| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รำลึกพระอาจารย์บุญมี ปูชนียาจารย์
โดย ศาลาธรรม [25 พ.ย. 2553 , 14:32:11 น.] ( IP = 125.27.177.26 : : 10.0.2.119 ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
โดย ศาลาธรรม [25 พ.ย. 2553 , 14:32:46 น.] ( IP = 125.27.177.26 : : 10.0.2.119 )
สลักธรรม 2![]()
พระอาจารย์บุญมี เมธฺงกุโร
คุณูปการะ น้อมเกศะจรดกราบกราน
พระคุณแห่งอาจารย์ .ผู้เกื้อก่อสถานธรรม
ครบกาลครรไลลา .ครูผู้กล้าและเลิศล้ำ
ขจายไฟพระธรรม ไปสู่หล้าอย่างท้าทาย
แสงเทียนพลันวูบดับ สิ้นแวววับและลับหาย
เหลือแต่กลิ่นกำจาย..แห่งความดีที่เนิ่นนาน
ปวงเอยปวงกุศล..ที่เคยดลและสืบสาน
ในกิจกอปรการงาน ขอกราบกรานบูชาคุณ
วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ นับเป็นวันแห่งการสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่ของชาวอภิธรรมมูลนิธิ เพราะประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิ "พระอาจารย์บุญมี เมธฺงกุโร" ได้ถึงกาลมรณภาพท่ามกลางความอาลัยของญาติมิตรและคณะศิษย์ จากวันนั้นถึงวันนี้ ....นับเป็นระยะเวลา ๑๙ ปีแล้ว ที่ไร้แสงแห่งประทีปดวงนั้น
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:29:52 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 3
พระอาจารย์บุญมี เป็นบุคคลที่ศิษย์ทั้งหลายกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า ท่านอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างถึงที่สุด นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาศึกษาพระอภิธรรมเพื่อความเข้าใจให้ถึงประโยชน์ และเมื่อท่านพบว่า ประโยชน์ที่ได้รับนั้นเกินที่จะคณานับ ท่านจึงปรารถนาที่จะเผยแผ่สู่ผู้อื่นให้ทราบด้วยเพื่อที่จะคลี่คลายปัญหาชีวิตให้หมดไป
ซึ่งในการต่อมาเมื่อท่านได้รับคำเชิญให้เป็นกรรมการธรรมศึกษาของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ ท่านขออนุญาตได้เนินการเปิด โรงเรียนบรรยายพระอภิธรรมปิฎก ขึ้นในพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย โดยท่านได้เชิญคณาจารย์หลายท่านมาร่วมเป็นอาจารย์สอนพระอภิธรรม ได้แก่ อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ และคุณพระชาญบรรณกิจ เป็นต้น
นับตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายแห่งการสอน ท่านได้ปฏิบัติตามปณิธานที่ท่านกล่าวไว้ตลอดเวลาว่า ท่านจะทุ่มเทชีวิตให้กับงานเผยแพร่พระอภิธรรมอย่างจริงจัง ไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย แม้มีผู้สนใจฟังเพียงคนเดียวท่านก็จะสอน
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:30:25 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 4
ในแต่ละปีแต่ละวันที่ผ่านมาผู้คนเป็นจำนวนมากที่ได้เข้ามารับฟังเรื่องของชีวิตจากอภิธรรมมูลนิธิ และนำไปศึกษาจนเกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น ทำให้เข้าใจถึงความเป็นไปของชีวิตก็มีมากมาย รวมทั้งท่านได้อบรมลูกศิษย์ให้เข้าใจในพระอภิธรรมจนสามารถนำไปเผยแพร่สืบต่อเป็นจำนวนมาก เช่น อาจารย์วรรณสิทธิ์ ไวทยะเสวี อาจารย์ประณีต ก้องสมุทร อาจารย์สุเทพ โพธิสัทธา อาจารย์นิยม ฤทธิ์เสือ อาจารย์วินัย อ.ศิวะกุล อาจารย์สรรคชัย พรหมฤาษี ศาสตราจารย์นายแพทย์จำลอง หะริณสุต คุณพูลศรี เจริญพงษ์ เป็นต้น
ในฐานะที่ท่านเป็นประธานกรรมการ ท่านได้วางหลักในการเผยแพร่พระอภิธรรมไว้ 3 ประการด้วยกัน คือ สอนปริยัติ การจัดให้สถานที่ให้เข้าปฏิบัติ และมุ่งเน้นให้เชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด นรก สวรรค์ เทวดา ฯลฯ มีจริง เพื่อที่จะได้เข้าใจในหลักกรรมและเลือกกระทำกรรมที่ดีได้ จนะกระทำถึงกรรมที่สิ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิด
ฉะนั้น ในแต่ละปีที่ผ่านมาเมื่อเวียนมาถึงวันคล้ายวันมรณภาพของท่าน คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์จึงได้รวมกันพิธีเปลี่ยนผ้าจีวรที่รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านที่ศาลาเสือพิทักษ์ และจัดพิธีบังสุกุลถวายกุศลแด่ท่านด้วยความเคารพและระลึกถึงในพระคุณของท่านเสมอมา เพราะเส้นทางของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธินั้นมิได้เดินมาด้วยความเรียบง่ายตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่าน แต่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคหลายประการกว่าจะตั้งหลักฐานได้อย่างมั่นคงในปัจจุบันนี้
ดังที่จะนำเสนอให้ทุกท่านทราบอีกครั้งถึงแต่ละก้าวที่ท่านได้นำธรรมนาวามาจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตดังนี้ว่า ... โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:30:50 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 5
ประทีปดวงเอก
ย้อนหลังกลับไปเมื่อห้าสิบปีก่อน....... ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ อาจารย์บุญมี เมธางกูร ผู้ซึ่งเป็นกรรมการธรรมศึกษาของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการเปิด โรงเรียนบรรยายพระอภิธรรมปิฎก ขึ้นในพุทธสมาคมฯ โดยได้เชิญคณาจารย์หลายท่านมาร่วมเป็นอาจารย์สอนพระอภิธรรม ได้แก่ อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ และคุณพระชาญบรรณกิจ เป็นต้น ในขณะนั้น พุทธสามาคมฯมีสำนักงานอยู่ที่มหามงกุฎราชวิทยา หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร
ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ เนื่องจากเกิดปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมการสอน และการกำหนดนโยบายในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาจารย์บุญมี เมธางกูร จึงได้ก่อตั้งอภิธรรมมูลนิธิขึ้น เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ณ บ้านเลขที่ ๓๐๑ ต.บางยี่ขัน จ.ธนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของตนเอง และบริจาคเงินส่วนตัวจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นทุนสำหรับจดทะเบียนมูลนิธิ ส่วนสถานที่บรรยายธรรมยังคงขอใช้สถานที่ของพุทธสามาคมฯดังเดิม
ประมาณปีพ.ศ.๒๕๐๔ พุทธสมาคมฯ ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ การบรรยายพระอภิธรรมของอาจารย์บุญมีก็ได้ย้ายติดตามมาดำเนินอยู่ในที่เดียวกันนี้ และในปีดังกล่าว อภิธรรมมูลนิธิก็ได้บรรจุอาจารย์สอนพระอภิธรรมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งท่าน คือ อาจารย์วรรณสิทธิ์ ไวทยะเสวี ซึ่งเป็นนักเรียนที่เข้ามาเรียนพระอภิธรรมกับอาจารย์บุญมี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:31:12 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 6
ศาลาโรงธรรมโพธิ์ลังกา
ครั้นต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๗ โรงเรียนบรรยายอภิธรรมก็ประสบกับมรสุมลูกใหญ่ มีอันต้องปิดการเรียนการสอนที่พุทธสมาคมฯลงโดยฉับพลัน ในระหว่างที่จัดหาสถานที่ตั้งโรงเรียนบรรยายธรรมอยู่นั้น ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ คุณสด สังขพิทักษ์ กรรมการเลขานุการของมูลนิธิ ก็ได้มอบที่ดินจำนวน ๕ ไร่ ให้แก่อภิธรรมมูลนิธิเพื่อจัดตั้งสำนักวิปัสสนา โดยมูลนิธิฯจัดหาที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมอีก ๑๗ ไร่เศษ รวมเป็น ๒๒ ไร่ ที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และ เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๙ ภายใต้การดูแลของนายสอน ไตรยสรรค์ กรรมการมูลนิธิ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกรมสรรพากร
จนกระทั่งในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๐๙ ด้วยความอนุเคราะห์ของสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณสิริ) ได้อนุญาตให้ใช้ศาลาโรงธรรมโพธิ์ลังกา วัดพระเชตุพนฯ เป็นสถานที่บรรยายพระอภิธรรม แต่เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีความคับแคบ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณสิริ) จึงได้อนุญาตให้ใช้ที่เก็บถังน้ำมันซึ่งเป็นเขตสังฆาวาส เป็นที่ก่อสร้างโรงเรียนสอนพระอภิธรรม โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนมงคลทิพยอภิธรรมมูลนิธิ วัดพระเชตุพนฯ ซึ่งสร้างแล้วเสร็จและเปิดการบรรยายอภิธรรมได้ในปี พ.ศ.๒๕๑๕
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:31:29 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 7
สำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ระหว่างการหาสถานที่เพื่อเป็นโรงเรียนสอนพระอภิธรรมนั้น เพื่อให้การปฏิบัติธรรมไม่ห่างหายไปจากสาธุชนทั้งหลาย ท่านอาจารย์บุญมี และคณะกรรมการมูลนิธิ จึงได้เร่งพัฒนาที่ดินที่ได้รับบริจาคมา เพื่อสร้างเป็นสถานปฏิบัติธรรมให้สำเร็จเสร็จสิ้นโดยเร็ว ด้วยความเสียสละของกรรมการมูลนิธิโดยเฉพาะคุณสอน ไตรยสรรค์ ที่รับผิดชอบการดำเนินงานในฐานะผู้จัดการสำนักปฏิบัติ อาคารสำหรับผู้เข้าปฏิบัติธรรมก็ปรากฏขึ้นบนผืนแผ่นดินที่เคยว่างเปล่าผืนนั้น
ท่านอาจารย์บุญมีได้จัดคณาจารย์ผู้แตกฉานในการปฏิบัติธรรม ไปประจำ ณ สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ รวมทั้งตัวท่านเองด้วยในฐานะผู้สอบอารมณ์ ซึ่งท่านได้ปลูกที่พักอยู่ต่างหากในที่ดินของตนเอง ที่อยู่ติดกันกับสำนักฯ ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นภาระรบกวนที่พักของสำนักฯ ซึ่งจัดสร้างห้องไว้เพื่อโยคาวจรได้เจริญสติปัญญา
อาจารย์แนบ มหานีรานนท์ พระอาจารย์สุนทร สุขเถื่อน และพระอาจารย์ผล เป็นต้น ต่างก็เข้ามาร่วมเป็นคณาจารย์อบรมด้านการปฏิบัติ ณ สำนักฯแห่งนี้ บรรดานักศึกษาก็เริ่มให้ความสนใจที่จะมาเข้าปฏิบัติ เนื่องจากได้เรียนรู้มาบ้างแล้ว การส่งเสริมกิจกรรมด้านการปฏิบัติธรรมของมูลนิธินี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะการศึกษาปริยัติก็เพื่อการปฏิบัติให้พ้นไปจากวงเวียนแห่งวัฏฏสงสารนั่นเอง
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:31:47 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 8
โรงเรียนมงคลทิพยอภิธรรมมูลนิธิ
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ การสอนพระอภิธรรมก็เริ่มฟื้นฟูความเข้มแข็งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะได้รับอุปการคุณจากสมเด็จป๋าทรงอนุญาตให้ใช้ที่บริเวณเก็บถังน้ำมันแล้ว พระมงคลทิพยมุนี หรือหลวงพ่อเมี้ยน ได้บริจาคเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งทุนประเดิมเป็นค่าก่อสร้างอาคารสำหรับเรียนพระอภิธรรม ซึ่งมีนามว่า โรงเรียนมงคลทิพยอภิธรรมมูลนิธิ
ซึ่งเป็นอาคารสูงสามชั้น ตั้งอยู่เยื้องกับตลาดท่าเตียน ตลอดระยะเวลาสิบแปดปีที่ท่านอาจารย์บุญมี ใช้อาคารแห่งนี้เป็นที่ถ่ายทอดความรู้ และผลิตบุคลากรทางพระศาสนาที่ทรงคุณภาพ รวมทั้งการให้ความสงเคราะห์แก่ผู้ทุกข์ยากทั้งหลาย และก็เช่นเดียวกัน ที่อาจารย์บุษกรก็ใช้ชีวิตอุทิศเพื่อพระพุทธศาสนา ร่วมกับท่านอาจารย์บุญมีอย่างไม่ย่อท้อ
การบรรยายธรรม และการแสดงบทพิสูจน์ต่างๆเพื่อให้มีความเชื่อในเรื่องกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด การล้างความเห็นผิดที่คิดว่าตายแล้วสูญนั้น ได้ก่อตำนานขึ้น ณ อาคารแห่งนี้อย่างยาวนาน
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:32:04 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 9
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีแห่งการเผยแผ่พระอภิธรรม ท่านอาจารย์บุญมีได้เพียรพยายามสร้างสรรค์ลูกศิษย์ให้สืบทอดพระอภิธรรมไว้เป็นจำนวนมาก เช่น อาจารย์วรรณสิทธิ์ ไวทยะเสวี อาจารย์ประณีต ก้องสมุทร อาจารย์สุเทพ โพธิสัทธา อาจารย์นิยม ฤทธิ์เสือ อาจารย์วินัย อ.ศิวะกุล อาจารย์สรรคชัย พรหมฤาษี ศาสตราจารย์นายแพทย์จำลอง หะริณสุต คุณพูลศรี เจริญพงษ์ เป็นต้น
ด้วยการเชิญชวนให้มาเป็นครูผู้สอนพระอภิธรรม หรือสนับสนุนให้แยกย้ายไปตั้งสถานที่ศึกษาต่างหากตามความต้องการ การเรียนการสอนพระอภิธรรมได้ดำเนินมาอย่างราบรื่น ในละวันช่วงที่ท่านอาจารย์บุญมีเข้าสอนในชั้นเรียน ก็จะมีนักศึกษาจำนวนมากติดตามมาฟังคำบรรยาย และซักถามปัญหาที่ข้องใจ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับภพภูมิ และการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งบรรยากาศการเรียนการสอนในขณะนั้นเต็มไปด้วยความเข้มข้นในการพิสูจน์จากนักวิชาการ เช่น ศ.ดร.ระวี ภาวิไล เป็นต้น
การพยายามอธิบายและแสดงหลักฐานเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก นับวันก็จะมีผู้มาตั้งข้อพิสูจน์ที่ยากขึ้นตามลำดับ แต่ท่านอาจารย์ก็มิได้ย่อท้อ และในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ที่ผู้มาตั้งข้อพิสูจน์เหล่านั้น ได้เปลี่ยนทัศนคติหันกลับมาศึกษาพระอภิธรรม และกลายเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระอภิธรรมในกาลต่อมา
จวบจบกระทั่งโรงเรียนบาลีสาธิต ของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ได้ขออนุญาตมาใช้พื้นที่ของหอสมุดสันติวันเป็นที่ทำการเรียนการสอน และขยายพื้นที่ไปตามส่วนต่างๆในโรงเรียนมงคลทิพยอภิธรรมมูลนิธิ...... ด้วยเหตุผลความจำเป็นดังกล่าว ประกอบกับท่านอาจารย์บุญมีมีความตั้งใจ ที่จะสร้างโรงเรียนสอนพระอภิธรรมในลักษณะนานาชาติขึ้นในประเทศไทย จึงมอบหมายให้คณะกรรมการมูลนิธิเป็นผู้สำรวจหาแหล่งพื้นที่ที่เหมาะสม และในกาลต่อมาก็ตกอยู่ในภาระรับผิดชอบของอาจารย์บุษกร เมธางกูร ทั้งหมด
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:32:20 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : )
สลักธรรม 10
ศาลาเสือพิทักษ์
สถานที่แห่งใหม่อันเป็นการปลูกสร้างที่ทำการอันถาวรของมูลนิธิ รวมทั้งโรงเรียนเพื่อสนองเจตนารมณ์ของท่านนั้น ได้ตกอยู่ในความรับผิดชอบของอาจารย์บุษกร เมธางกูร และอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี ซึ่งเป็นผู้รับปิดชอบการจัดหาสถานที่ และทุนทรัพย์ทั้งปวงในการก่อสร้างอาคารสถาน
เรือนบรรยายพระอภิธรรมหลังแรกที่เกิดขึ้นก็คือ ศาลาเสือพิทักษ์ ที่ต่อมาได้เพิ่มเติมถาวรวัตถุต่างๆจนครบสมบูรณ์แก่สถานที่ศึกษาและปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะอาคารบุญมี เมธางกูร ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อบรรยายพระอภิธรรมในลักษณะนานาชาติ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า ภายหลังจากที่สร้างเสร็จได้ไม่นาน พระอาจารย์บุญมีก็ได้ล้มป่วยลง และถึงแก่กาลมรณภาพในที่สุด
ซึ่งเพียงผู้เดียวที่ยินยอมรับภาระทุกด้ายในการดูแลองค์กรสาธารณกุศลนี้ก็คือ อาจารย์บุษกร เมธางกูร ผู้ใดที่อยู่ในฐานะบุตร ที่แม้จะประสบกับความสูญเสียมากกว่าใคร แต่ด้วยความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อบิดาผู้ล่วงลับ และความจงรักภักดีต่อพระพุทธศาสนาอย่างเปี่ยมล้น จึงเป็นเสมือนพลังให้อาจารย์บุษกรก้าวข้ามความเจ็บป่วยต่างๆที่มีในชีวิตแล้วเข้ามาเป็นหลักใจให้แก่ศิษย์ทุกคน แม้จะรับภาระด้านการสอนอยู่ก่อนหน้านับสิบปีแล้ว
ความเสียสละและความอดทนที่ปรากฏนั้นยากที่จะนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งใด เพราะหัวใจที่พร้อมพลีเพื่องานพระศาสนาอันเป็นมรดกธรรมที่ได้รับนั้น ไม่สามารถคำนวณถึงความกว้างใหญ่ได้เลย เวลาทุกนาทีจึงดำเนินไปพร้อมกับการสร้างสรรค์คุณค่าให้เกิดแก่ผู้อื่น และสืบสานมูลนิธิให้เจริญก้าวหน้ามาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
![]()
![]()
โดย ศาลาธรรม [26 พ.ย. 2553 , 09:32:40 น.] ( IP = 180.180.112.110 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |