มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวใจพระพุทธศาสนา...อริยสัจ ๔ (๑)




หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา

อริยสัจ ๔


ความหมายของอริยสัจ


อริยสัจ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ ความจริงที่ทำบุคคลผู้เข้าถึงให้เป็นอริยชน และความจริงอันทำให้บุคคลผู้ปฏิบัติห่างไกลจากข้าศึก

๑.ที่ว่าเป็นความจริงอันประเสริฐนั้น เพราะเป็นความจริงที่เป็นจริงอยู่เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลงแปรผันเป็นอย่างอื่น หรือกลับตรงกันข้าม ตัวอย่างเช่น ชีวิตเจืออยู่ด้วยทุกข์ ตัณหา (ความทะยานอยากต่างๆ) เป็นเหตุแห่งทุกข์นานาประการ ความดับกิเลสตัณหาเป็นความดับทุกข์ และการปฏิบัติชอบในรูปแบบต่างๆ เป็นมรรคไปสู่ความดับทุกข์ สิ่งเหล่านี้เป็นความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ตลอดมา ตั้งแต่บรรพกาลจวบจนปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ ในการแสดงอริยสัจครั้งแรกนั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงยืนยันว่า ธรรมจักรที่พระพระองค์ทรงหมุนไปแล้วนี้ ใครๆ จะหมุนกลับไม่ได้ (อปฺปฏิวตฺติยํ) คือ ใครจะกล่าวคัดค้านว่าไม่เป็นจริงหาสำเร็จไม่

๒. ที่ว่าเป็นความจริงของพระอริยะนั้น มีความหมายว่า พระอริยะเจ้าท่านมีความเห็นอย่างนี้ มีความเข้าใจในเรื่องชีวิตอย่างนี้ตรงกัน ไม่ขัดแย้งกัน คือเห็นว่าชีวิตเจืออยู่ด้วยทุกข์ ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ การดับกิเลสได้เป็นความดับทุกข์ และมรรคมีองค์ ๘ เป็นทางไปสู่ความดับทุกข์ได้จริง ซึ่งความเห็นอย่างนี้ ความเข้าใจอย่างนี้ อาจเป็นการสวนทางกับความเห็นของปุถุชนส่วนมากก็ได้

๓. ที่ว่าเป็นความจริงที่ทำบุคคลผู้เข้าถึงให้เป็นอริยชนนั้น มีความหมายว่า แม้เดิมทีเดียวเป็นปุถุชน แต่เมื่อมารู้แจ้งในอริยสัจ ๔ ครบถ้วนบริบูรณ์ทุกประการแล้ว ย่อมแปรสภาพจากปุถุชนเป็นอริยชนไปทันที เหมือนคนจนเมื่อมีทรัพย์ขึ้นก็กลายเป็นเศรษฐีไป

๔. ที่ว่าเป็นความจริงอันทำให้บุคคลผู้ปฏิบัติตามห่างไกลจากข้าศึกนั้น มีอธิบายว่า ข้าศึกนั้นมี ๒ อย่าง คือข้าศึกภายนอกอันได้แก่ผู้มุ่งร้ายต่อเรา และข้าศึกภายใน คือกิเลสซึ่งเป็นข้าศึกอันร้ายกาจของบุคคล โรครบกวนกายให้ไร้ความสงบสุขอย่างไร กิเลสก็รบกวนใจให้ปราศจากความสงบสุขอย่างนั้น บรรดาข้าศึกทั้ง ๒ อย่างนั้น กิเลสดูเหมือนจะเป็นข้าศึกที่ร้ายแรงกว่า เพราะรบกวนใจทุกวันและอิงอาศัยอยู่กับเรา หลอกล่อเราให้ลุ่มหลงแล้วเสียบแทงทำร้ายภายหลัง

ผู้แจ่มแจ้งในอริยสัจย่อมสามารถกำจัดศัตรูภายในเสียได้ ห่างไกลจากศัตรูภายใน คือกิเลส ส่วนศัตรูภายนอกนั้นอย่างน้อยที่สุดก็เบาบางลง เพราะบุคคลเช่นนั้นย่อมไม่ก่อศัตรูกับใคร ไม่มีเวรมีภัยกับใคร จะมีก็แต่ผู้อื่นตั้งตนเป็นศัตรูกับท่านเอง แต่ท่านก็หาเป็นศัตรูด้วยไม่ ความรู้สึกว่าไม่มีศัตรูเป็นความปลอดโปร่งแจ่มใส เป็นความสุขที่เห็นได้ในปัจจุบัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 พ.ย. 2553 , 07:17:35 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ความสำคัญของอริยสัจ


อริยสัจเป็นหัวข้อธรรมสำคัญอย่างยิ่งหัวข้อหนึ่งในหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธเจ้า จะเห็นได้จากหลักฐานต่อไปนี้

๑. พระพุทธเจ้าทรงปฏิญาณพระองค์ว่าเป็นสัมมาสัมพุทธะเพราะทรงรู้แจ้งในอริยสัจ ความข้อนี้ปรากฏอยู่ในธัมมจักกัปปวัตนสูตร ที่ทรงแสดงเป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์นั่นเอง

๒. ทรงยกย่องพระสารีบุตรให้เป็นพระธรรมเสนาบดี คือแม่ทัพธรรม ทรงให้เหตุผลว่า เพราะพระสารีบุตรสามารถแสดงธรรมจักร ซึ่งมีอริยสัจ ๔ เป็นแกนกลางได้เสมอด้วยพระองค์ ไม่มีสาวกอื่นรูปใดจะทำได้เทียมถึง แสดงว่าทรงถือเอาอริยสัจ ๔ เป็นมาตรฐานวัดความสามารถของพระสาวกในเรื่องการแสดงธรรม

๓. พระสารีบุตรเองได้แสดงไว้ว่า อริยสัจ ๔ เป็นที่รวมลงแห่งธรรมที่เป็นกุศลทั้งหลายเหมือนรอยเท้าช้างใหญ่กว่ารอยเท้าสัตว์บกทุกชนิด เอารอยเท้าของสัตว์อื่นทุกชนิดมาใส่ในรอยเท้าช้างได้ฉันใด ธรรมที่เป็นกุศลทุกอย่างรวมลงในอริยสัจ ๔ ได้ฉันนั้น

๔. เมื่อพูดให้ใกล้เข้ามาถึงชีวิตของคนเราทุกคน อริยสัจ ๔ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาชีวิตและการแก้ไขปัญหานั้น ความทุกข์เป็นปัญหาชีวิตที่เผชิญหน้าทุกคนอยู่ การแก้ไขปัญหาชีวิตจะต้องดำเนินไปตามหลักเหตุผลและสติปัญญา หรือดำเนินการให้ถูกต้องตามเหตุของปัญหานั้นๆ แล้วดับที่เหตุ ปัญหาจึงจะคลี่คลายหรือดับลง วิธีการของอริยสัจเป็นแนวทางแห่งการแก้ปัญหาชีวิต
ทุกๆ อย่าง

แต่โบราณมาจวบจนถึงปัจจุบัน เมื่อมีปัญหาหรือความทุกข์ยาก ลำบากใดๆ เกิดขึ้นแก่สังคมที่ตนอาศัยอยู่ มนุษย์มักคิดไปถึงอำนาจลึกลับ หรือการบันดาลของเทพเจ้าเบื้องบนว่าเป็นเหตุแห่งความทุกข์ยากลำบากอันนั้น แต่อริยสัจชี้ให้เห็นถึงเหตุที่มนุษย์ทำกันขึ้นเอง หรือส่วนใหญ่ก็ตนของตนนั่นแหละทำขึ้น สร้างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย สะสมพอกพูนขึ้นตามวันเวลาที่ล่วงไป พอมากเข้าก็รวมพลังให้ผลเสียครั้งหนึ่ง ซึ่งลักษณะนี้บางทีมนุษย์ก็ไม่รู้ว่าตนได้ทำอะไรไว้ จึงได้รับผลเช่นนี้ อริยสัจจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิต ปัญหาชีวิตและการแก้ไขปัญหานั้นโดยตรงทีเดียว

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 พ.ย. 2553 , 07:23:04 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 2

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่นำธรรมอันสูงส่ง
มาขยายทำให้ได้รู้รายละเอียดอันลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น จะคอยติดตามตอนต่อไปค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [1 พ.ย. 2553 , 08:26:19 น.] ( IP = 203.172.175.24 : : 192.168.1.63 )


  สลักธรรม 3

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [1 พ.ย. 2553 , 10:01:26 น.] ( IP = 124.121.178.37 : : )


  สลักธรรม 4

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2553 , 12:20:33 น.] ( IP = 125.27.173.186 : : )


  สลักธรรม 5



กราบอนุโมทนา และขอบพระตุณพี่เณรมากค่ะ

โดย วยุรี [4 พ.ย. 2553 , 16:08:40 น.] ( IP = 58.9.92.135 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org