
คำว่า สวัสดี มาจากภาษาบาลีว่า โสตฺถิ แปลว่า ความสวัสดี เป็นคำที่พระภิกษุสามเณรใช้กล่าวอนุโมทนากันอยู่บ่อย ๆ ที่ญาติโยมได้ยินทุกครั้งเมื่อรับพรว่า...
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
แปลว่า
ขอมงคลทั้งปวงจงมี
ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษา ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีทุกเมื่อ
ขอมงคลทั้งปวงจงมี ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษา
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งหมด ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่โยมทุกเมื่อขอมงคลทั้งปวงจงมี ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษา ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่โยมทุกเมื่อ
ส่วนรูปศัพท์ที่ต่างกันระหว่าง โสตฺถิ และ โสตฺถี เป็นเพราะมีการใช้วจนะที่แตกต่างกัน
โสตฺถิ เป็นเอกวจนะ แปลว่า ความสวัสดี
โสตฺถี เป็นพหุวจนะ แปลว่า ความสวัสดีทั้งหลาย
ในประเทศไทย พระยาอุปกิตศิลปะสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ได้นำคำว่า สวัสดี มาใช้เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ และได้มอบคำว่า สวัสดี ให้บรรดานิสิตคณะอักษรศาสตร์ จฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้ทักทาย
คุณครู เมื่อพบกันในที่ใดให้สวัสดีคุณครู คุณครูหรือผู้ที่ได้รับการสวัสดีจึงรู้สึกปลาบปลื้มใจนอกจากเราจะได้รับความสุขจากการได้ยินคำพูดว่า สวัสดี แล้ว ยังมีความสุขที่ได้จากการอัญเชิญพระพุทธรูปให้ประดิษฐานอยู่ที่โต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน ที่ทำงาน หรือสถานที่สำคัญ ๆ เพื่อให้เกิดสวัสดิมงคล ความดี ความงาม ความเจริญรุ่งเรือง ความปลอดภัยจะเกิดขึ้นเมื่อทุกคนได้ประพฤติปฏิบัติรักษากาย วาจา ใจ ให้เป็นไปตามหลักธรรม
ข้อมูลบางส่วนนำมาจาก ท่านอาจารย์สุสวัสดิ์ รักศิริการถาวร