มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ของขวัญในวันครู






ของขวัญในวันครู
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
๑๖ มกราคม ๒๕๕๔


วันนี้เป็นวันที่ ๑๖ ซึ่งถือว่าเป็น “วันครูแห่งชาติ ” ซึ่งเราชาวพุทธทั้งหลายโดยเฉพาะที่นั่งอยู่ตรงนี้ต่างก็รับทราบเป็นอย่างดีและมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็น “พระบรมครูผู้เลิศ” ผู้ชี้ทางอันสว่างไสวให้แก่เราและเวไนยสัตว์ทั้งหลายให้รู้ตามและปฏิบัติตามเพื่อจะได้มีทางออกจากวัฏฏะสงสาร

นอกจากนี้ยังมี “ครู” ที่ทำให้เรามีความรู้ตั้งแต่เราเริ่มเข้าเรียนชั้นอนุบาลหรือ ป.๑ และในระหว่างที่เราเจริญเติบโตขึ้นก็มีครูบาอาจารย์ได้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่เรา จนกระทั่งมาถึง ณ ตรงนี้ เราก็ได้พบครูอีกหลายท่าน ซึ่งครูผู้หนึ่งที่จะต้องเป็นอนุสาวรีย์ในใจของเรา เพราะท่านเป็นครูผู้ให้และผู้สร้างหลักฐานก็คือท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

และในสถานที่แห่งนี้เราได้รู้จักเครื่องหมายในการศึกษาพระอภิธรรม มีโสมนัส (เครื่องหมาย +) มีอุเบกขา (เครื่องหมาย -) มีทุกข์กาย (เครื่องหมาย ) มีสุขกาย (เครื่องหมาย) มีทุกข์ใจ (เครื่องหมาย <) ที่เราใช้เป็นสัญลักษณ์ในการศึกษานั้นก็ได้พระครู คือพระครูศรีโชติญาณ ที่วางรากฐานการศึกษาพระอภิธรรมเป็นตำรับตำราออกมา

การที่เรามีชีวิตที่ละมุนละไมขึ้น รอบคอบขึ้น และไม่หละหลวมในการเดินทาง ก็เพราะมีครูที่คอยชี้แนะตักเตือน ทุกเสียงของท่านคอยกระซิบข้างหัวใจของเราเสมอมาท่านก็คือหลวงพ่อเสือ ฉะนั้น ในวันนี้เราจึงถือโอกาสเอาวันนี้เป็นวันสิริมงคลระลึกนึกถึงครูบาอาจารย์ทุกท่าน ด้วยการสวดบทบูชาครูอาจารย์พร้อมกัน

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [17 ม.ค. 2554 , 15:19:19 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




และให้ทุกคนมองไปยังรูปหลวงพ่อเสือ ซึ่งเป็นประธานแห่งห้องเสือพิทักษ์ก็ท่านคือพระวิรุณหผล เทพแห่งบ้านโพธิ์ ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากเทพเจ้าแห่งห้องเสือพิทักษ์ ที่คอยรัก คอยฟูมฟัก และคอยดูแลพวกเรา

ท่านได้คอยตักเตือนเราอยู่เสมอว่า “ถึงแม้จะเป็นบัวที่บานแล้ว ก็จงอย่าเป็นแค่บัวในกระถาง เพราะว่าบัวในกระถางนั้น การที่จะแตกหน่อหรือขยายพันธ์หรือทำให้บานกว่านี้หรือกอใหญ่กว่านี้มันก็ทำไม่ได้เพราะมันมีที่จำกัดแคบแคบ เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่อย่างที่ทำใจให้กว้าง ทำสติ ทำปัญญาให้มาก เพื่อจะได้บานไปทั่ว รับแสงของตะวัน แสงของธรรมะได้ตลอดไป”

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และก็หลายสิบปี ต้องบอกว่า มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธินี้สร้างขึ้นมาได้ด้วยเงินของหลวงพ่อเสือ โดยคณะกรรมการนั้นได้กราบอาราธนาขอร้องให้หลวงพ่อเป็นผู้ดำเนินการ โดยหลวงพ่อท่านได้ประเดิมทุนให้แล้วก็รวบรวมจากสานุศิษย์ต่าง ๆ ได้หลั่งไหลเข้ามาในวัดโพธิ์เป็นจำนวนมากที่บริจาคเป็นเจ้าภาพคนละ ๒,๐๕๐ บาทต่อราคาที่ดินตารางวา จนกระทั่งซื้อที่ดินที่นี่ได้ แล้วท่านก็หาทุนต่อจนเรามีศาลาอเนกประสงค์คือศาลาเสือพิทักษ์ แล้วท่านก็ยังสร้างอาคารต่าง ๆ ให้กับเรา

จนกระทั่งวันนี้เราก็ได้อาศัยร่มไม้ชายคานี้สร้างชีวิตของเราให้รุ่งเรืองในเส้นทางอันควรดำเนินก็คือร่มเงาของพระศาสนา ฉะนั้น จึงนับได้ว่าเทพเจ้าแห่งบ้านโพธิ์ก็ดีหรือเทพเจ้าแห่งห้องเสือพิทักษ์ก็คือพ่อของเรา ผู้เป็นบิดาด้วยเป็นครูด้วย ที่คอยขัดเกลาจิตใจของเราให้อ่อนโยน มีเมตตาธรรม มีกรุณาธรรม ชี้ผิดชี้ถูกชี้สิ่งที่ควรแก้ไข

หลวงพ่อให้กำลังใจเสมอ หลวงพ่อรอคอยเราเสมอที่จะเดินก้าวตามทางท่านไป วันนี้เราจึงน้อมนำกุศลทั้งกาย วาจา ใจ เรียกได้ว่าไตรทวาร ที่เราทำมาจวบจนหนึ่งปีมากราบครู ขอให้ทุกคนก้มลงกราบ ก็ขอให้ท่านประนมมือและขอเป็นตัวแทนกราบครูแทนท่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ม.ค. 2554 , 15:20:38 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : )


  สลักธรรม 2





ชีวิตเขลา เบาบาง อย่างจอกแหน
ลอยเป็นแพ เรื่อยไป ในสังสาร
คลื่นกระแทก ทุกข์กระทบ ไม่เว้นวาร
อยู่บนธาร อวิชชา มานานปี

มีบุญเก่า เร่งเร้า ให้พบหลัก
เกิดน้ำหนัก ความรู้ สู่วิถี
ได้พบครู สอนสั่ง สิ่งชั่วดี
อบรมชี้ แนะนำ ทำให้คิด

ครูคือผู้ ให้โอกาส ได้วาดฝัน
และผลักดัน เป้าหมาย ให้ปวงศิษย์
สอนให้เริ่ม เดินทาง สร้างชีวิต
เป็นกัลยาณมิตร แต่เยาว์ จนจำเริญ

ครูมีมือ ข้างซ้าย ถือไม้เรียว
คอยควบคุม ไม่ให้เบี้ยว สู่โขดเขิน
ครูมีมือ ข้างขวา โอบบ่าเพลิน
ประคองศิษย์ ก้าวเดิน ให้กำลังใจ

ครูคือผู้ ยิ่งใหญ่ ใจแน่นหนัก
เติมความรู้ เติมรัก เติมการให้
เติมโอกาส เติมสายตา ที่กว้างไกล
เติมประสบการณ์ เติมใจ ด้วยปัญญา

ถึงวันครู ผู้ให้ใ นครานี้
ชีวิตที่ เริ่มหนัก ในศึกษา
รู้ถ่วงดุล ชีวิต ด้วยวิชา
ขอตั้งจิต วันทา บูชาคุณ

กราบพระครู ผู้การุญ การศึกษา
กราบอาจารย์ ผู้เมตตา มากอุดหนุน
กราบคุณครู ผู้เอื้อ เฟื้อเจือจุน
กราบพระคุณ นาวา ของชีวิต

ความประณีต ทั้งหลาย ในกุศล
น้อมกมล บูชา จากใจศิษย์
คุณความดี ใดใด ในชีวิต
ขอบูชิต ด้วยเคารพ ในพระคุณ



โดย น้องกิ๊ฟ [17 ม.ค. 2554 , 15:22:05 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : )


  สลักธรรม 3




และในฐานะที่เป็นครูน้อยคนหนึ่งก็ขอบอกว่า ครูคนนี้ก็ยังเหมือนเดิมคือรัก ปรารถนา และหวังที่จะให้ทุกคนมีความสุข เพราะไม่อยากเห็นใครมีทุกข์ ไม่ว่าเป็นการทุกข์ของเรื่องครอบครัว เป็นการทุกข์ของหน้าที่การงาน ทุกข์ของการดำรงชีวิต ครูคนนี้ไม่ต้องการให้ศิษย์ทุกคนมีความรู้สึกที่เรียกว่าได้รับวิบากร้าย ๆ นั้น แล้วก็จะมีความรู้สึกด้วยเสมอไม่ว่ากับใครๆ ที่ต้องประสบชะตากรรมโดยเฉพาะวิบากอกุศลเข้ามาแทรกแซง อาจเป็นเพราะตนเองนั้นเป็นคนเร่าร้อนง่ายคือทุกข์ง่าย แต่อาศัยที่ว่ามันกระทบทุกข์บ่อยจนดูเหมือนนิ่งๆ แต่จริงครูเร่าร้อนเป็นทุกข์ไปด้วย และก็พยายามหาทางช่วย แต่บางอย่างก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ในการที่จะเข้าไปร่วมทุกข์ด้วยในเรื่องนั้น ๆ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว เช่น ความทุกข์กาย

อย่างเช่นปีที่ผ่านมา ก็มีลูกศิษย์ได้รับความทุกข์มากมาย เช่น ลูกศิษย์คนหนึ่งต้องผ่าตัดสมอง ครูคนนี้ก็ไม่สามารถร่วมกระโดดเข้าไปรับทุกข์นั้นได้ แต่ถามว่าครูทุกข์ไหม? ทุกข์ แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ แผ่เมตตาและก็ให้กำลังใจ และกลางคืนก็ยังนึกถึงกุศลส่งกระแสใจไปให้ ในช่วงที่ไปพม่าก็ยังนึกถึงโดยเฉพาะตอนที่ไปกราบนมัสการพระมหามัยมุนีก็ยังอธิษฐานบอกว่าลูกศิษย์ชื่อนั้นชื่อนี้ยังป่วยอยู่ขอให้คุณพระองค์นี้ขอให้คุณพระคุ้มครองปัดเป่า ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์คนไหน หรือแม้กระทั่งคนอื่นที่ไม่ได้เป็นลูกศิษย์แต่ได้รับทุกขเวทนาทางกายก็ดีทางใจก็ดีก็อธิษฐานให้เช่นกัน

แม้ครูจะกระโดดเข้าไปร่วมในนาวาทุกข์ที่กำลังไปลำพังนั้นไม่ได้ แต่ต้องบอกว่าทุกข์ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว เรื่องพ่อแม่ เรื่อง ญาติมิตร หลาน ที่ครูได้รับรู้ ต้องบอกว่าไม่เคยเฉย แต่ช่วยเท่าที่ช่วยได้คือช่วยสุดกำลัง ก็สุดแต่กรรม นี่คือความรู้สึกว่าอยากให้ นอกจากเรื่องตรงนี้แล้ว คำว่า "สุข" ในที่นี้ คืออยากให้สุขนิรันดร

แล้วก็รู้สึกดีใจ ภูมิใจ แล้วก็สบายใจที่แต่ละคนลิขิตเส้นทางชีวิตของตนเองด้วยมือ ทุกคนกำลังเขียนจดหมายถึงตนเองด้วยมือ กำลังเป็นผู้กำกับ และเป็นผู้เขียนบทว่าตัวเองจะเดินไปทางไหน เดินไปอย่างไร แล้วก็กำลังเป็นผู้กำกับการแสดงนั้นให้ตัวเองเป็นไปตามบทบาทที่ต้องการนั้นหรือไม่ การที่ได้มาศึกษาพระอภิธรรม เท่ากับเป็นการเขียนเส้นทางของตัวเองได้อย่างถูกต้อง โดยการรู้เสียก่อนว่าอะไรดี อะไรชั่ว แล้วก็รู้เหตุที่ทำให้จิตดี จิตชั่ว คือเหตุ ๖ แบ่งเป็นเหตุที่ทำให้จิตชั่ว ๓ และเหตุที่ทำให้จิตดี ๓ การที่ได้ศึกษาทำความรู้แล้ว เราก็สามารถลิขิตชีวิตของตนเองได้

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ม.ค. 2554 , 15:23:37 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : )


  สลักธรรม 4




สัปดาห์ที่แล้วเล่าว่า “ไปพม่าอธิษฐานคราวนี้อย่างไร” วันนี้พอมีเวลาอีกนิดหนึ่งก็จะพูดว่า “เราจะต้องลิขิตชีวิตตนเอง”

ได้บอกกับลูกศิษย์คนหนึ่งที่หน้าพระเจดีย์ชเวดากองว่า พี่ต้องอธิษฐานของพี่เองนะ จะอธิษฐานตามอาจารย์ไม่ได้ เพราะตัวเองอธิษฐานไปเกิดอยู่ในวรรณะกษัตริย์ อันนี้ได้พูดมานานมากแล้ว และก็ได้ทำเจตนานี้อย่างมั่นคง ซึ่งหลายๆ ครั้งที่พอพูดว่าตัวเองตั้งเจตนาขออยู่ในวรรณะกษัตริย์ ผู้ฟังก็จะมองหน้าแต่ไม่ทราบว่า จะคิดว่าทะเยอะทะยานหรือเปล่าในสมัยก่อน แม้กระทั่งสมัยนี้พอบอกว่าจะขอไปเกิดอยู่ในวรรณะกษัตริย์ก็จะมีลูกศิษย์ต่อต้าน บอกว่าอาจารย์ไปเกิดคนเดียวเถอะไม่ไปด้วยหรอก แล้วก็จะมีคำต่อต้านออกมาเลยว่าไม่ชอบต้องมีขบวน ไม่เอา ขออยู่นอกวัง ฯลฯ

ฟังแล้วเวทนากับผู้รู้สึกต่อต้าน ก็รู้สึกว่าความคิดของเธอน้อยจริง ๆ เลย รู้น้อยจริง ๆ ไม่รู้ถึงใจเลยว่าต้องการอย่างนี้ทำไม? ถ้าเป็นตัวเองก็จะถามผู้พูดก่อนว่าทำไมอธิษฐานอย่างนี้?

ก็ขอย้อนไปที่พระเจดีย์ชเวดากองก็แล้วกัน ตัวเองได้บอกกับลูกศิษย์คนนั้นว่า ถ้าอยากพ้นทุกข์ก็อธิษฐานเพื่อความหนทางพ้นทุกข์เถอะ แต่ถ้าหากคิดจะอธิษฐานตามนั้นก็คงยังอีกนานที่จะพ้นทุกข์ เพราะตัวเองไม่ได้อธิษฐานพระนิพพาน แต่กำลังอธิษฐานให้ตัวเองอยู่ในวรรณะกษัตริย์ เหตุผลที่อาจารย์ต้องการอยู่ในวรรณะกษัตริย์ก็เพราะรู้ว่าตัวเองต้องเกิดอีกเป็นอนันตชาติ ยังไม่นิพพานง่าย ๆ

ในวัฏฏะสงสารที่กำลังมีอยู่นี้ เราก็รู้ว่าตอนนี้ชีวิตของพุทธศาสนิกชนและคนทั้งโลกนี้กำลังอยู่ในภาวะตกต่ำ แล้วยิ่งนับวันก็จะแยกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจนคือดีเป็นดี แย่เป็นแย่ แต่กลาง ๆ ไม่ค่อยมี คือจนก็จนไปเลย รวยก็รวยไปเลย ก็เพราะรู้แบบนี้จึงอธิษฐานดังกล่าว การเกิดมามีพ่อแม่อยู่ในวรรณะกษัตริย์นั้นนอกจากจะไม่อดอยากยากจนแล้วชีวิตก็ยังสะดวกสบาย ไม่ต้องปากกัดตีถีบตกงานขอทาน... นี่คือสิ่งที่ตัวเองคิด

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ม.ค. 2554 , 15:23:53 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : )


  สลักธรรม 5




ฉะนั้น เมื่อตัวเองอธิษฐานอย่างนี้จึงสร้างทานบารมีเพื่อเตรียมเสบียงไปเลี้ยงตัว เป็นเสบียงที่จะผลักตัวเองให้เข้าไปในที่ดี ๆ ไม่ใช่ทำแค่คำอธิษฐานแต่ต้องถามตนเองว่า กำลังผลักตัวเองเข้าไปในเส้นทางนั้นหรือเปล่า? จึงทุ่มเททำทานมากมาย เมื่อวันพฤหัสบดีได้คุยกับลูกศิษย์คนหนึ่ง เขาบอกมาว่าอาจารย์ทำบุญมากเลยนะ พอได้ฟังอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกดี แล้วก็ยังบอกกับลูกศิษย์คนนั้นว่า วันนี้ก็ยังไปเป็นเจ้าภาพรักษาพระอาพาธ คือเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งท่านไม่สบายเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลแต่ไม่มีเงินค่ารักษา

ถามว่าทำไปทำไม? ทำเสบียงเพื่อทำเป้าหมายของตัวเองให้ครบถ้วน เมื่อเราไม่ต้องการที่จะอดอยากยากจน ไม่ต้องการที่จะปากกัดตีนถีบ ไม่ต้องการมีชีวิตที่เข้าทำงานแล้วไม่รู้ว่าจะถูกไล่ออกเมื่อไร ฉะนั้น เมื่ออยู่ในวรรณะอย่างนี้แล้วก็จะเบาใจในเรื่องการเงิน และประการที่ ๒ ที่ตัวเองคิดก็คือการมีสิทธิ์เลือกได้ เพราะถ้าเราอยู่ในฐานะที่ไม่มีสิทธิ์เลือกเช่น ในเรื่องเรียนเราก็คงต้องเข้าอนุบาลของเทศบาล แต่สำหรับวรรณะนี้เราจะเข้าโรงเรียนอะไรก็เลือกได้ ต้องการครูชนิดใดเรียกมาได้ นี่คือสองประเด็นที่ตัวเองต้องการ

นอกจากนั้น กำลังอธิษฐานอย่างมากเลย ขออุปนิสัยที่ใฝ่ธรรมอย่าได้ห่างไปเลยไม่ว่าอยู่ในชาติไหน เพราะถ้าเราสร้างเหตุได้แล้ว นอกจากจะมีฐานะ มีเงิน มีชาติตระกูลแล้ว การอยู่ในวรรณะนี้จะเลือกได้แต่ของดี ๆ นอกจากเลือกได้ของดี ๆ แล้ว เราก็ต้องรักดีด้วย

โดยส่วนตัวแล้วชอบมากเลยในสิ่งที่อลังการ ไม่ชอบของปลอม เวลามองดูพระจดีย์ชเวดากองก็ได้เห็นทองคำแท้ทั้งองค์เลย จึงรู้สึกชอบมาก หรืออัญมณีอย่างนพเก้านี้ก็ชอบเช่นกัน ยิ่งได้ฟังคำอธิษฐานของชาวพม่าที่บอกว่า ในชีวิตหนึ่งขออัญมณีที่มีค่าถวายแด่พระธาตุ ก็ยิ่งสร้างความรู้สึกที่ดี จึงอยากปิดทององค์พระเจดีย์บ้าง ก็คิดว่าในสักชาติหนึ่งนะที่จะได้ทำ ฉะนั้น ใครจะอธิษฐานเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้ตัวเองอธิษฐานแล้วก็อธิษฐานขอสร้างเจดีย์และก็เป็นเจดีย์ทองคำในให้ได้ในสังสารวัฏนี้ ขอมีทองคำปูลาดให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเดินได้รอบพระกุฏี จึงอธิษฐานอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็พยายามทำด้วย ต้องบอกว่าไม่ได้ทะเยอทะยานแต่ต้องการชีวิตที่เลือกได้แบบนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ม.ค. 2554 , 15:24:12 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : )


  สลักธรรม 6




ฉะนั้น การที่เราไม่วางแปลนชีวิต ไม่เลือกแม่ไม่เลือกพ่อก็เป็นการไม่สมควร เพราะพระพุทธเจ้าเองยังเลือกเลย แล้วเราเป็นใครล่ะ เราจึงต้องพยายามหัดเดินตามพ่อเรา เลือกบิดาเลือกมารดา เลือกภูมิประเทศ เลือกเวลาเกิด เลือกประเทศ จะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมหรือ? ถ้าหากเราได้อยู่ในวรรณะที่เราเลือกได้แล้วทุกอย่างไม่ต้องทำมาหากิน ก็จะได้ใฝ่เรียน รักเรียน มีความเพียร ในการกอบโกยความรู้

นี่คือบทสะท้อนมองกลับไปยังทุกท่านว่า แม้อยากสุขจะสุขแต่บางครั้งสุขเต็มที่ไม่ได้ใช่ไหม? เพราะอะไร? เพราะความไม่พร้อม ความไม่พร้อมในที่นี้ก็คือบารมีไม่พอ เจตนาไม่ได้มุ่งไปนคำอธิษฐาน

ครูจึงดีใจที่ทุกคนมาศึกษา เพราะเท่ากับกำลังเขียนจดหมายถึงตนเอง ในวันนี้ครูจึงให้ของขวัญวันครูว่า วางแปลนชีวิตเสียที คือหาเป้าหมาย เช่นเลือกบิดา ขอให้มีพ่อแม่ที่ส่งเสียและส่งเสริมให้ข้าพเจ้านั้นส่องแสงได้ ส่งเสียให้ข้าพเจ้าเรียน เพื่อให้ข้าพเจ้าส่องแสงด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้มีใครเขามาส่องให้ เพราะเมื่อเรียนจบมาเราส่องแสงได้ แล้วถ้าเผื่อข้าพเจ้าจะบวชจะเรียนจะศึกษาธรรม ขอบิดามารดาของข้าพเจ้าอย่าขัดขวาง แล้วส่งเสริมส่งเสียให้ข้าพเจ้าส่งแสงอีกชั้นหนึ่งขึ้นมา ฉะนั้น เมื่อเป็นอย่างนี้ เราต้องทำทานบารมีอย่างแรงเลย

นี่คือของขวัญวันครูที่อยากจะให้ข้อคิดว่า เราปล่อยชีวิตตามยถากรรมไม่ได้นะ แล้วไม่เลือกอะไรก็ไม่ได้ด้วย อะไรก็ได้...ไม่ได้ เพราะสิ่งที่เข้ามาทุกวันนี้อะไรก็ได้อยู่แล้วไงล่ะ หัดเป็นคนขอเสียบ้าง แต่ให้ขออย่างคนรักดี คนมีปัญญาขอ และเมื่อขอแล้วทำด้วยนะ

ขอให้ลูกศิษย์ทุกท่าน แล้วก็ทุกคนจงเป็นดั่งปานวาดมีชีวิตที่เจอกับครูไปในเดินทางไปในเส้นทางเดียวกัน ขณะใดที่ครูคนนี้เดินออกจากภพชาตินี้ ในชาติหน้าและชาติต่อ ๆ ไป ให้เลี้ยวซ้ายเจอลูกศิษย์ทุกคน ให้เลี้ยวขวาก็เจอลูกศิษย์ทุกคนที่เดินคู่กันไป แล้วก็พากันไปสู่เรือสำเภาลำใหญ่ซึ่งมีผู้รู้เป็นกัปตัน มีผู้ประเสริฐเป็นหางเสือที่จะพาเราขับเคลื่อนสู่ข้ามโอฆะสงสารประหาณกิเลสเป็นเหตุให้ขึ้นฝั่งพระนิพพานได้ทั่วหน้ากัน ครูขอเจอทุกคนด้วยความรักจริง ๆ สวัสดีค่ะ



อนุโมทนากับน้องฟูผู้ถอดเทปด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ม.ค. 2554 , 15:24:37 น.] ( IP = 125.27.183.61 : : )


  สลักธรรม 7

ขอกราบบูชาพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านอันมีหลวงพ่อเสือเป็นประธาน ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ในทางธรรมโดยเฉพาะพระอภิธรรม อบรมขัดเกลาจิตให้ศิษย์คลายจากความโง่เขลาไปได้บ้าง และเปรียบเสมือนมีเข็มทิศไม่ให้เดินหลงไปในป่ารกชัฏ

ของขวัญในวันครูจากครูผู้ให้ผู้ยิ่งใหญ่มีความหมายและประโยชน์ล้ำค่า จะขอจดจำและนำไปปฏิบัติค่ะ ...ขออธิษฐานด้วยความรักดี ขอให้ภพชาติต่อๆไปขอเป็นผู้ใฝ่ในธรรมได้อย่างมั่นคง และขอให้พบเจอครูและเดินไปในเส้นทางเดียวกัน...สาธุ

โดย ธัญธร [17 ม.ค. 2554 , 23:40:43 น.] ( IP = 118.174.116.116 : : )


  สลักธรรม 8


ขอก้มกราบวันทาบูชาพระคุณครูค่ะ

โดย พี่ดา [18 ม.ค. 2554 , 09:09:35 น.] ( IP = 124.121.176.156 : : )


  สลักธรรม 9

ขอน้อมกราบในพระคุณของครูบาอาจารย์ทุกท่านค่ะ

โดย น้องอุ๊ [18 ม.ค. 2554 , 21:24:11 น.] ( IP = 125.24.77.73 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org