มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวใจพระพุทธศาสนา...ความไม่ยึดมั่นถือมั่น




หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา

ความไม่ยึดมั่นถือมั่น


ความหมายและความสำคัญ


คำสอนทางพระพุทธศาสนานั้นในระดับต้นหรือในชั้นจริยธรรมท่านสอนให้ยึดมั่นในคุณงามความดี ปล่อยวางความชั่ว เพื่อความปลอดภัยแห่งชีวิตทางสังคม แต่พอถึงระดับสูง ท่านสอนให้ปล่อยวางทั้งดีและชั่ว พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้เพลิดเพลินแม้ในนิพพาน ไม่ให้ยึดมั่นแม้ในนิพพาน ตรัสว่าความเพลิดเพลินเป็นมูลแห่งทุกข์ การละทั้งดีและชั่วเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของท่านที่ละกิเลสได้สิ้นแล้ว เรียกโดยชื่อว่า “ปุญฺญปาปปหีโน ผู้ละทั้งบุญและบาปได้แล้ว” หมายถึงพระอรหันต์นั่นเอง

ทางเพื่อให้บรรลุถึงสภาพจิตอย่างนั้นก็คือ หัดปล่อยวาง ทำปล่อย ไม่ใช่ทำยึด แม้จะตั้งหน้าตั้งตาทำความดีและได้รับผลดีอย่างที่หวังไว้แล้วก็ไม่ควรติดอยู่ในความดีนั้น ไม่แบกเอาดีไว้ให้เป็นที่หนักอกหนักใจ

อันที่จริงชั่วก็เป็นของหนัก ดีก็เป็นของหนัก จึงไม่ควรแบกทั้งดีและชั่ว เปรียบไปก็เหมือนกับว่าบ่าข้างหนึ่งเราแบกดิน แบกหินหรือโคลนตม อีกข้างหนึ่งเราแบกเงินทองเพชรนิลจินดา มันก็หนักเหมือนกัน แบกเงินทองเพชรนิลจินดายังอันตรายกว่าด้วย เพราะมีคนคอยแย่งชิงหรือกลัวเขาแย่งชิง มนุษย์ทะเลาะวิวาทกันเพราะแย่งดีกันก็มาก การแข่งดี (สารัมภะ) เป็นอุปกิเลส คือสิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมองอย่างหนึ่ง ที่เขาด่าเราเจ็บเขาสรรเสริญเราดีใจก็เพราะเราแบกดีเอาไว้นั่นเอง แล้วเราก็กลัวถูกด่าและดิ้นรนหาเสียงสรรเสริญ ซึ่งก็เป็นทุกข์เท่าๆ กัน ถ้าเปรียบความชั่วเหมือนโรค ความดีเหมือนยา เรากินยาเพื่อหายโรค เมื่อหายโรคแล้วก็ไม่ต้องกินยาอีก อนึ่ง ธรรมะเปรียบเหมือนเรือสำหรับข้ามฝั่ง เมื่อถึงฝั่งแล้วก็ไม่ต้องแบกเรือขึ้นไปด้วย คงทิ้งเรือไว้ที่ฝั่งนั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 พ.ย. 2553 , 07:37:53 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จึงสรุปว่า ถ้าต้องการความสงบจริงๆ ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่นทั้งดีและชั่ว สิ่งใดที่เข้าไปยึดมั่นไว้จะไม่เป็นโทษนั้นไม่มี พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในระดับสูงกว่า สิ่งทั้งปวงอันบุคคลไม่ควรยึดมั่น (สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย) ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของพระพุทธศาสนา

เมื่อไม่ยึดมั่น จิตใจก็โปร่งเบา ผ่อนคลาย สงบเป็นสุขเยือกเย็น ไม่เร่าร้อนด้วยความปรารถนาต่างๆ คุณภาพแห่งความสุขจะแตกต่างจากความสุขที่เกิดขึ้นเพราะไปยึดมั่นในสิ่งใดแล้วได้สิ่งนั้นสมปรารถนา ความสุขเหล่านั้นยังแฝงอยู่ด้วยความร้อนหรือความทุกข์อย่างสุขุม ชาวพุทธจึงควรทดลองความสุขที่ประณีตคือสุขจากความไม่ยึดมั่นถือมั่นบ้างตามโอกาสอันควร

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [24 พ.ย. 2553 , 07:38:53 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 2


มาศึกษาหัวใจพระพุทธศาสนาต่อค่ะ

ความสุขที่ประณีต คือสุขจากความไม่ยึดมั่นถือมั่น

กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรมค่ะ

โดย พี่ดา [24 พ.ย. 2553 , 08:31:12 น.] ( IP = 124.121.172.50 : : )


  สลักธรรม 3

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2553 , 14:47:54 น.] ( IP = 125.27.176.253 : : 10.0.1.252 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org