| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ลีลาในถามตอบปัญหามาติกา
สลักธรรม 12ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะที่เป็น วิปากเหตุ อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์ สมัยปฐมกัป คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณสัมปยุต ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ จำพวกไหน
ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ คือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะที่เป็น วิปากเหตุ ย่อมเกิดปรากฏแก่กามาวจรเทวดา มนุษย์สมัยปฐมกัป คัพภไสยกสัตว์ ผู้เป็นสเหตุกญาณวิปปยุต ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด เหตุ ๒ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์เหล่านี้อเหตุกวิบาก ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์นอกจากที่กล่าวมานี้
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกคือ กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด อาหาร ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวก
ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกคือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกในกามธาตุ
ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกคือ
มโนวิญญาณธาตุ ในกามธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิด ปรากฏแก่สัตว์ทุกจำพวกในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิด ปรากฏ ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ อายตนะ ๕ ธาตุ ๕ สัจจะ ๑ อินทรีย์ ๑๐ เหตุ ๓ อาหาร ๓ ผัสสะ ๑ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏแก่เทวดาทั้งหลาย เว้นแต่พวกอสัญญสัตว์ในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่าไหน ย่อม เกิดปรากฏคือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:45:35 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 13ในขณะที่เกิด ธาตุ ๕ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ จักขุธาตุ รูปธาตุ โสตธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ใน รูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๕ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ ทุกขสัจจะ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิด ปรากฏในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ หรืออุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ อโลภะ ที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะ ที่เป็นวิปากเหตุ อโมหะ ที่เป็น วิปากเหตุ ในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏในรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏคือ มโนวิญญาณธาตุ ในรูปธาตุ ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อมเกิด ปรากฏ
ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏ ฯลฯ จิตเท่าไร ย่อมปรากฏ แก่เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์
ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๑ คือ รูปขันธ์ ย่อมเกิดปรากฏแก่เหล่าเทวดา อสัญญสัตว์
อายตนะ ๒ คือ รูปายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดปรากฏ
ธาตุ ๒ คือ รูปธาตุ ธัมมธาตุ ย่อมเกิดปรากฏ
สัจจะ ๑ คือ ทุกขสัจจะ ย่อมเกิดปรากฏ
อินทรีย์ ๑ คือ รูปชีวิตินทรีย์ ย่อมเกิดปรากฏ
เหล่าเทวดาอสัญญสัตว์ ไม่มีเหตุ ไม่มีอาหาร ไม่มีผัสสะ ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญา ไม่มีเจตนา ไม่มีจิต ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ขันธ์เท่าไร ฯลฯ จิต เท่าไร ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:46:40 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 14ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๔ ย่อมเกิดปรากฏ อายตนะ ๒ ย่อมเกิดปรากฏ ธาตุ ๒ ย่อมเกิดปรากฏ สัจจะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏ อินทรีย์ ๘ ย่อมเกิดปรากฏ เหตุ ๓ ย่อมเกิดปรากฏ อาหาร ๓ ย่อมเกิดปรากฏ ผัสสะ ๑ ย่อมเกิดปรากฏ เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๔ เหล่าไหน ย่อมเกิดปรากฏคือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ขันธ์ ๔ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อายตนะ ๒ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ มนายตนะ ธัมมายตนะ ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อายตนะ ๒ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏ
ในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ธาตุ ๒ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ มโนวิญญาณธาตุ ธัมมธาตุ ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ธาตุ ๒ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ ทุกขสัจจะ ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด สัจจะ ๑ นี้ ย่อมเกิด ปรากฏในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อินทรีย์ ๘ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ อโลภะที่เป็นวิปากเหตุ อโทสะที่เป็นวิปากเหตุ อโมหะที่เป็นวิปากเหตุ ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด เหตุ ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่าไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด อาหาร ๓ เหล่านี้ ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ อย่างไหน ย่อมเกิด ปรากฏคือ มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ในอรูปธาตุ
ในขณะที่เกิด ผัสสะ ๑ นี้ ย่อมเกิดปรากฏในอรูปธาตุ ในขณะที่เกิด เวทนา ๑ สัญญา ๑ เจตนา ๑ จิต ๑ อย่างไหน ย่อมเกิดปรากฏคือ มโนวิญญาณธาตุ ในอรูปธาตุ
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:47:55 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 15ในขณะที่เกิด จิต ๑ นี้ ย่อม เกิดปรากฏทัสสนวารธรรมที่เป็นกามาวจร ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจร ธรรม ที่เป็นรูปาวจร ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจร ธรรมที่เป็นอรูปาวจร ธรรม ที่ไม่ใช่อรูปาวจร ธรรมที่เป็นโลกิยะ ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
ธรรมที่เป็นกามาวจร เป็นไฉนคือ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันใด อันท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างภูมินี้ อันนับเนื่องอยู่ในระหว่างภูมินี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดเอาอเวจีนรกเป็นที่สุด เบื้องบนกำหนดเอาเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตีเป็นที่สุด เหล่านี้เชื่อว่า ธรรมที่เป็นกามาวจร
ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจร เป็นไฉนคือ ธรรมที่เป็นรูปาวจร ธรรมที่เป็นอรูปาวจร ธรรมที่เป็นโลกุตตระ เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่ไม่ใช่กามาวจร
ธรรมที่เป็นรูปาวจร เป็นไฉนคือ จิตและเจตสิกธรรม ของบุคคลผู้เข้าสมาบัติ หรือผู้เกิดแล้ว หรือ ผู้อยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม อันท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างภูมินี้ อันนับเนื่องอยู่ใน ระหว่างภูมินี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดเอาพรหมโลกเป็นที่สุด เบื้องบนกำหนดเอา เหล่าเทวดาชั้นอกนิฏฐะเป็นที่สุด เหล่านี้ ชื่อว่าธรรมที่เป็นรูปาวจร
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจร เป็นไฉนคือ ธรรมที่เป็นกามาวจร ธรรมที่เป็นอรูปาวจร ธรรมที่เป็นโลกุตตระ เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่ไม่ใช่
รูปาวจรธรรมที่เป็นอรูปาวจร เป็นไฉนคือ จิตและเจตสิกธรรม ของบุคคลผู้เข้าสมาบัติ หรือผู้เกิดแล้ว หรือ ผู้อยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม อันท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างภูมินี้ อันนับเนื่องอยู่ใน ระหว่างภูมินี้ คือ เบื้องต่ำกำหนดเอาเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ เป็นที่สุด เบื้องบนกำหนดเอาเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็น ที่สุด เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่เป็นอรูปาวจร
ธรรมที่ไม่ใช่อรูปาวจร เป็นไฉนคือ ธรรมที่เป็นกามาวจร ธรรมที่เป็นรูปาวจร ธรรมที่เป็นโลกุตตระ เหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมที่ไม่ใช่อรูปาวจร
ธรรมที่เป็นโลกิยะ เป็นไฉนคือ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อันเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร ได้แก่รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมที่เป็นโลกิยะ
ธรรมที่เป็นโลกุตตระ เป็นไฉนคือ มรรค ผลแห่งมรรค และอสังขตธาตุ (คือนิพพาน) เหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมที่เป็นโลกุตตระ
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:49:24 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 16อุปปาทกัมมอายุปมาณวาร
คำว่า เทวดา ได้แก่เทวดา ๓ จำพวก คือ สมมติเทวดา อุปปัตติเทวดา วิสุทธิเทวดิพระราชา พระเทวี พระราชกุมาร เรียกว่า สมมติเทวดา
เหล่าเทวดาชั้นบน นับแต่เหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราชขึ้นไป เรียกว่า อุปปัตติเทวดา พระอรหันต์ทั้งหลาย เรียกว่า วิสุทธิเทวดา
คนทั้งหลาย ให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม แล้ว เกิดที่ไหน
คนทั้งหลาย ให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรมแล้ว บางคนเข้าถึง ความเป็นพวกแห่งกษัตริย์ผู้มหาศาล บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งพราหมณ์ผู้ มหาศาล บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งคหบดีผู้มหาศาล บางคนเข้าถึงความ เป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราช บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่า เทวดาชั้นดาวดึงส์ บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นยามา บางคน เข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นดุสิต บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่า เทวดาชั้นนิมมานรดี บางคนเข้าถึงความเป็นพวกแห่งเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี
อายุของเหล่ามนุษย์ มีประมาณเท่าไรคือ ประมาณ ๑๐๐ ปี ต่ำกว่าบ้าง เกินกว่าบ้างก็มี
อายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมมหาราช มีประมาณเท่าไรคือ ๕๐ ปี ของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้น จาตุมมหาราช ๓๐ ราตรี โดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๕๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นจาตุมหาราชนับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๙ ล้านปี
อายุของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ มีประมาณเท่าไรคือ ๑๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้น ดาวดึงส์ ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๑,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์นับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๓ โกฏิ ๖ ล้านปี
อายุของเหล่าเทวดาชั้นยามา มีประมาณเท่าไรคือ ๒๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้น ยามา ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๒,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นยามานับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๑๔ โกฏิ ๔ ล้านปี
อายุของเหล่าเทวดาชั้นดุสิต มีประมาณเท่าไรคือ ๔๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้น ดุสิต ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๔,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นดุสิตนับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไร มีประมาณ ๕๗โกฏิ ๖ ล้านปี
อายุของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดี มีประมาณเท่าไรคือ ๘๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้น นิมมานรดี ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๘,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นนิมมานรดีนับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๒๓๐ โกฏิ ๔ ล้านปี
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:50:23 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 17อายุของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตี มีประมาณเท่าไรคือ ๑,๖๐๐ ปีของมนุษย์ นับเป็นวันหนึ่งและคืนหนึ่งของเหล่าเทวดาชั้น ปรนิมมิตวสวัตตี ๓๐ ราตรีโดยราตรีนั้น เป็น ๑ เดือน ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี ๑๖,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นกำหนดอายุของเหล่าเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตตีนับอย่างปีมนุษย์ มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๙๒๑ โกฏิ ๖ ล้านปี
พวกเทวดากามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น เพียบพร้อมไปด้วยกามคุณทั้งปวง อายุของพวกเทวดากามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น นับรวมกันทั้งหมดเป็นเท่าไร เป็น ๑๒๒๘ โกฏิ ๕ ล้านปี โดยนับอย่างปีมนุษย์
ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหนผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นพรหมปาริสัชชา
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณเท่าส่วนที่ ๓ ที่ ๔ แห่งกัปป์ [คือ ๑ ใน ๓ หรือ ๑ ใน ๔ แห่งกัปป์]
ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นพรหมปุโรหิตา
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณกึ่งกัปป์
ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญปฐมฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นมหาพรหมาอายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๑ กัปป์
ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นปริตตาภาอายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๒ กัปป์
ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอัปปมาณาภา
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๔ กัปป์
ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญทุติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอาภัสสระ
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๘ กัปป์
ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างสามัญ ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นปริตตสุภา
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๑๖ กัปป์
ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างกลาง ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอัปปมาณสุภา
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๓๒ กัปป์
ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดที่ไหน
ผู้เจริญตติยฌานได้อย่างประณีต ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นสุภกิณหะ
อายุของเทวดาเหล่านั้น มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๖๔ กัปป์
ผู้เจริญจตุตถฌาน บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาเหล่าอสัญญสัตว์
บางคน ไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นเวหัปผลา
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอวิหา
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอตัปปา
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นสุทัสสา
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นสุทัสสี
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาชั้นอกนิฏฐะ
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญญายตนภพ
บางคนไปเกิดเป็นพวกเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ
เพราะ อารมณ์ต่างกัน เพราะมนสิการต่างกัน เพราะฉันทะต่างกัน เพราะปณิธิต่างกัน เพราะอธิโมกข์ต่างกัน เพราะอภินิหารต่างกัน เพราะปัญญาต่างกัน
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:51:24 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 18อายุของเหล่าเทวดาอสัญญสัตว์ และเหล่าเทวดาชั้นเวหัปผลา มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๕๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นอวิหา มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๑,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นอตัปปา มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๒,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นสุทัสสา มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๔,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นสุทัสสี มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๘,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาชั้นอกนิฏฐะ มีประมาณเท่าไรมีประมาณ ๑๖,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนภพ มีประมาณ เท่าไรมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงวิญญาณัญจายตนภพ มีประมาณ เท่าไรมีประมาณ ๔๐,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงอากิญจัญญายตนภพ มีประมาณ เท่าไรมีประมาณ ๖๐,๐๐๐ กัปป์
อายุของเหล่าเทวดาผู้เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ มี ประมาณเท่าไรมีประมาณ ๘๔,๐๐๐ กัป
เหล่าสัตว์ที่มีอำนาจแห่งบุญส่งเสริม ไปแล้วสู่กามภพ และรูปภพ หรือ แม้ไปสู่ภวัคคพรหม ย่อมกลับไปสู่ทุคติอีกได้ เหล่าสัตว์มีอายุยืนถึงเพียงนั้น ก็ยังจุติเพราะสิ้นอายุ ภพไหนๆ ชื่อว่า เที่ยง ไม่มี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ได้ตรัสไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้นแล เหล่านักปราชญ์ผู้มี ปัญญาเฉลียวฉลาดรอบคอบ คำนึงถึงความจริงข้อนี้ จึงเจริญมรรคอันอุดมเพื่อพ้น จากชรามรณะ ครั้นเจริญมรรคอันบริสุทธิ์สะอาด ซึ่งมีปกติยังสัตว์ให้หยั่งถึงพระ นิพพานแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน เพราะกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง ฉะนี้แล
อภิญเญยยาทิวาร
บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหน เป็นอภิญเญยยธรรม ขันธ์ไหน เป็นปริญเญยยธรรม ขันธ์ไหน เป็นปหาตัพพ
ธรรม ขันธ์ ไหน เป็นภาเวตัพพธรรม ขันธ์ไหน เป็นสัจฉิกาตัพพธรรม ขันธ์ไหน ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ขันธ์ไหน ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ขันธ์ ไหน ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ฯลฯ
บรรดาจิต ๗ จิตไหน เป็น อภิญเญยยธรรม จิตไหน เป็นปริญเญยยธรรม จิตไหน เป็นปหาตัพพธรรม จิตไหน เป็นภาเวตัพพธรรม จิตไหน เป็นสัจฉิกาตัพพธรรม จิตไหน ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม จิตไหน ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม จิตไหน ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
รูปขันธ์ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:52:40 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 19ขันธ์ ๔ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรม ก็มี เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
อายตนะ ๑๐ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
อายตนะ ๒ เป็น อภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรมก็มี เป็นภาเวตัพพธรรม ก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่ สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
ธาตุ ๒ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรม เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็น สัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
สมุทยสัจ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม มัคคสัจเป็นอภิญเญยยธรรม เป็น ปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม เป็นภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม นิโรธสัจ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม เป็นภาเวตัพพธรรม เป็นสัจฉิกาตัพพธรรม ทุกขสัจ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็น ปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรม ก็มี ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ก็มี
อินทรีย์ ๙ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม โทมนัสสินทรีย์ เป็น อภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็น ปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม เป็นภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม อัญญินทรีย์ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม เป็น ภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี อัญญาตาวินทรีย์ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม เป็นสัจฉิกาตัพพธรรม
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:53:51 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
สลักธรรม 20อินทรีย์ ๓ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรมก็มี
อินทรีย์ ๖ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยธรรม เป็นปหาตัพพธรรมก็มี เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
อกุศลเหตุ ๓ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
กุศลเหตุ ๓ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม เป็นภาเวตัพพธรรม มิใช่สัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ก็มี
อัพยากตเหตุ ๓ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม เป็นสัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
กพฬิงการาหาร เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม
อาหาร ๓ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรมก็มี เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่ สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
ผัสสะ ๖ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรมก็มี เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็น ปริญเญยยธรรม ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม มโนวิญญาณธาตุ เป็นอภิญเญยยธรรม เป็นปริญเญยยธรรม เป็นปหาตัพพธรรมก็มี เป็นภาเวตัพพธรรมก็มี เป็นสัจฉิกาตัพพธรรมก็มี ไม่ใช่ปหาตัพพธรรม ไม่ใช่ภาเวตัพพธรรม ไม่ใช่สัจฉิกาตัพพธรรม ก็มี
โดย ธีรวสฺ [16 พ.ย. 2553 , 23:55:23 น.] ( IP = 58.9.117.125 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |