| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หัวใจพระพุทธศาสนา...ไตรลักษณ์ (๒)
หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา
ไตรลักษณ์
ตอนที่ผ่านมา
๒
ไตรลักษณ์กับสัจจะ ๒ อย่าง
ผู้ศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องไตรลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอนัตตานั้นถ้าขาดโยนิโสมนสิการ (ความคิดเป็น ความคิดอย่างมีเหตุผล) ก็อาจจะเล่นไปตกหลุมมิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิด) เช่น นัตถิกทิฐิ ความเห็นว่าบุญบาปไม่มี มารดา บิดา หรือผู้มีบุญคุณไม่มี เพราะไม่มีตัวตน เป็นต้น ความเห็นผิดอย่างนี้ไม่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติจริยธรรม
พุทธศาสนาแสดงสัจจะไว้ ๒ อย่าง คือ
๒.๑ สมมติสัจจะ ความจริงโดยสมมติ ได้แก่ ความจริงอย่างที่ชาวโลกมองเห็นกันอยู่เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ครู ศิษย์ ฯลฯ เพื่อประโยชน์ทางการปฏิบัติจริยธรรมในสังคมให้ถูกต้องเป็นความจริงขั้นหยาบ
๒.๒ ปรมัตถสัจจะ ความจริงโดยปรมัตถ์ คือความจริงส่วนที่ลึกลงไป เพื่อเป็นปากทางเข้าถึงโลกุตตรธรรม เพื่อความไม่หลงใหลติดพัน ยึดถือสิ่งทั้งหลาย อันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์เฉพาะตน หรือเมื่อยึดมากเข้าก็ทำให้ผู้ที่เราเข้าไปยึดถือติดพันนั้นพลอยทุกข์ไปด้วย หลักธรรมเรื่องอนัตตานั้นเป็นความจริงฝ่ายปรมัตถ์ ตัวอย่างเช่น สิ่งที่เราสมมติเรียกกันว่ารถบ้าง เรือนบ้าง ตัวของสิ่งนั้นจริงๆ แล้วไม่มี มีแต่สารประกอบหรือส่วนประกอบต่างๆ นำมาประกอบกันเข้าถูกส่วนตามสมมติบัญญัติ ความเป็นรถเป็นเรือนจึงปรากฏขึ้น พอแยกส่วนประกอบเหล่านี้ออกแล้ว ความเป็นรถเป็นเรือนก็สูญหายไป คนก็เช่นเดียวกัน ประกอบขึ้นด้วยธาตุ ๔ หรือธาตุ ๖ ขันธ์ ๕ พอสิ้นชีวิตลงธาตุต่างๆ ก็แยกไปเป็นสภาวะเดิมของตน เช่นดินก็เป็นดิน น้ำก็เป็นน้ำ เป็นต้น
ความเข้าใจอย่างถูกต้องในปรมัตถสัจจะนี้จะช่วยผ่อนคลายความทุกข์ต่างๆ ได้มาก และผ่อนคลายความยึดมั่นว่าตัวตนหรือของตนให้น้อยลง จนถึงกับหมดความยึดถือไปเลย กิเลสทั้งปวงก็สูญสิ้นบรรลุถึงความเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงสุดคือพระอรหันต์ จุดมุ่งหมายของการทำความเข้าใจเรื่องปรมัตถสัจจะก็คือภาวะอันสูงสุดนี้
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 พ.ย. 2553 , 07:19:02 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 1๓
การพิจารณาไตรลักษณ์ในภาคปฏิบัติ
จริงอยู่เมื่อว่าโดยภาคปริยัติ คือเรื่องที่จะต้องศึกษาทำความเข้าใจ ไตรลักษณ์มี ๓ คือ ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไม่มีตัวตนของสิ่งทั้งหลาย แต่เมื่อกล่าวโดยภาคปฏิบัติไตรลักษณ์มี ๑ เท่านั้น คือในการพิจารณาไตรลักษณ์นั้น พิจารณาอย่างเดียวก็เพียงพอ จะพิจารณาความไม่เที่ยงหรือความทุกข์ หรือความไม่มีตัวตนอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ไม่ต้องพิจารณาทั้ง ๓ อย่าง
บางท่านมีอุปนิสัยในทางพิจารณาทุกข์ เมื่อพิจารณาแล้วจิตใจสลดเร็ว แล่นขึ้นสู่วิปัสสนาได้เร็ว ก็ให้พิจารณาทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์ชัดเจนว่า ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ ดังนี้แล้วอนิจจังก็ดี อนัตตาก็ดีย่อมปรากฏชัดเจนขึ้นด้วย
ท่านที่มีอุปนิสัยทางพิจารณาอนิจจัง เมื่อพิจารณาแล้วจิตสลดเร็ว แล่นขึ้นสู่วิปัสสนาได้เร็ว ก็ควรพิจารณาอนิจจังเนืองๆ เมื่อเห็นอนิจจังชัดเจนแล้ว ทุกขังก็ดีอนัตตาก็ดี ย่อมปรากฏชัดเจนขึ้นด้วย
สำหรับท่านที่มีอุปนิสัยทางอนัตตาก็ทำนองเดียวกัน พระบาลีพุทธภาษิตก็แสดงให้เห็นความเกี่ยวเนื่องของไตรลักษณ์เหมือนกันว่า สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา ควรหรือที่จะเข้าไปยึดสิ่งนั้นว่าเป็นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวตนของเรา
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [10 พ.ย. 2553 , 07:23:22 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 2
มาศึกษาความจริงในทางพระพุทธศาสนาต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรมค่ะ...พี่เณรที่รักโดย พี่ดา [10 พ.ย. 2553 , 09:24:16 น.] ( IP = 124.121.171.225 : : )
สลักธรรม 3โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ย. 2553 , 09:52:47 น.] ( IP = 125.27.173.202 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |