| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ยาก
สลักธรรม 1
๑ . ยาก..ที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ ทุกวันนี้เราผ่านความยากมาแล้ว เพราะเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ในการศึกษานั้นท่านเปรียบการได้เกิดเป็นมนุษย์ได้ว่า เปรียบเหมือนเต่าตาบอดที่ว่ายอยู่ในแม่น้ำโดยไม่รู้ด้วยว่าฝั่งอยู่ตรงไหน จนมีชาวประมงคนหนึ่งเหวี่ยงแหไปเพื่อจะอยากจับปลา แต่บังเอิญไปติดเจ้าเต่าตาบอดขึ้นมาโดยที่ชาวประมงไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ดึงเต่านั้นขึ้นมา ท่านบอกว่านั่นแหละเปรียบเสมือนการได้เกิดมาเป็นมนุษย์
มนุษย์มีโอกาสทำความดีได้มาก เราจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์สร้างบารมีในความเป็นมนุษย์เสียมาก และการเป็นพระพุทธเจ้านั้นก็เป็นในขณะที่เสวยพระชาติเป็นมนุษย์ เหมือนเจ้าชายสิทธัตถะกุมารที่ได้ถือกำเนิดมาเป็นมนุษย์ แล้วด้วยอำนาจบารมีธรรมกับการอธิษฐานนับตั้งแต่มโนปณิธานมาจนกระทั่งบารมีธรรมนั้นทำให้ท่านหลีกออกมาบำเพ็ญเพียรต่ออีกนิดเดียวเพื่อแสวงหาโมกขธรรมตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งคำว่าอีกนิดเดียวนั้นก็เป็นเวลานับสิบปีทีเดียว
ฉะนั้น มนุษย์เป็นภูมิที่ทำความดีที่สุดก็ได้คือเป็นพระอรหันต์ก็ได้ กับทำความชั่วที่สุดก็ได้คือ ตกอเวจีมหานรก ก็อยู่ที่ว่าเราจะอาศัยชาติแห่งมนุษย์นี้ทำดีที่สุด ตามเป้าหมายหรือกระทำชั่วที่สุดก็สุดแท้แต่เรา
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2553 , 17:06:53 น.] ( IP = 125.27.180.101 : : )
สลักธรรม 2
๒. ยาก ..ที่ชีวิตสัตว์จะอยู่สบาย ที่เรานั่งทำสมาธิกันเมื่อสักครู่นี้เมื่อยไหม? เมื่อย เพราะไม่ว่าอิริยาบถใด ๆ ก็เป็นทุกข์ทั้งสิ้น ถ้าให้นั่งนาน ๆ อย่างเมื่อสักครู่นี้ ให้นั่งถึงเที่ยงก็จะต้องปวด และที่จะปวดอย่างกันมากก็คือปวดปัสสาวะ นี่แหละคือความไม่สบาย ฉะนั้น จึงเป็นความยากที่สัตว์จะอยู่สบาย เพราะสัตว์อย่างเรามีขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นกองของความทุกข์ที่เป็นภาระ ที่จะต้องดูแล อยู่นาน ๆ ในท่าเดียวก็ไม่ได้ ไม่กินก็ไม่ได้ หิวน้ำ หิวข้าว ไม่ถ่ายก็ไม่ได้เพราะจะจุกแน่น
จึงยากที่สัตว์จะอยู่สบาย และเมื่อเอ่ยมาถึงตรงแล้วสัตว์ที่เกิดเป็นมนุษย์ไม่ว่าคนใดคนหนึ่ง การถือกำเนิดมานั้นเป็นผลของกรรม ที่เรามีรูปร่าง น่าตา ศีรษะจรดปลายเท้านี้เรียกว่ารูปขันธ์ เป็นวิบากขันธ์ทั้งสิ้น แล้วที่เราได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส ถูกต้อง สัมผัส และได้รู้สึกต่าง ๆ ล้วนก็เป็นวิบากคือผลทั้งสิ้น ที่ได้มาจากชาติก่อน ๆ ที่ไม่รู้เลยว่าเราทำอะไรมา แต่ที่ปรากฏให้รู้นี้ก็มีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งมีไม่ดีเสียมากกว่า ฉะนั้น สิ่งมีชีวิตจะอยู่ยากเพราะวิบากส่งผลไล่ล่าเราอยู่เสมอ
อย่างหลวงพ่อท่านอุปมาไว้ว่า ทุกวันนี้เราก็ทำดีไว้ เราก็ทำชั่วไว้ เปรียบเหมือนเรากำลังเดินอยู่กลางถนนแล้วมีรถกระบะคันโตๆ ๑ คัน บรรทุกทองคำ แก้ว แหวน เงิน และสิ่งที่อยู่ในรถนั้นเป็นของเราคนเดียวเพราะเราได้ทำทานไว้ กำลังวิ่งมาส่งของให้เรา ในขณะเดียวกันก็ก็มีรถบรรทุกอีก ๕ คันที่บรรทุกผลของความชั่วกำลังวิ่งไล่บี้บดเรา เพราะเราทำชั่วมากกว่าดี
เมื่อเรารู้ว่ารถกำลังจะวิ่งไล่ฆ่าเรา ถามว่า รถที่บรรทุกทองนั้นเราอยากได้ไหม? ไม่อยากได้ เพราะเราหวงชีวิตของเรา หาวิธีว่าจะทำอย่างไรจึงจะรอดจากการถูกชนถูกทับ ก็จะเห็นว่า เงิน ทอง เพชร นิลจินดาก็ไม่มีค่า เพราะเรารักชีวิตเราที่สุด สมบัตินั้นเป็นของนอกกาย เมื่ออะไรจะทำร้ายร่างกายชีวิตของเรา เราต้องเอาชีวิตของเราไว้ก่อน
ชีวิตของเราตอนนี้ขึ้นอยู่กับลมหายใจ ถ้าลมหายใจหยุดเมื่อไร..ตาย ฉะนั้น สัตว์ที่จะอยู่สบายก็ยาก เพราะร้อนเกินไป..ก็ตาย เย็นเกินไป..ก็ตาย อด..ก็ตาย ปวดมาก ๆ จากการเป็นมะเร็งลำไส้...ก็ตาย ปวดหัวมาก ๆ จนเส้นโลหิตในสมองแตกเป็นเหตุให้ตาย อะไรก็แล้วแต่ที่มันมากเกินไปมันก็ตายทั้งสิ้น แล้วก็อยู่ลำบากในภาวะของโลกทุกวันนี้
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2553 , 17:07:11 น.] ( IP = 125.27.180.101 : : )
สลักธรรม 3
๓. ยาก...ที่จะได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ (ผู้รู้จริง) แต่อาศัยว่าพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ยังมีอยู่และคงทนต่อการพิสูจน์ เรียกว่าเกิดมากี่ชาติ ๆ จิต ก็คือจิต เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์เท่านั้น เจตสิกก็คือธรรมชาติที่ประกอบกับจิต ถ้าเจตสิกฝ่ายดีเข้าประกอบกับจิต ..จิตนั้นก็ดี ฝ่ายไม่ดีประกอบกับจิต.. จิตนั้นก็ไม่ดี หรืออย่างตา มีหน้าที่เห็นคือจักขุวิญญาณ จะเกิดอีกเท่าไร จะตายอีกเท่าไร จักขุวิญญาณ ก็มีหน้าที่เห็น นี่แหละธรรมของสัตบุรุษ
๔. ยาก...ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมา เพราะต้องบำเพ็ญเพียรบารมีสามสิบทัศ และเมื่อมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงมีพระธรรม ในขณะนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีไหม? ไม่มี เพราะท่านดับขันธปรินิพพานไปแล้ว และตอนนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้านามว่าศรีอาริยเมตไตยมีอยู่ไหม? ไม่มี เพราะเป็นเรื่องของอนาคตที่ไกลโพ้น ซึ่งเราต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกเท่าไรก็ไม่ทราบ แล้วจะพบกับท่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะว่าถ้าขณะที่ท่านอุบัติขึ้นมาแล้วเราพลาดไป จับอารมณ์ดี ท่านเป็นมนุษย์ส่วนเราอยู่ในนรก หรือท่านอุบัติขึ้นมาเป็นเจ้าชายเพื่อการตรัสรู้แต่เราเป็นเดรัจฉาน หรือท่านตรัสรู้แต่เราเป็นมนุษย์ที่ไกลจากรัศมีพระธรรม
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2553 , 17:07:29 น.] ( IP = 125.27.180.101 : : )
สลักธรรม 4
จะขอเน้นถึงความยากที่ว่า ยาก ..ที่ชีวิตสัตว์จะอยู่สบาย คือการไม่เกิด ฉะนั้น การที่เรามาศึกษาเล่าเรียนนี้เป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนาอย่างยิ่ง เพราะคือการฝึกไม่ให้เกิดโดยเราต้องสร้างความเข้าใจให้ได้ว่าจริง ๆแล้วไม่มีอะไรสุขหรอก อย่างเมื่อเช้าได้คุยกับคุณป้าท่านหนึ่งได้ถามท่านว่า ณ วันนี้ถ้าสามารถเลือกเกิดได้เป็นคนที่มีความรู้แล้วไปเจอคู่ครองที่ดีสมบูรณ์แบบไปทุกอย่างจะแต่งงานด้วยไหม? คุณป้าตอบว่า ไม่แต่งค่ะ เพราะอะไร? เพราะดูแลกันยาก เมื่อเราต้องดูแลเขาแล้วมันก็พ่วงด้วยภาระสารพัด ลำพังตัวเราเองคนเดียวเรายังดูแลลำบากเลย ดูแลใจให้ไม่ฟุ้งซ่านยังดูแลไม่ไหว ดูใจเราให้มีความอดทนแบบแข็งแกร่งไม่หวั่นไหวก็ยังดูแลไม่ไหว
ฉะนั้น ท่านจึงบอกว่าขันธ์ห้าเป็นของหนักเน้อ ถ้าเผื่อแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้วก็จะมีเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง จากขันธ์ห้า+ขันธ์ห้าก็เป็น สิบ หรืออยู่ไปอยู่มาก็อาจเป็น ๒๐ หรือ ๒๕ ขันธ์ก็ได้ เมื่อมีโอกาสเรียนรู้เช่นนี้แล้วก็อย่าปล่อยความรู้เหล่านั้นเป็นความรู้ที่ไม่ได้ประโยชน์มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดเหมือนบัวทิ้งสระ คือมีความรู้แต่ไม่ได้อาศัยความรู้นั้นดูดซึมทำชีวิตให้ดีขึ้นพอสุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ
เราสังเกตได้เลยจากดอกไม้ที่เด็ดออกจากต้น มันไม่อยู่นานเท่ากับอยู่บนต้น ยิ่งเป็นดอกบัวด้วยแล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะบานได้เลย ต่างจากบัวที่ยังอยู่ในสระอยู่กลางน้ำแม้จะกลีบบางและแดดร้อนก็ยังบานแฉ่งได้ เพราะได้รับทั้งแสงอาทิตย์แล้วได้รับความชุ่มเย็นของน้ำไปหล่อเลี้ยง
พวกบัวทิ้งสระ ก็เหมือนกับพวกเราทุกคน เช่น วันนี้พูดดีเชียว .. วันนี้เข้าใจดีเชียว .. วันนี้สอนดีเชียว แต่พอออกไปจากตรงนี้ได้แป๊บเดียวก็ลืมหรือไม่ได้นำไปใช้ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็กลับมาอยู่ในสระกันใหม่ การอยู่ในห้องเรียนก็เหมือนชุ่มไปด้วยน้ำและก็ชุ่มชื่นเพราะมีความรู้ได้ตื่นจากความไม่รู้ จิตใจก็เบิกบาน ไม่โง่ แต่พอออกไปในวันจันทร์-อังคาร-พุธ-พฤหัส-ศุกร์ เราก็ทิ้งสระไว้ที่นี่กลับไปแต่ดอกก็เลยเฉา
ถามว่า ตอนอยู่บ้านสดชื่นหรืออยู่ในห้องเรียนสดชื่นกว่ากัน? อยู่ในห้องเรียนสดชื่นกว่า ฉะนั้น อย่าทำตัวเป็นคนเหมือนบัวทิ้งสระ เอาความรู้กลับออกไปด้วย ถ้าหากเกิดความขุ่นข้องหมองใจมาก ๆ เราก็พยายามนึกเลยว่า จิตนั้นเป็นบาป แล้วบาปให้ผลเป็นอย่างไร? ให้ผลไปในทางต่ำ แล้วใครเป็นผู้ได้รับผล? เราเองที่เป็นผู้ได้รับผลนั้น
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2553 , 17:07:46 น.] ( IP = 125.27.180.101 : : )
สลักธรรม 5
ฉะนั้น บัวของเราถึงมันจะเฉาบ้างมันก็มีน้ำหล่อเลี้ยงเพราเรายังนำความรู้กลับมาใช้งานได้ เช่น ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม งานของชีวิตคืองานที่เราต้องอุทิศให้กับสติปัญญา คือให้สติเกิดบ่อย ๆ ระลึกรู้สึกตัวในผิดชอบชั่วดี ควรทำไม่ควรทำ แล้วปัญญาก็เกิดบ่อยๆ คือรู้เรื่องราวว่าทำไปทำไม? เป็นการนำงานของพระคืองานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับไปฝึกทุกวัน
เราเรียนแล้วต้องใจเย็นเพราะใจที่เย็นจัดอยู่ในกลุ่มของกุศลส่วนใจที่ร้อนเป็นกลุ่มของอกุศล การเรียนนั้นเป็นเรื่องของเราคนเดียว เราต้องรู้ว่าในขณะนี้มีอะไรเกิดขึ้น ใจของเราเป็นชนิดไหน โลภะ โทสะ หรือโมหะ แต่ไม่ต้องไม่รู้ถึงว่า ตอนนี้อเหตุกจิตดวงไหนเกิดขึ้นหรอกเพราะนั่นเป็นสิ่งที่เรารู้ด้วยการเรียนว่า อเหตุกจิตเหล่านั้นเป็นที่ตั้งของการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การได้รู้รส ขณะที่มาทำงานมโนทวารหรือปัญจทวาร เรารู้แค่นี้ก็พอ แล้วก็รู้ว่าความดีและความชั่วนั้นให้ผลอย่างไร ใครเป็นผู้ได้รับ
การเรียนนั้นจะมั่นคงด้วยศรัทธา เพราะยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้ แล้วรู้ว่าไม่มีใครรู้เท่าพระพุทธเจ้าเลย การที่เราลูกบอกว่าเราเป็นลูกสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราถวายตัวเป็นพุทธมามกะ ...ถ้าเราไม่เข้าใจ ก็เหมือนกับพูดคำว่าพระพุทธเจ้าโดยที่เราไม่รู้คุณ(คุณ - นะ) ของท่าน นั่นจึงเป็นศรัทธาที่ไม่จริง
อย่างคำที่บอกว่า ไม่มีใครไม่เคยเกิดเป็นญาติพี่น้องกัน อดีตชาติอาจเคยเกิดเป็นแม่ลูกกัน แต่วามรู้สึกที่มีต่อกันก็ไม่เท่ากับแม่ในชาตินี้ เพราะเรารู้เราเห็นว่าแม่ดูแลเรา แม่ซักผ้าให้เรา แม่คอยห่วงใยเรา เช่นเดียวกันกับพระพุทธเจ้าที่เราเห็นนั้นเห็นอะไร เห็นคุณลักษณะของพระองค์ที่ท่านเข้าไปรู้เรื่องจิตที่อัศจรรย์ขนาดนี้ คุณของพระพุทธเจ้าวิเศษจริงๆ ด้วยพระปัญญาญาณที่ไม่มีใครจะเทียบทัน
ท่านตรัสรู้เข้าไปรู้เรื่องจิต ว่าเป็นกี่ประเภทๆ ประเภทวิบาก ประเภทนี้บุญ ประเภทนี้เมื่อทำแล้ววิวัฏฏะหลุดไปได้ ท่านรู้สภาพของจิตว่า มันมีกองแห่งกิเลส กองแห่งกุศลที่เรียกว่า เจตสิก เข้าไปทำงานอย่างไร แล้วทำงานในการเห็นเข้าประกอบเท่าไหร่
เช่น เมื่อมหากุศลดวงที่ ๑ เกิดขึ้นมา มีเจตสิกประกอบ ๓๘ คืออัญญสมนาเจตสิก ๑๓ โสภณเจตสิก ๒๕ แล้วเราก็เรียนเจตสิกไปทีละตัว ก็จะเห็นเลยว่า ผัสสะ เวทนา สัญญา เอกกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ วิตก วิจาร อธิโมกข์ วิริยะ ปีติ ฉันทะ เข้าประกอบกับจิต แล้วจะรู้ว่าแต่ละตัวทำหน้าที่อย่างไร ทำไมถึงไปประกอบทั้งหมด แต่โมจตุกะ โทจตุกะ ๔ โลติกะ ถีทุกะ ๒ และวิจิกกิจฉา ๑ ไม่ประกอบ เพราะเป็นฝ่ายชั่ว
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2553 , 17:08:09 น.] ( IP = 125.27.180.101 : : )
สลักธรรม 6
เราก็จะรู้เลยว่าโสภณสาธารณเจตสิก ๑๙ (สัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ อโลภะ อโทสะ ตัตตรมัชฌัตตตา กายปัสสัทธิ จิตปัสสัทธิ กายลหุตา จิตตลหุตา กายมุทุตา จิตมุทุตา กายกัมมัญญตา จิตตกัมมัญญตา กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา กายุชุกตา จิตตุชุกตา) วิรตี ๓ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ ) อัปปมัญญา ๒ (กรุณา มุทิตา) และปัญญา เข้าประกอบในกุศลดวงนี้
เมื่อเราเข้าใจในเจตสิกแต่ละชนิดก็จะเข้าใจเลยว่าทำไมถึงเข้าประกอบถึง ๓๘ พอเวลาไหว้พระแล้วจะซึ้งกับพระคุณ เพราะการเรียนธรรมะทำให้จิตแจ่มใสและใจเบิกบาน ทำให้การงานของเราเป็นไปในทางที่ดีเพื่อที่จะได้ทำลายความยากทั้งหลายลงไป โดยเฉพาะความยากตัวที่สองก็คือ ชีวิตสัตว์จะอยู่อย่างสบายได้ก็ต่อเมื่อไม่เกิดเสียอย่าง
ธรรมของสัตบุรุษเป็นคำที่ประกาศความเวียนว่ายตายเกิด เป็นธรรมที่ประกาศความทุกข์อันเกิดขึ้นจากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เราต้องทำชีวิตของเราให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จากตรงนี้ก้าวเดินไป เพราะก้าวแรกของวิปัสสนาทำให้เกิดก้าวสุดท้ายในจิตดวงจิตดวงสุดท้ายได้
ขออนุโมทนา ขอความเจริญความผาสุก ความมีสติ ความมีปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ทุกคน ขอให้ทุกคนนั้นเป็นเสมือนดอกบัวที่ได้ทั้งแสงธรรม ได้ทั้งน้ำจากพระมหากรุณาธิคุณ และได้จากน้ำใจของครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชาให้ทุกท่าน
ขอให้ทุกคนมีความชุ่มชื่นในจิตใจ คิดนึกสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา มีความเจริญก้าวหน้าอยู่ในธรรม นำชีวิตหันออกจากความทุกข์ เบนเข็มไปด้วยสัมมาทิฏฐิ แล้วผลิดอกใบด้วยปัญญาบารมี จนถึงมรรคจิตผลจิตได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน อนุโมทนา
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ย. 2553 , 17:08:24 น.] ( IP = 125.27.180.101 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณมากครับน้องกิ้ฟ ที่นำคำเตือนมาฝาก พี่เณรก็ไม่อยากเป็นบัวหนีสรครับ
และก็มาศึกษาเรื่องความยากทั้ง ๔ ทำให้เห็นว่า จะปล่อยเวลาผ่านเลยไปเปล่าๆโดยไม่มีประโยชน์ไม่ได้เสียแล้ว เร่ง รีบ จริงๆจังๆเสียทีครับโดย พี่เณร [14 ก.ย. 2553 , 09:16:39 น.] ( IP = 58.9.144.121 : : )
สลักธรรม 8จะต้องแบ่งเวลาให้กับความดีมากกว่านี้ค่ะ เพราะไม่ต้องการมีชีวิตที่เป็นบัวทิ้งสระค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมนากับน้องกิ๊ฟค่ะโดย เซิ่น [14 ก.ย. 2553 , 12:32:07 น.] ( IP = 61.90.167.18 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |