มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ลีลาในถามตอบปัญหามาติกา





ลีลาในถามตอบปัญหาในธัมมสังคณี(มาติกา)

ธัมมหทยวิภังค์ คือ ตั้งคำถามขึ้นก่อนว่า ขันธ์มีเท่าไร อายตนะมีเท่าไร ธาตุมี เท่าไร จนถึงจิตมีเท่าไร แล้วก็ตอบว่า ขันธ์มี ๕ เป็นต้น แล้วจึงแจกรายละเอียดออกไป ครั้นแล้วได้นำธรรมที่เป็นบทตั้งนั้นมาแจกตามแนวอื่นอีก เช่น แนวแห่งธัมมสังคณีว่า ขันธ์ ๕ เป็นต้นนั้น อะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล อะไรเป็นอัพยากฤต.


ธัมมหทยวิภังค์ สัพพสังคาหิกวาร

ขันธ์มีเท่าไร อายตนะมีเท่าไร ธาตุมีเท่าไร สัจจะมี เท่าไร อินทรีย์มีเท่าไร เหตุมีเท่าไร อาหารมีเท่าไร ผัสสะมีเท่าไร เวทนามีเท่าไร สัญญามีเท่าไร เจตนามีเท่าไร จิตมีเท่าไร
ขันธ์มี ๕ อายตนะมี ๑๒ ธาตุมี ๑๘ สัจจะมี ๔ อินทรีย์มี ๒๒ เหตุมี ๙ อาหารมี ๔ ผัสสะมี ๗ เวทนามี ๗ สัญญามี ๗ เจตนามี ๗ จิตมี ๗
ในธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉนคือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕


อายตนะ ๑๒ เป็นไฉนคือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒
ธาตุ ๑๘ เป็นไฉนคือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘
สัจจะ ๔ เป็นไฉนคือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ นิโรธสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๔
อินทรีย์ ๒๒ เป็นไฉนคือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสนทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒


โดย ธีรวสฺ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 22:38:53 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 1

เหตุ ๙ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓

ในเหตุ ๙ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน
คือ กุศลเหตุ คือ อโลภะ กุศลเหตุ คือ อโทสะ

กุศลเหตุ คือ อโมหะ เหล่านี้เรียกว่า กุศลเหตุ ๓

อกุศลเหตุ ๓ เป็นไฉนคือ อกุศลเหตุ คือ โลภะ อกุศลเหตุ คือ โทสะ อกุศลเหตุ คือ โมหะ เหล่านี้เรียกว่า อกุศลเหตุ ๓

อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉนคือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หรือใน กิริยาอัพยากตธรรมทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า อัพยากตเหตุ

อาหาร ๔ เป็นไฉนคือ กพฬิงการาหาร ผัสสาหาร

มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๔

ผัสสะ ๗ เป็นไฉนคือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนธาตุสัมผัส มโนวิญญาณธาตุสัมผัสเหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗

เวทนา ๗ เป็นไฉนคือ เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส

เวทนาเกิดแต่โสตสัมผัส เวทนาเกิดแต่ ฆานสัมผัส

เวทนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาเกิดแต่กายสัมผัส

เวทนาเกิดแต่ มโนธาตุสัมผัส เวทนาเกิดแต่มโน

วิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า เวทนา๗



สัญญา ๗ เป็นไฉนคือ สัญญาเกิดแต่จักขุสัมผัส สัญญาเกิดแต่โสตสัมผัส สัญญาเกิดแต่ ฆานสัมผัส สัญญาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส สัญญาเกิดแต่กายสัมผัส สัญญาเกิดแต่ มโนธาตุสัมผัส สัญญาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า สัญญา ๗

เจตนา ๗ เป็นไฉนคือ เจตนาเกิดแต่จักขุสัมผัส

เจตนาเกิดแต่โสตสัมผัส เจตนาเกิดแต่ ฆานสัมผัส

เจตนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส เจตนาเกิดแต่กายสัมผัส

เจตนาเกิดแต่ มโนธาตุสัมผัส เจตนาเกิดแต่มโน
วิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า เจตนา ๗

จิต ๗ เป็นไฉนคือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗


โดย ธี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:25:25 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 2

อุปปัตตานุปปัตติวาร


ในกามธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร

ในกามธาตุ มีขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๒๒ เหตุ ๙ อาหาร ๔ ผัสสะ ๗ เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ จิต ๗

บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ

อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ จักขายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้ เรียกว่า อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ

ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ ธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ

สัจจะ ๓ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ใน กามธาตุ

อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุนทรีย์ ฯลฯ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒ ในกามธาตุ

เหตุ ๙ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๙ ในกามธาตุ

อาหาร ๔ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ กพฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่า นี้เรียกว่า อาหาร ๔ ในกามธาตุ



ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุสัมผัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗ ในกามธาตุ

เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ จิต ๗ ในกามธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุวิญญาณ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗ ในกามธาตุในรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร

ในรูปธาตุ มีขันธ์ ๕ อายตนะ ๖ ธาตุ ๙ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๑๔ เหตุ ๘ อาหาร ๓ ผัสสะ ๔ เวทนา ๔ สัญญา ๔ เจตนา ๔ จิต ๔ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในรูปธาตุ

อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๖ ในรูปธาตุ

ธาตุ ๙ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ มโนธาตุ ธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๙ ใน รูปธาตุ

สัจจะ ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ใน รูปธาตุ


โดย ธี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:27:44 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 3

อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๔ ในรูปธาตุ

เหตุ ๘ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๒ อัพยากตเหตุ ๓

บรรดาเหตุ ๘ ในรูปธาตุนั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ กุศลเหตุคืออโมหะ เหล่านี้ เรียกว่า กุศลเหตุ ๓

อกุศลเหตุ ๒ เป็นไฉนคือ อกุศลเหตุคือโลภะ อกุศลเหตุคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า อกุศลเหตุ ๒

อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉนคือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หรือ ในกิริยาอัพยากตธรรมทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า อัพยากตเหตุ ๓

เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๘ ในรูปธาตุ

อาหาร ๓ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๓ ในรูปธาตุ

ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส มโนธาตุสัมผัส มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๔ ในรูปธาตุ

เวทนา ๔ สัญญา ๔ เจตนา ๔ จิต ๔ ในรูปธาตุ เป็นไฉนคือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เหล่านี้ เรียกว่า จิต ๔ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร

ในอรูปธาตุ มีขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๑๑ เหตุ ๘ อาหาร ๓ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑



บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ เป็นไฉน
คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียก ว่า ขันธ์ ๔ ในอรูปธาตุ
อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ มนายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๒ ในอรูปธาตุ

ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๒ ในอรูปธาตุ

สัจจะ ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๓ ใน อรูปธาตุ

อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๑ ในอรูปธาตุ



โดย ธีรวสฺ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:31:02 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 4

เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๒ อัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๘ ในอรูปธาตุ

อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๓ ในอรูปธาตุ

ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้เรียกว่า ผัสสะ ๑ ในอรูปธาตุ

เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ในอรูปธาตุ เป็นไฉนคือ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่า จิต ๑ ในอรูปธาตุ

ในโลกุตตระ มีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร

ในโลกุตตระ มีขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒ สัจจะ ๒ อินทรีย์ ๑๒ เหตุ ๖ อาหาร ๓ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑

บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๔ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๔ ในโลกุตตระ

อายตนะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มนายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๒ ในโลกุตตระ

ธาตุ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๒ ในโลกุตตระ

สัจจะ ๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มัคคสัจจะ นิโรธสัจจะ เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๒ ในโลกุตตระ

อินทรีย์ ๑๒ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๑๒ ในโลกุตตระ

เหตุ ๖ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓



บรรดาเหตุ ๖ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉนคือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ กุศลเหตุคืออโมหะ เหล่า นี้เรียกว่า กุศลเหตุ ๓

อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉนคือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย เหล่านี้ เรียกว่า อัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๖

ในโลกุตตระอาหาร ๓ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๓

ในโลกุตตระผัสสะ ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นี้เรียกว่า ผัสสะ ๑

ในโลกุตตระเวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ในโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่า จิต ๑ ในโลกุตตระ



โดย ธี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:32:57 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 5

ปริยาปันนาปริยาปันนวาร


บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในกามธาตุ ขันธ์ ไหน ไม่นับเนื่องในกามธาตุ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องใน กามธาตุ จิตไหน ไม่นับเนื่องในกามธาตุ

รูปขันธ์ นับเนื่องในกามธาตุ ขันธ์ ๔ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับ เนื่องในกามธาตุก็มี

อายตนะ ๑๐ นับเนื่องในกามธาตุ อายตนะ ๒ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี

ธาตุ ๑๖ นับเนื่องในกามธาตุ ธาตุ ๒ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่อง ในกามธาตุก็มี

สมุทยสัจจะ นับเนื่องในกามธาตุ



สัจจะ ๒ ไม่นับเนื่องในกามธาตุ

ทุกขสัจจะ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี

อินทรีย์ ๑๐ นับเนื่องในกามธาตุ อินทรีย์ ๓ ไม่นับเนื่องในกามธาตุ

อินทรีย์ ๙ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี

อกุศลเหตุ ๓ นับเนื่องในกามธาตุ

เหตุ ๖ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่ นับเนื่องในกามธาตุก็มี



กพฬิงการาหาร นับเนื่องในกามธาตุ อาหาร ๓ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี

ผัสสะ ๖ นับเนื่องในกามธาตุ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องใน กามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี

เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ นับเนื่องในกามธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในกามธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในกามธาตุก็มี

บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในรูปธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ฯลฯ

บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในรูปธาตุ จิตไหน ไม่ นับเนื่องในรูปธาตุ รูปขันธ์ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ขันธ์ ๔ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

อายตนะ ๑๐ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ อายตนะ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

ธาตุ ๑๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ธาตุ ๒ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับ เนื่องในรูปธาตุก็มี สัจจะ ๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ ทุกขสัจจะ นับเนื่องใน รูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

อินทรีย์ ๑๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ อินทรีย์ ๙ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

อกุศลเหตุ ๓ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ เหตุ ๖ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

กพฬิงการาหาร ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ อาหาร ๓ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

ผัสสะ ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องใน รูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี



โดย ธีรวสฺ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:36:28 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 6

เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ ไม่นับเนื่องในรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในรูปธาตุก็มี

บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน นับเนื่องในอรูปธาตุ ขันธ์ไหน ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ฯลฯ

บรรดาจิต ๗ จิตไหน นับเนื่องในอรูปธาตุ จิตไหน ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ

รูปขันธ์ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ขันธ์ ๔ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับ เนื่องในอรูปธาตุก็มี



อายตนะ ๑๐ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ อายตนะ ๒ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี

ธาตุ ๑๖ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ธาตุ ๒ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับ เนื่องในอรูปธาตุก็มี

สัจจะ ๓ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ ทุกขสัจจะ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี

อินทรีย์ ๑๔ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ อินทรีย์ ๘ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี

อกุศลเหตุ ๓ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ เหตุ ๖ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี

กพฬิงการาหาร ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ อาหาร ๓ นับเนื่องในอรูปธาตุ ก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี



ผัสสะ ๖ นับเนื่องในอรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส นับเนื่องใน อรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็

มีเวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี ไม่นับเนื่องในอรูปธาตุก็มี

บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน เป็นโลกิยะ ขันธ์ไหน เป็นโลกุตตระ ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตไหน เป็นโลกิยะ จิตไหน เป็นโลกุตตระ

รูปขันธ์ เป็นโลกิยะ ขัน ๔ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี

อายตนะ ๑๐ เป็นโลกิยะ อายตนะ ๒ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระ ก็มี

ธาตุ ๑๖ เป็นโลกิยะ ธาตุ ๒ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี

สัจจะ ๒ เป็นโลกิยะ สัจจะ ๒ เป็นโลกุตตระ

อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ

อินทรีย์ ๙ เป็น โลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี

อกุศลเหตุ ๓ เป็นโลกิยะ

เหตุ ๖ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี

กพฬิงการาหาร เป็นโลกิยะ อาหาร ๓ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระ ก็มี

ผัสสะ ๖ เป็นโลกิยะ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เป็นโลกิยะก็มี เป็น โลกุตตระก็มี

เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ เป็นโลกิยะ มโนวิญญาณธาตุ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี



โดย ธี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:38:00 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 7

วิชชมานาวิชชมานวาร


ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิด ปรากฏ ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก

อายตนะ ๑๑ ย่อมเกิดแก่สัตว์บางพวก อายตนะ ๑๐ ย่อมเกิดแก่สัตว์ บางพวก อายตนะ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อายตนะ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก

ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์บางพวก ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก

สัจจะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก



อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏ แก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ บางพวก อินทรีย์ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๙ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๘ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๕ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก อินทรีย์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ บางพวก
เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์บางพวก เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ บางพวก อเหตุกวิบากบางเหล่า ย่อมเกิดปรากฏ

อาหาร ๔ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก

ผัสสะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก



เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่าไหนย่อม เกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกคือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๑ คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัป เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะ บริบูรณ์ ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิดอายตนะ ๑๑ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ คือ รูปายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ
กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิดในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อม เกิดปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน



โดย ธีรวสฺ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:39:55 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 8

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ คือ จักขายตนะ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็น อุปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่ แก่สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ คือ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวกมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๙ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้



ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ คือ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏแก่ คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด อายตนะ ๗ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ แก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ โสตธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัป เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งมีอายตนะบริบูรณ์ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๑ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ รูปธาตุ โสตธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อม เกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดมาแต่กำเนิด ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน



โดย ธี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:40:59 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 9

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิด ปรากฏแก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรกที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งหูหนวก มาแต่กำเนิด ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๑๐ เหล่านั้น ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ คือ รูปธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ชิวหาธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่เปรต อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน สัตว์นรก ที่เป็นอุปปาติกสัตว์ ซึ่งตาบอดและหูหนวก มาแต่กำเนิด ในกามธาตุ



ในขณะที่เกิด ธาตุ ๙ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ คือ รูปธาตุ คันธธาตุ รสธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด ธาตุ ๗ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกคือ ทุกขสัจจะ

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ ย่อมเกิดปรากฏ แก่สัตว์จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์
อินถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต

ใน กามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์
อิตถินทรีย์หรือปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ



โดย ธี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:42:06 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )


  สลักธรรม 10

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่าอื่นอีก ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้



ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่มนุษย์สมัยปฐมกัป ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุตในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๒ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้

ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ ย่อมเกิดปรากฏแก่ สัตว์จำพวกไหน

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ คือ กายินทรีย์ มนินทรีย์ อิตถินทรีย์หรือ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏแก่คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็น สเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ

ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้



โดย ธีรวสฺ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 พ.ย. 2553 , 23:43:12 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org