| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หลวงพ่อครับ ลูกๆคิดถึงหลวงพ่อครับ
สลักธรรม 1
วันเวลาเปลี่ยนแปรไปตามกาลจะเอาอะไรในเที่ยงแท้ย่อมหาได้ไม่ ดังนั้นควรฝึกจิตฝึกใจให้เห็นจริงรู้จริงตามสภาพธรรม เมื่อเห็นได้จริงรู้ได้แจ้ง เมื่อใดเมื่อนั้นแหละความทุกข์ทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดกับจิตใจ ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ยาก จนกระทั่งหมดไปในที่สุด นี่คือทางแก้ไขเท่านั้นนะลูก ส่วนอื่นนั้นย่อมเป็นไปตามสภาพธรรม ดังที่พระตถาคตเจ้าทรงตรัสเทศนาไว้แก่มวลพระภิกษุนั่นเอง ว่า..
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเธอยังหมั่นประชุมกันเนืองนิจ พร้อมเพียงกันประชุม เคารพในสิกขาบท ยำเกรงภิกษุผู้เป็นสังฆเถระ สังฆบิดร ไม่ทำตนให้ตกอยู่ภายใต้ตัณหา พอใจในการอาศัยอยู่ในเสนาสนะป่า ปรารถนาให้เพื่อนพรหมจรรย์มาสู่สำนักเพื่อความเป็นสุข ตราบนั้นพวกเธอจะไม่เสื่อมเลย จะมีแต่ความเจริญส่วนเดียว.
เห็นไหมลูก พระโอวาทที่ทรงชี้ทางให้แก่พุทธบริษัททั้งหลายนั้น สำคัญและมีประโยชน์มากมายนัก ถ้าได้นำมาใช้กับชีวิตตน และประชุมชน. แต่ก็ไม่สามารถบังคับดัดใจคนพาลได้ดอก... เพราะอัปริกหาริกธรรมนี้ เป็นธรรมของผู้รักสงบ รักความเจริญ รักสามัคคีเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของคนทั่วไป โดยเพราะในหมู่ชนที่มาจากหลายทิศและมากไปด้วยทิฎฐิ ไม่พร้อมที่จะปรับปรุงตนให้เข้ากับธรรมฝ่ายเจริญ
แต่กระนั้นตัวลูกเองแต่ละคนก็ไม่ควรท้อใจในส่วนนั้น หันมาสร้างตนเองนะดีที่สุดนะลูก พยายามเอาตนออกห่างทางแห่งความเสื่อมโดยไวนะลูก เพราะทางชีวิตของใครๆต้องลิขิตเอง อย่ามีที่ยึดที่พึ่งอื่นนอกจากธรรมเลยนะ เพราะที่พึ่งอื่นนั้นไม่เกื้อประโยชน์ได้จริง.
พระพุทธองค์ยังทรงเทศนาอบรมไว้นะลูกนะ .ว่า.." ตราบใดที่เธอไม่หมกมุ่นกับงานมากเกินไป ไม่พอใจในการพูดไม่ฟุ้งซ่าน ไม่พอใจในการนอนมากเกินไป ไม่ยินดีคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ไม่เป็นผู้ปรารถนาลามก.. ตกอยู่ในอำนาจความปรารถนาชั่ว ไม่คบมิตรเลว...ไม่หยุดความเพียรเพื่อบรรลุคุณธรรมสูงๆขึ้นไปแล้ว. ตราบนั้นพวกเธอจะไม่มีความเสื่อมเลย มีแต่ความเจริญยิ่งๆขึ้นไปแน่นอน." นี่ไงลูกพ่อ ทางที่ควรดำเนินที่สุด ความวิเศษที่ยิ่งใหญ่สำหรับพ่อนั้น ไม่มีสิ่งใดเกินแล้วจากคำสอนของพระพุทธองค์ และเช่นเดียวกันสิ่งที่วิเศษยิ่ง ที่พ่อมีให้ลูกทุกคนเสมอมา ก็ไม่มีมากไปกว่าพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นี่แหละลูก. ถ้าจะเน้นถามว่า..จะวางใจอย่างไรดีนั้น.. ขอต้องตอบกันตรงนี้อีกนะว่า..วางใจให้ถูกต่อสภาพธรรมตามความเป็นจริงไงลูกและต้องรู้จักความจริงเสียก่อนนะจะได้ไม่วางใจผิดๆไป.โดย พ่อเสือ [20 ม.ค. 2554 , 19:31:52 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 2
กราบขอบพระคุณครับหลวงพ่อ
ผมเองพอทราบบ้างครับในส่วนความจริงที่ควรวางใจ แต่บางครั้งหน้าที่ทำให้ต้องรับผิดชอบทำให้วางใจลำบากครับหลวงพ่อโดย พี่เณร [20 ม.ค. 2554 , 19:44:03 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 3
ไม่ลำบากดอกถ้าเข้าใจชีวิตถูกต้องจริง แต่เพราะไม่เข้าใจถูกจริง ต่างจึงยกเอาความรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ มาเป็นเครื่องต่อรองกับความดีต่างหาก
หน้าที่ของสาธุชนคนดีนั้น ก็ต้องดำเนินไปด้วยธรรมที่ควบคู่กับความรู้ที่แยกแยะออกได้ถูกระหว่างพฤติกรรม ...กับ...ผลของวิบากเก่าๆของเราเอง ไม่เหมาเอามารวมกันไปหมดโดยขาดสำนึกด้วยปัญญา.
ลูกหลายคนที่กำลังอ่านอยู่ คงปรารถนาจะให้พ่อมาหามาสอนแบบเก่า พ่อก็ยินดีเสมอและคงสอนแบบเดิมนั่นแหละลูก ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่พ่อ หรือการสอน หากอยู่แต่การใช้ชีวิตของลูกนั้นเป็นหลัก..ว่าลูกใช้ชีวิตกับธรรมะไหม หรือเป็นผู้มีชีวิตที่ได้เรียนธรรมะ ตรงนี้นะที่จะเป็นหนทางชีวิตของแต่ละคน
ลูกบางคนมาและเคยได้พบพ่อ ฟังพ่อเล่าพ่อสอนหลายสิบปีแล้ว ก็ยังอ่อนเดียงสาหาประสบการณ์ทางมหาสติปัฏฐานไม่ได้เลยก็มี ถึงมีก็มีน้อยจัง ไม่พอที่จะคุ้มครองใจเวลากระทบกับอารมณ์ที่ไม่ปรารถนา มิหน่ำซ้ำไม่สามารถปกป้องเวลามีอารมณ์ที่พึงพอใจตนเข้ามาได้เลย ก็ยังคงอิ่มอาบไปด้วยอภิชญาและโทมนัสตลอดมา
หันกลับไปลองศึกษาเรื่องราวของผู้ที่สำเร็จมรรคผลนิพพาน และเป็นพระอรหันต์ในครั้งพุทธกาลอีกสักครั้งซิลูกพ่อ ลูกก็จะพบว่า.. ท่านเหล่านั้นได้บำเพ็ญปัญญาบารมีมามากมาย บางท่านบำเพ็ญกันมาตั้งแต่สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อนๆนะลูก อาศัยเวลานานมากทีเดียว..แล้วลูกละใช้เวลากันมาคนละเท่าใดแล้ว?โดย พ่อเสือ [20 ม.ค. 2554 , 19:51:20 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 4กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ
บางคราวที่พบกับอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา...เมื่อวางใจยอมรับได้ในระดับหนึ่งว่า นั่นเป็นวิบาก ...แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็คือ ไม่วางใจในบุคคลที่ร่วมงานนั้น เพราะคิดว่าอาจนำอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนามาให้อีก ...จนกลายเป็นการระแวงไปอย่างอัตโนมัติ น่ะค่ะปัญหาอย่างนี้ควรแก้ไขอย่างไรดีคะโดย น้องกิ้ฟ [20 ม.ค. 2554 , 20:04:20 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 5บางคนไม่เคยพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีเพียงพอ เมื่อพบทุกข์โทษภัยแล้ว เกิดเบื่อหน่ายขึ้นมา คิดพึ่งพระธรรม พอให้ศึกษาก็ จะเอาแบบเรียนลัดดีกว่า..เอาเวลาไปปฎิบัติเพื่อไม่ต้องเสียเวลาจะได้ไปให้พ้นๆจากการเกิดเร็วๆทำนองนี้มีมาก
ผู้ที่ต้องการพ้นๆไปโดยหาทราบไม่ว่า..ตนเองได้เคยอบรมบ่มนิสัยมามากน้อยสักเท่าใด ความสามารถจากอดีตจะหนุนเนื่องให้ได้สักเท่าใด นี่เราก็ไม่รู้อย่างนี้แล้วคงยากนะลูก ต้องอาศัยการสร้างสมบารมีธรรมโดยรอบรู้และรอบคอบนะ
ที่ว่า..บางคราวที่พบกับอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา...เมื่อวางใจยอมรับได้ในระดับหนึ่งว่า นั่นเป็นวิบาก ...แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็คือ ไม่วางใจในบุคคลที่ร่วมงานนั้น เพราะคิดว่าอาจนำอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนามาให้อีก ...จนกลายเป็นการระแวงไปอย่างอัตโนมัติ ปัญหาอย่างนี้ควรแก้ไขอย่างไรดีนั้น..
เรื่องนี้นะต้องคอยสังเกตใจตัวเองให้ดีว่า..กำลังเกี่ยวเนื่องด้วยความรู้สึกที่ว่า ..
ไม่พอใจเพราะเคยไม่กระทำไว้กับเรา และคนที่เรารัก
ไม่พอใจเพราะกำลังไม่กระทำไว้กับเรา และคนที่เรารัก
ไม่พอใจเพราะเกรงจะกระทำกับเรา และคนที่เรารัก
สังเกตซิลูกอาการทั้งสามอย่างนั้นเป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตใช่ไหม..ถึงจะเป็นปัจจุบันก็ตาม แต่การกระทำนั้นอยู่ที่เขาไม่ใช่เรา ถ้าเกิดขึ้นที่เราก็เป็นแค่วิบากแล้วนะลูก..วางใจให้ถูก อย่าให้เรื่องราวมีอิทธิพลมากไปกว่าปัญญาที่ลูกพยายามศึกษาเล่าเรียนมานะ มิเช่นนั้นเวลาที่ผ่านมานั้น เราเองนะเป็นผู้ที่ฆ่าเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ที่แท้จริงนะลูกโดย พ่อเสือ [20 ม.ค. 2554 , 20:11:35 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณค่ะหลวงพ่อ
คำตอบของหลวงพ่อนี้นอกจากจะทำให้หูตาและใจสว่างแล้ว ยังแยกแยะให้เห็นถึงความแตกต่างทางความรู้สึกแล้ว ยังทบทวนไปถึงสภาวะธรรมคือ ลักษณะของอาฆาตวัตถุที่เราเคยเรียนมาแล้วในชั้นเรียนต้นๆ กราบขอบพระคุณค่ะโดย น้องกิ้ฟ [20 ม.ค. 2554 , 20:14:12 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 7
ในอดีตพ่อเองก็รักวัดที่พ่ออาศัยดำรงชีวิตมากเช่นกัน คอยดูแลเอาใจใส่ทุกข์สุขของชาวบ้าน บรูณะซ่อมแซมศาลา สถานที่ให้ความรู้ต่างๆตลอดจนกุฏิ โรงฉันมาตลอด แต่ก็ดูไปตามกำลังนะลูก และที่สำคัญไม่ปล่อยให้ใจไปหลงติดหลงยึดเพราะความคิดว่าเป็นของเรา ด้วยการพยายามหมั่นเจริญมรณานุสติเสมอทุกเช้า ช่วยได้มากนะลูกเพราะเท่ากับเราเตือนตนเองทุกเช้าก่อนออกไปพบไปเห็นอะไรว่า เราจะต้องตาย ต้องจากไปจากทุกสิ่งทุกอย่างแน่นอน เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ดูอะไรได้ตลอดไป ทำให้พ่อรักวัดแต่ไม่หลงวัดได้
การดำรงชีวิตนั้นถ้าไม่มีหลักใจที่ถูกต้องแล้วไม่ว่าอะไรก็มีปัญหาทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องหมั่นสอนใจ ฝึกจิต และผลิตปัญญาบารมีทุกๆวันโดย พ่อเสือ [20 ม.ค. 2554 , 20:20:29 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 8"ดูไปตามกำลังนะลูก และที่สำคัญไม่ปล่อยให้ใจไปหลงติดหลงยึดเพราะความคิดว่าเป็นของเรา ด้วยการพยายามหมั่นเจริญมรณานุสติเสมอทุกเช้า...."
เป็นข้อความที่ดูน่าสบาย ...ไม่ผูกมัดไว้กับภาระจนตึง และให้อิสระแก่ตนด้วย ..จะถือข้อความนี้ไว้เป็นบทสอนใจนะคะโดย น้องกิ้ฟ [20 ม.ค. 2554 , 20:23:42 น.] ( IP = 58.11.62.180 : : )
สลักธรรม 9
เห็นแค่หัวข้อกระทู้แล้วก็อยากจะร้องไห้ และมองไปเห็นถึงอำนาจของกรรมในอดีตที่ส่งผลให้ต้องพลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก.......
ทางชีวิตของใครๆต้องลิขิตเอง
จะเพียรใช้ชีวิตกับธรรมะให้มากยิ่งๆขึ้นค่ะ
เพื่อให้ชีวิตในภายภาคหน้าเป็นดั่งที่ลิขิตไว้ให้จงได้ค่ะ
กราบระลึกถึงพระคุณไม่มีเสื่อมคลายค่ะโดย พี่ดา [21 ม.ค. 2554 , 09:14:28 น.] ( IP = 124.121.177.159 : : )
สลักธรรม 10
เรื่องของกรรมนั้น เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดและเล้นลับที่สุดเลยนะลูก เรียกได้ว่าบทบาทลีลาและสิ่งที่รับรู้กันอยู่ทุกๆวันนี้ตามทวารทั้ง ๖ ล้วนมีมาจากกรรมทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะแค่ความพลัดพรากจากคนที่เรารักพอใจนะลูก แม้กระทั่งตัวเราเองที่ต้องพลัดจากภพหนึ่งไปสู่ภพหนึ่งก็กรรมเช่นกัน
จึงควรอย่างยิ่งที่จะขวนขวายสร้างกรรมดีหลีกหนีกรรมชั่วให้เด็ดขาด เมื่อถึงเวลาจะต้องพลัดไปจากภพนี้ไปสู่ภพหน้า จะได้มีกรรมดีที่เด่นชัดเป็นเสมือนเชือกเส้นหนาที่ให้เราเกาะโหนไปนั่นเอง
และจงจำไว้ว่า..คำที่พ่อพร่ำสอนไว้ นั่นคือตัวแทนของพ่อเอง ยามใดที่ลูกๆกระทำ หรือระลึกเตือนใจได้ นั่นละพ่ออยู่ตรงนั้นใกล้ๆลูกของพ่อเสมอ.โดย พ่อเสือ [21 ม.ค. 2554 , 09:31:39 น.] ( IP = 61.90.64.162 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |