มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่องเล่าเมื่อ ๙ ปีก่อน




มหัศจรรย์วันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๔๖
เล่าไว้โดย น้องกิ้ฟ


ที่พี่เณรไปหยิบยกนำมาลงตรงนี้อีกครั้ง ก็เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต ที่นับวันจะลืมเลือนกันไปตามกาล แต่เมื่อพี่เณรไปเปิดอ่านแล้วจึงอยากนำมาให้อ่านกันอีกเพื่อจะได้เป็นเครื่องระลึกรู้ว่า ..ทำดีนานๆถึงจะได้ดีนะครับ ขอเชิญติดตามได้..



ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา
ปัญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ

ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้ ...... ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่า ครูอาจารย์ …..ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียนฯ

ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ .... ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ปลูกสำนึก สั่งสม อุดมการณ์...... มีดวงมานเพื่อมวลชนใช่ตนเองฯ
(คัดมาจากบทประพันธ์ของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)


นับเป็นหน้าสำคัญแห่งประวัติศาสตร์การสร้างกุศลของพวกเราทุกคนในวันนี้อีกหน้าหนึ่ง ที่ต้องจารึกไว้ในดวงใจด้วยความประณีต....ตลอดระยะทางเกือบหนึ่งพันกิโลเมตรที่ได้ติดตาม “ครู” ไปกระทำกุศลเนื่องในวันครูยังสำนักปฏิบัติธรรม ณ จังหวัดพิษณุโลกนั้น นอกจากจะได้ประกอบกุศลด้วยความกตัญญูกตเวทิตาต่อครูผู้มีพระคุณแล้ว ....พวกเรายังได้รับการพัฒนาความรู้อีกมากมายที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง .....โดยเฉพาะเรื่องวิถีจิตและการให้ผลของกรรมในชวนะต่างๆ ทำให้เกิดความสว่างไสวในปมปัญหาที่เกิดจากการศึกษาปริยัติมาอย่างไม่แตกฉาน.....

ที่จริงแล้วระยะทางจากกรุงเทพถึงจังหวัดพิษณุโลกนั้นห่างไกลกันไม่ถึงหนึ่งพันกิโลเมตรหรอกค่ะ แต่ที่น้องกิ๊ฟพูดอย่างนั้นก็เพราะว่า ....ตลอดระยะทางทั้งขาไปและขากลับ พี่ดอกแก้วได้ให้การอบรมและพัฒนาจิตใจของพวกเราอยู่ตลอดเวลาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ ....เรียกว่า ผิดลักษณะของการเดินทางไปทำธุระยังต่างจังหวัดเป็นอย่างยิ่ง เพราะปกติแล้วความร่าเริงสนุกสนานและความมีชีวิตชีวา จะปรากฏอยู่ในช่วงต้นของการเดินทางจนกระทั่งถึงที่หมาย และเมื่อเสร็จสิ้นกิจธุระแล้วการเดินทางกลับก็จะเป็นการพักผ่อนด้วยการหลับบ้าง ด้วยการร้องรำทำเพลงกันบ้าง หรือนั่งเหม่อมองสองข้างไปอย่างไร้ความตั้งใจ

แต่น้องกิ๊ฟขอบอกว่า ตลอดระยะเวลาที่เดินทางกลับนั้น พี่ดอกแก้วได้สอนพวกเราให้รู้จักกับความรู้ที่เกิดจากการศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงการจำได้ท่องบ่นได้อย่างคล่องเปรี๊ยะเท่านั้น แต่พระอภิธรรมที่พวกเราทุกคนกำลังศึกษากันอยู่นี้ ...นำมาอธิบายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างไม่มีข้อขัดแย้งกันเลย ทั้งยังสอนให้พวกเรารู้จักมองชีวิตในมุมที่ควรจะมองได้อีกหลายๆมุม ..... เรียกว่า ผู้ที่ได้รับฟังต่างก็ “ตาโต” และ “หัวโต” ตาโตก็เพราะได้รับฟังเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งที่ไม่เคยได้รับฟังหรือมีใครอธิบายให้ทราบมาก่อน ... หัวโตก็เพราะว่าเรื่องที่ได้รับฟังจนทำให้ตาโตนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ปัญญาพิจารณาตามไปอย่างกระชั้นชิด ซึ่งบางคราวก็ขบคิดตามกันไม่ทัน ....บางคราวก็มีประเด็นสำคัญที่ต่อเนื่องกันอย่างลึกซึ้ง ..ดังนั้น โดยคุณภาพของปัญญาที่มีอยู่จึงทำให้ค่อนข้างเก็บความไม่ได้ละเอียดนัก... แต่พี่ดอกแก้วก็พูดๆๆๆๆ อธิบายๆๆๆ อย่างตั้งใจมาตลอดสามชั่วโมง จนกระทั่งระยะทางเหลือหนึ่งในสามของการเดินทางแล้ว พี่ดอกแก้วก็เปลี่ยน “การให้” จากการพัฒนาโลกทัศน์มาเป็นการให้ความอบอุ่นและเบิกบานด้วยเสียงเพลง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:14:14 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

....กว่าจะถึงอำเภอบางบัวทอง พี่ดอกแก้วได้ทำหน้าที่ของผู้ให้มาอย่างต่อเนื่อง คือให้ทั้งความรู้ และความบันเทิงแก่พวกเราทุกคน .... ที่บอกว่าทุกคนก็เพราะว่า พี่ดอกแก้วไม่เคยละเลยไม่ใส่ใจหรือไม่เอื้ออาทรใคร.... ทุกคนที่อยู่ในรัศมีของสายตา และขอบข่ายของเสียงที่จะโต้ตอบกันได้ พี่ดอกแก้วก็จะมอบน้ำคำอันเป็นบทเพลงไพเราะและมอบน้ำใจคือทักทายไต่ถามให้ความใกล้ชิดสนิทสนมเปิดโอกาสให้ขอเพลงที่ต้องการฟังได้อย่างไม่มีข้อแม้.... และไม่เคยหลุดคำพูดใดๆออกมาว่าเหนื่อยแล้ว หรือเพลียแล้วให้พวกเราได้ยินเลย

....ทั้งๆที่เมื่อคืนพี่ดอกแก้วนั้นได้นอนหลับพักผ่อนเพียงสามชั่วโมงเท่านั้นเอง ....แต่การกระทำในวันนี้ของพี่ดอกแก้วยิ่งทำให้น้องกิ๊ฟตระหนักถึงคำว่าผู้ให้นั้นช่างเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน.... ในช่วงหลังของการเดินทางทำให้เกิดการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า .....วันนี้เราเป็นผู้รับมาเกือบทั้งวัน ครูผู้ที่สุขภาพอ่อนแอและยังอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังผ่าตัดใหญ่ ยังไม่ยอมหยุดการให้ใดๆทั้งที่มีความจำเป็นที่จะหยุดได้ด้วยเหตุอันสมควรหลายๆประการ ....เมื่อเห็นลูกศิษย์เริ่มอ่อนล้าในการรับรู้แล้ว ก็เปลี่ยนมาให้ความเบิกบานใจทดแทนความง่วงซึมที่กำลังจะก่อตัวขึ้น .... น้องกิ๊ฟจึงตั้งใจรวบรวมความคิดด้วยการปิดเปลือกตาลงและเริ่มทบทวนเส้นทางแห่งกุศลของพวกเราในวันนี้ ว่าผ่านเส้นทางใดและได้กระทำอะไรไปบ้าง ....ระหว่างที่ทบทวนนั้นก็ยิ่งเห็นภาพของ “ครู” ชัดเจนขึ้น รู้สึกว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายจนไม่ทราบว่าจะเล่าอย่างไรให้ไม่ยืดยาว ..เพราะนี่เป็นเพียงการเกริ่นนำก็ยาวเหยียดมากโขแล้ว..... แต่เมื่อตั้งใจแล้วก็จะพยายามค่ะ ...จะพยายามเล่าให้กระชับเพื่อไม่ให้เสียเวลากันมากนัก.....



ขอบอกว่าวันนี้(๑๖ ม.ค.)เป็นวันครู ...แต่ครูของพวกเราคือพี่ดอกแก้วก็ไม่ได้หยุดการทำหน้าที่เหมือนครูในโรงเรียนที่รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน ...ครูนำพวกเราไปกราบเยี่ยมท่านพระอาจารย์สุนทร ฐิตกาโม พระอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาธุระของวัดปราสาททอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งถ้าจะนับเนื่องไปแล้วท่านพระอาจารย์สุนทรฯนี้เป็นผู้ที่เข้ามาศึกษาพระอภิธรรมจากท่านพระอาจารย์บุญมีสมัยที่ท่านยังครองเพศฆราวาสและบรรยายพระอภิธรรมอยู่ที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย และเมื่อศึกษาสำเร็จแล้วท่านพระอาจารย์บุญมีก็ได้เชิญให้มาช่วยเป็นผู้สอบอารมณ์กรรมฐานประจำสำนักปฏิบัติของมูลนิธิ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ เป็นต้นมา จวบจนกระทั่งท่านมีภารกิจสำคัญด้านอื่นจึงจำเป็นต้องกลับไปประจำ ณ วัดปราสาททองในกาลต่อมา

และเนื่องจากพี่ดอกแก้วยังรำลึกถึงพระคุณที่ท่านมีต่อมูลนิธิเป็นอย่างยิ่งในเมื่อครั้งอดีต รวมทั้งยังปรารถนาที่จะส่งเสริมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้แพร่หลาย จึงได้กราบนิมนต์เชิญพระอาจารย์สุนทรมาเป็นองค์ปาฐกถาเรื่อง สติปัฏฐาน ในวันครบรอบการมรณภาพครบ ๑๑ ปีของท่านพระอาจารย์บุญมีเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งท่านก็ได้ปาฐกถาถึงใจความสำคัญของสติปัฏฐานและการพิจารณาอารมณ์จนเป็นที่เคารพในภูมิธรรมของท่านเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อท่านได้กลับไปยังวัดปราสาททองแล้ว ท่านก็ได้ย้ายไปประจำอยู่ ณ สำนักปฏิบัติธรรมที่ท่านรับผิดชอบอยู่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือสำนักคณะอุบาสิกา ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และท่านก็ได้แจ้งมาว่า ต้องการให้พี่ดอกแก้วไปเยี่ยมเยียนท่านบ้าง .....เมื่อพี่ดอกแก้วได้ทราบความดังนั้นแล้ว จึงได้นัดหมายพวกเราที่พอจะมีเวลาว่างปลีกจากงานได้ ร่วมคณะเดินทางไปกับพี่ดอกแก้วเพื่อกราบนมัสการพระอาจารย์สุนทรฯตามที่ตั้งความปรารถนาไว้ โดยพี่ดอกแก้วเห็นสมควรว่า “วันครู” เป็นวันที่เหมาะสมแก่การเดินทางไปกราบพบ “ครู” เป็นอย่างยิ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:23:48 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 2

ด้วยประการฉะนี้ เช้ามืดของวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๖ คณะของเราทั้งหมดสิบสามชีวิตจึงได้เดินทางไปยังสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าวด้วยความกระตือรือร้นมาก .....ที่บอกว่ากระตือรือร้นมากก็เพราะว่า ยังไม่ทันถึงเวลานัดหมายคือหกนาฬิกาเลยนะคะ ใครบางคนในคณะของเราก็โทร.ไปตามพี่ดอกแก้วให้รีบมายังจุดนัดพบได้แล้ว เพราะทุกคนพร้อมแล้ว ...พี่ดอกแก้วจึงรีบมาพบพวกเราอย่างเร่งด่วนเลยค่ะ .....เกรงใจกลัวลูกศิษย์จะคอยนานแม้จะยังไม่ถึงเวลานัดหมายก็เถอะ... เช้านี้สิ่งที่พี่ดอกแก้วมอบให้พวกเราเป็นอย่างแรกเลยก็คือ ความเกรงใจนี่แหละค่ะ

หลังจากที่พร้อมกันแล้วก็เริ่มออกเดินทางอย่างคึกคัก และท้อง(น้องกิ๊ฟ)ร้องจ๊อกๆเป็นซาวด์แทร็คประกอบในบางครั้ง .... ส่วนพี่ดอกแก้วน่ะหรือคะ แอบมากระซิบในภายหลังว่า .....หิวข้าวมากเลยค่ะ แต่ก็เกรงใจไม่อยากบอกใคร ทนรอให้ถึงร้านอาหารตามที่ตกลงกันไว้ก็ได้...ยังไหวอยู่

หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อ และถึงจุดหมายเมื่อเวลา ๑๐.๕๐ น. ทันเวลาถวายภัตตาหารเพลพอดี



ท่านพระอาจารย์สุนทรฯ ท่านได้กรุณาออกมารอรับที่อาคารด้านหน้าของสำนักปฏิบัติธรรมด้วยตนเองเลยค่ะ ยิ่งเมื่อได้พบกับพี่ดอกแก้วแล้วท่านก็แสดงถึงความห่วงใยในสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง และแผลที่เพิ่งผ่าตัด .....

.แต่พี่ดอกแก้วได้กราบขอบพระคุณและกราบเรียนท่านไปว่า แข็งแรงพอที่จะทำงานได้บ้างแล้ว โดยเฉพาะการมาทำกุศลนั้นก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ควรกระทำให้มากที่สุด และจะไม่พ่ายแพ้แก่วิบากยอมให้อกุศลเข้าครอบครองแบบคนป่วยทั่วไปหรอกค่ะ....ใจยังสู้อยู่เสมอ....

พระอาจารย์ท่านจึงกล่าวอนุโมทนา และให้พวกเรานำสิ่งของต่างๆและอาหารที่เตรียมมา มาประกอบถวายสังฆทานท่ามกลางโรงเรียนสอนพระอภิธรรมที่ตั้งชื่อไว้ว่า ศาลามโนธรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:29:00 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 3

เครื่องสังฆทานที่เตรียมมานั้นนอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้ทั่วๆไปแล้ว พี่ดอกแก้วยังได้นำเสื้อกันหนาวอย่างดีจำนวน ๕๐ ตัว ไปมอบให้แก่ท่านพระอาจารย์เพื่อไว้แจกแก่ชาวบ้านผู้ยากจนในละแวกนั้นได้ใช้สอยบรรเทาความหนาวที่ได้รับ จากนั้นก็จุดธูปเทียนบูชาพระและกล่าวคำถวายสังฆทานตามลำดับ

เสร็จพิธีแล้วเราก็มาถวายภัตตาหารเพลกันค่ะ พี่ดอกแก้วน่ะตั้งใจเตรียมอาหารมาอย่างประณีตเลยนะคะ ...ส่วนพวกเราก็พากันอนุโมทนาด้วยความเบิกบานใจค่ะ.....

หลังจากนั้นก็ถึงเวลาอาหารของพวกเราบ้าง ซึ่งเราใช้เวลาอยู่กับอาหารไม่นานนัก เพราะท่านเจ้าของสถานที่มีความประสงค์จะแนะนำสถานที่ให้พวกเราได้รู้จักอย่างทั่วถึง



ทั้งๆที่สุขภาพร่างกายก็ไม่แข็งแรงเช่นเดียวกัน แต่ด้วยความเมตตา..ท่านพระอาจารย์ก็ได้นำคณะของพวกเราและอธิบายสถานที่ต่างๆของสำนักฯ รวมทั้งโครงการที่จะมีในแต่ละจุดของการก่อสร้าง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:33:18 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 4

นี่คือหนึ่งในสถานที่สำคัญของที่นี่ค่ะ คือ สถานที่แสดงปฐมเทศนา ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระรัตนตรัยครบองค์สาม .... ณ ที่นี้ โดยมิได้คาดคิดล่วงหน้า เพราะไม่มีใครทราบว่า สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างใดที่สำคัญบ้าง ..แต่เมื่อพี่ดอกแก้วได้พบกับรูปลักษณ์จำลองดังกล่าวแล้ว ก็ได้นำพวกเราสวดบูชาพระรัตนตรัยและพระธัมจักกัปปวัตนสูตรด้วยความเคารพ ดุจดังว่าสถานที่นี้คือสังเวชนียสถานในประเทศอินเดียก็มิปาน แม้จะเป็นเพียงคำบูชาที่มีใจความสั้นๆแต่ก็รวบรวมถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผลและการตั้งจิตอธิษฐานให้ได้อยู่ใกล้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาลได้โดยสะดวก ได้ใกล้ชิดบัณฑิต ไม่ห่างไกลรัศมีพระธรรม ไม่เป็นผู้ว่ายาก หรือมีอุปสรรคขัดขวางชีวิตจนกลายเป็นผู้ที่ถูกสังสารวัฏกลืนกินไม่รู้สิ้นสุด



หลังจากนั้นคณะของเราได้เดินชมสถานที่สำคัญไปจนกระทั่งถึงสถานที่ปรินิพพาน และเช่นเดียวกันที่พี่ดอกแก้วได้นำพวกเรากล่าวบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพ เมื่อกราบบูชาเสร็จแล้ว พี่ดอกแก้วได้ซักถามอุบาสิกาแตงโม บรรจงอนุรีย์ ผู้ดูแลสถานที่เกี่ยวกับความเป็นไปด้านการเรียนการสอนพระอภิธรรมของสำนักปฏิบัติแห่งนี้อย่างสนใจ .....

จวบจนกระทั่งอุบาสิกาท่านดังกล่าวได้นำพี่ดอกแก้วมาถึงรูปจำลองของพระอานนท์ที่กำลังร่ำไห้เมื่อทราบว่าพระบรมศาสดาจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ....เมื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ พี่ดอกแก้วได้ก้มกราบรูปจำลองอย่างสงบนิ่งและยาวนาน( ซึ่งในระหว่างการชมสถานที่ก่อนที่จะมาถึงตำแหน่งนี้นั้น พี่ดอกแก้วได้ถามกับท่านที่นำชมว่า มีรูปปั้นของพระอานนท์บ้างหรือไม่ แต่ก็มิได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน) พี่ดอกแก้วบอกว่า รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของพระอานนท์เป็นอย่างมาก ..พระพุทธศาสนาที่ยั่งยืนสถาพรมาตราบเท่าทุกวันนี้ เพราะเริ่มต้นรากฐานอันแข็งแรงที่การปฐมสังคายนา ..ก็เพราะพระอานนท์ท่านนี้แหละที่เปี่ยมไปด้วยความปรีชา ทรงจำพระธรรมแห่งองค์พระศาสดาได้อย่างสมบูรณ์โดยเฉพาะพระสูตรต่างๆ แม้กระทั่งพระธัมมจักกัปวัตตนสูตรอันเป็นพระสูตรแรกในพระพุทธศาสนา ..พระอานนท์จึงเป็นผู้ที่ยังแสงแห่งพระศาสนาให้สว่างไสวดุจพระจันทร์ดวงที่สองที่ส่องรัศมีให้ความสว่าง ...เพราะสิ่งใดที่พระพุทธองค์ทรงเทศนา ก็หาได้พ้นจากความรับทราบของพระอานนท์ไปได้ คุณประโยชน์ในการอุปัฏฐากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การต้อนรับประชาชนที่มาจากทุกสารทิศให้ได้รับประโยชน์สมประสงค์ และการจรรโลงพระธรรมไว้ให้เป็นหมวดหมู่เป็นมรดกแก่พวกเราในทุกวันนี้ นับเป็นคุณอนันต์อเนกประการ



เมื่อเสร็จสิ้นการชมสถานที่สำคัญแล้ว คณะของพวกเราได้ถูกนำกลับมายังศาลาสมาทานธุดงค์ ..อันเป็นสถานที่ทำงานของท่านพระอาจารย์ ... ณ สถานที่แห่งนี้ได้มีการกระทำทานอย่างยิ่งใหญ่บังเกิดขึ้นอย่างน่าอนุโมทนา นั่นก็คือ...

เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้ว ท่านพระอาจารย์ก็แจ้งให้ทราบถึงการดำเนินงานของสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ และต้องการบุคลากรเข้ามาช่วยเสริมสร้างงาน โดยเฉพาะด้านพระปริยัติศาสนาคือการเรียนการสอนพระอภิธรรมปิฎก และการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจนการสร้างอาคารที่จำเป็นต่าง ได้แก่ เรือนสำหรับปฏิบัติธรรม เป็นต้น ซึ่งท่านพระอาจารย์ได้ให้เจ้าหน้าที่อ่านรายงานทางการเงินให้พวกเราทราบ (ระหว่างฟังการรายงานทางการเงินนั้น ท่านพระอาจารย์ได้ให้พี่ดอกแก้วเขียนสมุดเยี่ยมชมสถานที่ไปพลางด้วย) เมื่อการรายงานจบลงแล้ว ท่านพระอาจารย์ก็ได้เชิญชวนให้พวกเราร่วมเป็นคณะทำงานของบุญนิธิแห่งนี้ เพื่อสร้างสรรค์ศาสนวัตถุต่อไป โดยในวันนี้มิได้ต้องการที่จะได้ตัวเงินแต่อย่างใด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:38:49 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 5

ในขณะที่ท่านพระอาจารย์อธิบายถึงความจำเป็นด้านรายรับรายจ่ายอยู่นั้น โดยที่มิได้หันกลับมาพูดจาชักชวนอะไรกับใครเลย พี่ดอกแก้วก็ค่อยๆหยิบกระเป๋าเงินออกมา แล้วยกขึ้นอธิษฐาน ...จากนั้นก็เปิดกระเป๋าหยิบเงินออกมาชนิดที่เรียกว่า เทกระเป๋าเลยจริงๆต่อหน้าท่านพระอาจารย์สุนทร และทุกคน.. และก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำห้ามของท่านพระอาจารย์สุนทรด้วยนะคะ ที่บอกว่ายังไม่ได้ขอบริจาคเงินในวันนี้ แต่พี่ดอกแก้วนั้นมุ่งมั่นมากเลยค่ะเปิดไปตามซอกตามมุมต่างๆของกระเป๋า แล้วก็หยิบธนบัตรเท่าที่มีเรียกว่ารวบรวมกัน แบบสดๆนี่แหละค่ะก็ได้มาทั้งหมด ๔๐,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน) ...จากนั้น ..เหมือนเดิมค่ะ คือ...พี่ดอกแก้วยังอยู่ในท่วงท่าที่สงบ มุ่งมั่น รวบรวมเงินมาไว้ในพาน.. แล้วนำเงินจำนวนนี้ตั้งเจตนาเพื่อจะสร้างเรือนปฏิบัติธรรมจำนวน ๑ หลัง เพื่อน้อมนำกุศลมาบูชาพระคุณท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร และหลวงพ่อแสวง ผู้เป็นบิดาที่เคารพดุจเดียวกันทั้งสองท่าน....

พี่ดอกแก้วบอกว่า เมื่อก่อนนี้เคยมีหลวงพ่อบุญมีเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นผู้ให้ความเมตตาและโอกาสในการศึกษาพระธรรมตลอดมานับตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเยาว์ หลวงพ่อบุญมีได้ให้ความรู้และความเข้าใจในชีวิตแก่พี่ดอกแก้วอยู่เสมอ รวมทั้งเป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตเสียสละ เพื่อพระพุทธศาสนามาโดยตลอด ....แต่ในที่สุดมัจจุมารก็ได้มาพรากหลวงพ่อบุญมีให้จากอย่างไม่มีวันกลับมาสิบเอ็ดปีแล้ว

....สำหรับหลวงพ่อแสวงนั้นพี่ดอกแก้วบอกว่า เป็นบุคคลที่ต้องเทิดทูนไว้บนศีรษะ เพราะถ้าปราศจากหลวงพ่อแสวงเสียแล้ว หลวงพ่อบุญมีก็จะไร้ซึ่ง พระอุปัชฌาย์ไม่สามารถเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ ครองเพศบรรพชิตในพระพุทธศาสนาได้สมเจตนา .....เมื่อสิ้นหลวงพ่อบุญมีแล้ว หน้าที่แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อหลวงพ่อแสวงจึงตกแก่พี่ดอกแก้วด้วยความเต็มใจยิ่ง ....และด้วยความรักในการให้ธรรมะดุจเดียวกัน พี่ดอกแก้วก็ได้ปวารณาตนเป็นโยมอุปัฏฐาก และสมัครตนรับใช้ในฐานะบุตรสาวด้วยความเคารพ ซึ่งหลวงพ่อแสวงได้ให้ความเมตตาและช่วยเหลือพี่ดอกแก้วในการเผยแผ่งานด้านพระศาสนาตลอดมา ....จวบจนกระทั่งถึงเวลาแห่งความพลัดพรากอีกครั้ง ....ซึ่งวันที่ ๙ เมษายนที่จะถึงนี้ ก็จะเป็นการจากไปครบสองปีของหลวงพ่อแสวง

..นับว่าในขณะนี้จึงไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรให้พึ่งพาอีกแล้ว ทรัพย์สินที่มีอยู่ก็ไม่ปรารถนาจะสะสมไว้ให้เป็นห่วงกังวล...จึงขอนำมากระทำกุศลสร้างเรือนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน อันเป็นการให้ความสะดวก แก่ผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ประการหนึ่ง และเพื่อนำกุศลที่เกิดขึ้นในการกระทำทานนี้ มาเป็นเครื่องบูชาผู้มีพระคุณทั้งสองท่านด้วยความเคารพยิ่ง......

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:43:26 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 6

จากนั้นพี่ดอกแก้วก็ได้นำเงินดังกล่าวเข้าไปถวายกับท่านพระอาจารย์เพื่อยังเจตนาให้ครบสมบูรณ์ ... หลังจากนั้น ท่านพระอาจารย์ได้สนทนาถึงเรื่องการดำเนินงานเกี่ยวกับสำนักปฏิบัติแห่งนี้ด้วยความชื่นบาน เพราะท่านตั้งใจไว้จะใช้สำนักปฏิบัติแห่งนี้เปิดเป็นโรงเรียนเผยแพร่การสอนพระธรรม และใช้หลักการสอนของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร โดยได้ตั้งชื่อโรงเรียนไว้แล้วว่า ศาลามโนธรรมและยังตั้งใจจะให้พี่ดอกแก้วเป็นผู้มารับผิดชอบในการสอนที่โรงเรียนนี้อีกด้วย มาสอนเดือนละ ๑ ถึง ๒ หนก็ยังดี เพื่อจะได้ให้ความรู้ด้านพระปริยัติธรรมเหมือนที่ท่านพระอาจารย์บุญมีได้เคยกระทำไว้

ในขณะที่ท่านเล่าไปเรื่อยๆนั้น อยู่ๆท่านก็หันมาถามพี่ดอกแก้วว่า จะรับเป็นผู้ช่วยเหลือสำนักปฏิบัติแห่งนี้ไหม? ..ทันทีที่จบคำถาม เสียงของพี่ดอกแก้วก็ตอบออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำและหนักแน่นว่า “รับเจ้าค่ะ” และแม้จะถูกถามซ้ำอีก คำตอบและน้ำเสียงก็ยังคงเดิมค่ะ

.....และในตอนท้าย พี่ดอกแก้วก็ได้ขอพรจากท่านพระอาจารย์ว่า..ในฐานะที่เป็นผู้รับมรดกธรรมมาจากท่านพระอาจารย์บุญมีผู้เป็นบิดา ก็ขอให้สามารถสืบสานงานที่รับผิดชอบคือมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิและสำนักปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐานอ้อมน้อยทั้งสองแห่งนี้ ให้รอดพ้นจากอุปสรรคนานาประการด้วย...... คงต้องบอกอีกครั้งว่า น้องกิ๊ฟนั้นได้เห็นและสัมผัสกับความตั้งใจอย่างมั่นคงของพี่ดอกแก้วที่มีตลอดเวลาเพื่อรักษามรดกธรรมให้คงอยู่ โดยเฉพาะความเคารพรักในหน้าที่บุตรผู้มีหน้าที่กตัญญูกตเวทิตาต่อสิ่งที่บิดามอบหมายให้โดยไม่มีความคลอนแคลนให้เห็นเลยค่ะ...และสำหรับท่านพระอาจารย์สุนทรเองนั้นท่านก็เห็นว่า..พี่ดอกแก้วเป็นเสมือนลูก และเป็นผู้ที่มีความปรารถนาจะเผยแผ่งานพระศาสนาให้กว้างขวางดุจเดียวกัน เพราะในขณะนี้ก็ได้จัดเตรียมบุคลากรสำหรับมาเป็นผู้สอนพระอภิธรรมไว้ให้แล้วทั้งที่เป็นฆราวาสและพระภิกษุ ..แต่สำหรับพระภิกษุนั้นขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเข้ารับการศึกษาที่ประเทศพม่า หากสำเร็จกลับมาเมื่อใดก็จะเป็นกำลังที่เข้มแข็งของพระศาสนาต่อไป .. ..และในท้ายที่สุดนั้นท่านพระอาจารย์ก็ได้ให้พรแก่พี่ดอกแก้วให้สมในความปรารถนาทุกประการ โดยเฉพาะการที่ท่านยินดีเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่พี่ดอกแก้วเพื่อร่วมกันเผยแผ่พระศาสนามิให้มัวหมองต่อไปค่ะ



บ่ายวันนี้สิ่งที่ทุกคนได้รับทราบและร่วมอยู่ในเหตุการณ์ต่างก็มีความปีติใจกันทั่วหน้า โดยเฉพาะการกล่าวบูชาครูแด่ท่านพระอาจารย์ที่นำโดยพี่ดอกแก้วนั้น ยิ่งทำให้วันนี้ครบสมบูรณ์ตามเจตนาที่มุ่งหมายไว้ในเบื้องแรก .... ท่านพระอาจารย์เองก็มีความปีติใจจนปรากฏสีหน้าที่อิ่มเอิบจนสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน....และแถมด้วยการเป่าศีรษะไล่ทุกข์โศกโรคภัยให้แก่พี่ดอกแก้วอีกหนึ่งเพี้ยง! ด้วยค่ะ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:47:17 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 7

พวกเราใช้เวลาในการกระทำกุศลในช่วงนี้อย่างคุ้มค่าเลยค่ะ.... เพราะพี่ดอกแก้วได้ซักถามเกี่ยวกับการเจริญสติปัฏฐานอีกหลายประการ แต่เนื่องจากเวลาบ่ายมากแล้ว ท่านพระอาจารย์เกรงว่าพวกเราจะเดินทางกลับลำบาก จึงจำเป็นที่จะต้องยุติการสนทนาธรรมไว้เพียงนี้ก่อน หากมีโอกาสเมื่อใดพี่ดอกแก้วจะขึ้นไปกราบเยี่ยมท่านอีก

และสุดท้าย..ท้ายสุด ก่อนที่จะเดินทางออกจากสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการสร้างเรือนปฏิบัติธรรมได้นำพี่ดอกแก้วไปดูสถานที่ที่จะปลุกสร้างเรือนดังกล่าวให้ชื่นใจก่อนค่ะ....

มะละกอซ้ายมือของภาพนี่แหละค่ะ...ใช่เลยจะเป็นที่สร้างห้องกัมมฐานที่พี่ดอกแก้วได้ถวายค่าก่อสร้างไปแล้วที่น้องกิ๊ฟเล่ามาค่ะห้องละ ๔๐,๐๐๐ บาทจะสร้างรวม ๕ ห้องพี่ดอกแก้วครูของเราเลยประเดิมก่อนเลยค่ะ ๑ ห้อง สาธุจ๊ะ



และแล้วกองคาราวานงานกุศลก็อพยพกันกลับบ้านด้วยความสุขใจในบุญที่ได้ร่วมกระทำ และที่ได้รับรู้รับทราบกันในบ่ายนี้....

พี่ดอกแก้วบอกว่า จงมั่นใจเถอะว่าทำดีย่อมต้องได้ดีแน่นอน แต่บุคคลที่พร่ำรำพันว่าทำดีไม่ได้ดี หรือไม่สามารถยอมรับอกุศลวิบากได้นั้น ก็เพราะว่าขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของพระอภิธรรม และแม้จะมีความรู้เกี่ยวกับพระอภิธรรมแล้วก็มิได้หมายความว่า เขาผู้นั้นจะเป็นผู้ที่รู้จักเหตุและผลจนสามารถนำความรู้นั้นมาคุ้มครองตนเองได้ ... เพราะไม่ละเอียดลึกซึ้งในเรื่องของวิถีจิตนั่นเอง ...

..ในเรื่องของวิถีจิตนั้นจะมีการกล่าวถึงชวนจิตที่ให้ผลตามกาลที่ต่างๆกัน .....ผู้ที่ไม่ใส่ใจอย่างจริงจังก็จะเผลอสติก่นโทษตำหนิผู้อื่นว่ากระทำความผิดแก่ตน ..แท้จริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นอำนาจของชวนจิตดวงใดดวงหนึ่งที่นอกเหนือจากปฐมชวนะและชวนจิตดวงที่เจ็ดที่ทำหน้าที่ปฏิสนธิแล้วนั่นเอง ....

เพราะฉะนั้นจึงขอให้มีความมุ่งมั่นในการทำความดี มีความมั่นคงต่อเป้าหมาย อย่าหวั่นไหวคลอนแคลนกับสิ่งที่มากระทบ เพราะเราต้องทราบว่าสิ่งที่ราได้รับนี้เป้นผลของชวนจิตในอดีตชาติ ส่วนในปัจจุบันชาติที่เรากำลังกระทำอยู่นี้ย่อมต้องส่งผลเมื่อถึงกาลอันสมควรแล้วนั่นเอง ..จงจำไว้ว่า ทำดีนานๆจึงจะได้ดี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 19:54:29 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 8

พี่เณรได้คัดลอกเรื่องที่น้องกิ้ฟเล่าไว้เมื่อ ๙ ปีที่แล้วมาลง ทำให้มองเห็นระยะทางแห่งชีวิตที่เสียสละ ของอาจารย์บุษกร เมธางกูร ที่มีมาเป็นเวลายาวนาน จากวันสู่วัน จนเคลื่อนเป็นปี และปีๆ วัยที่ล่วงโรยไปตามกาล แต่ระยะทางแห่งการกระทำความดีในหลายๆเรื่อง ในหลายๆด้าน ยังมีภาพถ่ายทอดมาสู่รุ่นนี้ได้บ้าง เพื่อยืนยันอีกครั้งว่า..ทำดีนานๆ จึงจะได้ดี นะครับ

และเพื่อญาติธรรมที่เข้ามาพักพิงมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ จะได้มีความทรงจำเรื่องราวตำนานการกระทำของครูคนนี้ไว้บ้างนะครับ.



คือเรือพายหมายพาหาฟากฝั่ง
ทุ่มพลังคัดท้ายไม่หน่ายหนี
หวังส่งศิษย์สู่ดินถิ่นเสรี
ไร้คลื่นลมตามตีกระทบกาย

คือร่มไม้ให้เงาคราวรุ่มร้อน
กล่อมใจให้โอนอ่อนผ่อนกระหาย
บังแดดกล้าพาพ้นอันตราย
ให้ความเย็นคลุมกายยามวัยเยาว์

คือแม่แบบแนบคมบ่มความแกร่ง
ขัดกรวดให้มีแสงสวยเสลา
กลายเป็นเพชรงามพรายประกายเงา
จากกรวดเขลาเปลี่ยนไปได้ปัญญา

คือผู้มีกัลยาณธรรมนำเอิบอาบ
เจ็ดประการซึมซาบในสิกขา
เปี่ยมปิโยครุภาวนียา
วัจนักขโมวัตตาผู้นำทาง

อุดมธรรมคัมภีรัญจกะถังกะตา
สอนวิชาปฏิบัติไม่ขัดขวาง
โนจัฏฐานเนฯไม่อำพราง
บอกเส้นทางถูกให้ศิษย์ได้ดี

คืออาจาริยคุณหนุนเกื้อศิษย์
กัลยาณมิตรนำทางอย่างสุขศรี
ปาเจราสักการ์อาจารีย์
อนึ่งนี้ข้าน้อมเคารพคุณ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [12 ม.ค. 2554 , 20:14:42 น.] ( IP = 110.168.151.182 : : )


  สลักธรรม 9


น้อมกราบบูชาพระคุณครูค่ะ

โดย พี่ดา [17 ม.ค. 2554 , 11:06:15 น.] ( IP = 124.121.175.235 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org