มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพื่อความสุขใจ(๒)




เพื่อความสุขใจ


ตอนที่ผ่านมา

๒. อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย


อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทางที่ถูกควรทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ถ้าเป็นเรื่องเล็กอยู่แล้วก็ไม่ควรเอาเรื่องเสียเลย ปล่อยไปเสีย ทำไม่รู้ไม่เห็นเสียบ้าง ไม่บอดทำเป็นเหมือนบอด ไม่ใบ้ทำเป็นเหมือนใบ้ ไม่หนวกทำเหมือนหนวกเสียบ้างจิตในของเราจะสบายขึ้น

มีเรื่องประหลาดอยู่อย่างหนึ่งในหมู่มนุษย์ คือคนส่วนมากเผชิญกับเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่างกล้าหาญได้ แต่กลับขาดความอดทนต่อสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ตัวอย่างเช่นใครมาพูดเสียดสีกระทบกระเทียบเปรียบเปรย เขาทนไม่ได้ แต่กลับทนอยู่ในคุกตะรางได้เป็นเวลา ๒๐ – ๓๐ ปี และยินดีรับความทุกข์เหล่านั้นไปตลอดเวลาที่ทางราชการกำหนด แม้จะไม่ยินดีก็เหมือนยินดีเพราะไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ถ้าเขายินดีรับความทุกข์เพียงเล็กน้อยเสียก่อน คืออดทนต่อคำด่าว่าเสียดสี หรืออาการทำนองที่เขาคิดว่าเป็นการดูถูกดูแคลนเพียงเล็กน้อยเสียก่อน ไหนเลยเขาจะต้องมาทนทุกข์ทรมานอันมากมายยาวนานถึงเพียงนั้น

การให้อภัยเป็นคุณธรรมสำคัญอย่างหนึ่งในมนุษย์ คนส่วนมากเมื่อจะทำทานก็นึกถึงวัตถุทานคือการให้วัตถุสิ่งของ ให้ได้มาก เตรียมการมาก ยุ่งมาก เขายินดีทำ แต่ใครล่วงเกินอะไรไม่ได้ ไม่มีการให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่น ความจริงเขาควรหัดให้อภัยทานเสียบ้างแล้วจะเห็นว่าจิตใจสบายขึ้น สูงขึ้น เป็นเทวดา ดังสุภาษิตอังกฤษบทหนึ่งว่า To err is human, to forgive divine แปลว่า การทำผิดเป็นเรื่องของมนุษย์ ส่วนการให้อภัยเป็นเรื่องของเทวดา ถือเอาความว่า มนุษย์ธรรมดาย่อมมีการทำผิดพลาดบ้าง ส่วนมนุษย์ที่มีใจสูงย่อมรู้จักให้อภัยไม่เอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย หรือแม้ในสายตาของคนอื่นจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับท่านผู้มีใจกรุณาย่อมเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2553 , 07:48:24 น.] ( IP = 182.232.148.149 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธเจ้าที่พวกเรานับถือนั้นมีผู้ปองร้ายพระองค์ถึงกับจะเอาชีวิตก็มี เช่น พระเทวทัตและพวกพยายามปลงพระชนม์หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ พระองค์ไม่ร้ายตอบ ทรงให้อภัย มีคนใส่ร้ายด้วยเรื่องที่ร้ายแรงทำให้เสียพระเกียรติยศชื่อเสียงก็มี เช่น พวกเดียรถีย์นิครนถ์ นางจิญจมาณวิภา นางสุนทรี เป็นต้น แต่ไม่ทรงทำตอบ ทรงให้อภัย ในที่สุดคนพวกนั้นก็พ่ายแพ้ไปเอง เหมือนเอาไข่ไปตอกกับหิน ไข่แตกไปเอง

พระเยซู ศาสดาของคริสตศาสนาก็ทรงมีชื่อเสียงมากในการให้อภัย ไม่ทรงถือโทษต่อผู้คิดร้ายทำร้ายต่อพระองค์ ให้อภัยผู้ทำความผิด เปิดโอกาสให้กลับตัว

อีกท่านหนึ่งคือท่านมหาตมะคานธีซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องอหิงสา ความไม่เบียดเบียน, การให้อภัย จนถึงกับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ได้กล่าวสดุดีท่านผู้นี้ไว้ว่า “ต่อไปภายหน้ามนุษย์จะเชื่อหรือไม่ก็ไม่ทราบว่าได้เคยมีคนอย่างนี้ (ท่านมหาตมะคานธี) เกิดขึ้นแล้วในโลก” ทั้งนี้เพราะคุณวิเศษในตัวท่านนั้นยากที่คนสามัญจะหยั่งให้ถึงได้

รวมความว่ามหาบุรุษที่โลกยกย่องให้เกียรติเคารพบูชานั้นล้วนเป็นนักให้อภัยทั้งสิ้น ไม่เอาเรื่องกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องใหญ่ก็ทำเป็นเรื่องเล็กน้อยเสีย ท่านเหล่านั้นล้วนมุ่งมั่นในอุดมคติจนไม่มีเวลาสนพระทัยหรือสนใจในเรื่องเล็กน้อย แต่ท่านเหล่านี้จะสนใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อันเกี่ยวกับสุขทุกข์ของผู้อื่นเสมอ ส่วนเรื่องร้ายที่คนอื่นกระทำแก่ท่าน ท่านไม่สนใจ ลองอ่านประวัติของท่านที่เคยเอ่ยพระนามและนามมาแล้วดูบ้าง จะเห็นว่าท่านน่าเคารพบูชาเพียงใด โลกจึงยอมน้อมเศียรให้แก่ท่าน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2553 , 07:49:41 น.] ( IP = 182.232.148.149 : : )


  สลักธรรม 2

มีเรื่องเล่าว่า ในวัดพุทธศาสนานิกายเซ็นวัดหนึ่งมีพระอยู่กันหลายรูป มีพระรูปหนึ่งมีนิสัยทางขโมย ได้ขโมยของเพื่อนพระด้วยกันเสมอๆ จนวันหนึ่งพระทั้งหลายพากันขึ้นไปหาเจ้าอาวาส บอกว่าถ้าพระรูปนั้นยังอยู่วัดนี้พวกเขาจะไม่อยู่วัดนี้ ขอให้ไล่พระรูปนั้นออกไปท่านเจ้าอาวาสบอกว่า พวกคุณนั่นแหละควรจะไปได้แล้ว เพราะพวกคุณดีแล้วทุกรูป ส่วนพระรูปนั้นควรจะต้องอยู่กับฉันก่อนเพราะยังไม่ดี

นี่คือเรื่องของผู้มีใจกรุณา คนที่เคยทำความผิดอันยิ่งใหญ่นั้น ถ้ากลับใจได้เมื่อใดก็มักทำความดีอันยิ่งใหญ่เหมือนกัน เพราะสลดใจในเวรกรรมที่ตนเคยสร้างไว้ ดูพระเจ้าอโศกมหาราชและขุนโจรองคุลีมาลเป็นตัวอย่าง พระพุทธองค์เสด็จไปโปรดองคุลีมาลให้กลับเป็นคนดี ก็ด้วยพระทัยกรุณานั่นเอง แม้พระเจ้าอโศกมหาราชก็เหมือนกัน ตามประวัติว่าได้อาศัยพระภิกษุในพุทธศาสนารูปหนึ่งจึงกลับพระทัยมาดำเนินชีวิตทางไม่เบียดเบียน ทางการให้อภัย ทรงบำเพ็ญอภัยทานเป็นอันมาก

ถ้าเราจะเอาเรื่องกับเด็กรับใช้ที่บ้าน ภารโรงที่โรงเรียนหรือสำนักงาน ก็ขอให้หยุดคิดสักนิดหนึ่งว่า ก็แกแค่นั้นจะเอาอะไรกับแกนักหนา ถ้าแกดีเท่าเราหรือเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องอย่างเรา แกจะมาเป็นคนใช้หรือเป็นภารโรงทำไมกัน ก็เพราะความคิดอ่านแกมีอยู่เท่านั้น แกก็ทำอย่างนั้น อย่างที่เรารำคาญๆ อยู่นั่นแหละ คิดได้อย่างนี้ก็ค่อยหายกลุ้มไปหน่อย ความทุกข์เรื่องของแกก็ค่อยผ่อนคลายลง สุภาษิตที่ว่า “ความเข้าใจเป็นมูลฐานแห่งการให้อภัย” นั้นยังเป็นความจริงอยู่เสมอ เมื่อเข้าใจแล้วก็ให้อภัย เห็นว่าเขาเป็นคนอย่างนั้นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2553 , 07:50:14 น.] ( IP = 182.232.148.149 : : )


  สลักธรรม 3

พระสารีบุตรเคยแสดงแก่ภิกษุทั้งหลายว่าในการคบคนนั้น ควรถือเอาเฉพาะส่วนดีของเขา ส่วนไม่ดีก็ตัดทิ้งไป บางคนการทำทางกายไม่ดี แต่วาจาดี บางคนวาจาหยาบแต่การกระทำทางกายดี บางคนการกระทำทางกายก็หยาบ วาจาก็หยาบ แต่ใจดี ควรถือเอาเฉพาะส่วนที่ดีนั้น ท่านเปรียบว่าเหมือนดึงผ้าออกมาจากดินโคลน เพื่อจะเอาไปปะต่อใช้สอย เห็นส่วนไหนดีก็ตัดเอาไว้ ส่วนไหนไม่ดีก็ตัดทิ้งไป

ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะช่วยให้สบายใจได้มาก อนึ่ง ควรคิดว่าคนเราเกิดมาด้วยจิตที่ไม่เหมือนกัน คือพื้นฐานของจิตตอนถือปฏิสนธินั้นไม่เหมือนกัน จึงมีอุปนิสัยแตกต่างกันมาตั้งแต่เยาว์ เมื่อกระทบกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอีกก็ทำให้บุคคลแตกต่างกันไปเป็นอันมาก การอยู่ร่วมกันของคนมาก ซึ่งมีอุปนิสัยใจคอพื้นฐานทางใจและการอบรมที่แตกต่างกันจึงมีปัญหามาก ถ้าเราถือเล็กถือน้อยไม่รู้จักให้อภัย เราก็จะมีทุกข์มาก

บางทีก็เกี่ยวกับช่องว่างระหว่างวัย ผู้ใหญ่อยากจะให้เด็กทำ พูดและคิดอย่างตน ส่วนเด็กก็อยากจะให้ผู้ใหญ่ทำพูด คิดอย่างตนเหมือนกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นไปไม่ได้ ฝ่ายผู้ใหญ่ควรให้อภัยว่าแกเป็นเด็ก ส่วนเด็กก็ควรให้อภัยว่าท่านแก่แล้ว มาเข้าใจกันเสีย คือเห็นใจซึ่งกันและกัน เมื่อเป็นดังนี้เรื่องเล็กก็ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทุกฝ่ายอยู่กันด้วยความเห็นใจเข้าใจ มองกันอย่างเป็นมิตรไม่เป็นศัตรูต่อกัน

นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความทุกข์และเสริมสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ธ.ค. 2553 , 07:51:13 น.] ( IP = 182.232.148.149 : : )


  สลักธรรม 4


อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [14 ธ.ค. 2553 , 10:20:49 น.] ( IP = 124.121.178.138 : : )


  สลักธรรม 5

โดย น้องกิ๊ฟ [14 ธ.ค. 2553 , 15:02:35 น.] ( IP = 125.27.174.59 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณมากค่ะ ข้อคิดดีมากๆเลยค่ะ

โดย น้องอุ๊ [14 ธ.ค. 2553 , 21:10:51 น.] ( IP = 125.24.18.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org