มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอรหันต์หัวเราะได้หรือเปล่าคะ และพระรับเงิน




พระอรหันต์หัวเราะได้หรือเปล่าคะ และพระรับเงิน
ได้หรือเปล่าคะ เห็นไปทำสังฆทานตามวัดบางวัดมีซองใส่เงินให้ เราก็เคยใส่เงินในซองและถวายพร้อมกับถังสังฆทาน ผิดอาบัติเปล่าคะ อ.ที่สอนพระอภิธรรมบางคนก็บอกว่าผิดอาบัต

โดย ซุนโกะจัง [13 ธ.ค. 2553 , 13:03:29 น.] ( IP = 58.181.143.162 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระภิกษุหัวเราะ


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๑
ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ตุวฏกสุตตนิทเทสที่ ๑๔




[๗๔๙] ภิกษุไม่พึงทำความหลับให้มาก พึงมีความเพียร ซ่องเสพความเป็นผู้ตื่น
พึงละเว้นความเกียจคร้าน ความลวง ความหัวเราะ การเล่น เมถุนธรรม
อันเป็นไปกับด้วยการประดับ.



คำว่า หัวเราะ แสดงว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมหัวเราะเกินประมาณจนฟันปรากฏ.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
การหัวเราะเกินประมาณจนฟันปรากฏนี้เป็นกิริยาของเด็ก ในอริยวินัย


พระอรหันต์แย้มโดยจิตที่เป็น มหากิริยาจิต หรือจิตที่เป็นอเหตุกกิริยาที่เรียกว่าหสิตุปาทะจิต



การยิ้มและหัวเราะของบุคคลทั่วไปในโลกนี้แบ่งเป็น

การยิ้มและการหัวเราะนั้น มี ๖ อย่าง

๑. สิตะ ยิ้มอยู่ในหน้า ไม่เห็นไรฟัน

๒. หสิตะ ยิ้มแย้มพอเห็นไรฟัน

๓. วิหสิตะ หัวเราะเบา ๆ

๔. อุปหสิตะ หัวเราะจนกายไหว

๕. อปหสิตะ หัวเราะจนน้ำตาไหล

๖. อติหสิตะ หัวเราะจนสั่นพริ้ว และโยกโคลงลงไปทั้งตัว

สิตะ และหสิตะ เป็นการยิ้มแย้มของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลาย ที่เรียกว่าหสิตุปปาทจิต แม้จะโสมนัสด้วยมหากิริยา ก็เพียงแต่ยิ้มแย้มเท่านั้น การยิ้มแย้มของพระอรหันต์นั้น ถ้าอารมณ์เป็นอโนฬาริกะ คือเป็นอารมณ์ละเอียดอันบุคคลธรรมดาไม่สามารถรู้ ขณะนั้นยิ้มแย้มด้วย หสิตุปปาทจิต (หสิตุปปาทจิตนี้ เรียกว่า หสนจิตก็ได้)


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 ธ.ค. 2553 , 07:53:26 น.] ( IP = 58.9.114.99 : : )


  สลักธรรม 2

เงินทองกับพระภิกษุ

สิ่งของที่ต้องไม่นำไปถวายพระภิกษุ พระไตรปิฎก เล่ม 11 หน้า 310 – 311

...13. เธอเว้นขาดจากการรับทองและเงิน.
14. เธอเว้นขาดจากการรับธัญญาหาร ( ข้าว ) ดิบ.
15. เธอเว้นขาดจากการรับเนื้อดิบ
16. เธอเว้นขาดจากการรับสตรี และกุมารี.
17. เธอเว้นขาดจากการรับทาสี( ทาสหญิง ) และทาส.
18. เธอเว้นขาดจากการรับแพะ และแกะ.
19. เธอเว้นขาดจากการรับไก่ และสุกร.
20. เธอเว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา.
21. เธอเว้นขาดจากการรับไร่นา และที่ดิน.
22. เธอเว้นขาดจากการประกอบทูตกรรม ( การนำข้อความไปแจ้ง ) และการรับใช้.
23. เธอเว้นขาดจากการซื้อ การขาย...




วัดทุกวัดจำเป็นต้องมีคนวัด ไม่มี ไม่ได้เพราะคนวัดนี้แหละจะเป็นคนที่จัดการเรื่อง ค่าไฟ ค่าน้ำถ้าจะถวายเงินแก่วัด ก็ถวายเงินวัดนี้แหละแก่คนวัด


เงิน - ทองไม่ควรถวายภิกษุ พระไตรปิฎก เล่ม 3 หน้า 940

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้
พระบัญญัติ

อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่งทอง - เงิน หรือ ยินดีทอง - เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ก็ดี เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์. (ต้องอาบัตินิสสัคคีย์ ต้องสละสิ่งของนั้นออกไป จึงจะพ้นโทษได้)




ในมณีจุฬาสูตร ได้แสดง
ปัญหา ราชบริษัทในเมืองราชคฤห์สนทนากันว่า เงินและทองเป็นสิ่งควรแก่ภิกษุ พระภิกษุยังยินดีในเงินและทอง และย่อมรับเงินและทองได้ นายบ้านนามว่ามณีจูฬกะได้ยินเช่นนั้น จึงปฏิเสธคำกล่าวหานั้น แล้วภายหลังได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า กราบทูลเรื่องนี้ให้ทราบ และทูลถามว่าที่เขาปฏิเสธไปนั้นถูกต้องหรือไม่ ?
พุทธดำรัสตอบ "ดีละนายคามณี เมื่อท่านตอบอย่างนั้น เป็นอันกล่าวตามที่เรากล่าว ไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริง และกล่าวตอบธรรมถูกต้องเหมาะสม...เพราะว่าทองและเงินไม่ควรแก่สมณศากยบุตร สมณศากยบุตรย่อมไม่ยินดีในเงินและทอง...ห้ามเสียซึ่งเพชรนิลจินดาและทอง ปราศจากเงินและทอง
"ดูก่อนนายคามณี กามคุณทั้ง ๕ ควรแก่ผู้ใด เงินและทองย่อมควรแก่ผู้นั้น ท่านพึงจำข้อนี้ไว้อย่างเด็ดขาดเถิดว่า ข้อนั้นไม่ใช่สมณธรรม ไม่ใช่ธรรมของสมณศากยบุตร
นายคามณี เรากล่าวยืนยันอย่างนี้ว่า ผู้ต้องการหญ้าพึงแสวงหาหญ้า ผู้ต้องการไม้พึงแสวงหาไม้ ผู้ต้องการหาเกวียนพึงแสวงหาเกวียน ผู้ต้องการบุรุษจึงแสวงหาบุรุษ แต่เรามิได้กล่าวโดยปริยายใด ๆ เลยว่า พระศากยบุตรพึงยินดีและแสวงหาเงินและทอง"




กิจของพระภิกษุสงฆ์พึ่งปฎิบัติ
อนุศาสน์ คือ คำสอนเบื้องต้นที่พระอุปัชฌาย์หรือกรรมวาจาจารย์บอกแก่ภิกษุผู้บวชใหม่ในเวลาอุปสมบท มี ๘ ข้อ แบ่งเป็น นิสัย ๔ และ อกรณียะ ๔


นิสัย ๔ คือปัจจับเครื่องอาศัยของบรรพชิต

๑. เที่ยวบิณฑบาต
ภิกษุในพุทธศาสนาไม่มีอาชีพอื่น แต่ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยโภชนะคือคำข้าวอันหาได้ด้วยปลีแข้ง ด้วยการรับอาหารจากชาวบ้านโดยกิริยาที่มิใช่โดยการออกปาก เรียกว่า การบิณฑบาต
ส่วนภัตที่ได้โดยวิธีอื่น เช่น ภัตถวายสงฆ์ ภัตเฉพาะสงฆ์ การนิมนต์ สลากภัต ภัตถวายในปักษ์ ภัตถวายในวันอุโบสถ ภัตถวายในวันปฏิบท เหล่านี้แม้นับว่าเป็นการเลี้ยงชีพสุจริต แต่ก็จัดว่าเป็นลาภเหลือเฟือสำหรับพระภิกษุ



๒. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
ผ้าบังสุกุล คือ ผ้าที่ภิกษุเก็บเศษผ้าท่อนเล็กท่อนน้อยซึ่งตกอยู่ตามพื้นดิน เปื้อนผุ่นไม่สะอาด ไม่สวยไม่งาม โดยที่สุดแม้ผ้าที่เขาใช้ห่อศพตกอยู่ตามป่าช้า ภิกษุเก็บมาเย็บปะต่อกันเป็นผืน ซัก เย็บ ย้อมใช้เป็นจีวรสำหรับนุ่งห่ม
ส่วนผ้าจีวรที่มีค่า ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าแพร ผ้าที่ชาวบ้านถวาย แม้รับได้แต่ก็จัดเป็นลาภเหลือเฟือสำหรับพระภิกษุ

๓. อยู่โคนต้นไม้
ภิกษุในพุทธศาสนาเป็นผู้สละบ้านเรือน ออกบวชแล้วเป็นผู้ไม่มีเรือน อาศัยอยู่ตามร่มไม้ ป่าเขา เงื้อมผา เถื่อนถ้ำ
กุฏิและวิหาร อาคารมีหลังคามุงที่ชาวบ้านมีศรัทธาสร้างถวายก็สามารถอยู่อาศัยได้ แต่นับเป็นลาภเหลือเฟือสำหรับพระภิกษุ

๔. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า
ภิกษุในพุทธศาสนาฉันสมอและมะขามป้อมดองด้วยน้ำมูตรเน่าหรือน้ำปัสสาวะเป็นยา
ส่วนยาที่ผสมด้วยเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย จัดเป็นลาภเหลือเฟือสำหรับภิกษุ



อกรณียะ ๔ คือกิจที่ภิกษุไม่ควรทำ

๑. เสพเมถุน
ภิกษุไม่พึงเสพเมถุนธรรม ไม่ว่ากับคนหรือสัตว์ ทั้งที่มีชีวิตหรือตายแล้ว ภิกษุเสพเมถุนจะขาดจากความเป็นภิกษุทันที เปรียบเหมือนคนถูกตัดศรีษะแม้จะนำศีรษะมาต่อเข้ากับร่างก็ไม่อาจมีชีวิตฟื้นขึ้นมาได้

๒. ลักขโมย
ภิกษุไม่พึงถือเอาของที่เขาไม่ให้ มีราคาตั้งแต่ ๕ มาสกขึ้นไป ในปัจจุบันบาทหนึ่งก็ดี เกินบาทหนึ่งก็ดี ต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นภิกษุ เปรียบเหมือนใบไม้แก่เหลืองหลุดจากขั้วไม่อาจมีความเขียวสดได้อีก



๓. ฆ่าสัตว์
ภิกษุไม่พึงแกล้งพรากสัตว์จากชีวิต รวมทั้งทำครรภ์ให้ตกไป ด้วยตนเองก็ดี ด้วยการจ้างวานผู้อื่นก็ดี ด้วยการพรรณาคุณให้เขาทำก็ดี บังคับให้เขาทำก็ดี ใช้คาถาอาคมก็ดี หรือใช้อุบายอื่นๆ ก็ดี ทำแล้วขาดจากความเป็นพระภิกษุ

๔. พูดอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน
ภิกษุไม่พึงอวดอุตริมนุสสธรรมอันไม่มีอยู่จริง คือ อวดคุณว่าตนมีฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ หรือมรรคผลใดๆ ทำแล้วขาดจากความเป็นภิกษุ


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 ธ.ค. 2553 , 07:55:03 น.] ( IP = 58.9.114.99 : : )


  สลักธรรม 3

oil painting reproduction oil paintings for sale cleaning oil painting Fauvism oil paintings original oil paintings Poster Art oil paintings oil painting replicas Expressionism oil paintings oil painting gallery.

โดย lation - [6 เม.ย. 2555 , 14:52:14 น.] ( IP = 101.66.63.97 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org