มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เบื่อ-บ่น




เบื่อมากมายหลายล้านเหตุการณ์เบื่อ
เบื่อเหลือเชื่อเบื่อได้ไม่จำกัด
เบื่อเส้นทางที่รถติดชะมัด
เบื่อคนขัดคอเราไม่เข้ารอย

เบื่อฝนฟ้ามาพรำให้ย่ำเปรอะ
เบื่อเรื่องราวเลอะเทอะพวกชอบฝอย
เบื่อนัดหมายที่ช้าต้องมาคอย
เบื่อไม่น้อยการงานบานตะไท

เบื่อคนพูดไม่ตรงคงเรื่องราว
เบื่อการคิดสืบสาวเพื่อแก้ไข
เบื่อคำพูดจากปากต่างกับใจ
เบื่อโรคภัยที่มีทุกวี่วัน

เบื่อกับความเจ็บใจในบางคน
เบื่อรอผลบางสิ่งที่อิงฝัน
เบื่อความทุกข์ที่มีทั้งร้อยพัน
เบื่อที่สุดคือใจนั้นที่ต้องทน

บ่นไปไยบ่นไปก็ยิ่งเบื่อ
บ่นแล้วใจคลุมเครือทั้งสับสน
บ่นมากมายขยายเรื่องให้วกวน
บ่นแล้วยิ่งเกิดผลให้ท้อใจ

บ่นนานนานพาลเบื่อตัวเองบ่น
บ่นแล้วงานยังล้นมิลื่นไหล
บ่นกี่ครั้งเขายังพูดเรื่อยไป
บ่นทำไมกับเจ็บป่วยไม่ช่วยเลย

บ่นพร่ำไปหาใช่เป็นเรื่องดี
บ่นอย่างนี้เปลืองพลังกว่านั่งเฉย
บ่นมากมากปากถึงหูน่าเกลียดเอย
บ่นแล้วยิ่งคุ้นเคยกับอ่อนแอ

ทนเอาไว้ตั้งใจฝ่าให้พ้น
ทนลำบากตรากตนทนบาดแผล
ทนเจ็บปวดรวดร้าวเหงาดวงแด
ทนเอาไว้อย่าแพ้กิเลสลวง

ทนต่อสู้รู้ข่มปมความโกรธ
ทนการโอดครวญไว้ให้หนักหน่วง
ทนทำงานเบิกบานไม่ท้อทรวง
ทนคือฐานของปวงสำเร็จการ


โดย พี่ดอกแก้ว [14 ต.ค. 2553 , 06:27:08 น.] ( IP = 58.9.45.43 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 21

สวัสดีครับน้องกิ้ฟ และพี่ดอกแก้ว

พี่เณรหายไปจากกระทู้นี้เสียหลายวัน เพราะนอกจากมีภาระกิจมากในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่นมาแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดีนิดหน่อยครับ เพราะเป็นไข้ตัวร้อนทำให้มึนศรีษะเป็นช่วงๆ เลยคิดว่าถ้าขืนมาแสดงความคิดในที่นี้ต่อก็คงไม่ปลอดโปร่งเท่าไหร่ และสิ่งที่จะเขรยนออกมานั้นคงไม่รื่นแน่นอนนะครับ

ทำให้เห็นชัดถึงอุปสรรคที่มีเกิดขึ้นเพราะวิบากอย่างชัดๆเลยครับ เพราะเมื่อร่างกายไม่พร้อมก็พลอยทำให้จิตใจไม่แจ่มใสไปด้วย นี่ไงครับกายกับใจประสานกันเสมอ หรือจะใช้คำของหลวงพ่อท่านที่บอกว่า "รูปอยู่ตรงไหน นามอยู่ตรงนั้น " นะครับ

แต่ทว่าการอยู่ของกายใจหรือรูปนามของเราๆ ถูกปกคลุมไว้ด้วยโมหะและอวิชชา ซึ่งเสมอความมืดที่มีอยู่มากในชีวิต เมื่อมีความมืดแล้วยังเปิดประตูไว้ด้วยย่อมเป็นที่แน่นอนเทียวที่สัตว์ต่างๆจะเข้ามาขบกัดได้ง่าย ไม่ต้องนึกไปมากยุงไงครับ ชอบมากับความมืดนั่นเอง

ที่พี่เณรอุปมานี้ก็เพื่อจะได้มองเห็นว่า เมื่อชีวิตตกอยู่ในความไม่รู้คือความมืดบอดแล้ว ยุงซึ่งเปรียบดั่งกิเลสก็เข้ามากัดกร่อนชีวิตเสมอๆ เรียกว่าโดนกิเลสเกาะแทะสบายๆ บางครั้งเป็นยุงลายนำมาซึ่งโรคไข้เลือดออกได้เลยนะครับ คือเมื่อวิบากมาถึงก็ไม่มีความรู้เท่าทันปล่อยให้กิเลสทุจริต (ยุงลาย) แสดงอิทธิพลออกมาได้สบายมากเลย

นี่ละครับชีวิตที่ไม่มีความสว่างไสวในจิต คือพระธรรมที่สอนแสดงไว้ถึงเรื่องกรรม กิเลส และวิบาก จึงมีชีวิตหมุนติ้วไปกับกงล้อแห่งสังสารวัฏฏ์ตลอดไป

เช้านี้พี่เณรเองก็ยังมีอาการไข้อยู่บ้าง แต่ก้ตั้งใจที่จะมาหาความรู้และทำกุศลให้แก่ตนเองบ้างไม่ปล่อยให้ชีวิตนอนซมจมอยู่กับวิบากไม่ดี จึงได้ตั้งใจมาคุยกับน้องกิ้ฟและพี่ดอกแก้วนะครับ แต่ต้องขอบอกไว้ตรงนี้ว่ายังไว้อยู่นะครับ

วันนี้พี่เณรต้องคุยไว้แค่นี้ก่อนนะครับ ขอให้น้องกิ้ฟสามารถทำความสว่างในบ้านคือชีวิตได้ตลอดเวลา และมีมุ้งลวด (สติปัญญา) ป้องกันยุงมากัดได้นะครับ

โดย พี่เณร [26 ต.ค. 2553 , 09:38:01 น.] ( IP = 58.9.138.41 : : )


  สลักธรรม 22



สวัสดีค่ะพี่เณร และสวัสดีพี่ดอกแก้วด้วยค่ะ

ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์มีความไม่เบา ไม่อ่อน ไม่ควรแก่การงานที่ส่งผลเป็นความไม่ปลอดโปร่งเป็นทุกข์กายนี่มีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพในการทำงานของจิตเลยนะคะ คงเหมือนโต๊ะเก้าอี้ที่ใกล้จะพังแล้วเราต้องไปนั่งทำงานตรงนั้นก็คงทำงานได้ไม่เต็มที่ ยิ่งถ้าจิตใจไม่ปลอดโปร่งซ้ำเข้าไปด้วยแล้วการงานที่ออกมาก็คงจะไม่ค่อยมีคุณภาพไม่คุ้มแก่เวลาที่ต้องเสียไปเพราะการดันทุรังนั้น การพักสักครู่อย่างที่พี่เณรเลือกจึงน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าทั้งต่อชีวิตตนเองและผู้อื่น

ความไม่สบายกายที่บวกกับความไม่สบายใจที่มีอยู่นั้นเป็นอุปสรรคสำคัญทีเดียวในการสร้างสรรค์งานที่ดี เพราะบางครั้งหากเราต้านกระแสกิเลสที่หมุนวนอยู่ในใจไม่ได้ การงานที่เกิดขึ้นก็เป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือคำพูดที่สื่อสารออกมาอาจแฝงไปด้วยความอำนาจของโทสะที่เนื่องมาจากความไม่สบายใจ ก็เลยพลอยทำให้คำพูดที่ดูภายนอกสุภาพแต่กลายเป็นคำหยาบได้เพราะเกิดจากเจตนาที่เป็นผรุสวาจาหรือวจีทุจริต หรือพลาดพลั้งเผลอเขียนหรือพูดคำที่ดูไม่สุภาพขึ้นมาเพราะไม่ได้กลั่นกรองให้รอบคอบอันเนื่องมาจากความไม่สบายดังกล่าว

เวลาน้องกิ๊ฟไม่ค่อยสบายกายนั้นถ้าจำเป็นก็ยังคงทำงานได้อยู่แม้จะมีประสิทธิภาพน้อย แต่หากไม่สบายใจแล้วละก็ต้องหยุดคิดก่อนที่จะทำอะไรๆ เพราะหากต้องมาแสดงความคิดเห็นหรือมาทำงานขีดๆเขียนๆแล้วก็อาจเป็นการเปิดทางให้โทสะอกุศลถาโถมออกมาผ่านตัวอักษรที่อาจกลายเป็นคำเชือดเฉือนที่สะใจตนแต่คนอื่นอาจไม่ทราบ แล้วกิเลสประเภทโลภะก็เฟื่องฟูอยู่บนความสะใจนั้น ..เรียกได้ว่า กิเลสล้นกาย วาจา ใจไปเลยหากไม่รู้จักเลือกงานที่ทำให้ดี

ซึ่งก็เข้ากันเลยค่ะกับเรื่องของยุงที่พี่เณรนำมาให้ข้อคิดโดยเฉพาะฤทธิ์เดชของยุงลายที่หมายถึงกิเลสทุจริตที่ร้ายกาจมาแสดงอิทธิพล เพราะชีวิตเราถูกโมหะ-อวิชชาทำร้ายอยู่ตลอดเวลา มีความมืดมนเหมือนคนตาบอดแม้จะอยู่ในแสงสว่าง คือมีพระธรรมคำสอนให้ศึกษาแล้วก็ตาม แต่เมื่อใดที่ยังตาไม่ใสใจไม่สุขดวงตายังไม่เห็นธรรม ความมืดบอดเหล่านั้นก็คงอยู่คู่ชีวิตของเราต่อไป

ปฏิกิริยาตอบสนองของเราผู้มืดบอดต่อความจริงนี้ ล้วนสร้างภัยให้แก่ตนเองอย่างใหญ่หลวง แม้จะรู้ทั้งรู้แต่เราก็ยังเฉยๆ ต่อภัยนี้ ..ความปิดบังของภพ เป็นม่านกั้นอันสำคัญที่ทำให้เราไม่รู้ถึงเหตุผลกลไกของกรรมและวิบาก ทำให้เราประมาทขาดการฝึกตนในการรับมือกับวิบากที่มาปรากฏเพราะเรามองชีวิตเพียงแค่ปัจจุบัน ..คือปัจจุบันชาติ ปัจจุบันผลเท่านั้น

ซึ่งวิธีการพิจารณาอย่างนี้ถ้าหากนำไปใช้ในการเจริญวิปัสสนากรรมฐานก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ เพราะเป็นการพิจารณาที่ปัจจุบัน แต่ด้วยความที่โมหะ-อวิชชาเข้าครอบคลุมจึงทำให้เราเลือกกระทำอะไรผิดๆ อยู่เสมอ อย่างการใช้ชีวิตนั้นเราต้องรอบรู้ถึงความเชื่อโยงของอดีตเหตุ-ปัจจุบันผล ปัจจุบันเหตุ-อนาคตผล ..แต่เรากลับชอบดูแต่ปัจจุบันผลแล้วก็เลยร่ำร้องรำพันน้อยเนื้อต่ำใจในสิ่งที่ได้รับ ในขณะที่ในการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเรามักชอบที่จะฟุ้งซ่านไปในอารมณ์ที่เป็นอดีตหรืออนาคต มองไปข้างหน้าหวังไปไกลว่าจะได้ญาณขั้นนั้นขั้นนี้

โมหะ-อวิชชา ความไม่รู้ ..ทำให้เราเลือกทำกรรมดีแต่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะละกิเลสได้มากนัก เช่น ทาน ศีล และสมถะ หรือทำให้เราเลือกทำกรรมไม่ดีที่มีประสิทธิภาพมากในการฉุดดึงชีวิตเราให้ต่ำลงด้วยการก่อทุจริตต่างๆ ที่คิดว่าไม่มีใครรู้ หรือแม้จะมีใครรู้แต่ก็ไม่กลัวที่จะต้องไปรับผล

โมหะ-อวิชชา ความไม่รู้ ..ทำให้เรามีข้อต่อรองในชีวิตได้เสมออะลุ่มอล่วยให้ตนเองได้ตลอดเวลา หรือมองเห็นความผิดของผู้อื่นมากกว่าของตน และเมื่อมีการเปรียบเทียบกัน "ตัวตน" ก็เกิดขึ้นชัด เมื่อมีมานะอันเนื่องมาจากตัวตนก็ยิ่งเท่ากับติดปีกเพิ่มให้ยุงลายเข้าไปอีกหลายชั้น เรียกว่าทวีกำลังการบินได้อย่างยาวนานไปเลยในวิถีแห่งกิเลส

คิดในเรื่องอย่างนี้แล้วเหมือนชีวิตตนเองกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ในมหาสมุทร น้องกิ๊ฟคงต้องหาจุดยืนแล้วล่ะค่ะซึ่งก็นึกถึงคำของหลวงพ่อขึ้นมาได้ว่า "หยุดอยู่กับที่ ไม่หนี ไม่สู้ ดูเฉยๆ " พอมีคำนี้มาเป็นจุดยืนแล้วก็รู้สึกว่าชีวิตเริ่มแคบลงอีกครั้งในวันนี้

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากเลยค่ะที่มาให้ข้อคิดและคำแนะนำดีๆ ขอให้หายจากความป่วยไข้โดยเร็วนะคะ มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุขกายใจได้มากค่ะทั้งพี่เณรและพี่ดอกแก้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [26 ต.ค. 2553 , 14:51:54 น.] ( IP = 125.27.170.37 : : )


  สลักธรรม 23



อิอิ ..น้องกิ๊ฟคิดว่า น่าจะถึงกาลอันควรที่จะปิดกระทู้นี้เสียที เพราะยาวมากแล้ว กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วและพี่เณรมากเลยค่ะที่มาให้ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ในการสนทนาธรรม และอนุโมทนากับทุกท่านด้วยนะคะที่เข้ามาอ่าน ..สาธุ

ขอให้ทุกท่านปราศจากอุปสรรคในการปฏิบัติธรรม และสามารถน้อมนำชีวิตถึงซึ่งความสุขที่ปรารถนาได้โดยเร็วนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2553 , 09:48:36 น.] ( IP = 125.27.174.70 : : )


  สลักธรรม 24


อนุโมทนากับทุกๆท่านค่ะ

โดย พี่ดา [29 ต.ค. 2553 , 09:59:21 น.] ( IP = 124.121.173.247 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org