| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เพื่อความสุขใจ(๑)
สลักธรรม 1เพื่อผ่อนคลายความทุกข์ และเพื่อเสริมสร้างความสุขทางใจ ขอเสนอวิธีการดังต่อไปนี้
๑. ทำงานอยู่เสมอ
๒. อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย
๓. อย่าเป็นทุกข์ล่วงหน้า
๔. ต้อนรับสิ่งที่หนีไม่พ้นด้วยความสงบ
๕. อย่ายอมเป็นทาสของอดีต
๖. หัดวิเคราะห์ทุกข์
๗. ค้นหาต้นเหตุของทุกข์แล้วกำจัดเสีย
๘. ทำจิตให้เป็นอิสระไม่ตกเป็นทาสของมายาธรรม
๙. ตระหนักแน่ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นไปตามเหตุปัจจัย
๑๐. ความเป็นผู้มีเหตุผล
๑๑. การเล็งเห็นคุณและโทษของสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง
๑๒. พยายามมองบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆ ในแง่ดีตามสมควร
๑๓. การทำจิตให้สงบโดยวิธีสมาธิหรือสมถภาวนา
๑๔. การทำจิตให้สงบโดยวิธีวิปัสสนาโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ธ.ค. 2553 , 08:04:05 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 2๑. ทำงานอยู่เสมอ
พยายามหางานอะไรทำอยู่เสมอ อย่าให้มีเวลาว่างมาก บางคนมีเวลาว่างมากเกินไปจิตจึงฟุ้งซ่าน เที่ยวคิดนั่นคิดนี่ให้วุ่นวายไร้สาระ เก็บเรื่องนั้นมาทุกข์เรื่องนี้มาร้อน บางคนอาจบอกว่าไม่มีงานทำ ว่างงาน จะให้ทำอะไรเล่า? ที่พูดอย่างนั้น เขาหมายถึงงานที่จะได้เงินอย่างเดียว ไม่คิดถึงงานที่จะเป็นประโยชน์แก่จิตใจ ถ้าเขาว่างงานยังหางานที่จะมีเงินตอบแทนไม่ได้ก็ควรหางานอะไรก็ได้ทำเสียโดยไม่ต้องมีเงินตอบแทน เขาอาจถามต่อไปว่าเมื่อไม่ได้เงินแล้วจะทำทำไม? ตอบว่า ทำแก้กลุ้มไงล่ะ เราอาจะไปช่วยใครทำอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่งโดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน เราทำให้เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ อาจเป็นงานของเพื่อนที่ชอบพอกัน หรือของผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ พอว่างจากงานอย่างนั้นก็จับหนังสือที่ให้ความเพลิดเพลินบ้างให้ความรู้บ้างขึ้นมาอ่าน นั่นก็งานเหมือนกัน มันไม่มีผลตอบแทนออกมาเป็นเงินก็จริง แต่มีคุณค่าแก่จิตใจและการสร้างอุปนิสัยอันดีงามให้แก่ตน คนอย่างนี้ไม่ว่างงาน ไม่ตกงาน ใครรู้เห็นเข้าก็อยากได้ ยังไม่มีใครใช้ก็ใช้ตัวเองไปพลางๆ ก่อน
บางคนมีงานทำซึ่งมีผลตอบแทนเป็นเงินอยู่แล้ว แต่งานนั้นน้อยเกินไป และเงินก็น้อยด้วย จึงมีเวลาว่างมากก็ทุกข์อีก อย่างนี้ควรหางานอดิเรกทำ ควรสำรวจความสามารถของตนเองให้ดีว่ามีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง เมื่อพบแล้วก็พยายามฝึกฝนให้ดี ทำไปทีละน้อยนานวันเข้าจะเกิดความชำนาญเอง ความสุขที่เกิดจากการทำงานนั้นเป็นความสุขที่ไม่มีโทษ เป็นมงคลข้อหนึ่ง (อนวชฺชานิ กมฺมานิ) จึงควรฝึกฝนตนให้มีความสุขอยู่กับงาน พวกจิตแพทย์แนะนำให้คนไข้ผู้มีทุกข์วิตกกังวลบำบัดโรคนี้ด้วยการทำงานเหมือนกัน เขาเรียกว่า Occupational Therapy เด็กที่อยู่ในวัยเรียนและได้เรียนหนังสือนั้นนับว่าโชคดี เพราะไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก วันหนึ่งๆ ต้องเรียนถึง ๗ ๘ ชั่วโมง แล้วยังการบ้านอีก เรียกว่าเกือบไม่มีเวลาว่างสำหรับทุกข์เลย อย่างที่เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ว่า ฉันไม่มีเวลาสำหรับทุกข์
การไม่อยู่ว่าง หาอะไรทำอยู่เสมอเป็นประโยชน์หลายอย่างทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่ได้ทำงานทางกาย ทำทางจิตก็ได้ เช่น นั่งแผ่เมตตาถึงสรรพสัตว์หรือนั่งสมาธิทำใจให้สงบปลอดจากนิวรณ์ (ความฟุ้งซ่านต่างๆ) งานด้านนี้ก็มีให้ทำมากเหมือนกัน และถ้าสำเร็จขึ้นมาก็จะกลายเป็นผู้ประเสริฐเลิศมนุษย์ที่ใครๆ จะต้องกราบไหว้บูชาเพราะงานทางจิตเป็นงานประเสริฐ ยังผลให้ผู้ทำงานด้านนี้เป็นคนประเสริฐ
ในโลกนี้ มนุษย์เป็นใหญ่กว่าสัตว์โลกอื่นๆ สัตว์โลกชนิดอื่นมักต้องพลอยสุขพลอยทุกข์อยู่เสมอ ในมนุษย์จิตเป็นใหญ่ ถ้าจิตดีก็มีความสุข จิตไม่ดีก็มีความทุกข์ ทุกข์ในเรื่องที่น่าจะสุข แต่ถ้าจิตเขาดี เขามีสุขแม้ในเรื่องที่น่าจะทุกข์ ในจิตอะไรเป็นใหญ่? ธรรมเป็นใหญ่ เพราะจิตที่มีธรรมเท่านั้นจึงจะครอบครองความเป็นใหญ่จริงๆ ได้ ใครๆ ต้องยอมให้โดยไม่ต้องบังคับขู่เข็ญ การปฏิบัติธรรมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตและสำคัญอย่างยิ่งยวดด้วย
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ธ.ค. 2553 , 08:04:51 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 3ในพระสูตรอังคุตตรนิกาย (พระไตรปิฏกเล่ม ๒๐ ข้อ ๔๕๓) พระพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า พระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม เป็นธรรมราชา ภิกษุรูปหนึ่งทูลถามขึ้นว่า ก็อะไรเล่าเป็นราชาของพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรมนั้น พระศาสดาตรัสตอบว่า ธรรมนั่นเองเป็นราชาของพระเจ้าจักรพรรดิ เพราะพระเจ้าจักรพรรดิก็ต้องทรงอาศัยธรรม สักการะธรรม เคารพยำเกรงธรรม มีธรรมเป็นธง มีธรรมเป็นตราและมีธรรมเป็นใหญ่
พระพุทธเจ้าตรัสต่อไปว่า แม้เราตถาคตเองก็ต้องอาศัยธรรมสักการะธรรม เคารพยำเกรงธรรม มีธรรมเป็นธงเป็นตรา
เมื่อเป็นดังนี้ บุคคลผู้ปฏิบัติธรรม จึงเท่ากับปฏิบัติผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคือธรรมย่อมคุ้มครองให้เขาอยู่เย็นเป็นสุข สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่เขาประพฤติดีแล้วย่อมนำสุขมาให้
จะเห็นได้ว่างานการประพฤติธรรมเป็นงานยิ่งใหญ่และสำคัญต่อชีวิตเพียงไร แม้จะว่างจากงานอื่นก็ไม่ควรว่างจากงานการปฏิบัติธรรม เมื่อทำงานใดๆ หรือยู่ในฐานะอย่างไรก็ต้องปฏิบัติธรรมในงานนั้น และในฐานะนั้น จึงจะเป็นอยู่ดีได้ ธรรมจึงมีความหมายมากที่สุดในชีวิตคน การปฏิบัติธรรมนั้นทำได้ทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ ตามความเหมาะสมแก่ฐานะของตนๆโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ธ.ค. 2553 , 08:05:27 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 4คนที่ใฝ่ใจในธรรมจะมีงานทำอยู่เสมอ ไม่เหงา ไม่ว้าเหว่ เมื่ออยู่คนเดียวก็พอใจ เพราะถือเอาความวิเวกนั่นเองเป็นสหาย ดังที่ท่านกล่าวว่า อันที่จริงความวิเวกเป็นสหายอันประเสริฐ เมื่ออยู่กับคนมากก็ไม่มีเวรมีภัยกับใคร เพราะเขาเป็นผู้สำรวมกาย วาจาด้วยดี ไม่เบียดเบียนเสียดแทงใครด้วยกาย หรือด้วยวาจา เป็นผู้ครองตนเป็นสุขทั้งอยู่คนเดียวและอยู่กับผู้อื่น นอกจากให้ความสุขแก่ตนแล้ว ยังสามารถให้ความสุขแก่ผู้อื่นได้ด้วย เป็นผู้ที่สังคมต้องการ เพราะสังคมยังขาดบุคคลประเภทนี้อยู่เป็นอันมาก
การทำงานนอกจากเป็นเครื่องผ่อนคลายความทุกข์ที่เรียกว่า Occupational Therapy แล้วยังเป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตอย่างดีอีกด้วย คือว่าสร้างอนาคตด้วยอะไรๆ ก็ไม่ดีเท่ากับสร้างด้วยการทำงาน ผู้ได้ดีมีสุขเพราะคนอื่นสร้างให้ เช่น ได้รับมรดกก็ปลื้มใจไม่เท่ากับที่ทำเองสร้างเอง นอกจากนี้ความมั่นคงยังไม่เหมือนกันอีก คนที่สร้างอนาคตของตนเองได้ด้วยการทำงานนั้น จะกลับเสื่อมลงไปอีกนั้นยากมาก แต่บุคคลที่อยู่สุขสบายเพราะได้รับมรดกตกทอดนั้น มีอยู่ไม่น้อยที่ต้องเสื่อมถอยล่มจมลงไปในภายหลัง เพราะความประมาทมัวเมา เคยชินกับความสบาย ไม่รู้ความลำบาก ฐานะที่ตนมีอยู่ก็ไม่ได้สร้างขึ้นเอง เมื่อถึงคราวตกอับจึงไม่รู้หนทางว่าจะสร้างขึ้นมาได้อีกอย่างไร จึงต้องทนอยู่ในความลำบากจนสิ้นชีวิตโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ธ.ค. 2553 , 08:06:01 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 5คนบางพวกอาจเห็นไปว่า สร้างอนาคตด้วยการทำงานนั้นช้านักไม่ทันใจ จึงหาวิธีสร้างด้วยการทุจริตคดโกง อาจเห็นผลเร็ว แต่ไม่มั่นคง คลอนแคลน จะพังลงมาเมื่อไรก็ไม่อาจรู้ได้ ตัวผู้สร้างอนาคตด้วยวิธีทุจริตนั้นก็อยู่อย่างประหวั่นพรั่นพรึง ไม่มั่นใจและไม่เย็นใจ สู้คนที่สร้างด้วยการทำงานสุจริตไม่ได้
บางคนอาจเห็นการประจบสอพลอเป็นทางลัดไปสู่ความรุ่งโรจน์ สิ่งที่ตามมาสำหรับบุคคลประเภทนี้ก็คือ การเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เขาคิดว่าเป็นทางที่ดีจะได้เป็นที่รักของเจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา แต่ความจริงเป็นทางที่เลว และเลวมาก คนประเภทนี้อาจรุ่งโรจน์ได้เหมือนกันในหน้าที่การงาน แต่เป็นไปชั่วคราว ไม่ยั่งยืน และต้องลำบากด้วยการเที่ยวประจบสอพลออยู่เรื่อยไป ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง สู้คนที่เขาเอาดีด้วยการทำงานไม่ได้
แต่ท่านต้องไม่เอาลักษณะความเป็นผู้มีน้ำใจกับการประจบสอพลอไปปะปนกัน ความเป็นผู้มีน้ำใจคอยช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นไม่ดูดาย ความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้หลักผู้ใหญ่ อ่อนโยนสุภาพนั้น เป็นลักษณะที่ดี บางคนอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูเพราะความเป็นผู้มีน้ำใจของเขา และเขาทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความรักใคร่นิยมนับถือจริงๆ ประกอบด้วยมีความสามารถดีในหน้าที่การงาน ไว้ใจได้ เมื่อเป็นดังนี้ผู้ใหญ่ก็นิยมรักใคร่ใช้สอยด้วยความสนิทสนม คนอื่นๆ ที่มิได้วางใจเป็นกลางอาจมองเห็นเป็นว่า ผู้น้อยประจบสอพลอและผู้ใหญ่อคติ
พูดให้สั้นว่า การประจบสอพลอนั้นทำด้วยไม่สุจริตใจ มุ่งเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ส่วนความมีน้ำใจนั้นทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ อาจมุ่งหวังเอาดีใส่ตัวบ้าง แต่ไม่เอาชั่วใส่คนอื่นด้วยเจตนากลั่นแกล้งให้เขาเดือดร้อน คนประเภทนี้มีความดีและความสุขจากการทำงานอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเที่ยวหาความสุขจากการใส่ร้ายผู้อื่น
อนาคตที่สร้างด้วยการทำงานนั้นเป็นอนาคตที่มั่นคงน่าสรรเสริญชื่อเสียงเกียรติยศที่ได้รับโดยวิธีการทำงานนั้นเป็นสิ่งบริสุทธิ์ ไม่เจือด้วยโทษ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นงานที่สุจริต การงานใดที่เราทำด้วยความบากบั่นพากเพียร เมื่อการงานนั้นสำเร็จลงก็เป็นความปลาบปลื้ม ภาคภูมิ อิ่มใจไปนาน การทำงานที่ปราศจากโทษจึงเป็นวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความทุกข์และก่อให้เกิดความสุขโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ธ.ค. 2553 , 08:06:39 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 6ในพระสูตรชื่อ อันนนาถสูตร คัมภีร์อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต พระไตรปิฏกเล่ม ๒๑ ข้อ ๖๒ พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี ถึงความสุขของคฤหัสถ์ ๔ อย่าง คือ
๑. สุขเกิดจากการมีทรัพย์
๒. สุขเกิดจากการได้ใช้สอยทรัพย์ตามต้องการ
๓. สุขเกิดจากความเป็นผู้ไม่มีหนี้
๔. สุขเกิดจากการประกอบการงานที่ปราศจากโทษ
ทรงสรุปไว้ว่า ความสุขทั้ง ๓ อย่างข้างต้นนั้น รวมกันแล้ว ก็ไม่ถึง ๑ ส่วนใน ๑๖ ส่วน คือไม่ถึง ๑ ใน ๑๖ ของสุขอันเกิดจากการประกอบการงานที่ปราศจากโทษ
การงานในที่นี้ ทรงหมายถึงการกระทำทั้งทางกาย วาจา และใจ คือกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมที่ไม่มีโทษ ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนตนหรือผู้อื่น แต่เป็นคุณประโยชน์แก่ตนและคนทั้งหลาย ผลของงานอาจดำรงอยู่เป็นร้อยเป็นพันปี
เป็นอันจับความได้ว่า การกระทำ คำพูดหรือความคิดที่ไม่มีโทษ ไม่เป็นไปเพื่อทุกข์ แต่เป็นไปเพื่อสุขประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่นนั้น เป็นการงานอันประเสริฐ ผู้ประกอบการงานเช่นนั้น ย่อมเป็นผู้ประเสริฐไปด้วย เหมือนบุคคลผู้มีกายสวยงามและอยู่ในอารมณ์ที่สวยงาม ใครๆ ก็ออกปากชมว่าช่างงามจริงหนอ
บุคคลจะเป็นผู้ประเสริฐ หรือเป็นคนเลวก็ด้วยการงานที่ตนประกอบดังพระพุทธวจนะที่ว่า
บุคคลจะเลวหรือประเสริฐ เพราะชาติตระกูลก็หามิได้ แต่จะเป็นผู้เลวหรือประเสริฐก็เพราะการกระทำของตนเอง
ด้วยประการฉะนี้ การงานจึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์ เขาจะเป็นคนอย่างไรก็จงดูการงานที่เขาทำ เครื่องวัดคนที่แท้จริงก็คือผลของงานนั่นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ธ.ค. 2553 , 08:07:20 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 7
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [14 ธ.ค. 2553 , 10:19:00 น.] ( IP = 124.121.178.138 : : )
สลักธรรม 8![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [14 ธ.ค. 2553 , 15:00:58 น.] ( IP = 125.27.174.59 : : )
สลักธรรม 9กราบขอบพระคุณค่ะ
โดย น้องอุ๊ [14 ธ.ค. 2553 , 21:03:02 น.] ( IP = 125.24.18.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |