| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บรรยากาศการอบรมวิปัสสนาหลักสูตรเร่งรัด(รุ่นแรกค่ะ)
สลักธรรม 11บางท่านอาจคิดว่าเป็นบุคคลที่ตกอยู่ในอันตรายประการหนึ่งประการใด ซึ่งทั้งสี่อย่างนี้เป็นอันตรายต่อมรรคผลเท่านั้น แต่มิได้หมายวามว่าจะห้ามการปฏิบัติวิปัสสนา บุคคลที่ตกอยู่ในอันตรายทั้งสี่อย่างนี้เมื่อสำนึกได้แล้วเปลี่ยนวิถีชีวิตเสียใหม่ โดยหันมาปฏิบัติวิปัสสนนาสั่งสมเอาไว้ก็จะมีโอกาสสำเร็จมรรคผลนิพพานได้ ในชาติต่อไปที่บารมีเปี่ยมพร้อม
การมาศึกษาชีวิตจึงทำให้รู้ว่าแม้เราจะเป็นพวกเหลือขอจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ แต่เราก็สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตและตั้งใจไม่คิดกลับคืนได้และจะสำเร็จได้ในการต่อไป
นอกจากนี้อาจารย์บุษกรยังได้อธิบายถึงอันตรายของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นการเพิ่มเติมด้วยว่ามี ๗ ประการ ซึ่งทั้ง ๗ ประการนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติหรือโยคาวจรทั้งหลาย มีความสงสัยกันนักหนาว่าสิ่งที่ตนเองประพฤติปฏิบัติในห้องกรรมฐานนั้นจะผิดหรือไม่
เพราะฉะนั้นถ้าเข้าอยู่ใน ๗ อย่างนี้ก็คือสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ คือ มัวทำงานเสีย มัวแต่นอน มัวแต่พูดคุย วุ่นกับการคบค้าสมาคม ไม่มีความสำรวม ไม่รู้ประมาณในการบริโภค ไม่พิจารณาจิตเพื่อการหลุดพ้น ซึ่งเข้ากับหลักของโอวาทปาฏิโมกข์ ฉะนั้น จะเห็นว่าเราควรจะกำหนดรูปนามอยู่ตลอดเวลาโดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:20:18 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 12อาจารย์ย้ำว่า ที่เรียนก็เพื่อให้แจ้งแก่ใจว่ารูปและนามนั้นต้องอาศัยกันทำงาน จะทำอะไรตามลำพังไม่ได้ และก็เรียนให้รู้ว่าเรามีความโง่อยู่ ๔ อย่างคือ หลงผิดคิดว่าชีวิตเป็นของดี เป็นสุข เที่ยง เป็นตัวตนคนสัตว์ การปฏิบัติวิปัสสนาก็เพื่อที่จะให้เห็นว่านามรูปเป็นทุกข็ไม่เที่ยงและบังคับบัญชาไม่ได้
ที่เราเห็นว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เพราะเราเห็นแล้วเรารวบรวมมาเป็นภาพอย่างนั้นเป็นคนนี้ แท้จริงแล้วเราไม่ทันต่อการทำงานของจิต ดังนั้นการศึกษาเรื่องวิถีจิตจึงจำเป็นมากในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ก็เพื่อให้ท่านทราบว่า ในการทำงานของรูปนามนั้นมีความรวดเร็วมากโดยเฉพาะการเกิดดับของจิต
เช่น เราเห็นว่าไฟฟ้าติดอยู่ แต่แท้จริงแล้วไม่ได้ติดอยู่ตลอดเวลา แต่เป็นเพราะตามเราเห็นไม่ทันเราจึงเห็นว่ามันติดอยู่ การไม่ยอมปฏิบัติธรรมก็เหมือนเป็นความโง่ซ้อนโง่ เหมือนไม่มียางอายที่เรียนรู้แล้วว่าว่าความจริงไฟไม่ได้ติดอยู่ แต่เราไม่เคยพยายามเข้าไปพิสูจน์ให้เห็นความจริง เราไม่เคยเห็นความจริงนี้ แต่ปากเราก็บอกว่าไฟไม่ได้ติดอยู่ตามที่เรียนมา
เช่นเดียวกับพระไตรลักษณ์มีอยู่ มีก็เพราะเราพูดจากความจำที่เรียนมา แต่เรายังไม่ได้เห็นไตรลักษณ์กันเลย เพราะไตรลักษณ์ต้องเห็นที่รูปนาม แต่เราก็พูดได้ทั้งที่เรายังไม่เคยเห็นรูปนามเลย บางคนยิ่งร้ายไปกว่านั้นบอกว่าเห็นไตรลักษณ์แล้วแต่ยังไม่เคยรู้จักรูปนามเลยว่าเป็นอย่างไร ก็น่าสงสัยว่าคงจะเป็นพระอริยบุคคลมาเกิดกันโดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:25:04 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 13การเห็นไตรลักษณ์ในอิริยาบถนั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้นั้นมีญาณปัญญาขั้นที่สามเป็นอย่างน้อย ไม่ใช่ค่อยๆยกค่อยๆย่างอยู่ไม่กี่นาทีแล้วก็เห็นไตรลักษณ์กันเดี๋ยวนั้น
การปฏิบัติวิปัสสนาจึงต้องรู้ว่าอะไรเป็นรูปเป็นนามเสียก่อน และเป็นรูปอะไรหรือนามอะไร เช่น เมื่อย ต้องรู้ว่าเป็นความทุกข์ และความทุกข์นี้เป็นนาม ความทุกข์นี้แหละคือสิ่งที่บีบคั้นให้ต้องเปลี่ยนไม่ใช่อยากเปลี่ยน และต้องรู้ในอาการที่เคลื่อนย้ายไปของอิริยาบถที่เปลี่ยนไปด้วย
เมื่อสังเกตบ่อยๆ ก็จะเห็นว่าต้องเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา มีแต่ความทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่อิริยาบถใหญ่ที่เมื่อยเป็นทุกขเวทนา แล้วก็เปลี่ยนอิริยาบถย่อยๆเกิดต่อมาเป็นสังขารทุกข์ จนกระทั่งเข้ามาสู่อิริยาบถใหม่ที่ใหญ่อีกอันหนึ่ง เพราะฉะนั้นกว่าเราจะรู้อะไรสักอย่างหรือกว่าจะเห็นอะไรสักอย่างจนรู้ได้ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร จะต้องผ่านการทำงานของวิถีจิตมาเป็นอย่างมาก
(ช่วงนี้อาจารย์สาธิตการดื่มน้ำให้ดูค่ะว่า ค่อยๆยืดแขนออกมา แล้วก็ค่อยๆยกแก้วน้ำขึ้น แล้วก็ดื่มน้ำ จากนั้นก็ค่อยๆวางแก้ว ซึ่งอาจารย์ทำอาการคล้ายๆกับหุ่นยนต์ที่ค่อยๆเคลื่อนไหว ที่มีหลายจังหวะ)โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:30:21 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 14อาจารย์บุษกรย้ำอีกครั้งหนึ่งอย่างตั้งใจว่า เมื่อมาเรียนวิถีจิตก็เพื่อเรียนรู้เรื่องกิจของจิตว่าจิตทำงานอย่างไร นับตั้งแต่ปฏิสนธิกิจจนถึงจุติกิจ ให้เชื่อว่า อารมณ์ของคนเราที่มีมากนั้น ก็แบ่งเป็นอารมณ์ที่แรงมาก และน้อยทางปัญจทวาร และทางมโนทวาร
ในการเห็นแต่ละครั้งจิตเกิดดับเป็นแสนๆขณะ กว่าจะรู้เรื่องหนึ่งว่าเป็นแม่ชี หรือสิ่งใดนั้นมีการทำงานมากมาย ในการเห็นครั้งหนึ่งก็ต้องมีการประชุมปัจจัยหลายอย่าง ใหญ่ๆ ก็คือ มีประสาทตาดี มีรูปารมณ์ มีแสงสว่าง และมีมนสิการ
การทำงานของวิถีนับตั้งแต่การตัดกระแสภวังค์ จนกระทั่งขึ้นสู่วิถีเสพลงชวนะแล้วก็ลงภวังค์ไปสลับกันทั้งทางปัญจทวารและมโนทวาร เป็นการรวบรวมแสงจุดเล็กๆ ไปจนกระทั่งได้ภาพรวมขึ้นมาชิ้นหนึ่งว่าเป็น แม่ชี
และวิถีจิตก็ไม่ได้เกิดเป็นแถวอย่างที่เห็นจากแผนผัง แต่การเกิดขึ้นของจิตนั้นเกิดขึ้นทีละดวงแล้วก็ดับลง พอดับลงแล้วดวงใหม่ก็เกิดขึ้นมาแทน เกิดดับเกิดดับอยู่ตรงนั้นมิได้เรียงเป็นแถวเป็นแนว นับตั้งแต่ทำหน้าที่ตัดกระแสภวังค์ขึ้นมาจนกระทั่งมาถึงการตัดสินอารมณ์ การเสพลงชวนะโดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:34:11 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 15และกว่าจะรู้ว่าเป็นสิ่งใดก็ต้องผ่านการทำงานจากวิถีหลายๆประเภท ในการทำงานของวิถีจิตนี้จะมีวิถีจิตใหญ่ๆในการรู้ทางมโนทวารอยู่ 4 วิถี คือ อตีตัคคหณวิถี สมูหัคคหณวิถี อัตถัคคหนณวิถี นามัคคหณวิถี
อตีตัคคหณวิถี เป็นวิถีที่รับอดีตอารมณ์จากปัญจทวารมาเป็นอารมณ์ เป็นปรมัตถ์อารมณ์ คือรูปหรือนาม ซึ่งกำหนดวิปัสสนาได้
สมูหัคคหณวิถี เป็นวิถีที่รวบรวมเอาอดีตอารมณ์นั้นมาเป็นอารมณ์อีกทีหนึ่ง ก็คือรูปหรือนามเช่นกันที่ เป็นปรมัตถ์อารมณ์ สามารถใช้กำหนดวิปัสสนาได้
อัตถัคคหนณวิถี เป็นการรับเอาใจความทุกส่วนนั้นมาเป็นอารมณ์รู้ว่าเป็นสิ่งใด เป็นอารมณ์ที่มิใช่ปรมัตถ์อารมณ์แล้ว ซึ่งกำหนดวิปัสสนาไม่ได้แล้ว นามัคคหณวิถี เป็นการรับเอาบัญญัติอันเป็นชื่อสิ่งนั้นมา ตรงนี้ก็มิใช่ปรมัตถ์อารมณ์เช่นกัน จึงกำหนดวิปัสสนาไม่ได้
จึงจะเห็นว่าเราต้องกำหนดอารมณ์ที่สองวิถีแรกเท่านั้น แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสองวิถีแรก มีอย่างเดียวคือการเร่งสติ หมั่นกำหนดไปเรื่อยๆ ถูกไม่ถูกก็ไม่ต้องไปสนใจ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆก็ต้องมีสักครั้งที่เรากำหนดได้ทันด้วยความไวของสติ เหมือนกับการดีดต่อมน้ำในสายฝน ที่มีอยู่มากมายแต่เราไม่เคยดีดได้ แต่คงมีสักครั้งที่เราดีดไปเรื่อยๆ ก็อาจจะถูกต่อมน้ำขึ้นมาบ้าง
เช่น กำหนดนามเห็น นามรู้ไปเรื่อยๆ แต่จะได้ปัจจุบันเมื่อใดนั้นก็อยู่ที่ความเชี่ยวชาญและความไว แต่เราต้องทราบว่าปัจจุบันนั้นมีอยู่แน่นอนแต่เรายังไม่ทันเท่านั้นเอง อย่างวันนี้เราได้เริ่มกำหนดแล้วในอิริยาบถนั่ง คือรูปนั่ง ก็จะต้องระลึกรู้สึกตัวในท่าใหญ่ๆ แต่ถ้าเผลอสติไปก็กลับมาตั้งสติใหม่ ..ไม่ต้องกังวล เริ่มต้นใหม่ได้ ขอให้มีหมั่นเจริญสติไว้ให้คล่องแคล่วโดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:40:01 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 16จากนั้นก็เข้าสู่การฝึกหัดปฏิบัติค่ะ โดยอาจารย์นำสวดบูชาพระรัตนตรัย ..ขอกรรมฐาน ทำสมาธิประมาณ ๑๐ นาที
หลังจากที่มีสัญญาณดังขึ้นแล้ว อาจารย์ก็สั่งให้ทุกคนทำความรู้สึกว่า อยู่ในท่าใด มีความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถ้าหากเป็นความทุกข์ ก็ให้ทำการแก้ไข โดยสติปัญญาระลึกรู้ว่าเป็นรูปหรือนาม
บรรยากาศในห้องตลอดหนึ่งชั่วโมงนั้นเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ค่ะ เพราะอาจารย์จะเดินสอนแต่ละท่านด้วยความตั้งใจ และใช้เคล็ดลับที่เยี่ยมยอดมาก โดยเฉพาะการสอนให้ผู้ฝึกหัดทุกท่านเข้าใจคำว่า นามรู้ กับ นามรู้สึก
นามรู้ใช้กับการอารู้อารมณ์ภายนอก เช่น รู้ว่าเป็นใคร เป็นสีอะไร เป็นต้น
นามรู้สึกใช้กับการรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เช่น รู้สึกหิว เมื่อย เป็นต้น
อาจารย์ได้เดินไปแตะตัวของผู้ฝึกหัดหลายๆท่านแล้วก็ถามว่า รู้ไหม ..รู้อะไร พอเอามือออกแล้วก็ถามอีกว่า รู้ไหม ..รู้อะไร บางท่านอาจารย์ก็แตะตัวของเขาแรงขึ้นแล้วถามว่า รู้สึกไหม ..รู้สึกอะไร บางท่านอาจารย์ก็ให้เกาศีรษะตนเองแล้วถามว่า รู้สึกอย่างไร กำหนดอย่างไร
จากนั้นอาจารย์ก็เกาศีรษะของผู้นั้นแทน แล้วถามว่า รู้อะไรไหม กำหนดอย่างไร บางท่านก็ถูกสั่งให้อยู่ในอิริยาบถต่างๆ ที่ไม่ถนัด แล้วอาจารย์ก็จะดูการแก้ไขของท่านเหล่านั้น
บางท่านที่นั่งหลับตา ก็จะถูกสั่งให้ลืมตาขึ้นและให้อยู่ในอิริยาบถปกติ ที่มิใช่ท่าของการนั่งสมาธิ ที่ต้องตั้งตรงเพราะบังคับร่างกายเอาไว้จนผิดปกติ หลายๆตัวอย่างเหล่านี้เป็นการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่แท้จริงเลยค่ะ
เรียกว่า สอนให้กำหนดกันจนได้ทุกคน แต่อาจไม่คล่องนักโดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:43:54 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 17หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันแล้วก็เข่าสู่พิธีการมอบวุฒิบัตรค่ะ โดยท่านเจ้าคุณเมธีวรญาณ แต่ก่อนที่จะมอบวุฒิบัตรนั้น ลูกศิษย์ท่านหนึ่งในรุ่นนี้ได้มีจิตศรัทธาถวายเงินเพื่อสร้างห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จำนวน ๑ หลัง จึงได้มีพิธีรับมอบท่ามกลางสาธุชนในกาลนั้นอย่างน่าชื่นใจ
ส่วนอีกท่าหนึ่งก็ถวายยาให้แก่ท่านเจ้าคุณด้วยความเคารพ
หลังจากที่เสร็จพิธีมอบวุฒิบัตรแล้ว อาจารย์วยุรีก็ได้เชิญศิษย์ในรุ่นบางท่านขึ้นมาพูดคุย แสดงความรู้สึกที่หน้าชั้น ท่านที่ได้รับเชิญนี้ทราบข่าวว่าเป็นลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร และได้เข้าปฏิบัติวิปัสสนามาหลายปีแล้ว ครั้งนี้ที่เข้ามาอบรมก็รู้สึกดีใจที่ได้รับความรู้เพิ่มเติม จากอาจารย์บุษกรอีก โดยเฉพาะด้านปริยัติที่ไม่เคยสนใจศึกษามาก่อน แม้จะทันท่านพระอาจารย์บุญมีก็ตาม ส่วนอีกท่าหนึ่งก็เป็นผู้ที่สนใจมารับการอบรมด้วยตนเอง และเชื่อว่าจะต้องเกิดประโยชน์กับตนแน่นอน
หลังจากการแสดงความรู้สึกผ่านไปแล้ว อาจารย์ก็สอนต่อค่ะเพื่อใช้เวลาให้มีค่า และก็กล่าวแสดงความรู้สึกกับคำขอโทษที่อาจให้การอบรมไม่สมบูรณ์พร้อมนัก ด้วยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก ที่จะต้องนำไปปรับปรุงในรุ่นต่อๆไปโดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:50:58 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 18และก่อนที่จะจากกันไปอาจารย์ก็ได้มอบบัตรประจำตัว สำหรับการแสดงตนเพื่อขอเข้าปฏิบัติ ที่สำนักวิปัสสนาอ้อมน้อยให้แก่ทุกคน เรียกได้ว่าเป็นบัตรวีไอพี ที่ไม่ต้องถูกกรรมการประจำสำนักปฏิบัติ สอบถามภูมิความรู้และพิจารณาว่าจะรับหรือไม่ ..ใครที่มีบัตรนี้ก็แสดงว่า ท่านได้ผ่านการอบรม จนสามารถปฏิบัติตามลำพังได้แล้วค่ะ
![]()
ท้ายที่สุดทางคณะผู้เข้ารับการอบรมโดยประธานรุ่น คือคุณชาติชูชัย ก็ได้เป็นตัวแทนกล่าวแสดงความขอบคุณแก่อาจารย์บุษกร และทีมงาน พร้อมทั้งมอบสมุดบันทึกความรู้สึกของแต่ละคนมอบแด่อาจารย์ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ ตลอดจนแต่ละละท่านนั้นก็มีจิตศรัทธาตั้งกองทุนไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในรุ่นต่อไป เป็นจำนวนเงิน ๓๐,๑๐๐ บาท ซึ่งตั้งแต่เริ่มโครงการนั้น ทางมูลนิธิเองก็ไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายจากใครทั้งสิ้น เพราะอาจารย์บุษกรปวารณาตนเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการนี้ค่ะ
![]()
นี่แหละค่ะบรรยากาศในการอบรมที่เข้มข้น และทุ่มเทกันด้วยชีวิตของผู้ให้
![]()
โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [1 ก.ย. 2553 , 18:55:51 น.] ( IP = 58.9.56.33 : : )
สลักธรรม 19เช้านี้พี่เณรได้เข้ามาอ่านและมองภาพต่างๆที่ผ่านไปเป็นอดีตแล้ว แต่ความอิ่มใจ ความสุขใจ ยังคงมีอยู่เสมอ
ยิ่งได้อ่านทบทวนแล้ว ยิ่งทำให้ภาพเด่นชัดเลยครับ เข้าใจในหลักการที่จะดำเนินตามรอยธรรม ที่พระพุทธองค์ทรงวางหลักไว้ ในสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งมีเหตุผลประกอบในจังหวะชีวิตตลอดเวลาจริงๆเลยครับ
ขออนุโมทนาสาธุ กับทุกๆท่านที่ร่วมกันจรรโลงพระธรรม โดยเฉพาะแนวทางปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ทุกๆท่านครับ.
![]()
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2553 , 08:15:14 น.] ( IP = 58.9.74.241 : : )
สลักธรรม 20สาธุครับคุณน้องกิ้ฟ
นับเป็นการแสดงให้ประจักษ์ต่อท่านสาธุชน
อีกครั้งหนึ่งแล้วครับ ถึงความมุ่งมั่นที่จะ
อาศัยเครื่องมือที่ทันสมัยเช่น
คอมพิวเตอร์นี้ให้เกิดคุณประโยชน์อย่างดีเยี่ยม
จึงขออนุโมทนาสาธุจริงๆครับ
ที่คุณน้องกิ้ฟได้รับภาระนี้ไว้
ด้วยดีตลอดมา
ขออำนาจกุศลที่ได้กระทำไว้แล้วนี้
จงคุ้มครองกาย-ใจ
ให้คุณน้องกิ้ฟเจริญในธรรม
และแตกฉานในพระไตรปิฏกนะครับ
![]()
โดย เทพธรรม [4 ก.ย. 2553 , 18:57:17 น.] ( IP = 61.90.94.161 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |