มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


โอวาทพระเถระ (๒)








โอวาทพระเถระ (๒)

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
บรรยายเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๓


ข้อที่ ๑๓ โลกธรรม ดุจดอกไม้ที่บานไม่นาน ... หยิ่งผยองทำไม

ข้อที่ ๑๔ เขามั่งมี เพราะชาติก่อนเขาทำมา …. อิจฉากันทำไม

ข้อที่ ๑๕ ชาติก่อนไม่บำเพ็ญ ชาตินี้จึงลำเค็ญ ... จะไปโทษใคร

ข้อที่ ๑๖ นักพนันขันต่อ มีชีวิตที่ตกต่ำ … เล่นการพนันทำไม

ข้อที่ ๑๗ การประหยัด และความขยันดีกว่าพึ่งผู้อื่น….. สุรุ่ยสุร่ายไปทำไป

ข้อที่ ๑๘ จองเวรพยาบาท วันใดจะจบสิ้น…. อาฆาตไปทำไม

ข้อที่ ๑๙ ชีวิตดุจการเดินหมากรุก…. จะไล่กันไปทำไม

ข้อที่ ๒๐ ความฉลาดบางครั้ง ก็ทำให้พลาด …. จะรู้มากไปทำไม

ข้อที่ ๒๑ พูดเท็จเหลาะแหละเป็นการบั่นทอนบุญ….. โกหกกันไปทำไม

ข้อที่ ๒๒ น้ำลดตอผุด ดีชั่วย่อมปรากฏ……. จะโต้เถียงกันไปทำไม

ข้อที่ ๒๓ ใครเล่าจะกำหนดความเป็นอนิจจังได้… เยาะเย้ยกันไปทำไม

ข้อที่ ๒๔ ฮวงจุ้ยที่ดีอยู่ที่ใจใช่ที่ภูเขา……. แสวงหากันไปทำไม

ข้อที่ ๒๕ ให้ร้ายผู้อื่นเป็นทุกข์ ให้อภัยผู้อื่นเป็นสุข…… ดูหมอกันไปทำไม

ข้อที่ ๒๖ ทุกสิ่งทุกอย่าง จบลงด้วยความตาย …. วุ่นวายกันไปทำไม

นี่คือโอวาทพระเถระ ๒๖ ประการ ที่เมื่อสมัยก่อนนั้นหลวงพ่อจะให้คัดเป็นการบ้านส่งคนละ ๕๐ จบ นอกจากนี้ท่านยังมีคำอื่นๆให้คัดเป็นการบ้านส่งด้วย เช่น เมื่อท่านได้ยินใครพูดไม่ดี ท่านก็จะให้คัดคำว่า "พูดดีมีมงคล พูดสัปดนมงคลไม่มี" มาส่งท่าน ๕๐ จบเหมือนกัน

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [7 ก.ย. 2553 , 22:57:25 น.] ( IP = 115.87.143.133 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1






ฉะนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่าโอวาทพระเถระทั้ง ๒๖ ข้อนี้น่ากลัว แต่ก็ขอให้ทุกคนพูดว่า "HAKUNA MATATA ฮา ฮา ฮา...ไม่เป็นไร" เพราะ "You have to put the past behind you and start looking for the future!" ... เธอต้องทิ้งอดีตไว้ตรงนี้ แล้วเธอต้องเริ่มมองไปถึงอนาคต เพราะว่า อดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง

ถ้าในตอนนี้เราเล่าเรื่องดีหรือไม่ดีให้ใครฟัง ซึ่งในขณะนี้มันเป็นเรื่องที่จบไปแล้ว เรื่องที่เราเศร้าหมอง เราเสียใจแล้วเอามาคิดมานึก มันไม่ใช่เรื่องจริงมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว หลวงพ่อเปรียบเหมือน อดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน แต่ปัจจุบันคือความจริง

เพราะเขาจะสุข เขาจะทุกข์ ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างได้ จึงให้เราอยู่กับปัจจุบันด้วยการทิ้งอดีต แล้วเริ่มต้นชีวิตด้วยการมองไปข้างหน้า เพราะข้างหน้ามันเป็นอนาคตของเรา วันเป็นอนาคตของอาทิตย์ เป็นอนาคตของเดือน เป็นอนาคตของปี และที่สำคัญเป็นอนาคตของชาติคือชาติหน้า

ซึ่งชาติหน้าน่ากลัวกว่าชาตินี้มากถ้าดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเมื่อสักครู่ที่เราแผ่เมตตากันซึ่งในบทสุดท้ายนั้นบอกว่า ขอให้พบพระศรีอาริยเมตไตรย พอถึงคำพูดนี้ให้นึกถึงคำที่เคยสนทนากับหลาย ๆ คน เพราะแต่ละคนอธิษฐานพบพระพุทธเจ้าหรือขอให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน

คำอธิษฐานก็คือความหวัง คำอธิษฐานจัดอยู่ในความหวังเพราะยังไม่เป็นจริง หลวงพ่อท่านบอกเสมอว่า ความหวังต้องประกอบด้วยความเพียรจึงจะสมหวัง อย่างที่เราขอพบพระพุทธเจ้าแล้วขอบรรลุธรรมอันเป็นเครื่องรู้ต่อหน้าพระพักตร์นั้น ก็จะต้องรู้ด้วยต้องเตรียมตัวอย่างไร

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2553 , 22:57:55 น.] ( IP = 115.87.143.133 : : )


  สลักธรรม 2



ในกาลนี้เป็นปัจจุบันของสมัยมงคลพระสมณโคดม ที่เรากำลังอาศัยการตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณพระองค์ท่าน ในสัปดาห์ที่ ๔ ที่พระองค์เสวยวิมุตติสุขที่รัตนฆรเจดีย์ สัปดาห์นั้นท่านพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกว่าด้วย จิต เจตสิก รูป นิพพาน ท่านพิจารณาสิ่งที่ท่านรู้แล้วคือจิต สิ่งที่ท่านแจ้งแล้วคือเจตสิก สิ่งที่ท่านประจักษ์แล้วคือรูป และสิ่งที่ท่านถึงแล้วคือพระนิพพาน

ต่อจากนั้นพระองค์ก็เผยแพร่พระอภิธรรมออกไปในคำสอนต่างๆ โดยเฉพาะพระธรรมจักรที่ได้อธิบายให้กับพระโกณฑัญญะซึ่งเป็นหนึ่งในพระปัญจวัคคีย์ได้ฟัง พระธรรมจักรที่ทรงเข็น ณ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนั้นได้ตรัสสอนอริยสัจทั้งสี่ประการซึ่งก็คือพระอภิธรรมโดยมีพระโกณฑัญญะได้สำเร็จเป็นปฐม

จากนั้นก็ทรงเข็นอนัตตลักขณสูตรมาอธิบายต่อจึงทำให้พระปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก ๔ ท่านมีดวงตาเห็นธรรม พระอนัตตลักขณสูตรนี้ก็พระอภิธรรมอีกนั่นแหละ เพราะกล่าวถึงเรื่องของนามและรูปเป็นต้นว่า รูปภายใน รูปภายนอก รูปหยาบ รูปใกล้ รูปไกล รูปประณีต ล้วนรูปเหล่านี้เที่ยงไหม? ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ไหม? เป็นทุกข์ บังคับบัญชาได้ไหม? ไม่ได้


นี่แหละการที่จะพบพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุธรรมได้ก็ต้องมีความพร้อม ไปหาท่านต้องมีอดีตเหตุมา ความหวังของเราจึงต้องพร้อมไปด้วยความเพียร ในขณะนี้เราทุกคนก็มีอดีตนิสัยชอบเรียนมาแล้วเรียกว่ามีอดีตเหตุมา แต่ทำไมพระสมณโคดมโปรดเราไม่ได้ อย่างที่หลวงพ่อใช้คำว่า เราหลุดจากอุ้งมือพุทธสู่อุ้งมือมาร ถ้าหากจะมาวิจัยกันจริง ๆ แล้วก็อาจเป็นไปได้ว่า เราเกิดอยู่ไกลจากสถานที่ที่เป็นมงคลนั้น เช่น พระพุทธองค์นั้นเกิดที่ลุมพินีแต่เราเกิดที่อื่น เป็นต้น

พระอรหันต์ที่พระพุทธองค์ทรงโปรดนับตั้งแต่พระอัญญาโกณฑัญญะ พระปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก ๔ องค์ จนกระทั่งมีพระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระราหุล พระมหากัสสปะ และยังมีท่านอื่นๆ อีกมากที่เราได้อ่านประวัติมาแล้ว ก็ต้องบอกว่าท่านสำเร็จเพราะฟังคำเทศนาของพระพุทธเจ้าโดยที่ท่านเหล่านั้นต้องมีความพร้อมแล้ว คือท่านเหล่านั้นต้องเคยได้ญาณปัญญาตั้งแต่นามรูปปริเฉทญาณไปจนถึงสังขารุเปกขาญาณแล้วในชาติอดีต

ซึ่งที่จริงนั้นเมื่อถึงสังขารุเปกขาญาณแล้วก็ต้องไหลอนุโลมญาณ โคตรภูญาณ มรรคญาณ ผลญาณ แต่ด้วยแรงอธิษฐานที่มุ่งมั่นเมื่อถึงสังขารุเปกขาญาณแล้วจึงไม่ไหลต่อ เช่น ท่านผู้นั้นอธิษฐานเป็นพระอานนท์ หรือท่านที่อธิษฐานเป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย เบื้องขวา

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2553 , 22:58:47 น.] ( IP = 115.87.143.133 : : )


  สลักธรรม 3



ฉะนั้น ทุกคนที่จะไปพบพระพุทธเจ้าจะต้องมีเสบียง นามรูปปริเฉทญาณ ปัจจยปริคหญาณ สัมมสนญาณ อุทยัพพญาณอันเป็นปฐมญาณหมายถึงญาณต้นที่เป็นญาณจริง เมื่อท่านไปนั่งอยู่เบื้องหน้าพระพุทธเจ้า เช่น พระอัญญาโกณฑัญญะ ท่านก็เคยเห็นความจริงมาแล้วคือรู้ความจริงในรูปในนาม รูปและนามนั้นเป็นธรรมชาติของขันธ์คนละกองไม่ใช่กองเดียวกัน แล้วกองของขันธ์นี้คือรูปขันธ์ และเวทนาขันธ์นี้ต่างเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน ขันธ์ใดขันธ์หนึ่งทำงานไม่ได้ตามลำพัง หรือสังขารขันธ์ที่ปรากฏนั้นได้มาจากรูปขันธ์และนามขันธ์ แล้วก็เห็นว่าในสังขารขันธ์ที่มีรูปขันธ์นามขันธ์ที่เป็นปัจจัยกันนั้นล้วนต่างเกิดขึ้นมาทำกิจแล้วก็ดับ เกิดขึ้นมาทำกิจแล้วก็ดับ เรียกว่าสัมมสนญาณ

ท่านได้มีอยู่ในความรู้แล้วก็เวียนว่ายตายเกิดเพื่อสร้างบารมีไปตามแรงอธิษฐาน เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พอได้พบพระพุทธเจ้าและอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ จิตที่ชั่วร้ายคิดร้ายหรือน้อยใจ ต่าง ๆ กลับกลายเป็นดีด้วยบารมีของพระพุทธเจ้า จึงต่างแสดงอาการเชื้อเชิญ ปูลาดอาสนะต้อนรับพระพุทธองค์ เมื่อทรงเล็งเห็นว่าสามารถโปรดได้สอนได้ พระองค์จึงทรงเข็นธรรมจักร สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมาอาชีโว สัมมากัมมันโต สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ

พระอัญญาโกณฑัญญะก็น้อมใจไปในการฟังธรรมนั้น ขณะที่น้อมใจไปฟังนั้น ใจที่มีบรรจุไว้เต็มแล้ว เพราะเคยเห็นการเกิดดับของนามรูปแล้ว เห็นปัจจัยของนามรูปแล้วก็น้อมใจไปตามพระเทศนา

เปรียบเหมือนท่านมีสีข้างกล่องไม้ขีดมาแล้วและพระพุทธเจ้าทรงเป็นไม้ขีด คือขณะที่สัททารมณ์มากระทบกับโสตประสาทก็เหมือนกับสีข้างไม้ขีดกับไม้ขีดกระทบกัน จิตรู้ก็บรรลุเลย เพราะมีญาณปัญญามาก่อนแล้ว ส่วนพระปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก ๔ ท่านก็มีสีข้างมาแล้วเช่นกันแต่เป็นไปในเรื่องรูป พระองค์จึงทรงเข็นอนัตตลักขณสูตร ที่กล่าวถึง รูปังอนิจจัง รูปภายใน รูปภายนอก รูปใกล้ รูปไกล รูปหยาบ รูปละเอียด ก็ต้องเคยเห็น รูปปริจเฉทญาณ เห็นปัจจัยของรูป เห็นความเกิดดับของรูปอย่างช่ำชองมาในอดีต ฉะนั้น ท่านใช้เวลาเพียงปุ๊บเดียวก็สำเร็จ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2553 , 22:59:09 น.] ( IP = 115.87.143.133 : : )


  สลักธรรม 4



จึงบอกว่า ความหวังต้องสัมปยุตตไปด้วยความเพียร แล้วก็มีความพร้อม เมื่อพระพุทธองค์แสดงธรรมก็บรรลุได้ง่าย เพราะมีเหตุอดีตมาแล้วอย่างเพียงพอ

ฉะนั้น ถ้าถามว่าทุกวันนี้เราต้องทำอะไร? คำตอบคือ เราต้องทำวิปัสสนากรรมฐานเป็นงานหลัก เพื่อจะได้มีความพร้อม ได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน หรือเมื่อบารมีของเราพร้อมเราก็อาจบรรลุก่อนพระศรีอาริยเมตไตรยมาปรากฏก็ได้ แต่ต้องอาศัยปัจจัยอันสำคัญ ๆ คือ ญาณปัญญาที่จะพาออกไปจากห้วงทุกข์

งานหลักของทุกชีวิต คือการหยุดคิดและมากระทำความรู้สึก และงานที่จะทำให้เกิดความรู้สึก คืองานที่ไม่ตรองตรึกในเรื่องอื่น ๆ เพราะมีการยืนอยู่กับปัจจุบันที่รูปและที่นาม มีรูปนามเป็นอารมณ์

ก็ได้สอนเรื่องการปฏิบัติมามากแล้ว วันนี้จึงมาชี้ให้เห็นว่า ความพร้อมเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างไม่พลาด เราพลาดกันมาแล้วและพลาดกันมานานแล้วด้วยเพราะเราไม่มีอดีตเหตุ เราอาจเคยเดินอยู่ที่อินเดียในสมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่หรือเคยเข้าไปนั่งฟังพระองค์ก็ได้ หรืออาจเป็นสาวใช้ติดตามไปในพระเชตวันก็ได้ แต่เราไม่ได้บรรลุอะไรเพราะไม่มีญาณเป็นใบประกาศ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2553 , 22:59:28 น.] ( IP = 115.87.143.133 : : )


  สลักธรรม 5



ญาณปัญญาเป็นใบรับรองหรือใบรับประกันสู่พระนิพพานได้ เมื่อใดก็แล้วแต่เรามีญาณปัญญาเกิดขึ้นนั่นแหละเป็นใบรับรองคุณภาพชีวิตของเราว่า ชีวิตของเรานี้ ไปในทางที่ดีได้ พอได้พบพระพุทธองค์แล้วเราก็ออกจาสังสาวัฏไปได้ แต่ถ้าเรามีความรู้แต่ไม่มีความสามารถก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ พอสิ้นพุทธกาลแล้วเราก็ค่อยมาขวนขวายเกิดความชอบเรียนชอบปฏิบัติในด้านนี้ แต่พาหนะที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เราออกไปจากวัฏฏะทุกข์นั้นไม่มี

เรายอมรับกันทุกคนว่าเกิดเป็นทุกข์ ชีวิตเป็นทุกข์ แต่พอเราได้สุขหน่อยสิ เราก็ยึดในสุข กำลังหิวข้าวเป็นทุกข์ แต่ได้ข้าวถูกใจแล้วไม่เป็นทุกข์แล้ว แตกต่างจากผู้ที่รู้จริงก็คืออะไรก็ทุกข์หมด ถามว่าทำไมต้องทุกข์หมด เพราะหิวข้าวก็ทุกข์ กินข้าวก็ทุกข์ เพราะว่าการงานของชีวิตมันมีให้ทำ มันมีตัวบงการก็คือผู้กำกับการแสดงละครทุกอย่างก็คือมีจิตสั่ง

เมื่อสั่งงานเสร็จ เช่น จิตสั่งให้เดินแล้ว ผู้สั่งนั้นก็หลบหลังละครไปแล้ว คราวนี้แหละจิตที่มาทำหน้าที่ประคองรูปนี้เดินต่อไปกับเจ้านายที่สั่งแล้วเจ้านายก็หายไป แล้วเราก็เดินไปตามที่เจ้านายสั่งให้เดินไป โลภะสั่งให้ชอบ แล้วเราก็ทำตามโลภะ เลือกตามโลภะ โลภะไปแล้วแต่เราเสวย..อิ่ม

ทุกอย่างเราเป็นทาสความอยาก ทาสชีวิตทุกอย่างที่เราควรคิดจะหนีเสียที ด้วยการดูแลตนเองด้วยการ .. HAKUNA MATATA ฮา ฮา ฮา...ไม่เป็นไร You have to put the past behind you and start looking for the future! ... เราต้องทิ้งอดีตไปและเริ่มมองไปข้างหน้า

ฉะนั้น อดีตของเรามันเรื่องมาก....จริงไหม? อดีตของเรามันเรื่องมาก คิดมาก และก็ชอบฟุ้งมาก และชอบบงการมาก ฉะนั้น ต้องทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง แล้วเดินหน้าอย่างมั่นคง เพราะในชีวิตของเรา เรามาคนเดียว คนที่อยู่ใกล้ ๆ กับเรานั้นผู้มีพระคุณ หน้าที่เราตอบแทนผู้มีพระคุณบิดามารดา เท่าที่เราทำได้แต่ต้องไม่ไปบงการท่านให้ท่านทำของท่านเถอะ ใครทำใครได้ ทำมากได้มาก ทั้งดีทั้งชั่ว

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2553 , 22:59:46 น.] ( IP = 115.87.143.133 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากับกิ้ฟด้วยครับ ที่เมตตานำมาลงให้อ่านกันถ้วนทั่ว ในเนื้อหานี้พี่เณรคิดว่า ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ตนเองทั้งสิ้น ที่จะปีบป่ายขึ้นสูงหรือเปล่า

โอวาทธรรม เป็นสิ่งที่ดีงามเป็นประโยชน์เสมอมาทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้าเราท่าน อ่านผ่าน ฟังผ่าน ไปสิ่งที่มีค่านั้นก็ไม่สามารถมาสร้างค่าในชีวิตได้ เพราะหลวงพ่อเสือท่านสอนเสมอครับว่า ใครทำใครได้..ทำมากได้มาก ทั้งดีและชั่ว

You have to put the past behind you and start looking for the future! จริงๆเลยครับผม เพราะมิเช่นนั้น จุดหมายปลายทางที่หวัง ไปไม่ถึงแน่เลย

โดย พี่เณร [8 ก.ย. 2553 , 09:48:51 น.] ( IP = 58.9.75.198 : : )


  สลักธรรม 7

ความหวังต้องประกอบด้วยเพียร จึงจะสามารถถึงจุดหมายปลายทางได้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

อนุโมทนาในกุศลกรรมของน้องกิ๊ฟด้วยค่ะ

โดย เซิ่น [8 ก.ย. 2553 , 13:05:29 น.] ( IP = 61.90.167.18 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org