| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๘)
![]()
![]()
ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน (๘)
ตอนที่ผ่านมา
อนุสัยกิเลส คือ กิเลสที่นองเนืองอยู่ในขันธสันดานอันฝังแน่นอยู่กับการเกิดมาแล้วโดยนับภพนับชาติไม่ถ้วน
กิเลสกับอนุสัยกิเลสต่างกันอย่างไร ?
กิเลสคือเครื่องเศร้าหมองของจิต อนุสัยกิเลสคือเครื่องเศร้าหมองของจิตที่ฝังแน่นอยู่กับการมีชีวิตนั่นเอง
เหมือนกับของขุ่นอยู่ในกมลสันดาน ถ้าเราไม่เคยมีความโกรธอยู่ ปัจจุบันเราจะโกรธไม่เป็น ต้องมีกิเลสอยู่เดิมอนุสัยกิเลสคือกิเลสเดิม และสิ่งที่ทำให้เกิดกิเลสใหม่ก็มี กิเลสใหม่ได้แก่โลภ โกรธ หลง แต่ก็จะต้องออกมาจากกิเลสเก่าต้องมีของเดิม
>ฉะนั้น อนุสัยกิเลสคือกิเลสดั้งเดิม แล้วใครให้มาล่ะ ไม่มีพ่อแม่ผู้ใดอยากจะให้ เราเอามาเอง จึงเป็นข้อพิสูจน์ของการเวียนว่ายตายเกิดซึ่งเราสามารถเข้าถึงได้
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ม.ค. 2554 , 07:19:45 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 1
สังโยชน์ทั้ง ๑๐ นี้เป็นเครื่องร้อยรัดทำให้คนและสัตว์ไม่สามารถแจ้งและรู้จริงในภัยของสังสารวัฏ และไม่สามารถทำให้หลุดรอดไปจากสังสารวัฏได้ ไม่ใช่ว่าใครมีตัวใดตัวหนึ่งแต่มีทุกตัว ยกเว้นพระอรหันต์ หรือจะมีน้อยก็คือ พระโสดาบัน
ทุกคนมีทั้ง ๑๐ ตัว แม้กระทั่งหลวงพ่อเสือเองก็ยังมีทั้ง ๑๐ ตัว เพราะยังไม่ได้สำเร็จสักอย่างเดียว แม้แต่โสดาก็ยังไม่ได้เลย ถ้าได้โสดาก็หมดไปแล้ว ๓ ตัว
ฉะนั้น พวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้มีมาเหมือนกันแต่ปัจจุบันอาจจะไม่เท่ากัน วิธีที่จะทำให้ปัจจุบันน้อยลง แต่ยังไม่หมดไปก็คือหมั่นเจริญสติ ก็จะน้อยไปเอง นี่เป็นการทำให้ยอมรับว่า ชีวิตของเรานี้มีสังโยชน์อยู่ตลอดเวลา
พระโสดาบันเป็นผู้ที่เจริญอยู่ในมรรค ๘ คือ มีความประพฤติทั้งกาย วาจา และใจชอบ ประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะ เว้นกั้นทุจริตทั้งปวงออกไปได้ จนกระทั่งมรรค ๘ มาประชุมกันเป็นมรรคสามัคคี มีกำลังของการกระทำที่สามารถประหัตประหารสังโยชน์ได้ ๓ ตัว ได้แก่ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีสัพพตปรามาส ทำลายได้อย่างไร โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ม.ค. 2554 , 07:21:21 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 2
๑. สักกายทิฎฐิ แปลวาความสำคัญผิดในกายตน คำว่า กายตน มีความหมายกว้างขวางและลึกซึ้งมาก เรียกว่า เบญจขันธ์ ได้แก่
รูปขันธ์ คือ รูปกายที่สามารถมองดูด้วยตาเห็นได้ เวทนาขันธ์ คือ ความรู้สึกเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ สัญญาขันธ์ คือ ความสำคัญหมายว่าเป็นนั่น เป็นนี่ เก็บกับเอาไว้ แล้วออกมาตีความ สังขารขันธ์ คือ ความคิดปรุงแต่ง วิญญาณขันธ์ คือ ความรู้อารมณ์ทั่วสกนธ์กาย เช่น ลมพัดมาถูกผมเบามากก็รู้ได้ การเต้นของหัวใจก็รับรู้ได้ เรียกว่ารูปที่เราสามารถเข้าไปพิจารณาได้
ลักษณะของขันธ์ ๕ ย่นและย่อลงมาก็ได้แก่รูปและนาม รูปคือสิ่งที่สามารถมองเห็นด้วยตาได้ ส่วนนาม คือ สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาได้แต่เป็นของมีจริง เช่น ความเย็นเรามองไม่เห็นแต่รู้ได้ด้วยนามทางใจ
รูปนามนี้แหละเป็นสิ่งประชุมกันของขัน ๕ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องประกอบทำให้คนเป็นคน ทำให้สัตว์เป็นสัตว์ และมีสมมุติสัจจะเรียกกันว่าเป็นสัตว์ เป็นคนเป็นสัตว์ประเภทใด คนชนิดไหน ฐานะต่างกันอย่างไร ถ้าปราศจากสิ่งเหล่านี้ ความเป็นคนก็ไม่เป็น เป็นสัตว์ก็ไม่เป็น
เราตัดอะไรออกไปส่วนหนึ่งเรียกว่าคนไหม (จับแขน) ก็เรียกว่าแขน เรามองเห็นแขน เราเรียกว่าคนไหม ต้องประชุมกันเป็นรูปสามารถมองเห็นได้จึงจะเรียกว่าคน ชีวิตทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่บนท้องถนน สัตว์เดรัจฉานทุกประเภท เทวดาทุกชั้น แม้กระทั่งพรหม อรูปพรหม เปรต อสุรกายเสมอเหมือนกันทั้งสิ้น โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ม.ค. 2554 , 07:22:22 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 3
เมื่อพระโสดาบันมีปัญญาเข้าใจถึงขนาดนี้ ก็จะไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในกายตน เพราะสิ่งใดมีความเกิดเป็นของธรรมดา สิ่งนั้นก็ย่อมมีความดับไปเป็นของธรรมดา
แม้ในเรื่องของขันธ์ ๕ เอง คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ พระโสดาบันเป็นผู้พิจารณาจนเห็นได้ว่าขันธ์ ๕ คือร่างและโครงของเรือนที่มาประกอบกัน ติดต่อกันเข้าเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของต่าง ๆ ให้มีรูปลักษณะ ด้วยอำนาจของตัณหา ด้วยอำนาจของอวิชชา แล้วก็ต้องมีความพินาศไปในที่สุดเช่นเดียวกัน
พระโสดาบันได้เห็นความจริงของขันธ์ ๕ ด้วยกระแสวิปัสสนาญาณ ไม่ใช่เห็นด้วยการนึกคิด ไม่ได้เห็นด้วยสมาธิ สมาธิจะเห็นพระนิพพานไม่ได้ สมาธิจะเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาไม่ได้ ต้องเห็นด้วยญาณปัญญาที่เข้าไปรู้นามรูปเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
เมื่อความรู้จริงเกิดขึ้นแล้ว จึงไม่มีความสำคัญผิดว่าเบญจขันธ์เป็นตัวตนหรือเป็นของของตน และก็ไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะสามารถทำให้เบญจขันธ์เป็นโครงร่างอยู่ได้ตลอดเวลา ต้องมีการแตกหักย่อยยับไปจากกันเป็นของธรรมดา
นอกจากมีการแตกจากกันและดับจากกันแล้วก็ยังสามารถเข้ามาเกาะกุมกันใหม่ได้ด้วยอำนาจของตัณหาและอวิชชา คือ ก่อภพก่อชาติขึ้นมาใหม่เพราะมีตัณหาและอวิชชาความแยกออกจากกันและเข้ายึดเกาะกุมกันใหม่จะมีอยู่ตลอดกาลที่อวิชชาและตัณหาเป็นเจ้าของจิตใจของคนและสัตว์อยู่ ไม่มีวันหมดไปได้ แล้วก็ต้องพินาศไปในที่สุด ทนอยู่ไม่ได้ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ทุกข์แปลว่าทนได้ยาก และบังคับบัญชาไม่ได้ เห็นการเกิดดับ เช่น เมื่อมองเห็นรูป เกิดมีเวทนา รูปดับมีเวทนา เวทนาดับ สัญญาเข้ามาใช้ สัญญาดับ ปรุงแต่งทันที ปรุงแต่งเสร็จ จิตก็ต้องรู้ ดับที่ตรงนั้นเกิดที่ตรงนั้น โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ม.ค. 2554 , 07:23:04 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 4
พระโสดาบันได้รู้เรื่องการก่อนและการทำลาย สามารถเข้าใจรู้แจ้งเห็นจริงด้วยปัญญาถึงเรื่องการก่อขึ้น และการทำลายของเบญจขันธ์ หรือจะพูดได้ว่าพระโสดาบันได้เรียนรู้ต้นทางแห่งชีวิตของคนและสัตว์ทั้งหมดว่า ชีวิตเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ทำไมจึงต้องเกิด และถ้าจะไม่เกิดจะทำได้หรือไม่ รู้แค่ว่าจะไม่เกิดได้ไหม แค่นั้นนะ
รู้ว่าได้แต่ไม่รู้ว่าทางไหน หรือเรียนรู้ว่าปลายทางของชีวิตเป็นอย่างไร สุดท้ายของชีวิตเป็นอย่างไร มีความจริงแค่ไหน และยิ่งกว่านั้น พระโสดาบันยังรู้เงื่อนต่อระหว่างความเกิดและความตายว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร มีเหตุผลเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร ในความตายแล้วมีเกิด และเกิดแล้วมีความตาย
รวมความได้ว่าพระโสดาบันเป็นผู้รู้จักชีวะเป็นอย่างดี ชีวะแปลว่าชีวิต ความรู้เหล่านี้เรียกว่าภูมิธรรม ภูมิแปลว่าพื้นฐาน พื้นฐานที่มีธรรมเข้าร่วม เป็นภูมิธรรมของพระโสดาบันในเรื่องราวของมนุษย์ ของสัตว์เดรัจฉาน ของเปรตอสุรกาย แม้กระทั่งเทวดา จึงหมดความยึดมั่นถือมั่นสามารถทำลายสักกายทิฎฐิได้
โปรดติดตามตอนต่อไป โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 ม.ค. 2554 , 07:23:40 น.] ( IP = 180.210.216.74 : : )
สลักธรรม 5![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ม.ค. 2554 , 09:35:35 น.] ( IP = 125.27.183.151 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณค่ะ
โดย น้องอุ๊ [13 ม.ค. 2554 , 14:21:08 น.] ( IP = 125.24.18.233 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |