| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เพื่อความสุขใจ (๑๒)
เพื่อความสุขใจ
ตอนที่ผ่านมา
การสร้างคุณภาพชีวิตและการงานที่ดี
๒. การรู้จักตัดตอน
มนุษย์เราผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ ย่อมทำดีบ้าง ชั่วบ้าง ตามอำนาจของคุณธรรมและกิเลสที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว คนที่ได้รับยกย่องว่าเป็นคนดีก็ต้องเคยทำความชั่วหรืออย่างน้อยก็มีอยู่ในใจ คนที่ใครๆ พากันเห็นว่าเป็นคนชั่วก็คงเคยทำความดีมาบ้าง ภายหน้าอาจเป็นคนดีมากๆ ก็ได้
ผู้มีปัญญาจึงไม่ควรด่วนตัดสินคนด้วยเห็นการกระทำเพียงครั้งเดียวสองครั้งของเขา แล้วตัดสินว่าเขาจะเป็นเช่นนั้นไปตลอดชีวิต
บัณฑิตต้องรู้จักตัดตอน คนที่เคยชั่วเมื่อเขาสำนึกชั่วแล้วมิใช่ว่าจะกลับเป็นคนดีไม่ได้ ควรให้โอกาสแก่เขาเพื่อเขาจะได้กลับตัวเป็นคนดี ตระหนักอยู่เสมอว่าตอนนั้นกับตอนนี้อาจไม่เหมือนกัน มนุษย์เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามสิ่งแวดล้อมและคุณธรรมในใจ ไม่พึงด่วนแตกจากมิตร ไม่พึงผูกเวรกับใครๆ
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:27:38 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 1เรื่องประกอบ
เสียงฆ้อน เสียงชะแลง ดังเป็นจังหวะๆ จากเชิงผา, ภูเขาลูกนั้น สูงชัน ประชาชนผู้จำเป็นในการสัญจรผ่านภูเขานั้นจะต้องปีนป่ายขึ้นไปและลงอีกด้านหนึ่ง
ดูนั่นซี...หนุ่มใหญ่วัยกลางคน ท่าทางบึกบึน แข็งแรง สูงใหญ่สมเป็นซามูไรในอดีต เขาใช้ค้อนทุบหิน ใช้ชะแลงเจาะทะลวงภูเขาลูกนั้นเพื่อให้เป็นทางสัญจรของมหาชน เหงื่อโทรมกาย แต่ดวงหน้าและแววตาแสดงถึงความสุข และความหวังอันสดใส หวังถึงความสำเร็จแห่งงานที่เขาตั้งใจทำด้วยเชื่อมั่นว่า ความยากย่อมเอาชนะได้ด้วยความเพียรอันเป็นไปอย่างติดต่อสม่ำเสมอ
เขาทำงานเจาะภูเขาเฉพาะกลางคืน กลางวันหาเลี้ยงชีพ เขาเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์กว้าง ๖ วา สูง ๕ วา ใช้เวลาเจาะนานถึง ๓ ปี ได้เส้นทางลึก ๕๗๐ วา แต่ช่องทางยังเหลืออยู่อีก จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒ ปี จึงจะทะลุเขาใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้
เขานั่งพักเหนื่อย ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก บัดนี้อายุของเขาย่างเข้าสู่วัยชราแล้ว ขณะนี้ดวงจิตของเขาย้อนคำนึงถึงอดีตสมัยเมื่อยังหนุ่ม
เขาเกิดในตระกูลซามูไร เมื่อได้ศึกษาวิชาการและจริยธรรมของซามูไรจบแล้วไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อารักขาขุนนางผู้หนึ่ง เขารูปงาม สุภาพอ่อนโยน แต่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวอย่างชายชาตรี จึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของภรรยาขุนนาง, เธอทอดสะพานให้ ความงาม ความอ่อนหวาน และความมีน้ำใจเกื้อกูลของนางได้ผูกมัดใจของซามูไรหนุ่มอย่างเหนียวแน่น ทั้งสองลืมตัว ลืมหน้าที่ ลอบรักได้เสียกัน น้ำผึ้งแห่งความรักยังไม่ทันจืดจางขุนนางผู้เป็นสามีจับได้ ซามูไรหนุ่มจึงใช้ดาบซามูไรฆ่าขุนนางผู้นั้นเสีย แล้วพาภรรยาของเขาหนีไป
เรื่องของโลกมักเป็นอย่างนี้ คนทำผิดครั้งที่ ๑ ถ้าไม่รีบกลับตัวเสียก็มักทำผิดครั้งที่ ๒ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดครั้งที่ ๑ และทำผิดครั้งที่ ๓ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดครั้งที่ ๒ และต่อๆ ไป ไม่ค่อยสิ้นสุดลงได้ง่าย
เมื่อน้ำผึ้งแห่งความรักเริ่มจางลง ทั้งสองต่างมองเห็นความผิดของตนอย่างชัดเจน เป็นเหตุให้แหนงหน่ายจึงตัดสินใจแยกทางกัน ซามูไรต้องอยู่อย่างเดียวดาย มโนธรรมและจริยธรรมของซามูไรเริ่มสาดส่องดวงใจให้สว่างด้วยเหตุผล ซามูไรสำนึกบาปของตน รำพึงว่าทำอย่างไรหนอจึงจะลบล้างบาปอันนี้เสียได้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:28:20 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 2วันหนึ่งผ่านมาที่ภูเขาลูกนี้ เป็นคนสัญจรจำเป็นต้องปีนป่ายเพื่อข้ามภูเขาอันสูงชัน ต้องเสี่ยงอันตราย เขาจึงตกลงใจเจาะภูเขาเพื่อเป็นทางสัญจร เขาทำด้วยความเหนื่อยยาก ทำเพียงผู้เดียว แต่ดวงใจเต็มไปด้วยความเอิบอิ่มและเป็นสุข
บุตรของขุนนางซึ่งถูกเขาฆ่า บัดนี้เป็นหนุ่มใหญ่และเป็นซามูไรด้วย เที่ยวตามหาเขาเพื่อแก้แค้นให้บิดา มาพบเขาที่นี้ จึงเริ่มจะทำการแก้แค้น ซามูไรชราขอร้องวิงวอนว่า อย่าทำลายทางแห่งบุญโดยเอาชีวิตเขาในตอนนี้เลย ขอเวลาอีก ๒ ปี เมื่อเจาะภูเขาเสร็จแล้ว ก็จะขอชดใช้ด้วยชีวิต
ซามูไรหนุ่มเห็นว่า คำขอร้องของเซ็นไกซามูไรมีเหตุผล และเห็นว่าไม่มีทางหนีรอดไปได้ จึงตกลงรอคอย ขณะที่รอคอยนั้น ดูการทำงานเจาะภูเขาของซามูไรชราด้วยความเห็นใจ และเพื่อให้งานแก้แค้นสำเร็จลุล่วงไปโดยเร็ว ซามูไรหนุ่มจึงช่วยเซ็นไกเจาะภูเขาด้วยงานเจาะภูเขาสำเร็จเรียบร้อยก่อนเวลา ๒ ปีที่กำหนดไว้เดิม ต่อไปเหลือแกแต่งานการแก้แค้น
เซ็นไกนั่งขัดสมาธิก้มหน้า โก่งลำคอลงเพื่อให้ซามูไรหนุ่มจ้วงฟันได้โดยสะดวก แต่แล้วโดยไม่คาดฝัน ซามูไรหนุ่มกลับใส่ดาบเข้าฝัก แล้ววางไว้บนก้อนหินก้อนหนึ่ง ทรุดตัวคุกเข่าลงเบื้องหน้าของเซ็นไกพลางกล่าวว่า ข้าพเจ้าจะฆ่าครูของข้าพเจ้าได้อย่างไร
นี่คือ ช่วงเวลา ๒ ปีที่มานั่งดู และช่วยซามูไรชราเจาะภูเขาอันเป็นทางแห่งบุญนั้น ได้สอนให้ซามูไรหนุ่มได้บทเรียนแห่งการใช้ชีวิตที่ดีกว่า เขาได้พบแสงสว่างในทางบุญ ไฟพยาบาทที่คุกรุ่นมาเป็นเวลานานดับมอดลง ใจของเขาสว่าง ให้อภัยและรู้จักตัดตอน
บัณฑิตต้องรู้จักตัดตอน คนที่เคยชั่วเมื่อเขาสำนึกชั่วแล้วมิใช่ว่าจะกลับมาเป็นคนดีไม่ได้ควรให้โอกาสแก่คนที่เขากลับตัวเป็นคนดี ไม่พึงด่วนแตกจากมิตร ไม่พึงเห็นแก่กาลยาว (คือผูกเวรไว้ให้นาน) ไม่พึงเห็นแก่กาลสั้น (คือด่วนแตกจากมิตร) เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรโดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:29:10 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 3ในอดีตกาล ทีฆาวุกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าทีฆีติโกศล โกรธแค้นพระเจ้าพรหมทัต ผู้ซึ่งได้ยกทัพไปปล้นสมบัติของพระเจ้าโกศล พระเจ้าโกศลพร้อมด้วยพระมเหสีเสด็จหนีไปประทับอยู่ในป่าในที่สุดก็ถูกจับได้ พระเจ้าพรหมทัตรับสั่งให้ปลงพระชนม์เสียทั้งสองพระองค์
ตอนนั้น ฑีฆาวุกุมารเป็นหนุ่มแล้วเดินทางกลับจากการศึกษาที่เมืองตักกศิลา มาเห็นเหตุการณ์ที่พระชนกชนนีกำลังจะถูกประหารชีวิต ไม่ทราบจะช่วยประการใด เพราะตัวคนเดียว หากแสดงตนว่าเป็นใครก็คงจะถูกประหารอีกคนหนึ่ง ในระหว่างที่กำลังจะถูกประหารนั้น พระเจ้าทีฆีติโกศลเหลียวมาเห็นฑีฆาวุกุมาร พระราชโอรสของพระองค์ เกรงว่าพระราชโอรสจะทำอะไรไม่เหมาะสม จึงทรงเตือนด้วยพระโอวาทว่า
ลูกเอย อย่าเห็นแก่กาลยาว อย่าเห็นแก่กาลสั้น เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
พระเจ้าโกศลตรัสพระโอวาทนี้ถึง ๓ ครั้ง พวกเพชฌฆาตและประชาชนเข้าใจว่าทรงเพ้อเพราะไม่อาจครองพระสติได้
ทีฆาวุต้องการแก้แค้นแทนพระชนกชนนี จึงหาอุบายเข้าไปอยู่ในวังของพระเจ้าพรหมทัต รับใช้ใกล้ชิดหาโอกาสอยู่เสมอที่จะปลงพระชนม์พระราชาเสียโดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:29:42 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 4วันหนึ่งเสด็จประพาสป่า ให้ฑีฆาวุขับรถพระที่นั่ง ฑีฆาวุขับรถเร็วจนขบวนเสด็จตามไม่ทันเข้าไปในป่าลึก มีแต่พระเจ้าพรหมทัตซึ่งทรงพระชราแล้วกับฑีฆาวุหนุ่ม ทรงเหน็ดเหนื่อย บรรทมบนตักของทีฆาวุใต้ต้นไม้ วางพระแสงดาบไว้ใกล้พระองค์
ทีฆาวุนั้น หาโอกาสปลงพระชนม์พระเจ้าพรหมทัตมานานแล้ว เขาคิดว่า บัดนี้โอกาสมาถึงแล้ว จึงดึงพระแสงดาบขึ้นเพื่อปลงพระชนม์พระราชา แต่ขณะนั้นเองเสียงเตือนเหมือนแว่วมาจากอากาศว่า
ลูกเอย อย่าเห็นแก่กาลยาว อย่าเห็นแก่กาลสั้น...
ทีฆาวุทำอยู่เช่นนี้ถึง ๒ ครั้ง เขาชะงักมือเสียทุกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงนี้หรือระลึกได้ถึงพระโอวาทนี้ พอครั้งที่ ๓ พระเจ้าพรหมทัตทรงตื่นบรรทมเพราะทรงสุบินนิมิตว่า ทรงอยู่ในมือศัตรู เมื่อลืมพระเนตรเห็นทีฆาวุจับพระแสงดาบจะปลงพระชนม์พระองค์อยู่ สะดุ้งพระทัยเสด็จลุกขึ้นตรัสถามเรื่องราวต่างๆ ทรงทราบเรื่องโดยตลอดแล้ว ทรงขออภัยในความผิดพลาดของพระองค์ และทรงเตือนสติทีฆาวุว่า ถ้าปลงพระชนม์พระองค์แล้ว เขาจะรอดไปได้หรือ พระชนกชนนีจะฟื้นขึ้นได้หรือ เป็นต้น
ทีฆาวุนั้น พระโอวาทแห่งพระบิดาเตือนสติอยู่แล้ว จึงยอมไว้ชีวิตพระเจ้าพรหมทัต เมื่อเสด็จกลับแล้ว พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงมอบราชสมบัติแห่งแคว้นโกศลคืนให้แก่ทีฆาวุ แล้วให้อภิเษกกับพระราชกุมารี ผู้เป็นพระราชธิดาของพระองค์ เมื่อพระเจ้าพรหมทัตสิ้นพระชนม์แล้ว ทีฆาวุกุมารก็ได้ครองทั้ง ๒ แคว้น คือ ทั้งโกศลและกาสี
นี่คือคุณของการรู้จักตัดตอนโดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:31:09 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 5๓. กล้าต่อสู้ความทุกข์ยาก
ความทุกข์ยากลำบากเป็นฤดูกาลของชีวิต เหมือนต้นไม้ซึ่งจะต้องผ่านฤดูกาลทั้ง ๓ จึงจะเจริญงอกงามได้ ความทุกข์ยากลำบาก ทำให้เราเข้าใจตัวเอง เข้าใจเพื่อนและญาติ ภรรยาหรือสามีดีขึ้น ผู้มีจิตใจเข้มแข็ง เมื่อมีความทุกข์ย่อมเข้มแข็งมากขึ้น และตั้งหน้าทำความดีมากขึ้น เพื่อเอาชนะความทุกข์ยากลำบากนั้น
โปรดพิจารณาข้อความต่อไปนี้ :-
๑. ไฟนั้นทำลายไม้และสิ่งอื่นๆ เป็นอันมาก แต่ทำให้เหล็กแข็งขึ้น เหล็กที่ผ่านไฟแล้วเป็นเหล็กกล้าฉันใด ความทุกข์ยากลำบากได้ทำลายคนธรรมดาให้สิ้นหวัง เสียคนไปมากแล้ว แต่สำหรับบุรุษเหล็ก คือคนเข้มแข็ง ความทุกข์ยากลำบากทำให้เขาเข้มแข็งยิ่งขึ้น ฉันนั้น
๒. ตักน้ำใส่ตุ่มเพียงขัน สองขัน มองไม่ค่อยเห็นน้ำเลย แต่เมื่อตักบ่อยๆ เข้าเป็นร้อยๆ ขัน น้ำย่อมเต็มตุ่ม ฉันใด ทำความดีเพียงเล็กน้อยจะไม่ค่อยปรากฏ แต่พอทำมากเข้าความดีย่อมปรากฏ และเป็นผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี ฉันนั้น ในการนี้จะต้องมีความอดทน และความเพียรพยายามอย่างสม่ำเสมอ อย่าท้อถอยง่าย
๓. ผลงานเป็นค่าอันแท้จริงของคน ถ้าเขาทำงานยิ่งใหญ่ได้ แสดงว่าเขามีความยิ่งใหญ่อยู่ภายใน และสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึง ความยิ่งใหญ่ทางอำนาจราชศักดิ์ แต่หมายถึงความยิ่งใหญ่ทางการงานในหน้าที่ของเขา เขาอาจเป็นเหมือนน็อตตัวหนึ่งของเรือเดินทะเล แต่เป็นน็อตที่มีคุณภาพ ปราศจากปัญหา เรือลำนั้นจะไม่จมเพราะน็อตตัวนี้ เขาจะเป็นคนใหญ่หรือคนเล็กของสมาชิกของทีมงานในองค์การของเขาก็ตาม แต่เขาจะเป็นได้ดีที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด เขาอาจเป็นเหมือนกระเบื้องแผ่นหนึ่งที่มุงหลังคาอยู่ แต่เป็นกระเบื้องที่ไม่แตก ไม่ร้าว ไม่ทะลุ หลังคาจะไม่รั่วเพราะกระเบื้องแผ่นนั้น สมาชิกของทีมงานในองค์การต่างๆ ก็เหมือนกัน ถ้าแต่ละคนทำตนให้มีคุณภาพสมกับตำแหน่งฐานะของตนแล้ว องค์การนั้นจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด
๔.แม้สถานการณ์จะส่อไปในทางที่ทำให้เรารู้สึกว่าน่าจะสิ้นหวัง แต่เราก็ต้องไม่หมดหวังเสียโดยง่าย คิดไว้เสมอว่า เมื่อเรายังมีความหวังและความเพียรอย่างสม่ำเสมอก็ย่อมจะต้องพบช่องทาง ตรงกันข้าม แม้เราจะหวังมากเพียงไร ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับความผิดหวังไว้บ้าง เป็นการไม่ประมาทโดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:31:59 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 6ทุกข์มี ทางแก้ก็คงมีเหมือน บุคคลผู้กล้าแท้จริงซึ่งได้ชื่อว่า วีโร นั้น ย่อมเป็นผู้กล้าทั้งในสองสถานคือ เมื่อมรณะคุกคามย่อมไม่สะทกสะท้าน เมื่อทุกข์ครอบงำย่อมอาจเพื่อทนทานไว้อยู่
เมื่อประสบความทุกข์ยากลำบาก ขอให้มีความอดกลั้นทนทาน และรักษาความสงบใจไว้ก่อน ความสงบที่แท้จริงของดวงจิตนั้นมาจากการยอมรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด (True peace of mind comes from accepting worst)
อนึ่ง ขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า ในสิ่งที่เรารู้สึกว่าเลวร้ายนั้นยังมีสิ่งที่เลวร้ายกว่านี้อีก แต่เรายังไม่ได้พบ ในสิ่งที่เรารู้สึกว่าดีแล้วยังมีสิ่งที่ดีกว่านี้อีก แต่เรายังไม่ได้พบเช่นเดียวกัน ความตระหนักเช่นนี้ทำให้เรามีกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับความทุกข์ และแสวงหาสิ่งที่คิดว่าดีกว่า ไม่ติดตันอยู่ในคุณงามความดีเพียงเล็กน้อย
เราไม่ต้องไปหาจิตแพทย์ก็ได้ ถ้าเรามีจิตแพทย์ที่ประเสริฐอยู่กับตัว นั่นคือ อาหารที่มีประโยชน์ (ไม่ใช่ราคาแพง) ความสงบเงียบและการยิ้มแย้มร่าเริง พร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่าง อันที่จริงชีวิตของคนเรานั้น ถ้ามีข้าวปลาพอกิน มีน้ำจืดพอดื่ม มีปัจจัย ๔ พอสมควรแก่ความต้องการอันจำเป็นแล้วก็ไม่ควรทุกข์ร้อนเรื่องใดๆ อีก ถ้ามีโรคก็รักษาไป หายก็หาย ไม่หายก็ปล่อยไปช่างมัน
หัดให้รางวัลแก่ตนเองเสียบ้าง อย่าหวังรางวัลจากผู้อื่น หัดชื่นชมตนเองเสียบ้าง ไม่ใช่คอยแต่จะลงโทษตัวเองซ้ำเติมตัวเองอยู่ร่ำไป แต่ขอให้ชื่นชมอยู่เงียบๆ แอบภูมิใจในตนอยู่เงียบๆ เหมือนดอกไม้บาน อย่าไปชื่นชมตัวเองให้คนอื่นฟังบ่อยนัก เขาจะหมั่นไส้เบื่อหน่ายที่จะฟัง หัดซื้อของขวัญให้ตัวเองเสียบ้าง เช่นวันเกิดของเรา วันเริ่มชีวิตใหม่ของเรา เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาความระทมทุกข์ ความเศร้าหมองข้องใจ อันเนื่องจากความคิดว่าไม่มีใครเอาใจใส่ต่อเรา ไม่มีใครให้ของขวัญหรือรางวัลแก่เรา ฯลฯโดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:32:37 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 7๔. รู้จักช่วยเหลือตัวเองและพึ่งตัวเองก่อน
คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกันจริง แต่คนที่เราพึ่งได้มากที่สุดก็คือตัวเราเอง พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้ว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เสมอ นอกจากนี้ยังตรัสต่อไปอีกว่า ตนที่ฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้โดยยาก แสดงว่าหนทางแห่งการพึ่งตนเองก็คือ การช่วยเหลือตนเอง ฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถในหน้าที่การงาน
ขอให้ใช้เวลาบ่มความรู้ความสามารถให้สูงไว้ โอกาสย่อมมีเสมอสำหรับผู้มีความสามารถจริง แต่อย่าทะนงตนว่าเราไม่ต้องง้อใคร การพึ่งตนเองได้นั้นเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นศักดิ์ศรีของมนุษย์ การทำงานเป็นวิธีการอันสำคัญอย่างหนึ่งในการพึ่งตนเอง อย่าหวังความช่วยเหลือจากภายนอกให้มากนัก พยายามช่วยเหลือตนเองจนสุดความสามารถ
สำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมนั้น ขอให้ถือเอาการงานและหน้าที่ของตนนั้นแหละเป็นการปฏิบัติธรรม คือ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดนั่นเป็นการปฏิบัติธรรมที่ดีที่สุด ไม่ต้องเสียใจว่า เราไม่มีเวลาสำหรับการปฏิบัติธรรม แต่ทั้งนี้ต้องหมายถึงหน้าที่อันชอบธรรม สุจริต และเป็นประโยชน์เกื้อกูลทั้งแก่ตนและผู้อื่น
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [28 ธ.ค. 2553 , 07:34:37 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 8![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2554 , 11:05:11 น.] ( IP = 125.27.183.26 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |