| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๑)
สลักธรรม 1
ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายย่อมจะมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฎอันไม่รู่จักจบ เมื่อเกิดมาแล้วไม่มีใครไม่ตาย ไม่ว่าจะเกิด ณ แห่งหนตำบลใด เป็นคนหรือเป็นเทวดา นับตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี พรหม หรืออรูปพรหมซึ่งไม่มีรูปแล้วก็ต้องเจอความตาย
ตายแล้วก็ต้องเกิด เกิดแล้วก็ต้องเป็นทุกข์ เมื่อไม่เข้าใจชีวิตอย่างแท้จริงแล้วจะเลือกที่เกิดไม่ได้ จึงไม่สามารถจะเดินทางไปให้ถึงจุดสุดยอดคือพระนิพพานได้
พระนิพพานเป็นอย่างไร ? จะเปรียบความเข้าใจของลูกว่าในบ้านของเรา ห้องนอนเป็นห้องที่สบายที่สุดจริงหรือไม่ห้องนอนเป็นห้องที่บรมสุขที่สุดในบ้าน ทำงานมาเหนื่อยก็ได้นอนแล้ว ทนอยู่ได้ยากและไปได้ยาก
ห้องนอนเป็นสุขแท้แล้วนอนได้นานไหม ทำไมลุกออกมาล่ะ ถ้าห้องนอนมันสุขแท้ต้องอยู่ได้ตลอด เช่นเดียวกัน ถ้านิพพานมีสถานที่มันก็ต้องมีที่ออกมา ต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นทุกข์ คำว่าพระนิพพานจึงพ้นจากสภาพความเป็นทุกข์ คือไม่ต้องเกิด โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 08:00:17 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )
สลักธรรม 2
ดังนั้น คำว่า พระนิพพาน จึงไม่มีแดน ไม่มีที่ไปถึงไม่มีใครพาใครไปได้ พระนิพพานเป็นนามธรรมไม่ใช่รูปธรรม นามธรรมต่างกับรูปธรรม
คือ รูปธรรมเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ทางตา สามารถจับต้องได้ เช่น ร่างกายของเราทุกส่วน อวัยวะน้อยใหญ่นี่เป็นรูปธรรม ภูเขาก็เป็นรูป ต้นไม้ก็เป็นรูป
รูปคือสิ่งที่บ่งบอกลักษณะรูปพรรณสัณฐานให้เกิดการเห็นขึ้นมาได้ว่า อ้วน ขาว ดำ ใหญ่ สูง เตี้ย อย่างไร และลักษณะรูปต้องย่อยยับเสื่อมไปด้วยความเย็นร้อยอ่อนแข็งหย่อนตึงอยู่ตลอดเวลา รูปธรรมจึงเป็นสิ่งที่มิได้รับรู้อะไรทั้งสิ้น มีการเสื่อมไปด้วยการเสื่อมของธาตุต่าง ๆ เท่านั้นเอง
ส่วนนามธรรมเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปปรากฏแต่เป็นของที่มีอยู่จริง เช่น ความรู้สึกเห็นได้ ได้ยินได้ ได้กลิ่นได้ รู้รสต่าง ๆ ได้ รู้สึกเมื่อยได้ รู้สึกหิว รู้สึกเบื่อ รู้สึกท้อแท้ ฯลฯ ความรู้สึกต่าง ๆ นี้เป็นนามธรรม
ฉะนั้น คำว่ารู้สึกหิว รู้สึกเมื่อย รู้สึกเบื่อ ถูกปรุงแต่งแล้วเรียกว่าสังขารขันธ์ปรุงแต่งด้วยกิเลสต่าง ๆ กิเลสมีมากมายหลายชนิด เมื่อสงเคราะห์แล้วมี ๓ ต้นตระกูลใหญ่ ๆ คือ ตระกูลโลภะ ตระกูลโทสะ และตระกูลโมหะ
โลภะ คือ สภาวะของความอยากได้
โทสะ คือ สภาวะของการประทุษร้ายในอารมณ์ ประสบอารมณ์ที่ไม่พอใจ ไม่พึงปรารถนา
โมหะ คือ สภาวะของความมืดบอดต่อการรับรู้อารมณ์อันแท้จริง โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 08:01:49 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )
สลักธรรม 3
ทุกคนเกิดขึ้นมา ยกเว้นพระอรหันต์เท่านั้น จะต้องมีอารมณ์อันเจือปนไปด้วยกิเลสตลอดเวลา ไม่โลภะ ก็โทสะ หรือโมหะ เข้าออกหมุนผ่านมากับอารมณ์ เช่น
พอรู้สึกเมื่อยอารมณ์ตอนนี้ก็ถูกปรุงแต่งด้วยโทสะ ได้เคยอธิบายว่าความทุกข์ต่างกับความรู้สึกเมื่อย ปวด เจ็บ การที่เรารู้สึกเมื่อย รู้สึกเบื่อ รู้สึกหิว รู้สึกไม่พอใจ อันนี้มิได้เรียกว่าทุกขัง
ทุกขังแปลว่าทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ทนอยู่ในอารมณ์นั้นไม่ได้ แต่ความเมื่อยเป็นอารมณ์ที่ถูกปรุงแต่งด้วยโทสเจตสิก ทุกวันนี้เรารับอารมณ์เจือปนด้วยโลภะ จิตถูกปรุงแต่งด้วยโลภะ โลภะเข้าไปรู้ โทสะเข้าไปรู้ โมหะเข้าไปรู้
แต่พระนิพพานเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นมีสติและสัมปชัญญะเข้าควบคุม สติและสัมปชัญญะก็เป็นเจตสิก คือ ตัวปรุงแต่งจิตเหมือนกัน จึงสามารถป้องกัน สกัดกั้นกิเลสมิให้เข้ามาในอารมณ์ได้ นั่นเรียกว่า กระแสพระนิพพาน
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 08:03:05 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )
สลักธรรม 4ความสงบสุขที่ทุกชีวิตใฝ่หา
แต่เกิดได้ยาก
ความสุขอันอมตะที่ทุกชีวิตต้องการ
แต่มีน้อยชีวิตเหลือเกินที่จะพบ
ด้วยเพราะมีแต่ความต้องการที่ปราศจากการรู้จักที่แท้จริงนั่นเอง จึงต่างพากันเดินทางผิดไป ด้วยเหตุนี้ความเข้าใจที่หลวงพ่อเพียรปลูกลงบนแดนใจนั้น จึงมีค่ายิ่งครับ
กราบระลึกถึงพระคุณด้วยความเคารพยิ่งครับ โดย ทับตะวัน [4 ม.ค. 2554 , 08:04:54 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )
สลักธรรม 5![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2554 , 10:52:40 น.] ( IP = 125.27.183.26 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |