอกแก้ว และดอกไม้สีสวยจากพี่เณรด้วยนะคะ ขอให้พี่ดอกแก้วและพี่เณรมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขมากๆ และน้องกิ๊ฟขออนุญาตลาหยุดจากระทู้อีกสามวันนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 ก.ย. 2553 , 17:54:29 น.] ( IP = 58.11.50.54 : : )
[ 1 ][ 2 ][ 3 ][ 4 ][ 5 ][ 6 ] [ 7 ] [ 8 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org