| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แก้ปัญหา
สลักธรรม 31
สวัสดีค่ะพี่เณร สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว
อ่านที่พี่เณรเขียนแล้วเห็นภาพเลยค่ะกับ ชาติปิ ทุกขา ทุกข์ที่ตามติดมามากมายทั้งชนิดขาประจำ ขาจร และทั้งที่ไม่ทำไม่ได้ ซึ่งรวมความเป็น ภาราหะเว ปัญจัก ขันธา ที่หนักแสนหนักแม้ว่าจะไม่มีกิจการงานที่ต้องประกอบอาชีพแล้ว แต่กิจการงานบริหารขันธ์ก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว
บางครั้งน้องกิ๊ฟก็ลืมว่าชีวิตเป็นทุกข์ เพราะพูดไปเรื่อยเปื่อยว่า มีความสุขกับการนอน กับการทำโน่นทำนี่ ซึ่งที่จริงความสุขนั้นเป็นสุขวิปลาส ที่เกิดขึ้นจากความเห็นผิด รู้ผิด และจำผิดไปที่ไม่ได้เห็นว่าชีวิตเป็นรูป เป็นนาม เป็นสภาพของเวทนา แต่เป็นเราเป็นเขา เพราะพอเราชอบเราก็รู้สึกสุขที่ได้ทำ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่ชอบเราก็รู้สึกทุกข์ที่ทำ แม้ว่าจะเป็นงานชนิดเดียวกันก็ตาม คงเรียกได้ว่า ความที่ไม่ยอมรับอย่างจริงแท้ในเรื่องของไตรลักษณ์ และการขาดการกำหนดรู้นั้นจึงทำให้คิดผิดไปแล้วเรียกเวทนาหรือความรู้สึกนั้นว่าเป็นความสุข แต่เมื่อใดที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสติปัญญาในบางช่วงเวลา ความสุขก็ดูจะมาปรากฏยากเหลือเกินในการรับรู้ เพราะมีแต่สิ่งที่รู้แล้วต้องทำเสียเป็นส่วนใหญ่
"ความเห็นถูก" นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายเลยนะคะ ก็คงเป็นอย่างที่พี่เณรบอกไว้แหละค่ะว่า เป็นเพราะเราได้เวียนว่ายตายเกิดกันมานาน นอกจากจะพ้นกาลสมัยที่เป็นอุดมมงคลแล้ว เวลาที่ผ่านมายังหมายถึงการสะสมกองกิเลสให้หนาแน่นยิ่งขึ้นๆ ฉะนั้น เมื่ออยู่ในช่วงปลายพุทธกาลประกอบกับความหนาแน่นของกิเลสก็เลยส่งเสริมให้ความเห็นผิดมีอยู่มากและยากจะขัดเกลาออกได้ง่าย เมื่อมาพบกับตำราที่เพี้ยนผิดหรือผู้บรรยายที่ขาดปัญญา การรับการถ่ายทอดก็เลยเป็นไปด้วยดีในด้านความเห็นผิดที่จะทำให้ชีวิตห่างไกลรัศมีพระธรรมได้ยิ่งขึ้น ทั้งที่ชาตินี้โชคดีแล้วที่ได้มีโอกาสมาพบกับพระธรรม แต่เพราะอำนาจของกิเลสที่มีมากกว่าก็เลยฉุดรั้งให้ไปผิดทิศ สนใจในเรื่องที่เป็นกระพี้ผิวมากกว่าแก่นที่เป็นสาระ
พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็อดรู้สึกแบบพี่เณรขึ้นมาไม่ได้ที่สมัยหนึ่งโอกาสดีมาถึงแล้วแต่ไม่คว้าไว้ ..ทำตัวเป็นแก้วคว่ำซะอย่างนั้นด้วยความเขลาเบาปัญญา พอคิดจะหงายแก้วขึ้นมาก็แทบจะไม่มีใครเทอะไรใส่ให้แล้ว เพราะท่านเหล่านั้นเสียชีวิตจากไปกันหมด ..ชัดเจนเลยนะคะกับความไม่พร้อมในบุญบารมีของแต่ละชีวิต ที่กว่าปัญญาจะงอกเงยขึ้นมา..กัลยาณมิตรก็เดินจากไปหมดแทบจะหมดแล้ว
และนอกจากจะทำตัวเป็นแก้วคว่ำแล้วบางทีก็ทำลายสภาพแก้วของตนเองให้แตกร้าวมีรอยบิ่นด้วยความขาดคุณธรรมในบางครั้งกับครูบาอาจารย์ เช่นเมื่อถูกตักเตือน ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง หรือได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในบางเรื่อง ก็พาลโกรธหรือไม่พอใจขึ้นมาว่าถูกตำหนิ ถูกฉีกหน้า ถูกทำให้ละอายในที่สาธารณะ ฯลฯ ...เมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้วก็ทำลายความกตัญญูที่เคยมีไปเสียสิ้น ลืมไปหมดในพระคุณของครูบาอาจารย์ที่มีมาแต่กาลก่อน บางทีก็เก็บไปนินทาก็มี ก็เลยยิ่งเป็นการสร้างทุจริตกรรมให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
ความโกรธเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะมีความเห็นผิดในตัวตนว่า ตนเป็นผู้ถูกกระทำ และยึดถือว่าตนทำถูก ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามและไม่เคยคิดว่าตนเป็นคนอกตัญญ ความที่ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเองนี้ก็เลยทำให้ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข ยิ่งมีการแยกตัวออกไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจก็ยิ่งทำให้หมดโอกาสพัฒนาชีวิต อิอิ...นี่ก็คงเป็นความทุกข์อีกประการหนึ่งที่ทำให้ชีวิตหนักยิ่งขึ้นเพราะการยึดมั่นในอารมณ์แห่งความไม่พอใจ
นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อนะคะที่ท่านบอกว่า "คิดให้น้อย แต่คิดให้ถูก" ซึ่งการคิดถูกนี่ยากไม่ใช่เล่นเลย เพราะแม้จะศึกษาพระอภิธรรมกันแล้วเราก็ยังคิดผิดอยู่ได้เรื่อยๆ อันเนื่องมาจากความวิปลาสที่สะสมไว้จนหนาแน่น กราบขอบพระคุณในคำให้พรของพี่เณรเป็นอย่างสูงค่ะ ขอให้พี่เณรมีพลังในสองสิ่งนั้นอย่างเปี่ยมล้นเช่นกันเพื่อที่จะได้มากสร้างเสริมสิ่งดีให้กับพวกน้องๆ ต่อไป และขอให้พี่ดอกแก้วมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [11 ต.ค. 2553 , 15:23:19 น.] ( IP = 125.27.175.131 : : )
สลักธรรม 32สวัสดีครับน้องกิ้ฟ
พี่เณรกลับมาจากธุระสักพักก็เปิดเข้ามาเลยเพราะแน่ใจว่าน้องกิ้ฟต้องเข้ามาอ่านและตอบให้ข้อคิดดีๆไว้แน่นอนเลย พอเปิดมาก็สมใจเลยอ่านเพลินเลยจริงๆ และรู้สึกชื่นชมกับความรู้ความเข้าใจในธรรมของของกิ้ฟเป็นอย่างมากจริงๆนะครับ และรู้สึกดีมากๆทุกครั้งที่ได้เข้ามาอ่านเพราะยังกุศลให้เกิดขึ้นได้มากมาย
ชอบมากที่น้องกิ้ฟบอกว่า " ทำตัวเป็นแก้วคว่ำซะอย่างนั้นด้วยความเขลาเบาปัญญา พอคิดจะหงายแก้วขึ้นมาก็แทบจะไม่มีใครเทอะไรใส่ให้แล้ว เพราะท่านเหล่านั้นเสียชีวิตจากไปกันหมด " นึกตามภาพที่บอกแล้วใจหายนะครับ เพราะยิ่งนับวันยิ่งหาได้ยากจริงๆ มาพูดถึงเรื่องความไม่พอใจนั้นนับว่าเป็นกิเลสที่ทำลายสิ่งดีๆไปได้หลากหลายอย่างเลยนะครับ
นึกถึงตอนหลวงพ่อเสือท่านอธิบายธรรมเรื่องกิเลส ท่านจะมีอุปกรณ์ที่ดีและชัดมากในการสอนแต่ละครั้ง ท่านเอาชะลอมมาเปรียบให้เห็นถึงโลภะกิเลส ท่านเอาลูกระเบิดน้อยหน่า (ของปลอบ) มาเปรียบเป็นโทสะกิเลส เมื่อความโกรธเกิดขึ้นก็ระเบิดลงใจและปาไปสู่ผู้อื่นได้เสมอ คือโทษผู้นั้นผู้นี้ว่าทำให้เราหม่นหมอง ทำลายเรา ทำร้ายเราสารพัด ลืมไปหหมดเลยเรื่องกรรมเรื่องวิบาก และจริงอย่างที่น้องกิ้ฟบอกมาเลยครับคือมองข้ามความปรารถนาของครูอาจารย์ไปได้
มาตรงนี้พี่เณรคิดถึงวิธีการเลี้ยงลูก ๔ แบบได้ว่า ๑.เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ๒. ให้ลูกยอ ๓ มอบไม้ไผ่ ๔.ใส่เตาเผา ซึ่งทั้ง ๔วิธีการนี้เหมาะดีนะครับและคงจะต้องเอามาใช้ในโอกาสอื่นๆได้ เช่นกับลูกศิษย์ได้ด้วยบางโอกาสต้องเอาน้ำเย็บเข้าลูบ คือพูดสอนด้วยคำหวานเพื่อกล่อมใจให้เกิดศรัทธา และตามมาด้วยลูกยอ เพื่อให้กำลังใจกันบ้าง แต่ถ้าผิดระเบียบนักก็ต้องกล่าวตักเตือนเหมือนตีนั่นเอง และเมื่อทำให้ดีที่สุดแบบสุดความสามารถแล้วทีนี้ก็ต้องโยนใส่เตาเผาไป ละครับ เหมือนตายจากกันไปแล้วนั่นเอง ตรงนี้เป็นการบอกใจตนเองลำพังว่าจบดีกว่า อิอิ เพราะเกินความสามารถเราแล้ว
ยิ่งพบเจอบุคคลที่น้อยเนื้อต่ำใจง่าย นี่รักษายากนะครับ เพราะพระธรรมนั้น ไม่มีเข้าข้างได้เลย กุศลเป็นกุศล อกุศลเป็นอกุศล ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิดเลยเทียว ดังนั้นการที่จะพาชีวิตมาให้รู้จักพระธรรมแล้ว ต้องพร้อมที่จะยอมรับว่าตนนั้นไม่ดี มีกิเลสมาก มีความเห็นผิดหนา มีปัญญาทึบ เพื่อพร้อมยอมรับการฟอกย้อมจิตใจต่อไปนั่นเอง แต่ถ้าลงว่าไม่ได้เตือนไม่ชอบละก็ ลำบากมากเลยที่ตนจะเข้าถึงธรรมจริงๆได้ คงรับไปแค่เปลือกกระพี้และความสดุดีจอมปลอมนะครับ
ใช่ครับน้องกิ้ฟ การคิดให้น้อย แต่คิดให้ถูกนี่ยากมากๆเลย เพราะต่างมันจะคิดมากเรื่องมากความกันจนติดแน่นเป็นนิสัยมานานหลายภพร้อยชาติก็ว่าได้ โดยเฉพาะ มานะและทิฏฐิ แค่ ๒ ตัวนี้เท่านั้น ก็ดูน่าลำบากใจจริงๆนะครับน้องกิ้ฟในการแก้ไข แต่ด้วยคำของหลวงพ่อท่านทำให้ใจชื้นขึ้นมาเลยครับเพราะท่านบอกเสมอว่า" ไม่มีใครทำอะไรครั้งเดียวสำเร็จ " ทุกอย่างต้องอาศํยความเพียรทั้งนั้น และเมื่อกำลังศรัทธาที่มีอยู่ โดยเฉพาะศรัทธาทั้ง ๔ นี้เท่านั้น ที่จะเป็นแกนชีวิตให้ก่อสร้างและต่อยอดธรรมให้กับตนเองได้ด้วยความเพียร
ค่ำนี้ขอให้น้องกิ้ฟมีความสุขใจ ไม่ซัดซ่ายไปในสิ่งต่างๆเรื่องต่างๆได้นะครับ ถึงจะมีวิบากเข้ามาทางทวารไหนก็ตาม ขอให้มีสติมั่นปัญญารู้ทันตลอดเลยนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับโดย พี่เณร [11 ต.ค. 2553 , 18:37:20 น.] ( IP = 58.9.233.205 : : )
สลักธรรม 33
สวัสดีค่ะพี่เณร สวัสดีค่ะพี่ดอกแก้ว
ดอกไม้ที่พี่เณรนำมาประกอบกระทู้แต่ละครั้งนั้นงดงามมากเลยค่ะ ทำให้สัมผัสได้ถึงความประณีตของจิตในการสร้างสรรค์งานกุศลให้ถึงพร้อมและเป็นการแสดงความเคารพพระสัทธรรมไปในตัว และกราบขอบพระคุณในคำชื่นชมของพี่เณรที่ให้กำลังใจน้องกิ๊ฟเป็นอย่างมากด้วยนะคะ ซึ่งที่จริงนั้นความรู้ความเข้าใจเหล่านี้ล้วนเกิดมาจากการอบรมบ่มเพาะของครูบาอาจารย์ที่มีหลวงพ่อเสือเป็นประธานนั่นเอง และหากพูดไปแล้วเหมือนผลงานชิ้นหนึ่งที่ครูเพียรสร้างขึ้นมานั่นเองค่ะ
คำว่า "ไม่มีใครทำอะไรครั้งเดียวสำเร็จ" น้องกิ๊ฟชอบคำสอนนี้มากเลยค่ะ รู้สึกมีกำลังใจที่จะกอบกู้ความท้อแท้ขึ้นมาเป็นความพยายามแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ ความท้อแท้ที่เรามีนั้นส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความที่เรายังมีความสามารถน้อยแต่ก็หวังที่จะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่กันนะคะ แล้วพอไม่ได้ดั่งใจบ่อยๆ เราก็จะเปลี่ยนเส้นทางละทิ้งเป้าหมายนั้นไปแล้วก็ไปหาอย่างอื่นที่จะมาเยียวยาความรู้สึกตนเองให้รู้สึกว่าได้ประสบความสำเร็จในบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาบ้าง ...ดูๆ แล้วชีวิตของเรามีแต่ความต้องการสมปรารถนาทั้งนั้นเลยนะคะ
และขอพูดเรื่อง "แก้วคว่ำ" อีกนิดนึงนะคะในประเด็นที่เข้าไม่ถึงความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์แล้วก็ตีตัวออกห่างจากไป ตรงนี้สำคัญมากเพราะเสียโอกาสที่สำคัญในชีวิต ความยึดมั่นในตัวตนที่แน่นหนามากมักจะทำให้เรารู้สึกนึกคิดว่า เราพยายามทำดีอย่างที่สุดแล้วแต่เราก็ยังถูกครูทำอย่างนั้นอย่างนี้หรือถูกเข้าใจผิด แล้วในที่สุดความเสียใจความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีก็เป็นตัวผลักดันให้ละทิ้งเสาหลักนั้นนั้นไป ปล่อยให้ชีวิตลอยคอไปตามกระแสหรือหาเศษกิ่งไม้เล็กๆ มาพยุงกายแทนเสาหลักที่มั่นคง
ที่พี่เณรยกตัวอย่างในการสอนเรื่องกิเลสของหลวงพ่อมานั้นน้องกิ๊ฟนึกออกเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นระเบิดลูกเล็กๆ และชะลอมใบเล็กๆ ซึ่งทำให้ผู้ฟังและผู้ดูเข้าใจได้ง่ายและเห็นผลร้ายกาจได้ทันที และวิธีเลี้ยงลูกที่พี่เณรแนะนำมาก็น่ามาปรับใช้กับคนรอบๆ ตัวมากเลยนะคะ เพราะแต่ละคนล้วนมีการร้องของอแงไปด้ยความต้องการไม่ต่างกับเด็กๆ น้องกิ๊ฟคิดว่าในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรานั้น ถ้าคำสอนของหลวงพ่อชุด "ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม" มาช่วยเหลือจิตใจเราไม่ทัน ไม่สามารถทำให้เราคลายลงจากความน้อยเนื้อต่ำใจหรือความเสียใจนั้นได้แล้วยังอยากจะโทษผู้อื่นต่อไป ก็ขอให้ใช้คำสอนของหลวงพ่อชุดที่สอง "ไม่มีใครทำให้เราโกรธ ..เราโกรธเอง" และหากยังไม่สำนึกรู้สึกตัวอีกก็คงต้องปล่อยให้โกรธไปส่งเข้าเตาเผาไปเลย ..อิอิ
อย่างน้องกิ๊ฟเองนั้นก็มีโอกาสเกิดความไม่พอใจขึ้นเสมอ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วสักพักก็มักจะย้อนกลับมาดูที่ตัวเองว่า ที่โกรธมากหรือกระทบกระเทือนใจมากนี่เป็นเพราะเรามีกิเลสหนามากนั่นเอง เพราะถ้าเรามีกิเลสที่น้อยหรือเบาบางแล้ว ต่อให้ใครมายืนด่า มาตำหนิ มาโกหกหลอกลวง หรือกลั่นแกล้งใส่ร้ายอะไร เราก็คงจะไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก
ฉะนั้น เมื่อจะหาคนผิดแล้ว คนที่ผิดมากที่สุดก็คือตัวเอง ที่ยังหลงทำกรรมใหม่ไม่ดีอย่างต่อเนื่องเป็นขบวนการเลยทั้งมโนทุจริตและวจีทุจริต ...เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้วก็รู้สึกว่าล้มเหลวอีกแล้วในการฝึกฝนจิตใจให้ใฝ่ดี แต่ก็ไม่ท้อนะคะเพราะใช้คาถา "ไม่มีใครทำอะไรครั้งเดียวสำเร็จ" นั่นแหละ แล้วก็หายจากความอึดอัดคับข้องใจ และวางใจลงได้ไม่เห็นใครเป็นศัตรู จากนั้นก็เริ่มต้นดำเนินชีวิตต่อไปทำน้าที่ต่อไปอย่างดีที่สุด
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2553 , 13:08:17 น.] ( IP = 125.27.172.155 : : )
สลักธรรม 34
(โห ...ส่งข้อความไปตอนแรกแล้วไม่ผ่าน ที่หน้าจอบอกว่า ข้อความของคุณยาวเกินไปค่ะ อิอิ ..ไม่รู้ตัวเลยว่าเขียนยาวมากจนโพสท์สลักธรรมเดียวไม่พออีกแระ ๕๕๕ ขำ)
การศึกษาพระธรรมนี้ดีนะคะ ทำให้เรารู้จักตนเองได้เยอะเลย ที่เคยคิดว่าเป็นคนดีก็รู้เลยว่าดีไม่จริง เหมือนน้ำนิ่งที่ยังไม่มีอะไรมากวนให้ขุ่น แต่พอมีอารมณ์มากระทบแรงๆ เข้าหน่อยตะกอนก็แสดงตัวกันจนขุ่นคลั่กเลย และนอกจากจะทำให้รู้จักตนเองแล้วก็ยังสอนวิธีแก้ไขปัญหาในทางสร้างสรรค์ให้อีกด้วย เรียกว่าทำให้ฉลาดในการรู้จักชีวิตและการใช้ชีวิตเลยทีเดียว
และการฉลาดในการใช้ชีวิตนี้นอกจากจะหมายถึงการหมั่นเพียรในกรรมฐานแล้วสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญก็น่าจะเป็นการพยายามละกิเลสที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะถ้ารอไปฝึกละกิเลสเฉพาะช่วงเทศกาลหรือเฉพาะในห้องกรรมฐานนั้นก็คงยากจะสำเร็จเพราะไม่มีความต่อเนื่องของความถี่ในการใช้สติปัญญา พอมีเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเกิดขึ้นละก็สติปัญญาเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศเลย ทีนี้เจตสิกที่มาเป็นทีมงานคู่กับใจจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพวกโลภะ โทสะ โมหะ ที่ออกมาตั้งรับและตอบโต้อารมณ์กันสุดเหวี่ยง เถียงกันหน้าดำหน้าแดงไม่รู้จักจบ
พูดแล้วก็นึกถึงคำถามอันน่างงงวยของหลวงพ่อแสวงที่ท่านถามพี่เณรว่า กิเลสเกิดขึ้นที่ไหน? เมื่อคำตอบคือกิเลสเกิดขึ้นตามอารมณ์แล้ว ก็คงจะพอบอกเราได้ว่าเรามีโอกาสดีเกิดขึ้นบ่อยๆ ในการที่จะฝึกละกิเลส เพราะอารมณ์มาปรากฏกับเราเสมอๆ การตรวจติดตามความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับใจนี้ทำให้ "หยุด ยั้ง และยังประโยชน์" ให้ชีวิตได้มากเลยค่ะ เมื่อหยุดทำความรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับใจว่า ..ตอนนี้รู้สึกอย่างไร? เป็นกุศลหรืออกุศล? ก็เท่ากับเรายั้งการตอบโต้ด้วยอกุศลได้ทันที ซึ่งนั่นก็เท่ากับเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับชีวิตไปในทางที่ควรดำเนินโดยตรง
ในขณะที่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นที่ใจของเรานั้น น้องกิ๊ฟรู้สึกเลยว่า ความสงบเกิดขึ้นในทันทีแล้วก็ตามมาด้วยความสุขใจที่ได้รู้เท่าทันความรู้สึกของตนซึ่งเหมือนกับได้รับชัยชนะในสงครามอารมณ์ แล้วก็แถมพร้อมมากับความภูมิใจที่สามารถนำธรรมะมาใช้ได้บ้างแล้ว แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญก็ตาม การที่สามารถหยุดยั้งและไม่สร้างอกุศลกรรมใหม่ให้ตัวเองนี้น้องกิ๊ฟถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจมากแม้จะไม่มีล่วงรู้ด้วยก็ตาม เพราะเหมือนกับได้ก้าวเท้าเดินไปตามทางของหลวงพ่อเสืออย่างมีความสุขในแต่ละโอกาสที่ทำได้
สำหรับผู้ที่มาศึกษาพระธรรมแล้วแม้จะนานแค่ไหนก็ยังมีความรู้สึกนึกคิดที่ผิดเพี้ยนอยู่ไม่ยอมรู้และไม่ยอมรับเหตุผลความเป็นจริง ต่อให้ทรงจำพระไตรปิฎกได้ทั้งหมดก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับตนเองเพราะไม่ต่างจากการทำตนให้เป็นหนังสือหรือเป็นเทปบันทึกเสียงเพียงเท่านั้น ..จำได้มาก ตอบได้เก่ง จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อยังตอบโจทย์ตนเองไม่ได้ ยังเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย น้อยเนื้อต่ำใจง่าย อุปสรรคเพียงนิดหน่อยแค่นี้ก็ก้าวข้ามไปไม่ได้ ขึ้นมาไม่พ้นกับกักดักทิฏฐิและมานะของตัวเอง น่าเสียดายความรู้นะคะถ้าไม่นำมาใช้ประโยชน์ ก็คงต้องโยนใส่เตาเผาไปอีกคน
สองสามวันนี้น้องกิ๊ฟต้องเร่งส่งงาน อาจจะไม่มีโอกาสเข้ามาตอบสักเท่าใดนัก อย่างไรก็ขออนุญาตบอกกล่าวพี่เณรไว้ ณ ที่นี้ก่อนนะคะ ขอให้พี่เณรและพี่ดอกแก้วมีสุขภาพแข็งแรง มีเรี่ยวแรงที่จะให้ความรู้ให้การอบรมกับพวกเราต่อไปนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2553 , 13:08:49 น.] ( IP = 125.27.172.155 : : )
สลักธรรม 35สวัสดียามเช้าเลยค่ะน้องกิ้ฟ สวัสดีค่ะพี่เณร
พี่ดอกแก้วไม่ได้เข้ามาเสียหลายวัน มาเช้านี้เปิดเข้ามาแล้วย้อนไปอ่านไปดูภาพสวยๆแล้ว นอกจากได้เห็นมุมมองในการแก้ปัญหาของน้องกิ้ฟ และของพี่เณร ยังเห็นด้วยกับน้องกิ้ฟค่ะ การที่จะเรียงถ้อยร้อยธรรมด้วยความรู้ที่มีความสามารถในธรรมแล้ว การหารูปภาพสวยๆมาประกอบ และใส่สีในตัวหนังสือให้ดูสวยงามเป็นที่อ่านง่ายและต้องตานั้น ต้องอาศัยจิตที่ปราณีตมากเลยค่ะ
และความปราณีตที่มีนั้นต้องอาศัยเจตนาที่ดีที่เคารพในธรรมด้วย เพราะจิตโดยปกตินั้นมีความหยาบกระด้างคั่งค้างอยู่มากมาย จึงยากที่จะกระทำอะไรออกมาให้ดีและปราณีตได้ยาก จึงต้องอาศัยความตั้งใจและความตั้งมั่นด้วยศรัทธาจริงๆค่ะ
จะดูง่ายๆก็ตรงเวลาที่เราท่านมีโอกาสไปฟังพระเทศน์ หรือมีพระมาเจริญพุทธมนต์ ตอนแรกๆต่างก็จะพนมมือนั่งฟังอย่างเรียบร้อยกัน แต่พอสักพักมือที่พนมก็ค่อยๆตก ใจก็เริ่มฟุ้งไปขาดความตั้งมั่นลง เริ่มขยับกายและอาจจะลุกออกไปจากที่อันเป็นมงคลนั้นเลยก็ได้ค่ะ นี่แสดงให้เห็นได้ชัดว่า ความตั้งใจในการทำความดีมีศรัทธาของคนเรานั้นมีน้อยเหลือเกิน ถึงมีบางก็ยากที่จะรักษาให้มั่นคงในเจตนาได้ไงค่ะ
แต่การที่พี่เณรและน้องกิ้ฟ ต่างใช้ความสามารถในการพยุงใจด้วยศรัทธาทำในงาน มีระเบียบมีความปราณีตตลอดมาได้นี้ พี่ดอกแก้วขออนุโมทนาในกุศลจิตที่เกิดขึ้นจากความเพียรสร้างสมคุณค่าแห่งชีวิตที่มีความปราณีตในธรรมนี้ด้วยค่ะ
นี่ละค่ะ "ความปราณีต" นี้เองจะเสริมก่อจิตให้งดงามไปในทางธรรมอันจะนำให้ชีวิต คลายออกจากความความมักง่ายมักคุ้นจากความหยาบกระด้างของจิตที่เคยถูกปกคลุมไว้ด้วยกิเลสได้ง่ายขึ้น เพราะจิตที่ปราณีตนั่นเองที่สามารถมองเห็นฝุ่นละอองกองกิเลสได้ นับว่าเป็นวิธีการ แก้ปัญหา อย่างหนึ่งทีเดียวนะคะ
และกระทู้แก้ปัญหานี้ก็ยาวพอสมควรแล้วนะคะ นั้นพี่ดอกแก้วจะขอไปตั้งกระทู้ใหม่จะดีกว่าเพื่อสะดวกในการที่จะโต้ตอบซักถามและให้ความคิดเห็นกันต่อไป และเพื่อประโยชน์ของผู้ที่เข้ามาอ่านด้วยค่ะ พี่ดอกแก้วจะไปเปิดกระทู้ใหม่เลยนะค่ะ
ขออำนาจกุศลจิตและความพากเพียรในกุศล ที่พี่เณรและน้องกิ้ฟ เพียรสร้างและเพียรรักษา มาด้วยด้วย จงเป็นพลวะปัจจัยให้ชีวิตมีพลังอำนาจอันเหนือกิเลส ทั้งอย่างหยาบ อย่างกลางและอย่างละเอียดได้ไวชาตินะค่ะ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [13 ต.ค. 2553 , 06:50:40 น.] ( IP = 58.9.42.125 : : )
สลักธรรม 36สวัสดีทุกๆท่านที่เข้ามาร่วมฟังการสนทนาธรรม ของเราทั้งสามมาโดยตลอดนะครับ ซึ่งกระทู้แก้ปัญหานี้ได้จบลง แต่พี่ดอกแก้วได้เมตตาไปเปิดกระทู้ใหม่ชื่อว่า " เบื่อ - บ่น " ใหม่แล้วนะครับ
ขอเชิญมามาอ่านต่อได้นะครับ ที่ลิ้งค์นี้ครับ เพื่ออย่างน้อยการสนทนาของพวกเราจะเป็นเพื่อนทางใจแก่ท่านได้ครับผม.
กระทู้..เบื่อ - บ่น
![]()
โดย พี่เณร [14 ต.ค. 2553 , 10:48:07 น.] ( IP = 58.9.45.43 : : )
สลักธรรม 37.
โดย พี่เณร [20 ต.ค. 2553 , 10:50:22 น.] ( IP = 58.9.137.208 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |