มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หัวใจพระพุทธศาสนา...ความหลุดพ้น




หลักธรรมอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา

ความหลุดพ้น


ความหมายและความสำคัญ


วิมุติ ความหลุดพ้นในสิ่งทั้งปวง เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์เคยเปรียบเทียบให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่าน้ำในมหาสมุทรมีรสเดียวคือรสเค็ม ฉันใด ธรรมวินัยของพระองค์ก็มีรสเดียวคือวิมุติรส ฉันนั้น

ในมหาสาโรปมสูตร (พระสูตรที่อุปมาด้วยสาระหรือแก่นของไม้สูตรใหญ่) พระองค์ทรงแสดงวิมุติว่าเป็นแก่นของพระพุทธศาสนาหรือพรหมจรรย์ คือเป็นหัวใจสำคัญหรือเป็นเป้าหมายสูงสุดในการบำเพ็ญคุณงามความดีในศาสนาของพระองค์ มีข้อความโดยย่อดังนี้

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า บางคนมีศรัทธาออกบวช เมื่อบวชแล้วก็ได้ลาภสักการะเป็นอันมาก พอใจหลงใหลในลาภสักการะนั้น ยกตนข่มผู้อื่นเพราะลาภสักการะนั้น เต็มความปรารถนา (เห็นไปว่าการได้ลาภสักการะและความนับถือนั้นเป็นผลสูงสุดของการบวช จึงไม่ขวนขวายเพื่อให้มีคุณธรรมยิ่งขึ้นไป) เขาอยู่อย่างประมาท เมื่อประมาทก็เป็นทุกข์ เปรียบเหมือนคนต้องการแก่นไม้เที่ยวแสวงหาแก่นไม้ในป่า แต่เนื่องจากไม่รู้จักแก่นไม้ ได้กิ่งและใบสำคัญหมายว่าเป็นแก่น เขาย่อมไม่สำเร็จประโยชน์ในกิจที่จะต้องทำด้วยแก่นไม้

บางคน ไม่เต็มความปรารถนาอยู่เพียงลาภสักการะและชื่อเสียง จึงทำศีลให้สมบูรณ์แล้วพอใจ เต็มความปรารถนาอยู่เพียงแค่ศีลนั้น (ศีลเปรียบเหมือนสะเก็ดไม้)

บางคน ไม่เต็มความปรารถนาเพียงแค่ศีล จึงไม่ประมาททำสมาธิให้บริบูรณ์แล้วพอใจอยู่เพียงสมาธินั้น เปรียบเหมือนแสวงหาแก่นไม้ ได้เปลือกไม้แล้วพอใจ เข้าใจว่าเป็นแก่น

บางคน ไม่เต็มความปรารถนาเพียงแค่สมาธิ ไม่ประมาททำปัญญาให้เกิดขึ้นแล้วพอใจในปัญญานั้น เต็มความปรารถนา เหมือนคนแสวงหาแก่นไม้ ได้กระพี้แล้วพอใจ เข้าใจว่าเป็นแก่น

บางคน ไม่เต็มความปรารถนาเพียงแค่ลาภสักการะ ชื่อเสียง ศีล สมาธิ และปัญญา เขาทำจิตให้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เรียกว่าได้ถึงแก่นของพระพุทธศาสนา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2553 , 07:44:53 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

รวมความว่า ถ้าเปรียบพรหมจรรย์หรือพระพุทธศาสนาก็เหมือนต้นไม้ทั้งต้น

๑. ลาภสักการะชื่อเสียง เปรียบเหมือนใบและกิ่ง
๒. ศีล เปรียบเหมือนสะเก็ด
๓. สมาธิ เปรียบเหมือนเปลือก
๔. ปัญญา เปรียบเหมือนกระพี้
๕. วิมุติ เปรียบเหมือนแก่น

พระพุทธองค์ทรงสรุปว่า ภิกษุทั้งหลายด้วยประการดังกล่าวมานี้ จึงประมวลลงได้ว่าเราประพฤติพรหมจรรย์นี้มิใช่เพื่อลาภสักการะและชื่อเสียง มิใช่เพื่อศีล สมาธิ ปัญญา (ญาณทัสสนะ) แต่เราประพฤติพรหมจรรย์นี้เพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตอันไม่กำเริบ (อกุปฺปปา เจโตวิมุตฺติ) ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์เป็นแก่นสารที่แท้จริง)

ภิกษุทั้งหลายฟังแล้ว ชื่นชมยินดีต่อพระภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า

ปัญญาในพระสูตรนี้ ทรงใช้คำว่า “ญาณทัสสนะ” แทน ซึ่งหมายถึงความรู้เห็นตามความเป็นจริงไม่ใช่รู้ตามที่ปรากฏ เพราะสิ่งที่ปรากฏอาจหลอกเราก็ได้ เช่นสีเขียว เมื่ออยู่ภายใต้ไฟสีเหลืองจะเห็นสีน้ำตาล อุณหภูมิซึ่งไม่ร้อนไม่เย็น แต่ถ้าเราออกมาจากห้องเย็นจะรู้สึกว่าร้อน หรือปรากฏแก่เราว่าร้อน นี่เกี่ยวกับเรื่องทางกาย ในเรื่องทางจิตก็เหมือนกัน ถ้าจิตเราถูกกิเลสครอบงำก็จะเห็นไปอย่างหนึ่ง พอจิตเป็นอิสระไม่ถูกกิเลสครอบงำมีปัญญาเต็มที่ก็เห็นไปอีกอย่างหนึ่ง

พระพุทธศาสนาต้องการให้เห็นอะไรต่างๆ ด้วยปัญญาอันชอบ (สัมมาปัญญา) ไม่ใช่เห็นตามอำนาจของกิเลส

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2553 , 07:45:40 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 2


ความหลุดพ้นมี ๒ แบบ


เกี่ยวกับความหลุดพ้น (วิมุติ) มีอยู่ ๒ แบบ คือ

๒.๑ หลุดพ้นชั่วคราว (ตทังควิมุติ) คือ หลุดพ้นที่ยังกำเริบ และหลุดพ้นเพราะข่มกิเลสไว้ด้วยกำลังฌาน (วิขัมภนวิมุติ)

๒.๒ หลุดพ้นอย่างเด็ดขาด (สมุจเฉทวิมุติ) หลุดพ้นที่ไม่กำเริบอีก คือกิเลสใดที่ละได้แล้วก็เป็นอันละได้ขาดไม่กลับเกิดขึ้นอีก เช่น ความหลุดพ้นของพระอริยบุคคล ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป

ขออธิบายเพิ่มเติมโดยย่อดังนี้

วิมุติ คือความหลุดพ้นจากสิ่งทั้งปวงนั้นคือไม่ติดสิ่งใดๆ ความติดทำให้เสียอิสรภาพ ตัวอย่างหยาบๆ เช่นติดยาติดเหล้า ติดคุก แม้ติดคนก็เหมือนกัน เมื่อใจไปติดข้องอยู่กับสิ่งใดก็ผูกพันอยู่กับสิ่งนั้น ไม่มีเสรีภาพ ทำให้รู้สึกว่าขาดไม่ได้ และตกเป็นทาส ทำอะไรก็เพราะการบังคับผลักดันของสิ่งนั้น ไม่อาจทำด้วยเหตุผลบริสุทธิ์ได้ ปัญญานั้นถูกครอบงำด้วยสิ่งที่บุคคลผู้นั้นไปตกเป็นทาส ข้อนี้เป็นคำตอบปัญหาที่ว่าทำไมคนที่มีปัญญา มีวิชาความรู้ จึงทำความผิดได้เสมอๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2553 , 07:46:22 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 3


ความหลุดพ้น
ทำให้เป็นเสรีชนอย่างแท้จริง


เมื่อหลุดพ้น คือไม่ติดสิ่งใดๆ แล้ว จิตก็เป็นอิสระสามารถใช้ปัญญาและเหตุผลได้อย่างถูกต้องถ่องแท้ ไม่ถูกบิดเบือนครอบงำด้วยอำนาจของกิเลส เป็นเสรีชนอย่างแท้จริง เพราะทำลายบ่วงใจได้ทั้งหมดแล้ว

คนทั่วไปแม้ไม่ติดคุก ไม่ติดเหล้าหรือติดยาก็ตาม แต่ใจยังติดในอารมณ์ต่างๆ อยู่มาก คือติดในรูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งสัมผัสอันเป็นบ่วงคล้องใจ การติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็เช่นเดียวกัน หลุดพ้นได้ยาก ก่อความทุกข์ทรมานมิใช่น้อย นอกจากก่อทุกข์ให้แก่ตนแล้ว ยังก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่นเป็นอันมากอีกด้วย เป็นมูลเหตุแห่งอาชญากรรมหลายชนิด การลดละความติดใจผูกพันในกามคุณมีรูปเสียง เป็นต้น จึงเป็นการถอนหนามที่เสียบใจอยู่ เมื่อค่อยๆ รักษาแผลอักเสบก็จะค่อยๆ หายไปเอง มนุษย์ส่วนมากสร้างบ่วงขึ้นมาคล้องตัวเอง หรือเฉือนตัวเองให้เป็นแผลแล้วรักษา จึงมีรอยแผลใจกันมากมายไม่รู้สิ้นสุด ถ้าแผลใจปรากฏได้เหมือนแผลกายก็คงเห็นแผลเต็มไปหมด เรียกว่ามีแต่รอยแผลก็ได้ แต่วิสัยผู้มีปัญญายิ่งมีรอยแผลมาก ยิ่งเข้าใจโลกและชีวิตดีขึ้น อาจก้าวหน้าในการพัฒนาตนอย่างรวดเร็วก็ได้

อย่างไรก็ตาม จิตที่เป็นอิสระไม่ติดพันในอารมณ์โลกนั้นเป็นจิตเกษม ปลอดภัย ให้ความสงบสุขแก่บุคคลสุดจะพรรณนาได้ ชีวิตของพระอรหันต์ย่อมเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้ดี

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2553 , 07:47:18 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 4


วันนี้ได้ข้อคิดที่คนเรามักมองข้ามไปจริงๆ ก็คือความติดทำให้เสียอิสรภาพ ด่านแรกที่จะต้องผ่านให้ได้ก็คือพยายามข่มใจตนเองให้หลุดพ้นชั่วคราว (ตทังควิมุติ) ให้ได้เสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ไปเพิ่มบาดแผลในใจ

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรม ที่พี่เณรนำมาฝากเป็นประจำค่ะ

โดย พี่ดา [25 พ.ย. 2553 , 09:49:32 น.] ( IP = 124.121.174.75 : : )


  สลักธรรม 5

โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ย. 2553 , 14:36:12 น.] ( IP = 125.27.177.26 : : 10.0.2.119 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org