มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำว่า "มนุษย์" แปลว่า ผู้มีใจสูง




พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเอาไว้ว่า ในสังสารวัฏหรือวัฏสงสารอันยาวนาน เหลือจะกล่าวที่เราๆ เวียนเกิดเวียนตายเวียนว่ายกันอยู่นี้ มีที่ๆ เราเวียนเกิด เวียนตาย หรือพูดอีกแง่ก็คือมีที่ๆ เราเวียนไปวนมากันอยู่ทั้งหมด ๖ ที่ ๖ สถานะและ ๖ สภาพ

เรียงจากต่ำสุดไปสูงสุดคือ นรก-เปรตและอสุรกาย- มนุษย์-เทวดา-พรหม พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า สังสารวัฏ หรือ วัฏสงสาร นั้น ยาวนานสุดจะหา เบื้องต้นและเบี้องปลายไม่ได้ และทุกๆ ชีวิตที่เกิดมา ล้วนตกอยู่ใต้กฏธรรมชาติ อันเป็นสากล คือ ต้องเกิด ต้องแก่ ต้องเจ็บ และต้องตาย ทั้งยังต้อง เวียนเกิด เวียนแก่ เวียนเจ็บ และเวียนตาย เช่นนี้

พระพุทธองค์ยังทรงตรัสไว้อีกว่า สรรพชีวิตและสรรพสิ่งทั้งหลาย ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ล้วนตกอยู่ภายใต้กฏแห่งพระไตรลักษณ์ นั่นก็คือ ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) ไม่เป็นของใครทั้งสิ้น คือไม่อยู่ในบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น (อนัตตา)

เราเวียนเกิดเวียนตายใน ๖ ภพภูมินี้อย่างไร เราจะมาพูดแก่นๆ ที่สำคัญเท่านั้นนะครับว่า แล้วทำไมถึงว่าเราเวียนเกิด และเวียนตายแล้วๆ เล่าๆ หาที่สุดมิได้ อยู่ใน ๖ ภพภูมิที่ว่ามานี้

โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2554 , 08:37:35 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ขอสรุปย่อๆ ให้พอเห็นภาพแต่ละภพภูมิ ดังนี้ (ขอเล่าจากภพภูมิล่างสุดขึ้นบนสุด)

นรก…..เป็นทุคติภูมิ นรกเป็นที่ๆ สรรพสัตว์มาเสวยผลจากกรรมไม่ดีกรรมใดกรรมหนึ่ง หรือ หลายๆ กรรมที่ทำเอาไว้ ในนรกมีหลายขุมหลายชั้น แล้วแต่ประเภท ของกรรมที่ทำมา และแล้วแต่ความหนักเบาของกรรมที่ทำมา

ในนรกส่วนใหญ่ สัตว์นรกไม่มีเวลาทำอย่างอื่น นอกจากเสวยทุกข์ เพียงอย่างเดียว เวลาในนรกนั้น ยาวนานนัก ท่านว่า สัตว์นรก ไปลงนรก ด้วยแรงโทสะ หรือด้วยกรรมที่เกิดจาก กิเลส ข้อ "โทสะ" นั่นเอง

เปรตและอสุรกาย เป็นทุคติภูมิ เปรตและอสุรกายนี่ โดยรูปธรรมคล้ายกัน เพียงแต่อสุรกาย ตัวใหญ่โตกว่ามาก จึงจัดอยู่ด้วยกัน เป็นที่ๆ สรรพสัตว์มาเสวย ผลของกรรมไม่ดี ที่เคยกระทำอีกเช่นกัน เป็นภพภูมิที่มีแต่ความ ทุกข์ทรมาน แต่ก็เบาบางกว่าภูมินรก

ท่านว่า เปรตและอสรุกายนี้ ไปเป็นเปรตและอสุรกายได้ ด้วยแรง โลภะ หรือด้วยกรรมที่เกิด จากกิเลส ข้อ "โลภะ" นั่นเอง

สัตว์เดรัจฉาน…เป็นทุคติภูมิ สัตว์เดรัจฉาน เป็นหนึ่งในสองภพภูมิ ที่พระพุทธองค์ทรงกล่าว จำแนกไว้ที่เราสามารถพิสูจน์ได้เดี่ยวนี้ ปัจจุบันขณะนี้ ว่ามีจริง คือภูมิมนุษย์หรือมนุสสภูมิ

สองก็คือภูมิเดรัจฉานนี่เอง สัตว์เดรัจฉาน ใกล้มนุษย์เข้ามาอีก มีชีวิตความเป็นอยู่ไปตาม สัญชาตญาณ มีทุกข์สุขแตกต่างกันไปตามแต่แรงบุญและกรรม ที่กระทำมาและกำลังส่งผลในภพชาติที่มาเกิดเป็นเดรัจฉานนี้ สัตว์เดรัจฉานเป็นภพภูมิที่เป็นทุคติภูมิ ในอัตภาพนี้ ไม่สามารถทำบุญทำทานหรือพัฒนาปัญญาได้ ที่ไปเกิดเป็น สัตว์เดรัจฉานได้นี้ ก็ด้วยแรงกิเลสข้อ "โมหะ

โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2554 , 08:44:01 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : )


  สลักธรรม 2

มนุษย์..เป็นสุคติภูมิ ที่เรามาเกิดเป็นมนุษย์ได้ ก็เพราะอานิสงส์ที่เราเคยเป็นผู้อยู่ในศีลห้า กล่าวคือ เราเคยทำตัวอยู่ใน ศีลห้ามาแล้ว

ไม่ว่าจะทราบหรือรู้จักคำว่า "ศีลห้า" หรือไม่ก็ตามภูมิมนุษย์นี้ ท่านว่า เป็นที่ๆ ประเสริฐที่สุด เหมาะสมที่สุด ที่จะทำกรรมดี ทำบุญ สร้างปัญญาบารมี ดังจะสังเกตว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ก็จะต้อง มาตรัสรู้ ณ ภูมิมนุษย์ นี่แหละ อย่างไรก็ตาม ภูมิมนุษย์นี่เองที่เปรียบ เหมือนทางสองแพร่ง

ภูมิที่จะทำดีหรือทำกรรมดีได้ยิ่งที่สุด ดีที่สุด ก็คือภูมิมนุษย์ ในทางกลับกัน ภูมิที่จะทำเลวที่สุดหรือทำกรรม เลวได้หนักที่สุด ก็คือภูมิมนุษย์เช่นกัน แล้วแต่ใครจะเลือกเอาว่า จะไปทางไหน(ด้วยการประกอบกรรมดีหรือกรรมชั่วอย่างที่ว่ามาแล้ว)

ภูมิมนุษย์เปรียบเสมือนเป็นชุมทาง เมื่อใช้กรรมในทุคติภูมิเสร็จ ก็มาเลือกเอาใหม่ว่าจะไปดีหรือไม่ดี คราวที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ และหากอยู่บนสวรรค์ หรือพรหมโลกแล้วหมดอายุขัยลง ก็มาที่ภูมิมนุษย์นี้อีก เพื่อมากระทำกรรม เลือกทางของตัวเอง (ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวว่ากำลังเลือกก็ตาม)

ว่าจะไปข้างบนหรือ ลงข้างล่างอีกต่อๆ ไป วนเวียนเวียนวนเช่นนี้ ไม่สิ้นสุด

โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2554 , 08:48:04 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : )


  สลักธรรม 3

เทวภูมิ..เป็นสุคติภูมิ ณ สวรรค์ เป็นที่อยู่หรือสถิตย์ของเหล่าเทวดา ที่ไปสวรรค์ได้ก็ด้วย การสร้างกรรมดี การทำบุญทำทาน รักษาศีล สวรรค์เป็นสุคติภูมิ เป็นสถานที่เสวยผลจากกรรมดีที่กระทำมา บนสวรรค์ท่านว่าเป็น การเสวยสุข มีแต่ความสุข ปรารถนาอะไรก็ได้ดังปรารถนา ทุกอย่างเป็น "ทิพย์"

แม้จะสุข แต่ก็ไม่สามารถประกอบการ บุญหรือการทำทานได้เหมือนอย่างในภพภูมิมนุษย์ เวลาในสวรรค์นั้น ยาวนานเหลือเกิน ร้อยปีในมนุษย์ เท่ากับหนึ่งวันในสวรรค์ชั้นล่างๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นอายุขัย เทวดาก็ต้องเกิดอีก เวียนว่ายตายเกิดอยู่ตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงบุญแรงกรรมที่กระทำไว้ในอดีต และแรงบุญแรงกรรม ที่กำลังสร้างกำลังทำต่อๆ ไป

พรหมภูมิ..เป็นสุคติภูมิ บนแดนของพระพรหมนี้ เป็นภพภูมิที่สูงสุดแล้วในสังสารวัฏ ป็นภพภูมิที่สุข สงบสงัด ดีและประเสริฐที่สุด

ในภพภูมิทั้งหลาย ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดทั้ง ๖ จะมาเป็นพระพรหมได้ ก็ต้อง ประกอบด้วยอำนาจแห่งฌาน.. อายุของพระพรหมนั้นยาวนานนัก ยาวนานเสียจนพระพรหม บางองค์บางชั้น ถึงกับลืมไปเลยว่า ท่านเคยเวียนเกิดเวียนตายอยู่ ในสังสารวัฏเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ายาวนานอย่างไร ก็ย่อม มีวันสิ้นสุด

เมื่อสิ้นอายุขัย ก็กลับลงมาเวียนว่ายตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงกรรมและกระแสบุญกรรม ที่กระทำไว้และกำลังให้ผล ในขณะนั้นๆ ต่อไป



โดย พี่เณร [27 ม.ค. 2554 , 08:57:29 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : )


  สลักธรรม 4

ได้อ่านเรื่องของภพภูมิที่รู้จักโดยการฟังผู้หลักผู้ใหญ่ท่านเล่าให้ฟังว่ามีนรก..สวรรค์.. แต่ก็ไม่เคยได้ยินท่านเหล่านั้นเล่าให้ฟังว่า เพราะอำนาจอะไรจึงไปเกิดในภูมินั้นๆ ..ได้แต่หลอกว่า ทำอย่างนี้แล้วบาปนะ..ทำอย่างนั้นแล้วดีนะ ...ก็เลยได้แต่จำพฤติกรรมและชื่อเรียกการกระทำนั้นไว้

..มาอ่านครั้งนี้ทำให้เข้าใจถึงสภาพความรู้ที่เกิดจากการศึกษาอย่างมีปัญญา คือทราบเข้าไปถึงองค์ธรรมที่นำไปสู่ภพภูมิต่างๆ ..ที่มิได้ติดอยู่ที่รูปแบบของพฤติกรรม หรือชื่อเรียกของการกระทำ

...และได้รับประโยชน์เกี่ยวกับการแยกได้อย่างชัดเจนว่า การกระทำบางอย่างที่มีรูปแบบหรือชื่อเรียกว่าเป็นงานทางบุญ ..เช่น บวชนาค ทอดกฐิน ..ทอดผ้าป่า ...แต่ถ้าสภาพของจิตในขณะที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านี้ประกอบไปด้วยโลภะ ..หรือโทสะ..หรือโมหะแล้ว ....ก็จะไม่ได้รับผลที่เป็นกุศล....


..มาอ่านครั้งนี้ และเมื่อเปรียบเทียบกับความเข้าใจเมื่อครั้งวัยเด็กแล้ว...คุณค่าของการศึกษาพระอภิธรรม เป็นสิ่งที่สูงส่งมากค่ะ....ไม่ใช่เป็นการเชื่อแบบฟังตามกันมา ...อย่างที่เคยเป็น

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่กรุณานำมาแจ้งไว้ให้ทราบเป็นความรู้ที่ควรแก่การศึกษา

โดย น้องกิ้ฟ [27 ม.ค. 2554 , 09:02:40 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

.
อ่านแล้วเกิดความคิดว่า สิทธิอันชอบธรรม อยู่ที่กรรม(การกระทำ)ของตนเอง …
.
โดยเฉพาะตอนที่อ่านข้อความที่พี่เณรเขียนว่า
....กระทำกรรม เลือกทางของตัวเอง
(ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวว่ากำลังเลือกก็ตาม)

ทำให้เห็นความชัดเจนถึง..
.การเวียนว่ายตายเกิดที่ชีวิตพึงมี ตราบที่ยังทำกรรมอยู่…

โดย วยุรี [27 ม.ค. 2554 , 09:05:14 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากครับผม

. ....เกิดเป็นมนุษย์นั้นสุดประเสริฐ.........
แต่พอเจอ
...ภูมิที่จะทำเลวที่สุดหรือทำกรรม
เลวได้หนักที่สุด ก็คือภูมิมนุษย์เช่นกัน ...

สะอึกเลยครับผม

...จะไปเกิดในภูมิใดๆก็ตาม มันก็เป็นไปตามแรงกรรมที่ตนกระทำไว้...

ก็จะได้คำตอบของคำถามที่ชอบถามกันว่า
...ตายแล้วไปไหน?...
...ก็ไปที่ชอบๆๆไง...

โดย น้องจุก [27 ม.ค. 2554 , 09:08:08 น.] ( IP = 58.11.7.122 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org