| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
วันอาทิตย์นี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับปีนี้ที่เราจะมาพบกัน เพราะในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ จะนำครูและนักศึกษาพระอภิธรรมเหลายท่านดินทางไปประเทศพม่าเพื่อนมัสการพระเจดีย์ชเวดากอง และพระมหามุนีที่มัณฑเลย์ จึงต้องปิดการเรียนการสอนในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ก็จะได้ทำการซ่อมแซมฝ้าเพดานในห้องนี้ด้วยเพื่อไม่ให้ผุพังมากขึ้น เพราะอาคารนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ นับมาถึงวันนี้ก็เกือบจะสามสิบปีแล้วที่ได้ใช้งานกันมา จึงขอถือโอกาสนี้ปรับปรุงอาคารสถานที่ให้ปลอดภัยไปด้วยในตัว
วันนี้จึงเป็นโอกาสที่เราชาวมูลนิธิจะมาส่งท้ายปีเก่ากัน พอพูดถึง"ปีเก่า แล้วเราก็ต้องนึกเลยว่า ๓๖๕ วันที่ผ่านมา ชีวิตเรามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่อยากจะแนะนำพวกท่านก็คือ ขอให้นึกถึงแต่เรื่องที่ดี ๆ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นแก่เราบ้าง มีอะไรดี ๆ ให้แก่เราบ้าง เช่น แต่ละเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเรามีเจตนาอย่างมั่นคงว่า จะมาศึกษาพระอภิธรรม นั่นก็คือมีวิบากอดีตส่งผลเราเข้ามา ให้เราได้รับเรื่องที่ดี ๆ ได้มีโอกาสดี ๆ มาแสวงหาโมกขธรรมคือการหลุดพ้นนั่นเอง
การจะหลุดพ้นได้นั้นต้องมีปัญญา และปัญญาก็มีอยู่ ๒ แบบ คือ ปัญญาทางโลกกับปัญญาทางธรรม ปัญญาทางโลกนั้นก็อย่างที่เราเรียนจบกันมาแล้วไปประกอบอาชีพการงาน ในการทำงานนี้ก็ต้องอาศัยปัญญาที่เป็นโลกียะปัญญา หรือปัญญาทางโลก แล้ว โลก แปลว่า วินาศ หรือแปลว่า ฉิบหาย เพราะอยู่กับเราได้ชั่วชีวิตหนึ่ง หรือชั่วขณะที่เรากำลังมีกำลังความสามารถประกอบอาชีพเท่านั้น นั่นคือ ปัญญาทางโลก
ปัญญาอีกชนิดหนึ่งคือปัญญาทางธรรม หรือเราจะพูดให้ถึงขั้นสูงสุดเลยก็คือโลกุตตรปัญญา เพราะถ้าหากเราปลูกฝังปัญญาชนิดนี้ให้เกิดขึ้นด้วยกัมมสกตาปัญญา ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนา จนกระทั่งวิปัสสนาปัญญาเกิด เราก็จะสามารถเดินไต่เต้าไปสู่โลกุตตระปัญญาซึ่งก็ทำให้มรรคจิตผลจิตเกิดได้ เมื่อมรรคจิต ผลจิตเกิดแล้วนั่นก็หมายความว่าปริญญาสี่ใบที่ได้แล้วไม่พินาศ เมื่อเกิดแล้วชีวิตหนึ่งในสังสารวัฏ ปริญญาแบบนี้ในชีวิตหนึ่งเกิดขึ้นได้เพียงสี่ครั้งเท่านั้น
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:26:27 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 2
ใบแรกคือ โสดาปัญญาคือ โลกุตตรธรรมขั้นที่หนึ่ง เมื่อได้แล้วเป็นบุคคลพิเศษ ไม่ลงกลับไปที่ต่ำแล้ว เป็นอริยบุคคลขั้นที่หนึ่ง ปัญญาใบที่สอง หรือโลกุตตรปัญญาธรรมขั้นที่สอง คือ พระสกทาคาได้แล้วได้เลยท่านก็จะไม่กลับไปเป็นพระโสดาบันอีก เป็นอริยบุคคลขั้นที่สอง จนกระทั่งเป็นพระอริยบุคคลขั้นที่สามคือพระอนาคามี และขั้นสุดท้ายคือพระอรหันต์
ปัญญาสี่ชนิดนี้ก็จะทำลายชีวิตของเราก็คือขันธ์ห้า ปัญญาสี่ใบนี้แหละที่จะทำให้เราถึงซึ่งโมกขธรรมหรือวิมุตติคือความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดหรือสังสารวัฏ ยุติความทุกข์ซึ่งเราทุกคนมี
บางครั้งเราก็นึกถึงความทุกข์ออกได้ บางครั้งเราก็นึกไม่ออก เพราะสุขจอมปลอมมันเข้ามา อย่างเช่นวันนี้ อากาศเย็น เราก็ว่ามันสบาย รู้สึกสบายไม่เหนียวตัว ไม่ร้อน ไม่ต้องเปิดแอร์ แล้วรู้สึกปลอดโปร่ง นี่ก็คือสุขเวทนาที่เราเสวยอารมณ์นี้เข้าไป แต่ทำไมเราต้องมีผ้ามาพันคอ ทำไมเราต้องใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เพราะหนาวมากเกินไปเราก็ทนไม่ได้
ทุกอย่างนั้นเราทนได้แค่ปริมาณที่พอเหมาะ อะไรที่มากไปเราก็ทนไม่ได้ อย่างชาวต่างชาติแถบยุโรปก็ดี ก็กำลังหนีความหนาวมาพึ่งความอุ่นที่ประเทศไทย ทั้งที่เราบอกว่าหนาวดี แต่ก็พากันหนีมาเพราะอะไร เพราะมันมากเกินไป ทุกวันนี้ที่เราบอกว่าเรามีความสุข ก็เพราะสิ่งนั้นมันพอดี แล้วเราก็ตีราคาว่า สิ่งนั้นดีสิ่งนี้ดี แต่จริง ๆ แล้วมันดีไม่จริง แล้วดีนี้ก็ไม่เที่ยง เช่นความเย็นที่สัมผัสได้ในวันนี้พอแสงแดดออกมาความร้อนก็เข้ามา เมื่อเช้าเย็นกว่านี้ ตอนนี้เย็นน้อยลง บ่ายอาจจะร้อนก็ได้ หรือห้องนี้จะต้องปิดประตูแล้วเปิดแอร์ก็ได้
ฉะนั้น ความวิปลาสคือความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ได้แก่การคิดผิด จำผิด ที่เข้ามาอยู่ในชีวิตของเราตลอดเวลา การที่ท่านได้ก้าวเข้ามาสู่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธินี้ จะมากน้อยปีอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ท่านได้มาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิต ปรุงชีวิตด้วยการปรุงของดีเข้าไป มีการสวดมนต์มีการศึกษาให้เกิดปัญญา เพราะถ้าเผื่อไม่มีปัญญาแล้ว เหมือนไม่มีแสงสว่างให้แก่ตัวเอง แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:27:53 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 3
เรามาเรียนเรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ ก็ให้รู้สภาพของจิตเป็นอย่างไร เจตสิกเป็นอย่างไร รูปเป็นอย่างไร นิพพานเป็นอย่างไร บัญญัติเป็นอย่างไร จะได้เห็นระเบียบแบบแผนที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ให้เราได้ศึกษาตาม เมื่อศึกษาแล้วเราทุกคนที่มีจิตนั้นก็จะได้รู้ว่า จิตของเราเป็นอย่างไร ....จิตคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ แต่จิตไม่ได้เกิดขึ้นเองตามลำพัง จะเกิดขึ้นรู้เห็น รู้ได้ยิน รู้ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส แต่ไม่ได้รู้ตามลำพัง เพราะเมื่อมีจิตเกิดขึ้นนั้นก็มีเจตสิกเข้ามาปรุงแต่ง เจตสิกก็มีทั้งฝ่ายดี ฝ่ายชั่ว และฝ่ายกลาง ๆ เมื่อเจตสิกฝ่ายไม่ดีเข้ามาปรุงแต่งจิต จิตของเราจึงเป็นอกุศลจิต ๑๒ มีโลภมูลจิตบ้าง โทสมูลจิตบ้าง โมหมูลจิตบ้าง เข้าออกทางทวารต่าง ๆ มาเป็นตัวตัดสินอารมณ์ รู้อารมณ์ ร่วมกับเรา
เราจึงรู้อารมณ์ไปร่วมกับความมีกิเลส แล้วเราก็สนองกิเลสเหล่านั้น ด้วยการทำกรรมใหม่ด้วยกิเลสวัฏ กรรมวัฏ วิบากวัฏ ต่อจากนั้นเราก็จะมาเรียนเรื่องรูป ซึ่งเราก็มีรูปพรรณสัณฐานต่างกัน แต่ไม่ต่างกันเลยเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยอำนาจกรรม มีอวินิพโภครูป ๘ เป็นต้น มีมหาภูตรูป ๔ ดิน น้ำ ไฟ ลม ฉะนั้น เมื่อเรามาเรียนเรื่องตัวเราเองแล้ว เราจะเห็นได้ว่า การศึกษาเล่าเรียนนั้นทำให้เราเห็นว่าชีวิตจริงๆ แล้วก็คือธาตุต่างๆ แต่มาประชุมกัน เกินความสามารถตาเนื้อเราจะเห็นได้ เราจึงมีความวิปลาสว่าเป็นเราเห็นอยู่ แต่การเห็นนั้นก็มีเหตุ ดังที่เราเรียนมาว่าการเห็นนั้นก็มีเหตุใหญ่ ๆ ๔ อย่าง ( และยังมีปัจจัยอีกตั้ง ๗๓ ) คือ
๑. ต้องมีปสาทตาดี ถ้าปสาทตาไม่ดีก็เห็นไม่ได้แล้ว
๒. ต้องมีแสงสว่าง ถ้ามีเพียง ๒ เหตุก็ยังเห็นไม่ได้ต้องมีข้อ ๓
๓. ต้องมีวัตถุสะท้อนเข้ามาหรือมีสิ่งที่ให้เห็นเกิดขึ้น มี ๓ อย่างนี้ก็ยังเห็นไม่ได้ต้องมี
๔. ต้องมีมนสิการ คือความใส่ใจในการเห็น
เมื่อเราได้ศึกษา เราจะได้อ่านชีวิตออก บอกชีวิตเป็น และเดินทางอย่างถูกต้องเพื่อทำลายความวิปลาสออกไป นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากการศึกษาพระอภิธรรม ฉะนั้น ๓๖๕ วันที่ผ่านมาเราได้อะไรบ้าง? เราได้ปัญญา
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:28:13 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 4
และการสวัสดีปีใหม่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่นึกถึงสิ่งที่ผ่านมาตรงนี้ การที่เด็กนำสิ่งของให้ผู้ใหญ่ หรือว่าลูกหลานนำสิ่งของไปให้ผู้ใหญ่ นั่นก็คือการไประลึกถึงพระคุณ ๓๖๕ วันจากกันไปไม่เจอกันก็พากันกลับไปหาแม่หาพ่อ เพื่อสร้างสวัสดิมงคลให้กับตนเองด้วยการอ่อนน้อม ถ่อมตน ไปช่วยเหลือท่าน นับเป็นคนที่มีกตเวทิตาธรรม เพราะมีกตัญญูอย่างเดียวไม่พอ
และในสถานที่แห่งนี้คือมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ถึงแม้จะเป็นรูปธรรมเฉย ๆ ก็จริง แต่ก็มีคุณแก่เราเพราะ ให้ชีวิตใหม่ และสถานที่แห่งนี้ถ้าหากไม่มีผู้สร้างขึ้นมาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้ ฉะนั้น บรรพบุรุษของมูลนิธิเป็นผู้มีคุณ นับตั้งแต่อาจารย์บุญมี เมธางกูร เป็นต้นมารวมทั้งหลวงพ่อเสือ ท่านพระอาจารย์บุญมีเป็นผู้ดำริที่จะสร้างสถานที่นี้ ส่วนหลวงพ่อเสือท่านเป็นผู้สนองการดำริคือเป็นผู้สร้างขึ้นมา จึงทำให้เรามีสถานที่ที่จะให้เรามีแสงสว่างแห่งชีวิต ฉะนั้น วันนี้ก่อนจะกลับไปบ้าน ก็ขอให้แต่ละท่านลองไปยืนแล้วเหลียวดูสักนิดว่าที่นี่แหละมีคุณแก่เรา เป็นที่ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เรา ให้ปัญญาแก่เรา
และนอกจากสถานที่แล้ว ถ้าปราศจากครู ปราศจากผู้ช่วยเหลือ เราจะได้อะไรไหม? ครูและกรรมการแต่ละท่านจึงเป็นผู้มีพระคุณ ดังนั้น ในนามประธานของมูลนิธิก็ขอเป็นตัวแทนคณะกรรมการขอบคุณครูทุกท่านที่ช่วยอุปการะทำให้มูลนิธิเจริญเติบโตและอยู่ได้มาจนทุกวันนี้
การระลึกถึงคุณเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำให้เราตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ชีวิตเราเดินมาคนเดียวก็จริง แต่สิ่งแวดล้อมทำให้มีวันนี้ ฉะนั้น การที่เราคิดอะไรน้อย ๆ ในบางเรื่องก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ และถ้าคิดมากในบางเรื่องก็ผิดพลาดไปได้เช่นกัน หลวงพ่อจึงเตือนเราเสมอว่าคิดให้ดีและคิดให้ถูก อย่าคิดว่าไม่เป็นไร "เป็น!" แต่อาจจะไม่เป็นไรวันสองวัน แต่เป็นไรแน่นอน เพราะว่า ทุกอย่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:28:32 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 5
๓๖๕ วันที่ผ่านไป ก็ขอฝากไว้นิดหนึ่ง ก่อนจะลาทีปีเก่าแล้วไปเจอกันปีใหม่หน้าว่า เราได้อะไรบ้าง แม้กระทั่งได้เล็กน้อยจากใคร นั่นแหละพระคุณที่เราจะต้องทดแทน
คำว่าปี ใหม่ หรือ Happy New Year ภาษาไทยเรียกว่า พุทธศักราช ซึ่งเราก็รู้แล้วว่า "พุทธ" ชนชาวพุทธ ต้องมีปัญญา ฉะนั้น เราจะต้องมีปัญญาทุกสมัย เพราะพุทธศักราช แปลว่า สมัยแห่งปัญญา วันเวลาไม่คอยท่า วันเวลาไม่เคยชะลอ พุทธศักราชใหม่ ๒๕๕๔ ที่จะมาถึงเราก้าวเข้าไปอีกหนึ่งปี คือแก่ไปอีกหนึ่งปี เราก็ต้องอยู่กับสมัยที่มีปัญญา คือ ยิ่งแก่ยิ่งต้องมีปัญญา ยิ่งแก่ยิ่งต้องมีทางเดิน ยิ่งแก่ยิ่งต้องมีดำริชอบ อย่าใช้คำว่าอย่าให้แก่อย่างกะโหลกกะลา เพราะไม่มีประโยชน์
สิ่งที่อวยพรให้ก็ไม่ได้ให้ไปมากกว่าให้ทุกคนสามารถนิรทุกข์ ปลอดภัยในอกุศล เพราะอกุศลให้ผลเฉพาะตัวเราคนเดียวจริง ๆ และเราทุกคนยังมีอกุศลอยู่แน่นอน เพราะอกุศล ๑๒ นี้ ก็คือ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ โมหมูลจิต ๒ จะสิ้นสุดไปจากชีวิตเราได้ก็ต่อเมื่อเราทำปริญญาให้เกิดขึ้น ก็คือ โสดาปัตติมรรค เกิดขึ้นก็จะสามารถทำลายอกุศลจิตออกไป ๕ ดวง คือ โลภทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔ และวิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ ทำลายออกไปแล้ว ๕ แต่ตอนนี้ใครเป็นพระโสดาบันแล้วบ้าง? ไม่มีเลย
ฉะนั้น กองอกุศล ๑๒ ยังอยู่ครบถ้วนกับเรา แต่ในขณะนี้มันนอนก้นอยู่เท่านั้นเอง ลองมีอะไรไปกระตุ้นมันก็จะกระเพื่อมออกมา แต่เมื่อใดที่เราได้ปริญญาใบที่หนึ่งก็จะตัดอกุศลจิตออกขาดไปเลย จะเอาอะไรไปจิ้มไปแกว่ง ก็ไม่ขึ้นอีกแล้ว ๕ ตัว คือ โสมนัสสหคตัง ทิฏฐิคตสัมปยุตตัง อสังขาริกกัง สสังขาริกกัง , อุเปกขาสสหคตัง ทิฏฐิคตสัมปยุตตัง อสังขาริกกัง สสังขาริกกัง และวิจิกิจฉาสัมปยุตตัง คือความลังเลสงสัยในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในอดีต ว่าเรามีเหตุที่เป็นเช่นนี้จริงหรือ แล้วถ้าเผื่อเราทำเหตุนี้แล้วเราจะได้ผลในอนาคตจริงหรือ ความลังเลสงสัยที่เป็นเครื่องกั้นและขวางทางมรรคผลนิพพานจะถูกตัดออกไปเมื่อเราได้มรรคจิตดวงแรกเกิด
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:28:48 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 6
ฉะนั้น อย่าประมาทในชีวิตว่าเราแน่แล้ว แม้กระทั่งเราเรียนได้ถึงขนาดวันนี้ จะพูดจะสอนได้ขนาดไหน แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่อยู่ในใจของเรายังเต็มไปด้วยอาสวะอนุสัย ที่พร้อมจะแสดงออกมาทุกเมื่อ แต่มันถูกสกัดกั้นกดข่มด้วยหิริโอตัปปะคือเกรงความชั่วและกลัวผลบาป ที่มีกำลังนิด ๆ เท่านั้นเองในบางขณะมากั้นอยู่ แต่เมื่อใดภัยมาถึงตัวอาสวะอนุสัยก็จะเผยตัวออกมา
คำว่า ภัย ไม่ใช่เรื่องต่าง ๆ เช่น สึนามิ หรือน้ำท่วม แต่เป็นเรื่องต่าง ๆ ที่เราไม่ชอบก็คือขวางหูขวางตา นี่แหละภัยของเราคือทางตา ก็คนนี้เป็นภัยต่อตาเรา เสียงคนนี้เราไม่ชอบ เมื่อเราได้ยินปุ๊บเสียงคนนี้แหละเป็นภัยต่อหูเรา ฉะนั้น ก็จะเห็นได้ว่า สิ่งที่เป็นภัยเหล่านี้มีอยู่และก็มีมากด้วย เราจึงประมาทไม่ได้ ต้องคอยระวังและคอยสังวร คือต้องมีสติปัญญา มีสติระลึกรู้สึกตัว มีปัญญาคอยสกัดกั้น ว่าที่กระทบมาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้น มันเลือกไม่ได้ มันเป็นเหตุที่ส่งผลมาคือมันเป็นอดีตเหตุ ทำให้เราได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัส เป็นวิบาก
ฉะนั้น ที่กระทบคือวิบาก ที่จะกระทำใหม่คือกรรม กรรม คือการกระทำ เมื่อมีการกระทำแล้วไม่มีผลไม่มี เมื่อมี ตี ต้องมีเสียง เมื่อมีเสียงแล้วเจ็บ เมื่อตีมากก็เจ็บมาก ตีเบาเจ็บเบา ปฏิกิริยาตอบสนองมีตลอดเวลา ฉะนั้น นี่ไง คือสิ่งที่เราจะต้องรวบรวมพลังให้เข้มแข็ง ไปสู่วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่ แล้วรับขวัญปีใหม่ให้ดี ไม่มีใครช่วยเราได้ถ้าเผื่อเราไม่ช่วยตัวเอง ไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ถ้าเผื่อเราไม่ยินยอม
เรารู้แล้วว่าเราจะใช้เทคนิคชีวิตอย่างไร ต้องคอยดูแลตนเอง คอยระวัง อย่าให้ใจของเรามีความต้องการจนล้น ทั้งต้องการอยากได้และต้องการให้ใครเป็นอย่างไร เราต้องการให้ตัวเองเดินไปในทางที่ดีในทางที่ถูกดีกว่า ต้องการความสงบจากกิเลสเป็นความต้องการที่ดีที่สุด แต่เราต้องการอะไรจากใคร ๆ นั้น ไม่มีใครทำให้เราได้หรอก เพราะเขาก็คือเขา เราก็คือเรา เขาจะสุข เขาจะทุกข์ ต่างคนต่างทำต่าง คนต่างได้
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:29:05 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 7
สวัสดีปีใหม่ให้ได้สุข
นิรทุกข์ปลอดภัยในอกุศล
มีสติปัญญาพาใจตน
ให้ทุกคนสุขีปีใหม่เทอญ
Wish you all a very happy New Year.
May everybody be safe from suffering and un-wholesome deeds.
May mindFulness and wisdom Furnis every step of your lives,
And carry you all to the true happiness.
บุษกร เมธางกูร
เมื่อเราสวัสดีปีใหม่แล้ว สโลแกนของมูลนิธิคือ จริงใจ เข้าใจกัน อภัยกัน อุปสรรคนั้นไม่มี ที่นี่ไม่มีทาส ไม่มีบ่าว เรามีแต่สติ เราเป็นพี่น้องเราทุกคนอยู่ด้วยกันมีความสุขมาจนกระทั่งวันนี้ แล้วก็จะมีความสุขด้วยความเข้าใจอันนี้ตลอดไป พึ่งพาอาศัยกัน จึงบอกว่าตัวเองอยากจะให้ความรักกับคนทั้งโลก เราอยากจะให้ความรักกับคนที่เรารักอย่างเดียวไม่ได้ เพราะถ้าเราเจอคนที่เราไม่ชอบแล้วเราจะไม่รัก พอไม่รักแล้วมันเกิดขุ่นใจ ขุ่นใจเป็นโทสะ แต่พอเจอกับคนที่เรารักก็เป็น โลภะ เราจึงมีโลภะได้ และมีโทสะได้ เพราะมีโมหะ คือโง่เองไม่มีใครชวนโง่ ฉะนั้น เรามาให้ความรักกันเถิด แล้ว ปีใหม่กลับมาเราก็มาศึกษาเล่าเรียนกันต่อ
เราดูว่าเรามีสุข ..จริง ๆ แล้วเรามองจุดที่เราได้ แต่ถ้าเรามองจุดที่เราด้อย ..เราจะทุกข์ ฉะนั้น ผู้ที่มีความสุขนั้น ไม่ใช่ผู้ที่มีอะไรสมบูรณ์เสมอไป แต่ผู้ที่จะมีความสุขได้นั้นมองข้ามความด้อย และความไม่มีหรือความบกพร่องของตนได้อย่างสง่าผ่าเผย ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลพิภพ ตลอดจนคุณงามความดีที่ทุกคนเคยกระทำมา จงตามคุ้มครองอภิบาลให้ทุกท่านมีก้าวเดินอย่างมั่นคง มีก้าวแรกแห่งวิปัสสนา และก้าวสุดท้ายแห่งสังสารวัฏได้โดยเร็วค่ะ
อนุโมทนากับน้องฟูผู้ถอดเทปค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [20 ธ.ค. 2553 , 12:30:01 น.] ( IP = 125.27.177.237 : : )
สลักธรรม 8
จริงใจ เข้าใจกัน อภัยกัน อุปสรรคนั้นไม่มีโดย พี่ดา [20 ธ.ค. 2553 , 15:49:26 น.] ( IP = 124.122.254.2 : : )
สลักธรรม 9.
โดย พี่ดอกแก้ว [21 ธ.ค. 2553 , 09:18:37 น.] ( IP = 58.9.40.149 : : )
สลักธรรม 10![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [21 ธ.ค. 2553 , 09:59:56 น.] ( IP = 125.27.171.250 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |