มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพื่อความสุขใจ (๑๑)




เพื่อความสุขใจ


ตอนที่ผ่านมา

การสร้างคุณภาพชีวิตและการงานที่ดี


ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ

ผมรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสมาคุยกับท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งเป็นที่ที่ผมได้ฟังทางวิทยุในวันหนึ่งเร็วๆ นี้เองว่า เป็นสถานที่ที่มีระบบการป้องกันอุบัติภัยอันปลอดภัยที่สุด หมายโดยเฉพาะถึงอัคคีภัย แต่นั่นเป็นภัยภายนอก ส่วนภัยภายในซึ่งเกิดจากเพื่อนร่วมงานและจากจิตใจของเราเองนั้น จะมีระบบการป้องกันแก้ไขอย่างไรในหมู่คนที่อยู่กันจำนวนมาก ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาอยู่มิใช่น้อย เพราะไฟภายใน คือ โลภะ โทสะ และโมหะนั้น มันเผาอยู่ข้างในใจของเราเอง ทำให้เราเร่าร้อนอยู่เสมอ การยุ่งเรื่องงานไม่ทำให้สุขภาพจิตของเราเสีย แต่การยุ่งเรื่องเพื่อนร่วมงานและอารมณ์อันยุ่งเหยิงยั้วเยี้ยในใจของเรานั่นแหละทำให้สุขภาพจิตเสียมาก เมื่อสุขภาพจิตเสียแล้วการงานก็จะพลอยเสียหรือด้อยคุณภาพไปด้วย

ในการมาพูดคราวนี้ ผมรู้สึกเป็นห่วงผู้ฟังอยู่เหมือนกันว่า ท่านจะสมหวังหรือผิดหวังในการฟัง เกรงไปว่าท่านอาจไม่ได้สิ่งที่ตนคาดหมายว่าจะได้ แต่ชีวิตของคนเรานั้นถ้าไม่ตั้งความหวังไว้มากเกินไป ความผิดหวังก็จะมีไม่มากนัก ถ้าตั้งความหวังไว้สูงมากเมื่อผิดหวังก็จะเจ็บมากเหมือนตกจากที่สูง โดยเฉพาะความหวังที่เราคาดว่าจะได้จากคนอื่นอาจทำให้เราผิดหวังได้เสมอ โลกตกอยู่ในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง ธรรมชาติทั้งปวงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มนุษย์เป็นสิ่งหนึ่งในธรรมชาติ จึงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน แม้แต่เราเองยังไม่อาจให้เป็นไปตามที่หวังไว้เสมอไป ไฉนเล่าผู้อื่น สิ่งอื่นเหตุการณ์อื่นจะเป็นไปอย่างที่เราหวังไว้

สิ่งทั้งหลายย่อมเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น คือเป็นไปตามเหตุปัจจัย (ยถาปจฺจยํ ปวตฺตนุติ) ข้อนี้ถือว่าเป็นหลักสำคัญแห่งพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง ตามหลักนี้พอจะกล่าวได้ว่า เหตุดีย่อมก่อให้เกิดผลดี เหตุร้ายย่อมก่อให้เกิดผลร้าย เหตุดีปนชั่วย่อมก่อให้เกิดผลทั้งดีทั้งชั่ว มนุษย์เราส่วนมากยังว่ายวนอยู่ในวัฏจักรแห่งดีบ้าง ชั่วบ้าง ดีปนชั่วบ้าง อยู่อย่างนี้ จึงมิอาจพ้นทุกข์ไปได้โดยสิ้นเชิง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:28:53 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สำหรับความหวังที่เรามีต่อผู้อื่นนั้นขอให้นึกไว้เสมอว่า

๑ จะหาใครเหมาะใจที่ไหนเล่า
ตัวเราเองยังไม่เหมาะใจเราหนา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
รู้ล่วงหน้าเสียก่อนไม่ร้อนใจ
(พระศาสนโสภณ-แจ่ม จัตตสัลโล)


แต่มนุษย์เราก็อดหวังไม่ค่อยได้ ความหวังสัมพันธ์อยู่กับชีวิต เหมือนดอกไม้ติดอยู่กับต้น อย่างไรก็ตาม ความหวังนั้นเองทำให้เราล้มเหลวบ้าง รุ่งโรจน์บ้าง เราไม่เคยล้มเหลวในสิ่งที่เราไม่หวัง ไม่ปรารถนา ไม่ต้องการ ทำนองเดียวกับเราไม่ค่อยน้อยใจกับคนที่เราไม่รัก

ถ้าเกิดความล้มเหลวขึ้นในเรื่องใด ให้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ คนจะรุ่งเรืองได้ก็เพราะอดทนต่อความล้มเหลวได้และตั้งต้นใหม่ ขณะเดียวกันพยายามรักษาความสงบใจไว้ให้ได้ เพราะสุขภาพจิตที่ดีสำคัญที่สุดต่อความสุขในชีวิตประจำวันของเรา

ถ้ามีเทพประทานพรให้ท่าน ๓ อย่าง คือ

๑. ร่ำรวย
๒. ร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วย
๓. ความสุขใจ

ท่านต้องเลือกเอาเพียงอย่างเดียว ท่านจะเลือกอะไร หลายคนอาจนึกตอบว่าขอให้ได้ทุกอย่าง ถ้าได้ทุกอย่างก็วิเศษแน่ แต่มีเงื่อนไขอันแน่นอนว่าให้เลือกเอาอย่างเดียว คนส่วนใหญ่จะเลือกสิ่งที่ตัวขาด เราอาจทำนายได้ว่าเขาขาดอะไรจากสิ่งที่เขาเลือก หรือมิฉะนั้นเขาก็เห็นความสำคัญของสิ่งนั้นคือเขาไม่ได้ขาด เขาจึงเลือก แต่สุขภาพกายกับสุขภาพจิตนั้นมีความสำพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลจากโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเยล (Yale) ในสหรัฐอเมริกาได้ค้นพบว่า ๗๖% ของคนไข้ทั้งสิ้นที่มารับการรักษาที่นั่นเป็นโรคที่มีสมุฏฐานมาจากความเครียดทางอารมณ์ (Emotional Tension)

สถิติดังกล่าวเมื่อ ๓๐ กว่าปีมาแล้ว อาจล้าสมัยไปแล้ว ปัจจุบันน่าจะมีมากกว่านั้น เพื่อให้ความผิดหวังไม่เป็นพิษแก่จิตใจของเรา ขอให้สร้างนิสัยเป็นนักศึกษาขึ้น คือมองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่เราในแง่ของการศึกษาเรียนรู้ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาชีวิต จะสังเกตได้ว่า เหตุการณ์เดียวกันถ้ามองให้แง่ร้ายอาจให้ความทุกข์แก่เราอย่างมาก แต่ถ้ามองในแง่ดีและในแง่ของการศึกษาเรียนรู้แล้ว อาจให้ความสุขความพอใจแก่เราก็ได้

O สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:31:35 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 2

เพราะฉะนั้น ขอให้พยายามสร้างนิสัยนักศึกษาขึ้นในตน คือมองสิ่งต่างๆ ในแง่ของการศึกษาว่า สิ่งนี้ให้ความรู้และประสบการณ์อะไรแก่เราบ้าง ชีวิตจะต้องเดินทางผ่านประสบการณ์เป็นอันมาก ความรู้ความเข้าใจในชีวิตนั้นเป็นวิทยาการอันสูงเยี่ยมยิ่งกว่าวิทยาการใดๆ เมื่อเข้าใจชีวิตดีแล้ว จะเป็นผู้มีชีวิตอย่างมีทุกข์น้อยที่สุด หรือไม่มีทุกข์ทางใจเลย

ความทุกข์เป็นสิ่งที่บุคคลพยายามหลีกเลี่ยงส่วนความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา แต่ทำไมเล่า มนุษย์ส่วนมากจึงพบแต่สิ่งที่ตนพยายามหลีกเลี่ยง และรู้สึกว่าได้น้อยเหลือเกินซึ่งสิ่งที่ตนพยายามแสวงหา อาจเป็นเพราะเราต้องการมากเกินไปหรือไม่ หรือว่าเราแสวงหาผิดวิธีเหมือนไปรีดเอาน้ำมันจากเม็ดทราย หรือรีดนมจากเขาโค แม้จะใช้ความเพียรพยายามสักเท่าไรก็คงไม่ได้อยู่ดี อันที่จริงความสุขเราไม่ต้องแสวงหามากก็ได้ เพียงแต่หาวิธีลดความทุกข์ลงเท่านั้น ความสุขก็จะเกิดขึ้นเอง

เหตุแห่งทุกข์อย่างสำคัญประการหนึ่งของคนในสังคมของเราก็คือการคอยเปรียบเทียบตนกับผู้อื่น ทำให้เกิดปมด้อยบ้าง ปมเขื่องบ้าง ไม่เป็นตัวของตัวเอง เพื่อความสงบสุขของชีวิต ต้องพยายามลดปมให้ได้ ไม่มีทั้งปมด้อยและปมเขื่อง เป็นตัวของตัวเอง ใจก็จะเป็นอิสระมีความสงบสุข

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:32:46 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 3

เพื่อความสงบสุขแห่งชีวิต เราควรปฏิบัติตนอยู่ในหลักต่อไปนี้

๑. อ่อนน้อมถ่อมตนและนิยมยกย่องผู้อื่น
๒. การรู้จักตัดตอน
๓. กล้าต่อสู้ความทุกข์ยาก
๔. รู้จักช่วยเหลือตัวเองและพึ่งตัวเองก่อน


๑. ความอ่อนน้อมถ่อมตนและนิยมยกย่องผู้อื่น

มนุษย์เราทุกคนไม่ชอบคนเย่อหยิ่งจองหอง แต่ชอบคนอ่อนน้อมถ่อมตน ถ้าอยากให้เขาเกลียดชังก็จงเย่อหยิ่งจองหอง ยกตนข่มผู้อื่น ถ้าอยากให้เขารักก็จงอ่อนน้อมถ่อมตนต่อคนทุกประเภท วางตนเหมาะสมแก่คนทุกชั้น ทุกเพศ ทุกวัย พยายามวางตนเสมอต้นเสมอปลายไม่สามวันดีสี่วันร้าย หรือประพฤติต่อผู้อื่นตามอารมณ์ตน คิดแต่จะให้ผู้อื่นเข้าใจตนโดยที่ตนไม่ต้องเข้าใจใคร

ไม่มีใครเกลียดชังผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งเราอ่อนน้อมเขายิ่งยกย่อง ยิ่งเรากระด้าง ยกตนเขายิ่งอยากจะข่มลง ควรฝึกตนให้เหมือนน้ำ ทำประโยชน์ทุกอย่างแล้วไหลลงต่ำ อ่อนโยน ละมุนละไม แต่มีอานุภาพยิ่งนัก คนยิ่งมีความดีมากก็ยิ่งอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เย่อหยิ่ง อวดดี

คุณสมบัติที่จะตามมาของผู้อ่อนน้อมถ่อมตน ก็คือการนิยมยกย่องผู้อื่นด้วยความจริงใจ จึงเป็นที่สำราญใจของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง เขาจะจำติดอยู่ในใจเป็นเวลานานแสนนาน ๑๐ ปี ๒๐ ปี ผ่านไปแล้ว แต่คำยกย่องนั้นยังสดใสอยู่ในความทรงจำของผู้ฟัง ฯลฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:34:06 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 4

เรื่องประกอบ

ดูเถิด ดูเด็กน้อยที่นอนแบเบาะ ร่าเริง สดใส มีชีวิตชีวา ยั่วยวน ชวนเชิญให้ใครๆ อยากเข้าใกล้ จุมพิตและเชยชมอย่างไม่รู้เบื่อ เนื้อตัวอ่อนนุ่มเมื่อสัมผัสรัดรึงก่อความรื่นรมย์ใจ เป็นนิมิตหมายว่าเขาจะเจริญเติบโตต่อไปอีกมากและยาวนาน แต่ดูนั่นซิ...คนตายนอนแข็งทื่อไม่กระดุกกระดิก ไม่รับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนเห็นแล้วหวาดกลัว เข้าใกล้ด้วยความจำเป็นและอึดอัด อยากให้ห่าง แม้คนที่เคยรักก็กลับหน่าย

ในสัตว์และพืชก็เช่นเดียวกัน ลำต้นและกิ่งใบของไม้ที่มีชีวิต มองดูอ่อนช้อย นุ่มนวล สบายตา ส่วนลำต้นและกิ่งของไม้ที่ตายแล้ว ดูแข็งกระด้าง เปราะหักง่าย คนทั้งหลายอยากจะโค่นแล้วโยนทิ้งให้พ้นตา

ในหมู่มนุษย์ก็ทำนองนั้น คนมีคุณธรรม จะเป็นคนนุ่มนวลอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นเครื่องบ่งบอก “ความมีชีวิตสดใสอยู่ภายใน” เป็นสัญลักษณ์ว่า เขาจะเจริญเติบโตต่อไปภายหน้าอีกมาก เป็นผู้มีสัมผัสนุ่ม คือ ใครคบเข้าสบายใจ เหมือนผ้าเนื้อดี นุ่มเนียน นุ่งห่มสบายไม่หยาบกร้านและระคายตัว ส่วนคนชั่วไร้คุณธรรม มักประพฤติหยาบคาย กระด้าง อวดดี ก่อความรำคาญใจแก่ผู้เข้าใกล้เรียกได้ว่าเป็นผู้มีสัมผัสหยาบเหมือนผ้าเนื้อหยาบ

ดูนั่นซิ รวงข้าว...รวงเต็ม ลำต้นอ่อนช้อย ประหนึ่งว่านอบน้อมแก่ผู้ผ่านไปมาทุกคน ใครๆ มองดูด้วยความรู้สึกนิยมชมชอบ บางคนนั่งลงยื่นมือไปสัมผัสเพียงแผ่วเบาอุ้งมือรองรวงอย่างถนอม ด้วยเกรงเมล็ดจะร่วงหล่น ดูเถิดอานุภาพแห่งความอ่อนน้อมของธรรมชาติดึงคนสูงให้น้อมตัวลงหรือนั่งลงด้วยความเต็มใจ ก็ในหมู่คนเล่า มิได้เป็นอย่างนั้นดอกหรือ

ส่วนข้าวรวงนั้น ลีบหมดทั้งรวง ไม่มีเนื้อ รวงจึงแข็งกระด้าง ไม่มีใครสนใจ มีแต่เขาจะถอนทิ้ง มนุษย์ที่เป็นเหมือนข้าวรวงลีบก็มีอยู่มิใช่น้อยในสังคมนี้ เขาทำตัวเขาเอง มนุษย์กำหนดวิถีชีวิตของตนเอง จะโทษใครได้เล่า จริงอยู่ สังคมก็มีส่วนอยู่ไม่น้อยในการกำหนดทางดำเนินชีวิตของคน

แต่นั่นสำหรับคนธรรมดาต่างหากเล่า หาใช่ผู้มีปัญญาไม่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:35:32 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 5

ผู้มีปัญญาย่อมดำเนินชีวิตตามความเหมาะสมแก่ตน ประดุจดวงดาวโคจรไปตามวิถีแห่งตน มิใช่ใบไม้ร่วง ที่สุดแล้วแต่ลมจะพัดพาไป คนที่เป็นประดุจใบไม้ร่วงนี้มีอยู่มากในโลก ส่วนคนที่เป็นประดุจดวงดาวนั้นมีอยู่น้อย แต่มักประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ และมีปัจเจกภาพอันเป็นที่เคารพยกย่องของโลก

เลือกเอาเองเถิด จะเป็นดั่งใบไม้ร่วงหรือดวงดาว

ความถ่อมตน จะคอยเตือนบุคคลให้รู้สึกว่า ตนเองยังดีไม่พอ ยังมีความรู้ความสามารถไม่พอ จึงมิกล้ายอมรับความยกย่องสรรเสริญจากผู้ใดอย่างลำพองใจ แต่จะน้อมรับคำตักเตือนติเตียนจากผู้อื่นด้วยใจคารวะ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น

ความถ่อมตนนั้น ตรงกับความเป็นจริงอยู่แล้ว คือในโลกนี้มนุษย์ที่เป็นปุถุชนอยู่ ใครเล่าเป็นผู้มีความดีอันสมบูรณ์ ล้วนแต่ยังมีข้อบกพร่องอยู่ทั้งสิ้น แม้คนอื่นไม่เห็น ตนนั่นแหละย่อมรู้ด้วยตนเอง ความดีของปุถุชนจึงยังเป็นความดีสัมพันธ์ (Relative good) อยู่ คือ ดีกับคนที่เขาดีกับตัว ใครร้ายกับตัว อาจร้ายตอบเป็น ๒-๓ เท่าก็ได้ คราวใดกิเลสครอบงำอย่างรุนแรงตกอยู่ในอำนาจของกิเลส อาจทำความไม่ดีได้มากๆ พระอรหันต์ที่สิ้นกิเลสแล้ว ไม่ถูกกิเลสชักจูงแล้ว จึงจะเรียกได้ว่าดีโดยสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ ปุถุชนจึงไม่ควรทะนงตนว่า “เราดีแล้ว” หรือ “ดีกว่าผู้อื่น” โดยประการทั้งปวง

ดูนั่นซิ แม้แต่ขุนเขายังพังทลายได้ด้วยแรงธรรมชาติบ้าง ด้วยแรงมนุษย์บ้าง จะกล่าวไยถึงมนุษย์น้อยๆ อย่างเราเล่า ซึ่งเปรียบไปก็เหมือนธุลีหนึ่งอันล่องลอยอยู่ในสุริยจักรวาลอันยิ่งใหญ่หาขอบเขตไม่ได้นี้ ประโยชน์อะไรเล่ากับความทะนงตน เมื่อใจได้รับเอาความถ่อมตนไว้เป็นสมบัติแล้ว ดวงหน้า แววตาและกริยาท่าทีของเขาผู้นั้นก็จะทอประกายแสงแห่งความถ่อมตนให้ผู้อื่นเห็นได้อย่างชัดเจน นิสัยอันดีงามซึ่งสืบเนื่องจากการถ่อมตนนี้จะช่วยส่งเขาให้รุ่งโรจน์ในการงานที่เขาทำ และเป็นที่รักที่ยำเกรงของผู้เข้าใกล้

แม้จะแพรวพราวด้วยสร้อยสังวาลเพชร แต่เต็มไปด้วยความทระนง ก็หาดูงามไม่ ยิ่งจะประกาศความอัปยศมากขึ้น ส่วนผู้ประดับตนด้วยความอ่อนน้อม ย่อมดูงามกว่า ชื่อว่าได้สวมมงคลวิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งจะอำนวยแต่ความสุขความร่มเย็นให้แก่ชีวิต

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:36:30 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 6

คำพูดเหล่านี้ วรัญญา ได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่าจากคุณพ่อ ตั้งแต่เธอเป็นเด็กอายุ ๑๐ ขวบ จวบจนเธอเป็นสาวอายุ ๒๐ คุณพ่อได้มอบสร้อยรวงข้าวให้สวมใส่เมื่ออายุ ๑๗ มีความหมายเป็นเครื่องเตือนใจให้อ่อนน้อมถ่อมตน ประดุจรวงข้าวที่เมล็ดเต็ม คุณสมบัติข้อนี้มีอานุภาพเป็นมหาเสน่ห์คล้องใจผู้เข้าใกล้ ให้รักใคร่นิยมนับถือไม่จืดจาง

วรัญญาปฏิบัติตามคำสอนของคุณพ่อด้วยความเต็มใจ ด้วยการเห็นคุณค่า ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในวัยเรียน วรัญญาจึงปรากฏประหนึ่งเพชรเม็ดงามที่สุกสกาวอยู่ในความรู้สึกอันลึกล้ำของครูอาจารย์และเพื่อนฝูงแทบทุกคน

เมื่อจบการศึกษาแล้วออกทำงาน วรัญญารู้สึกว่าเธอก้าวเข้าสู่โลกใหม่อีกโลกหนึ่ง โลกของผู้ใหญ่ที่ดูยาก, เข้าใจยาก มักปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง เอาน้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก ซึ่งมองในแง่หนึ่งก็ดีที่ไม่ต้องทะเลาะวิวาทกันอย่างเด็ก แต่มองอีกแง่หนึ่งก็น่ากลัว เหมือนความเงียบของป่า ไม่รู้ว่าอันตรายแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ที่ใด ความอดกลั้นเป็นความดี ถ้าเป็นความอดกลั้นที่จริงใจสุจริตเที่ยงตรง

ในรอยยิ้มอันพริ้มเพราและพริ้มพรายของผู้ใหญ่นั้น มีความหมายตรงกับรอยยิ้มนั้นหรือไม่ มีอะไรแฝงเร้นอยู่เบื้องหลังบ้าง วรัญญารู้สึกไม่แน่ใจ เห็นบางคนนินทาเขาอยู่หยกๆ แต่พอเขาเดินมาก็ยิ้มย่องผ่องใสทักทายอย่างสนิทสนมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

การดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามกันมีอยู่ทั่วไปทั้งโดยสายตา คำพูดและกิริยาอาการ เพราะทรัพย์บ้าง ยศบ้าง ฐานะของตระกูลบ้าง การศึกษาและสถาบันบ้าง ยกตนข่มผู้อื่น ส่อเสียด (ยุยงให้แตกกัน) เสียดสี ก้าวร้าว วางแผนทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง ริษยาเห็นใครได้ดีทนไม่ได้ โอ้อวดมารยา ตั้งกลุ่มนินทาสโมสร สอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น เยาะเย้ยถากถางทั้งด้วยสายตาและคำพูด เพ้อเจ้อไร้สาระแล้งน้ำใจ สนใจเป็นพิเศษแต่เรื่องกินเรื่องเที่ยว ช่างน่ากลัวจริงๆ

แต่ท่ามกลางผู้คนมีโทษลักษณะดังกล่าวนี้ ก็ยังมีมนุษย์ที่มีใจสูงประกอบด้วยคุณลักษณะนานาประการ เหมือนดอกบัวท่ามกลางหยากเยื่อ หรือท่ามกลางโคลนตม มีจิตอ่อนโยน เมตตาปรานี เอื้ออาทรต่อความทุกข์ความเดือดร้อนของผู้อื่น สุภาพสำรวม แม้หัวเราะก็ยังระวัง (หัวเราะอย่างสุภาพ) เกรงอกเกรงใจผู้อื่น อ่อนน้อมถ่อมตน ดูง่าย เปิดเผย พูดตรงกับใจ จริงใจ สุจริต ยุติธรรม เสียสละ อดทนเคารพนับถือเพื่อนมนุษย์ ยกย่องให้เกียรติคนที่ควรยกย่อง เห็นใจและเข้าใจในความบกพร่องของผู้อื่น และให้อภัย ให้กำลังใจเพื่อดำเนินชีวิตในภายหน้าอย่างมั่นคงเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง เป็นที่ปรึกษาและพักพิงทางใจของผู้มีทุกข์ มีอุดมคติอันสูงเยี่ยม ฉลาด รอบรู้ แต่ไม่โอ้อวด คงประพฤติถ่อมตนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:37:06 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 7

ทำไมมนุษย์จึงแตกต่างกันมากถึงขนาดนี้ทั้งๆ ที่อยู่ในสังคมเดียวกัน ทำงานอยู่ในกรมกองเดียวกัน ในบริษัทเดียวกัน หรือแม้แต่ในครอบครัวเดียวกัน

วรัญญานำปัญหานี้มาปรึกษาพ่อ คุณพ่อตอบว่า

เหตุที่ทำให้มนุษย์แตกต่างกันถึงขนาดนี้ก็เพราะคนหนึ่งตั้งใจฝึกฝนตนเองขัดเกลาตนเอง คุ้มครองตนและมีสติ ต้องการพัฒนาตนให้ขึ้นสู่ระดับสูงโดยคุณธรรม อาศัยหลักธรรมแห่งพระศาสนาเป็นทางดำเนิน อบรมศีล อบรมกาย อบรมจิต และอบรมปัญญาอยู่เนืองนิตย์ จึงปรากฏเหมือนดอกบัวท่ามกลางโคลนตม รุ่งเรืองอยู่ด้วยศีล สมาธิและปัญญา

ส่วนคนอีกพวกหนึ่งไม่สนใจในเรื่องเหล่านี้เลย สนใจแต่เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องสนุกสนานต่างๆ แม้จะทำงานก็ทำเพียงเพื่อหาเงินมากินมาเที่ยวมาสนุกสนาน หรืแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศโดยอาศัยหน้าที่การงาน กิเลสที่พอกพูนขึ้นในสันดานอยู่ทุกวัน ยิ่งนานวันยิ่งพอกพูนเหมือนสนิมกัดกินเหล็ก ยิ่งนานวันยิ่งลุกลาม

อันที่จริงต้นเดิมของมนุษย์เราเป็นอย่างเดียวกัน มาแตกต่างกันภายหลังเพราะการกระทำ และสิ่งที่สั่งสมอันแตกต่างกัน ดังที่พระศาสดาตรัสว่า “คนจะดีหรือเลวเพราะชาติตระกูลก็หาไม่ แต่จะดีหรือเลวก็เพราะการกระทำของตน”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:37:37 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 8

มีบ่อยครั้งที่วรัญญารู้สึกสลดหดหู่ใจ ท้อแท้ เมื่อนึกถึงความเป็นไปในสังคมมนุษย์ เมื่อนึกถึงความชั่วอันมีอยู่ดาษดื่นในสังคมมนุษย์ เธอปรารภกับตัวเองบ่อยๆ ว่าทำไมหนอมนุษย์เราจึงฝึกได้ยากจริงๆ

เมื่อถามคุณพ่อถึงเรื่องนี้ คุณพ่อตอบว่า เพราะมนุษย์เรามิค่อยสนใจในการฝึกฝนตนเอง ไม่พยายามเอาชนะตนเอง สนใจแต่เรื่องฝึกผู้อื่น และเอาชนะผู้อื่น แม้แต่พวกนักกีฬาที่ร้องเพลงปลุกใจกันอยู่ทั่วประเทศว่ากีฬาเป็นยาวิเศษแก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคนนั้น ก็เล่นกีฬามุ่งมั่นแต่เรื่องเอาชนะผู้อื่น กลุ่มอื่น สีอื่นให้ได้ มิได้เล่นกีฬา เพื่อกีฬา เพื่อสามัคคีธรรม แต่เพื่อเอาชนะ ชนะได้ก็เป็นศัตรูกัน ทะเลาะวิวาทกัน แตกสามัคคีกันแทบทุกนัด ทุกสนาม ตลอดไปถึงกีฬาระหว่างชาติ เช่น กีฬาโอลิมปิก เป็นต้น มันจึงไม่อาจแก้กองกิเลสได้ มีแต่จะเพิ่มพูนกองกิเลส ทำคนไม่ให้เป็นคน แต่ทำพวกเขาให้เป็นยักษ์เป็นมาร คอยประหัตประหารกัน มีความสุขด้วยการทำร้ายผู้อื่น ยิ่งการชกมวย ซึ่งมาในนามกีฬาเหมือนกันแล้วยิ่งไปกันใหญ่ มันเป็นการทำร้ายร่างกายกัน เป็นฆาตกรรมที่สังคมชี้นำให้เห็นเป็นกีฬา มวยปล้ำของฝรั่งยิ่งเป็นการทารุณกรรมอันยิ่งใหญ่ที่โลกพากันตื่นเต้นยินดี

คุณพ่อบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ มนุษย์ได้ตั้งจิตไว้ผิด มีความดำริผิดในทางดำเนิน เหมือนรถไฟที่เจ้าหน้าที่สับรางผิด รถแล่นไปในรางที่ผิดจึงชนนั่นชนนี่ยุ่งไปหมด ถ้าแล่นไปในรางที่ถูกก็ปลอดภัย และถึงจุดหมายปลายทางโดยไม่ยาก

มนุษย์เราส่วนมากชอบฟังเสียงแห่งมารมากกว่าเสียงแห่งธรรม ไม่สนใจฟังธรรมของพระอริยะ สนใจฟังเสียงแห่งปีศาจ ซึ่งหลอกให้หลงทาง แล้วมาตีโพยตีพายในตอนหลังว่า “ทุกข์หนอ ทุกข์หนอ” ถึงกระนั้นก็ยังหาทางไม่ถูก ยังหลงทางอยู่นั่นเอง พอมีผู้ชี้ทางที่ถูกให้ก็เบือนหน้าหนี เป็นเวรกรรมของเขาแท้ๆ ช่วยไม่ได้จริงๆ “สัตว์โลกมีกรรมเป็นของๆ ตน ทางใครทางมัน” คุณพ่อย้ำคำนี้อย่างหนักแน่น แต่มีแววแห่งการปลงตกต่อการดำเนินชีวิตของคนทั้งหลายว่าเป็นไปตามกำลังแห่งกรรมของตนจริงๆ มนุษย์ได้สร้างทางแห่งชีวิตของตนขึ้นมาแล้วดำเนินไปตามทางนั้น (อตฺตา หิ อตฺตโน คติ)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:38:10 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 9

ชะตาชีวิตของคนเราเป็นสิ่งซับซ้อนยิ่งนัก ยากที่จะกำหนดได้ นอกจากท่านผู้ได้บรรลุบุพเพนิวาสานุสสติญาณ (การระลึกชาติได้) ทิพพจักษุญาณ หรือจุตูปปาตญาณ (การรู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย) จึงจะกำหนดได้ง่ายขึ้น ตรวจสอบได้เป็นรายๆ ไป

อย่างไรก็ตาม ชะตาชีวิตย่อมเป็นไปตามการกระทำและความตั้งใจของเรา โชคชะตาหาได้กำหนดอนาคตของมนุษย์ไม่ แต่การกระทำของมนุษย์นั่นเองได้กำหนดชะตาชีวิตหรืออนาคตให้แก่เขา รางวัลและการลงโทษเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำกันขึ้นมาเอง ภัยจากธรรมชาตินั้นมีน้อยกว่าภัยจากมนุษย์

ถ้าชะตาชีวิตจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ชะตาชีวิตนั้นก็คือสิ่งที่เราทำไว้ในอดีต ซึ่งเรานึกย้อนไปไม่ถึง แต่มันมีบทบาทกำหนดวิถีชีวิตของเราให้เป็นไปต่างๆ

ในการสร้างสรรค์ชีวิตให้ดีงามนั้น จะต้องมีความพากเพียรและความอดทนเป็นอย่างมาก ปราศจากคุณธรรม ๒ อย่างนี้แล้ว ย่อมไม่อาจทำให้สำเร็จได้ ความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคุณลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้บุคคลเจริญเติบโตได้มาก เหมือนพันธุ์ไม้ซึ่งมีแก่นอยู่ภายในย่อมเจริญเติบโตได้มากกว่าไม้ที่มีแก่นหรือความเข็งอยู่ภายนอก เช่น ไม้ไผ่ เป็นต้น คนกระด้าง เย่อหยิ่ง อวดดี ทะนงตน ไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เจริญได้น้อย เจริญขึ้นชั่วคราวก็มักจะเสื่อมลงโดยเร็ว แม้จะเจริญอยู่ได้บ้างด้วยความมั่งมีหรือยศศักดิ์ที่บรรพบุรุษมีมาให้ แต่ก็เป็นที่เกลียดชังของคนทั้งหลาย ไม่อบอุ่นใจ ต้องคอยระแวงอันตรายอยู่เสมอ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:38:49 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )


  สลักธรรม 10

ส่วนผู้ที่มีใบหน้าอันทอประกายแสงแห่งความถ่อมตน ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจของคนทั้งหลายเหมือนดวงจันทร์วันเพ็ญอันมีแสงสีนวล เยือกเย็น ฉะนั้น ความถ่อมตนเป็นการเปิดโอกาสแก่ตนเองให้ได้รับคำแนะนำสั่งสอนอันมีค่าจากท่านผู้รู้ ท่านผู้รู้จะหลั่งความรู้ให้อย่างไม่เบื่อหน่ายจืดจาง เพราะเขาทำตนเป็นเหมือนภาชนะที่ใหญ่และดีในการรองรับคำสอนที่ดี คนกระด้างอวดดีจะไม่ได้รับโอกาสเช่นนั้น

ความอ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อฝึกฝนอย่างดีแล้วก็จะหยั่งรากลึกลงไปในอุปนิสัยสันดานของเขา เป็นเสมือนรากแก้วของต้นไม้ เมื่อรากแก้วหยั่งลงดินลึกแล้ว รากเล็กรากน้อยก็จะแผ่ออกยึดดินรอบๆ บริเวณนั้น ลำต้นก็เจริญเติบโตขึ้น แผ่กิ่งก้านออกไปไพศาล มีดอกมีผลเป็นร่มเงา เป็นประโยชน์แก่มนุษย์และสัตว์พืชทั้งหลาย ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นรากแก้วแห่งคุณธรรมของมนุษย์ เมื่อมีคุณธรรมข้อนี้แล้ว ข้ออื่นๆ ก็ย่อมจะเกิดตามขึ้นมา

คุณพ่อได้ย้อนกลับมาพูดเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนให้วรัญญาฟังอีกเป็นเวลานาน และพูดต่อไป รู้สึกท่านมีความสุขเมื่อได้พูดเรื่องนี้ เตือนให้วรัญญาเจียมกาย เจียมวาจา และเจียมใจในการเกี่ยวข้องกับผู้อื่น คำพูดเพียงคำสองคำอาจส่อให้เห็นอุปนิสัยอันดีหรือเลวของผู้พูด ทำนองเดียวกับสายบัวเป็นเครื่องวัดน้ำ ต้นหญ้าเหี่ยวหรือสดชื่นเป็นเครื่องวัดแผ่นดิน กิริยาวาจาเป็นเครื่องวัดคุณธรรมและปัญญา

เพราะฉะนั้นควรเป็นผู้ฝึกฝนตนให้เป็นคนมีกิริยาอ่อนน้อม วาจาอ่อนหวาน และจิตใจอ่อนโยนอยู่เสมอ ประเมินค่าของตนตามที่เป็นจริง ให้น้อยไว้หน่อยยิ่งดี ไม่อวดยศศักดิ์หรืออวดความสามารถให้เกินตัว แม้จะอยู่ในหมู่คนที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ทะนงตน ก็ให้เขาทะเลาะกันไป เราอย่าเป็นไปอย่างนั้นเสียด้วย ตัวอย่างที่ดีของเราอาจช่วยผ่อนคลายคนที่เย่อหยิ่งทะนงตน ให้ลดความเป็นเช่นนั้นลงได้บ้าง

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ธ.ค. 2553 , 07:39:34 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org