มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๑)








ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๑)


พระนิพพานคืออะไร ?

พระนิพพานเป็นปรมัตถ์อย่างหนึ่งซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประจักษ์แล้ว จะได้นำมาบอกกล่าวให้คนทั้งหลายรู้ตามพระองค์

ในปรมัตถธรรมทั้ง ๔ ประการมี จิต เจตสิก รูป นิพพาน นิพพานก็คือนิโรธสัจจะ นิพพานเป็นจุดสุดยอดซึ่งเป็นหลักแท้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ เพื่อให้ทุกคนประจักษ์แล้วเดินทางที่จะทำให้แจ้งด้วยตัวของตัวเอง

คำว่า “นิพพาน” แปลว่าพ้นจากเครื่องร้อยรัดพันธนาการคือพ้นจากตัณหานั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 07:59:01 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายย่อมจะมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฎอันไม่รู่จักจบ เมื่อเกิดมาแล้วไม่มีใครไม่ตาย ไม่ว่าจะเกิด ณ แห่งหนตำบลใด เป็นคนหรือเป็นเทวดา นับตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี พรหม หรืออรูปพรหมซึ่งไม่มีรูปแล้วก็ต้องเจอความตาย

ตายแล้วก็ต้องเกิด เกิดแล้วก็ต้องเป็นทุกข์ เมื่อไม่เข้าใจชีวิตอย่างแท้จริงแล้วจะเลือกที่เกิดไม่ได้ จึงไม่สามารถจะเดินทางไปให้ถึงจุดสุดยอดคือพระนิพพานได้

พระนิพพานเป็นอย่างไร ? จะเปรียบความเข้าใจของลูกว่าในบ้านของเรา ห้องนอนเป็นห้องที่สบายที่สุดจริงหรือไม่ห้องนอนเป็นห้องที่บรมสุขที่สุดในบ้าน ทำงานมาเหนื่อยก็ได้นอนแล้ว ทนอยู่ได้ยากและไปได้ยาก

ห้องนอนเป็นสุขแท้แล้วนอนได้นานไหม ทำไมลุกออกมาล่ะ ถ้าห้องนอนมันสุขแท้ต้องอยู่ได้ตลอด เช่นเดียวกัน ถ้านิพพานมีสถานที่มันก็ต้องมีที่ออกมา ต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นทุกข์ คำว่าพระนิพพานจึงพ้นจากสภาพความเป็นทุกข์ คือไม่ต้องเกิด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 08:00:17 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )


  สลักธรรม 2

ดังนั้น คำว่า “พระนิพพาน” จึงไม่มีแดน ไม่มีที่ไปถึงไม่มีใครพาใครไปได้ พระนิพพานเป็นนามธรรมไม่ใช่รูปธรรม นามธรรมต่างกับรูปธรรม

คือ รูปธรรมเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ทางตา สามารถจับต้องได้ เช่น ร่างกายของเราทุกส่วน อวัยวะน้อยใหญ่นี่เป็นรูปธรรม ภูเขาก็เป็นรูป ต้นไม้ก็เป็นรูป

รูปคือสิ่งที่บ่งบอกลักษณะรูปพรรณสัณฐานให้เกิดการเห็นขึ้นมาได้ว่า อ้วน ขาว ดำ ใหญ่ สูง เตี้ย อย่างไร และลักษณะรูปต้องย่อยยับเสื่อมไปด้วยความเย็นร้อยอ่อนแข็งหย่อนตึงอยู่ตลอดเวลา รูปธรรมจึงเป็นสิ่งที่มิได้รับรู้อะไรทั้งสิ้น มีการเสื่อมไปด้วยการเสื่อมของธาตุต่าง ๆ เท่านั้นเอง

ส่วนนามธรรมเป็นสิ่งที่ไม่มีรูปปรากฏแต่เป็นของที่มีอยู่จริง เช่น ความรู้สึกเห็นได้ ได้ยินได้ ได้กลิ่นได้ รู้รสต่าง ๆ ได้ รู้สึกเมื่อยได้ รู้สึกหิว รู้สึกเบื่อ รู้สึกท้อแท้ ฯลฯ ความรู้สึกต่าง ๆ นี้เป็นนามธรรม

ฉะนั้น คำว่ารู้สึกหิว รู้สึกเมื่อย รู้สึกเบื่อ ถูกปรุงแต่งแล้วเรียกว่าสังขารขันธ์ปรุงแต่งด้วยกิเลสต่าง ๆ กิเลสมีมากมายหลายชนิด เมื่อสงเคราะห์แล้วมี ๓ ต้นตระกูลใหญ่ ๆ คือ ตระกูลโลภะ ตระกูลโทสะ และตระกูลโมหะ

โลภะ คือ สภาวะของความอยากได้

โทสะ คือ สภาวะของการประทุษร้ายในอารมณ์ ประสบอารมณ์ที่ไม่พอใจ ไม่พึงปรารถนา

โมหะ คือ สภาวะของความมืดบอดต่อการรับรู้อารมณ์อันแท้จริง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 08:01:49 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )


  สลักธรรม 3

ทุกคนเกิดขึ้นมา ยกเว้นพระอรหันต์เท่านั้น จะต้องมีอารมณ์อันเจือปนไปด้วยกิเลสตลอดเวลา ไม่โลภะ ก็โทสะ หรือโมหะ เข้าออกหมุนผ่านมากับอารมณ์ เช่น

พอรู้สึกเมื่อยอารมณ์ตอนนี้ก็ถูกปรุงแต่งด้วยโทสะ ได้เคยอธิบายว่าความทุกข์ต่างกับความรู้สึกเมื่อย ปวด เจ็บ การที่เรารู้สึกเมื่อย รู้สึกเบื่อ รู้สึกหิว รู้สึกไม่พอใจ อันนี้มิได้เรียกว่าทุกขัง

ทุกขังแปลว่าทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ทนอยู่ในอารมณ์นั้นไม่ได้ แต่ความเมื่อยเป็นอารมณ์ที่ถูกปรุงแต่งด้วยโทสเจตสิก ทุกวันนี้เรารับอารมณ์เจือปนด้วยโลภะ จิตถูกปรุงแต่งด้วยโลภะ โลภะเข้าไปรู้ โทสะเข้าไปรู้ โมหะเข้าไปรู้

แต่พระนิพพานเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นมีสติและสัมปชัญญะเข้าควบคุม สติและสัมปชัญญะก็เป็นเจตสิก คือ ตัวปรุงแต่งจิตเหมือนกัน จึงสามารถป้องกัน สกัดกั้นกิเลสมิให้เข้ามาในอารมณ์ได้ นั่นเรียกว่า กระแสพระนิพพาน

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ม.ค. 2554 , 08:03:05 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )


  สลักธรรม 4

ความสงบสุขที่ทุกชีวิตใฝ่หา
แต่เกิดได้ยาก
ความสุขอันอมตะที่ทุกชีวิตต้องการ
แต่มีน้อยชีวิตเหลือเกินที่จะพบ


ด้วยเพราะมีแต่ความต้องการที่ปราศจากการรู้จักที่แท้จริงนั่นเอง จึงต่างพากันเดินทางผิดไป ด้วยเหตุนี้ความเข้าใจที่หลวงพ่อเพียรปลูกลงบนแดนใจนั้น จึงมีค่ายิ่งครับ

กราบระลึกถึงพระคุณด้วยความเคารพยิ่งครับ

โดย ทับตะวัน [4 ม.ค. 2554 , 08:04:54 น.] ( IP = 58.9.154.150 : : )


  สลักธรรม 5

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2554 , 10:52:40 น.] ( IP = 125.27.183.26 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org