มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มารู้จักปฏิจจสมุปบาทกันเถอะ




ปฏิจจสมุปบาท


พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่สอนให้รู้จักเหตุผลแห่งชีวิตซึ่งเป็นส่วนวัฏฏะ คือ ส่วนให้รู้จักการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสงสาร และเหตุผลส่วนวิวัฏฏะเป็นส่วนที่อยู่เหนือการเวียนว่ายตายเกิด อันได้แก่ พระนิพพาน

ปฏิจจสมุปบาท หมายถึง หลักการที่ว่าด้วยระบบการกำเนิดแห่งชีวิต

ชีวิตประกอบขึ้นจากส่วนสำคัญ ๕ ส่วน เรียกว่า ขันธ์ ๕ อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือเรียกโดยย่อว่า รูปธรรมและนามธรรม หรือเรียกว่ารูปขันธ์และนามขันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดดับอยู่ทุก ๆ ขณะ จึงเป็นอนิจจังคือเป็นของไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน คงทนไม่ได้ ถือไว้ไม่ได้ ดูแลไม่ได้ ให้ความสุขไม่ได้ เพราะดับไปแล้วจึงเป็นทุกขัง เป็นสิ่งไม่คงทนเป็นของเปล่า และเป็นอนัตตา คือเป็นสิ่งที่ปราศจากอัตตาคือตัวตน

ด้วยเหตุนี้ตามหลักปฏิจจสมุปบาท พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ชีวิตนี้คือกองทุกข์ ฉะนั้น ชีวิตนี้จึงได้แก่ความทุกข์ไม่มีสุขที่ไหนเลย (ในพระสัทธรรม พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าโดยย่ออุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์) แม้บางครั้งเมื่อได้รับความสบายกาย ได้รับความสบายใจ สิ่งที่เป็นความรู้สึกสบายกายสบายใจ ก็ไม่ใช่อะไรที่ไหนก็คือทุกข์ที่เบาบางลง มันอ่อนตัวลงเท่านั้นเองมันยังไม่แก่ คือความสุขที่อ่อนตัวลง มันยังไม่งอมเหมือนยังเมื่อยไม่มากนั่นเอง ที่เรียกว่าสุขคือสุขในกองทุกข์อันได้แก่สุขเวทนานั่นเอง

โดย บุษกร เมธางกูร [4 ก.พ. 2554 , 08:49:34 น.] ( IP = 58.9.143.61 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ฉะนั้นสุขเวทนา แปลโดยสภาพปฏิจจสมุปบาทคือ สุขในกองทุกข์ ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นแหละตั้งอยู่ และทุกข์เท่านั้นแหละดับไป ไม่มีอะไรเกิดนอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับนอกจากทุกข์ ว่าตามหลักปฏิจจสมุปบาท ชีวิตที่เป็นมา เป็นอยู่ และเป็นไปตามกฎแห่งเหตุผลไม่มีใครมาสร้างหรือกำหนดให้เกิดขึ้น กำหนดให้อยู่และกำหนดให้ไป แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เป็นอยู่และเป็นสิ่งที่เป็นไป โดยสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่แห่งเหตุและผล คือลูกโซ่แห่งสังสารวัฏฏ์นั่นเอง

เพราะชีวิตประกอบด้วยสิ่งที่เป็นเหตุและผลเกี่ยวกันอยู่ตลอดเวลา เหมือนลูกโซ่ที่คล้องเกี่ยวกันอยู่ตลอดเวลาก็คือเหตุกับผล มีห่วงนี้เป็นเหตุให้ห่วงนี้เกาะได้ ห่วงที่เกาะนั้นเป็นผลมาจากเหตุนี้ และเป็นห่วงต่อ ๆ กัน

ฉะนั้นเมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล เมื่อมีผลก็ต้องมีเหตุ เมื่อสิ่งหนึ่งมีก็เป็นเหตุให้อีกสิ่งหนึ่งมี ชีวิตของเราจึงดำเนินไปด้วยการอาศัยกันและกันเกิดขึ้นแห่งเหตุผล

เรื่องปฏิจจสมุปบาท พระพุทธองค์ทรงตรัสแก่อเจลกัสสปะ โดยท่านอเจลกัสสปะทูลถามพระพุทธเจ้าว่า

ท่านโคดม ทุกข์นี้ตนเองสร้างขึ้นมาหรือ?

พระพุทธองค์ทรงทอดเนตร ท่านกัสสปะ แล้วตรัสตอบว่า
กัสสปะเธออย่าว่าอย่างนั้นเลย

ถ้าอย่างนั้น ทุกข์นั้นคนอื่นสร้างขึ้นมาหรือ?

กัสสปะเธออย่าว่าอย่างนั้นเลย พระพุทธองค์ทรงตรัสตอบ

เมื่อตนเองก็ไม่ได้สร้าง ผู้อื่นก็ไม่ได้สร้าง ทุกข์ก็เกิดขึ้นลอยๆ อย่างนั้นหรือ?

กัสสปะเธออย่าว่าอย่างนั้นเลย เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสถ้อยวาจาอมตรส

ท่านกัสสปะก็ยังไม่เข้าใจ จึงทูลถามต่อไปอีกว่า ท่านโคดมถ้าอย่างนั้นความทุกข์ก็ไม่มีล่ะซิ

พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสตอบว่า ทุกข์จะไม่มีหามิได้ ทุกข์นั้นมีอยู่

ท่านโคดมถ้าทุกข์มีอยู่พระองค์คงไม่รู้จักทุกข์ จะไม่ทรงเห็นทุกข์ล่ะซิ

พระพุทธองค์ตรัสตอบ กัสสปะเรารู้จักทุกข์ด้วย และเห็นทุกข์ด้วย เมื่อท่านถามเช่นนี้เราก็จะตอบ

ท่านกัสสปะก็ยังไม่เข้าใจอีกจึงทูลถามขึ้นว่าท่านโคดม ขอได้โปรดบอกข้าพเจ้าเถิด ขอพระองค์ทรงแสดงให้ข้าพเจ้าทราบด้วยเถิดว่าชีวิตนั้นเป็นอย่างไร

โดย บุษกร เมธางกูร [4 ก.พ. 2554 , 08:54:45 น.] ( IP = 58.9.143.61 : : )


  สลักธรรม 2

พระพุทธเจ้าทรงชี้แจงแสดงเหตุว่า

กัสสปะ เมื่อยึดถือตั้งแต่แรกว่า ผู้สร้างกับผู้เสวยทุกข์เป็นสิ่งเดียวกัน จึงมีลัทธิที่ถือว่าทุกข์นั้นแหละตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นมา เมื่อถืออย่างนั้นก็เป็นสัสสตทิฏฐิคือเห็นว่าตนและโลกเที่ยง เมื่อยึดถือว่าทุกข์นั้นผู้อื่นสร้างขึ้นมาเมื่อถืออย่างนั้น เป็นอุจเฉททิฏฐิคือเห็นว่าตนและโลกสูญ

กัสสปะเราตถาคตแสดงธรรมเป็นกลาง ๆ โดยไม่ข้องแวะกับลัทธิสุดโต่งทั้ง ๒ นี้ เพราะเราตถาคตจะแสดงว่า

เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ

เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีนามรูป

เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงมีอายตนะ

เพราะอายตนะเป็นปัจจัยจึงมีผัสสะ

เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา

เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงมีตัณหา

เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงมีอุปาทาน

เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงมีภพ

เพราะภพเป็นปัจจัยจึงมีชาติ

เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรา-มรณะ


กองทุกข์ทั้งหมดนี้ย่อมเกิดขึ้นโดยอาศัยกันและกัน

โดย บุษกร เมธางกูร [4 ก.พ. 2554 , 08:57:36 น.] ( IP = 58.9.143.61 : : )


  สลักธรรม 3

ปฏิจจสมุปบาทคืออะไร

โดยรูปศัพท์ ปฏิจจสมุทบาท แปลว่าภาวะที่อาศัยกันเกิดขึ้น ซึ่งเป็นระบบการกำเนิดแห่งชีวิตหรือเรียกว่า กฎแห่งชีวิต ตามหลักพุทธศาสนาสอนว่า ชีวิตทุกชีวิตมีส่วนที่เป็นเหตุเป็นผลอาศัยกันและกันสืบต่อเนื่องกันไปอย่างไม่มีทางขาดสาย เมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นก็เป็นเหตุให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นสืบต่อกันไม่ขาดสายเป็นลูกโซ่ ไม่มีวันจบสิ้นได้และไม่รู้เบื้องตนไม่รู้เบื้องปลาย

พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนภิกษุว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงสารคือการเวียนว่ายตายเกิดแห่งทุกข์ (ชีวิต) ไม่รู้เบื้องต้นไม่รู้เบื้องปลาย ตามหลักปฏิจจสมุปบาท องค์ประกอบแห่งชีวิต (ทุกข์) เรียกว่าองค์แห่งภวจักรหรือองค์แห่งปฏิจจสมุปบาท ซึ่งแบ่งออกเป็น ๑๒ องค์ ได้แก่

๑. อวิชชา - ความไม่รู้จริง

๒. สังขาร - ความปรุงแต่ง

๓. วิญญาณ - ปฏิสนธิวิญญาณ

๔. นามรูป - นามขันธ์ ๓ รูปขันธ์ ๑

๕. อายตนะ - อายตนะภายใน ๖

๖. ผัสสะ - ความสัมผัสอารมณ์

๗. เวทนา - ความเสวยอารมณ์

๘. ตัณหา - ความอยากได้

๙. อุปาทาน - ความยึดมั่นถือมั่น

๑๐. ภพ - กัมมภพและอุปัตติภพ

๑๑. ชาติ - ความเกิด

๑๒. ชรา - มรณะ - ความแก่และความตาย


ทั้ง ๑๒ องค์นี้คือทุกข์ เป็นส่วนประกอบของชีวิต อาศัยกันและกัน เช่น เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ เป็นต้นจนถึงสุดท้ายเพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรา-มรณะนี้เรียกว่าปฏิจจสมุปบาท ๑ วง หรือชีวิตหมุนไปไหลไป ๑ รอบ

ถ้าตัดอวิชชาและตัณหายังไม่ขาดชีวิตก็ยังดำเนินต่อไป ไปถึงจุดมรณะหรือจุติแล้วต้องปฏิสนธิต่อไป

ติดตามต่อไปครั้งหน้านะคะว่า
อะไรทำให้ปฏิสนธิ?


โดย บุษกร เมธางกูร [4 ก.พ. 2554 , 09:01:59 น.] ( IP = 58.9.143.61 : : )


  สลักธรรม 4

ตายแล้วไปไหนกันคะ ?

เป็นคำถามตามวัยให้ต้องตอบ
วัยเด็กชอบถามผู้ใหญ่อย่างใคร่รู้
ทำงานคืออะไรใคร่ถามดู
อยากจะรู้อนาคตอย่างจดใจ

ครั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ใคร่ถามเด็ก
ตอนยังเล็กนี้อยากทำสิ่งไหน
เมื่ออยากแล้วก็รีบทำให้สมใจ
เพราะโตเป็นผู้ใหญ่ไร้เสรี

ครั้นชราถามกันว่าตายเมื่อไหร่
และตายแล้วจะไปไหนกันล่ะนี่
ไม่มีใครตอบได้เลยสักที
คำถามนี้ช่างมืดมนน่าสนใจ

เสียงพระท่านพลันแว่วแจ้วกังวาน
สาธยายขับขานอย่างแจ่มใส
ชีวิตคนเรานี้ไม่มีใด
เพราะมีกรรมจึงทำให้เราเกิดมา

เป็นวงจรศรรักปักข้ามชาติ
เป็นคนดีขี้ขลาดหรือเก่งกล้า
เป็นเพราะความชำนาญสานกรรมมา
เป็นนิสัยให้ปัญญาไม่เทียมกัน

ทั้งกรรมดีและชั่วที่กลั้วกล้ำ
ได้เคยทำไว้ตอนชาติก่อนนั้น
คือพืชเชื้อที่เพาะให้เหมาะพันธุ์
ตายแล้วเกิดทันควันไม่ล่องลอย

เกิดขึ้นเป็นอะไรในชาติต่อ
เนื่องจากกรรมที่ก่อแม้เล็กน้อย
เป็นแรงส่งสู่คติภพต่อรอย
จากมนุษย์อาจด้อยเป็นนกกา

หรือจากสัตว์ที่บัดซบสู่ภพเปรต
หรือเข้าเขตนรกใหญ่มีไฟกล้า
หรือแรงบุญหนุนนำลำชีวา
เกิดในครรภ์มารดามนุษย์พงศ์

หรืออาจมีบุญหนักศักดิ์ประเสริฐ
ถือกำเนิดเป็นเทวาน่าใหลหลง
แต่จะเกิดเป็นอะไรให้คิดปลง
ว่ายังคงไม่พ้นทุกข์ที่รุกรน

เพราะชีวิตทั้งกายจิตนี้เป็นทุกข์
เดี๋ยวสนุกเดี๋ยวทุกข์โศกโรคสับสน
เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวเสียใจให้ระคน
ทุกสิ่งเปลี่ยนไปพ้นจากจีรัง

คือสภาพของทุกข์ที่รุกเร้า
ไม่อาจทนอย่างเก่าให้ยืนยั่ง
ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปให้ระวัง
คำพระสั่งสอนไว้ในมนต์ตรา

คำถามว่า ตายแล้วจะไปไหน
หากไม่สิ้นไร้ยางแห่งตัณหา
ต้องกำเนิดเกิดใหม่ในโลกา
เป็นอย่างไร..อยู่ที่ว่าทำกรรมใด


โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.พ. 2554 , 09:15:12 น.] ( IP = 58.9.143.61 : : )


  สลักธรรม 5


หัวข้อกระทู้นี้เป็นเรื่องที่ชอบมากเลยค่ะ ไม่ทราบเพราะอะไรชอบตั้งแต่ยังอ่านออกเสียงปฏิจจสมุปบาทไม่ค่อยจะถูกเลยนะคะ

วังวนของชีวิต หมุนไปตามปฏิจจสมุปบาท เรื่องกำลังเริ่มเข้มข้นน่าสนใจพอดีเลยนะคะ ..อะไรทำให้ปฏิสนธิ?

และแล้วก็ได้คำตอบจากกลอนของพี่ดอกแก้วเลยว่า ยางแห่งตัณหานั่นเองที่ทำให้ต้องกำเนิดเกิดใหม่ และจะไปเป็นอย่างไร ก็อยู่ที่กรรมใดที่เป็นวงจรศรรักปักข้ามชาติ (พี่ดอกแก้วใช้คำได้เพราะมากเลยค่ะ)

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [4 ก.พ. 2554 , 09:45:53 น.] ( IP = 124.121.178.176 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ก.พ. 2554 , 14:21:24 น.] ( IP = 115.87.190.231 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org