| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ดอกแก้ว ... บุษกร (๑)
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 มี.ค. 2554 , 15:54:52 น.] ( IP = 113.53.197.216 : : )
สลักธรรม 1
![]()
ปีนี้เป็นที่อาจารย์บุษกร เมธางกูร จะมีอายุครบ ๕๕ ปี ในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ และครบ ๔๘ ปีที่ได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ กับพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร และอภิธรรมมูลนิธิมาตั้งแต่อายุ ๗ ปี
ตัวเลขทั้งสองชุดนี้เป็นจำนวนมิใช่น้อยเมื่อพิจารณาด้วยสายตา และทำให้คาดการณ์ได้ว่าระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ย่อมต้องเป็นไปพร้อมกับความเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ในการทำงานเพื่อสาธารณกุศล
เป็นความจริงอย่างหนึ่งของชีวิตที่เมื่อมีวัยที่สูงขึ้นความทุกข์ก็จะมาเบียดเบียนได้ง่ายเพราะความเสื่อมของร่างกาย ถ้าหากจิตใจเปราะบางขาดความอดทนแล้วก็ยากยิ่งนักที่จะยืนยงคงจุดยืนอยู่ในอุดมการณ์ได้อย่างมั่นคง เพราะนานาวิบากที่หลากไหลและนานากรรมของผู้คนรอบข้างย่อมสร้างความกระทบกระเทือนให้มีผลต่อความรู้สึกนึกคิดได้ไม่มากก็น้อย
"ความสูงวัย" เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ผลักดันให้แต่ละคนเดินเข้าสู่เส้นทางสายเปลี่ยว เพราะความอ่อนล้าที่มากขึ้น ความกระตือรือร้นที่ลดลง ประกอบกับประสบการณ์และอุปนิสัยส่วนตัวทำให้แต่ละคนเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตนชื่นชอบและสนใจเพียงอยู่ในมุมของตนๆ เท่านั้น แม้บางชีวิตจะแวดล้อมอยู่ด้วยหมู่พวกที่ดูไม่น่าจะอยู่บนเส้นทางสายเปลี่ยว แต่หมู่พวกนั้นเองก็เกิดขึ้นเพราะได้เลือกแล้วจากความถูกใจ เมื่อใดที่ออกจากหมู่พวกก็จะกลายเป็นผู้ที่โดดเดี่ยวนั่นเอง
ความสูงวัยจึงทำให้ใครหลายคนเดินแยกไปจากเส้นทางสายหลักแล้วเลือกเลี้ยวไปตามตรอกซอกซอยที่ชื่นชอบพร้อมกับความร่วงโรยของชีวิตเพื่อที่จะสร้างความสุขในบั้นปลาย แต่ไม่มีใครจะล่วงรู้ว่าอปรเจตนาแห่งอดีตกรรมจะส่งผลให้เยี่ยงใด ถ้าหากเลือกแล้วได้สมปรารถนาก็นับเป็นชีวิตที่น่าชื่นชมแต่หากไม่เป็นไปตามที่หวังก็คงน่าขมขื่นมิใช่น้อย เพราะโค้งสุดท้ายบั้นปลายชีวิตนั้นคงมากไปด้วยความหมองหม่นหากไม่รู้จักการวางใจ
โดย ศาลาธรรม [2 มี.ค. 2554 , 15:56:00 น.] ( IP = 113.53.197.216 : : )
สลักธรรม 2
ความสูงวัยของอาจารย์บุษกรในปีนี้ยังไม่มีตรอกซอกซอยให้หลบพัก แต่ท่านยังคงเดินอยู่บนเส้นทางสายหลักพร้อมกับความรักที่จะพัฒนาเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายให้รู้จักเหตุผลและการวางใจในวิบากของแต่ละชีวิต พร้อมกับการสร้างศาลาเพิงพักไว้ตลอดระยะทางเพื่อคลายร้อนผ่อนหนาวในฤดูกาลต่างๆ ทั้งเป็นที่พักพิงของตนและคนที่ร่วมทางมาทุกระยะ เพราะไม่ว่าชีวิตใดต่างก็ต้องถึงคราวที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ต่างกันก็เพียงว่าจะใช้วิธีการพักแบบใดเท่านั้น
อาจารย์บุษกรพักจากการทำงานด้วยการสร้างเสริมบุคลากรให้เข้ามาร่วมปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พักจากการสอนด้วยการสร้างนักศึกษาที่มีความรู้ให้เข้าสู่เส้นทางการปฏิบัติเพื่อเจริญในวิชา พักจากความเหนื่อยล้าด้วยการเจริญอยู่ในกุศลกรรมฐาน และเมื่อถึงระยะเวลาที่สมควรก็พร้อมที่จะนำคณะผู้ร่วมทางเดินต่อไปสู่เป้าหมาย
เมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่อาจารย์ยังมีเรี่ยวแรงไม่เสื่อมถอย โรคภัยยังไม่เบียดเบียนร่างกายให้เกิดความบกพร่องในอวัยวะต่างๆ อาจารย์บุษกรทำหน้าที่ของผู้ให้โดยปราศจากการบังคับมาโดยตลอด ทุกข้อคิด ทุกคำเตือน ทุกคำบรรยาย และทุกคำอบรมล้วนเป็นไปเพื่อชี้แจงแนะนำให้เห็นไปถึงเหตุผลของกลกรรมและสภาพที่ควรเลือกทำหรือไม่เลือกทำโดยปราศจากการบังคับ
อาจารย์บุษกรย้ำให้ทุกคนตระหนักเสมอว่า "ความรักคือการให้" และหน้าที่ของผู้ให้หมดลงเมื่อสิ้นสุดการหยิบยื่น หน้าที่ของผู้ให้นั้นไม่มีสิทธิ์ตามไปก้าวก่ายการเลือกรับของผู้ใด และหน้าที่ของผู้ให้ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือหวังผลจากตัวผู้รับเช่นกัน
ปีนี้เป็นปีที่อาจารย์บุษกรมีอายุครบ ๕๕ ปี สิ่งที่บรรดาศิษย์ทั้งหลายได้เขียนลงในทุกโอกาสของการอวยพรวันเกิดบนลานธรรมแห่งนี้ที่ล้วนเป็นข้อความซ้ำๆ จากความรู้สึกนึกคิดที่คล้ายคลึงกันก็เพราะว่า อาจารย์บุษกรเป็นผู้ให้โอกาสและสร้างคุณภาพพร้อมคุณค่าให้เกิดขึ้นกับแต่ละชีวิตจริงๆ นั่นเอง
ในโอกาสนี้เพื่อเป็นการร่วมกันระลึกถึง "ค่าของคน ผลของงาน" จะขอนำข้อเขียนจากบรรดาศิษย์มาย้อนรำลึกให้ได้รับทราบเพื่อความสุขใจต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 มี.ค. 2554 , 15:56:42 น.] ( IP = 113.53.197.216 : : )
สลักธรรม 3![]()
อาจาริยบูชา
วันที่ ๑๓ มีนาคมปีนี้ เป็นวันที่อายุของอาจารย์บุษกร เมธางกูร ครบรอบห้าสิบสองปีเต็มก้าวขึ้นสู่ปีที่ห้าสิบสามของชีวิต
ตัวเลข ๕๒ หรือ ๕๓ นี้ เมื่อมองจากเหตุผลทั่วไปในทางโลกแล้วก็ยังดูไม่มากนักสำหรับคนยุคปัจจุบัน ที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการสาขาต่างๆ มาช่วยส่งเสริมและรักษาชีวิตให้ยืนยาวกว่าในสมัยก่อน
และเมื่อมองจากสภาพเศรษฐกิจแล้วก็จัดว่ายังอยู่ในช่วงวัยของการทำงาน เพราะสมัยนี้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นทำงานเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว หรือจะทำงานเพื่อผู้อื่นอย่างดีได้นั้นก็มักจะมีอายุยี่สิบกว่าปีขึ้นไปแล้ว
ระยะเวลาของการทำงานในแต่ละชีวิตไปจนถึงการเกษียณอายุคือ ๖๐ ปีบริบูรณ์ จึงมีกันคนละประมาณ ๓๐ - ๔๐ ปีเป็นอย่างมาก ส่วนผู้ที่มีอายุการทำงานน้อยกว่านี้ก็เป็นเพราะได้สะสมความพร้อมมาจนวางมือจากกิจการงานได้ หรือไม่ก็ป่วยเป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
ดังนั้น ผู้ที่มีอายุการทำงานเกิน ๔๐ ปี จึงหาได้ยากในสมัยปัจจุบัน โดยเฉพาะเป็นการทำงานเพื่อสาธารณะประโยชน์โดยมิได้รับค่าตอบแทน เพราะการทำงานดังกล่าวมิได้เป็นการหาเลี้ยงชีพตนหรือเลี้ยงผู้ที่อยู่ในภาระ เน่องจากขาดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มาทำงานเพื่อสาธารณกุศลจึงต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติพร้อมทุกด้านทั้งฐานะ สติปัญญา และความอดทน
ปกติแล้วการทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้นมิใช่เรื่องง่ายเลยที่จะร่วมมือกันทำงานด้วยความราบรื่น ยิ่งเป็นงานที่แต่ละคนต่างมาร่วมกระทำด้วยความเสียสละก็ยิ่งทำงานด้วยกันยาก เพราะแต่ละคนยังมีกิเลส ยังคงมีความยึดถือตนเป็นใหญ่ มีความเชื่อมั่นในตนเองเอาแต่ใจตน มีความอวดลำพองในความสามารถ มีความน้อยเนื้อต่ำใจ หรือมีความไม่เท่าทันในเรื่องของกรรมและวิบาก เหล่านี้เป็นต้น
อาการที่เกิดขึ้นจากสภาพจิตที่ไม่สมประกอบเหล่านี้จึงก่อให้เกิดบรรยากาศที่ไม่รื่นรมย์หลายประการในกระบวนการทำงาน และหลายคนเมื่อประสบความไม่สมปรารถนาก็นำความเสียสละของตนขึ้นมากล่าวอ้าง และเมื่อไม่ได้รับการสรรเสริญสุขตอบสนอง ก็ต้องจากหมู่คณะไปด้วยอำนาจของโทสะที่ท่วมท้น
ผู้นำที่ยังมั่นคงต่องานกุศล..จึงต้องเป็นบุคคลที่มากไปด้วยโอสถธรรมที่จะนำมารักษาใจตนเองในยามที่พบอุปสรรค และนำไปเยียวยารักษาใจผู้อื่นให้คลายจากพิษของกิเลส แต่ไฉนเลยจะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้ทุกครั้งเพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะบังคับบัญชาได้เลยนั่นเอง
อายุการทำงาน ๔๕ ปีเต็มจึงนับว่าอาวุโสมากกว่าคนรุ่นเดียวกันเป็นหลายเท่า ร่องรอยของความเหนื่อยยากจึงมีมากมายจนนับไม่ถ้วน และแม้จะเข้ารับการรักษาพยาบาลไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน อาจารย์ก็ยังอดทนและมีศรัทธาที่จะทำงานของพระพุทธศาสนาอันเป็นมรดกธรรมที่ท่านอาจารย์บุญมีวางภาระไว้ให้นี้ให้ลุล่วงไปด้วยใจที่เมตตาและปรารถนาดีต่อผู้อื่นอย่างยิ่ง
อาจารย์ไม่เคยโทษบุคคลใดหรืองานชิ้นใดว่า มาเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเจ็บป่วย เพราะท่านมีเหตุผลสำคัญจากความเชื่อในคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า วิบากทั้งหลายล้วนเกิดจากเหตุคือกรรม และในเมื่อสภาพที่จริงแท้ของชีวิตนั้นไม่มีความเป็นสัตว์บุคคลแล้ว ก็จะไม่มีใครที่ไหนไปทำร้ายใครได้
จากประสบการณ์แห่งความเจ็บป่วยและเจ็บปวดได้ถูกปรุงปรับและกรองกลั่นจนกลายมาเป็นอาหารเสริมสร้างสติปัญญาให้แก่ศิษย์ทั้งหลาย ได้มีมุมมองใหม่ ..มีความคิดใหม่ ..และมีความเบาสบายใจในการแก้ปัญหาได้อย่างมีหลัก
ในวันนี้... พวกเรายังมีท่านอาจารย์อยู่เป็นเสาหลักที่สำคัญและเป็นตัวอย่างที่น่าภาคภูมิใจในการดำเนินชีวิตเพื่อสาธารณกุศล เป็นตัวอย่างของบุคคลที่เพียรปฏิบัติตามโอวาทปาติโมกข์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างยิ่ง
ในวันนี้... จึงเป็นวันที่คณะศิษย์ทุกคนขอน้อมกุศลกราบมอบเป็นเครื่องมุทิตาสักการะแด่ท่านอาจารย์บุษกร เมธางกูร เนื่องในโอกาสครอบรอบคล้ายวันเกิดด้วยอาจาริยบูชา
![]()
ห้าสิบสอง...ครองชีพด้วยกุศล
สี่สิบห้า...ดำรงตนเพื่อศาสนา
ห้าสิบสอง...ครองบุญหนุนมรรคา
สี่สิบห้า...เป็นดวงใจอภิธรรม
คณะศิษย์มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 มี.ค. 2554 , 15:57:12 น.] ( IP = 113.53.197.216 : : )
สลักธรรม 4
ได้อ่านบทความที่เขียนถึงท่านอาจารย์เพื่อ อาจาริยบูชา นี้แล้วรู้สึกเต็มตื้นในใจ ทำให้ต้องกลับมานั่งอ่านช้าๆ อีกรอบด้วยความระลึกถึงพระคุณท่าน
เพียงยี่สิบสองปีที่ได้รับสิ่งดีๆจากท่านอย่างมากมาย ที่ต้องใช้คำว่าเพียง....ก็เพราะท่านใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่นมานานถึงสี่สิบห้าปี และได้มีโอกาสมาเป็นลูกศิษย์ท่านยี่สิบสองปี
กว่าจะมาถึงในวันนี้ ที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิมีทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์มากพอที่จะให้ประโยชน์กับผู้ที่เข้ามาแสวงหาความจริงของชีวิต ...ต้องบอกว่าอาจารย์ต่อสู้กับอุปสรรคที่โถมทับเข้ามาหลายๆ ด้าน หนึ่งที่ลูกศิษย์ทุกคนได้เห็นเด่นชัด ก็คือโรคภัยไข้เจ็บ
แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์อะไร หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่เข้ามาประสบกับชีวิต ล้วนกลับมาเป็นข้อคิดที่ท่านนำมาสอนให้กับพวกเรา จนหลายๆคนต่างรู้ตัวว่ามีความมั่นใจ เชื่อในศรัทธา ๔ มากขึ้น
.... ชีวิตของท่านจึงถูกนำมาเป็นอุปกรณ์การสอนธรรมะด้วยตัวของท่านเอง
ท่านใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่นมานานถึงสี่สิบห้าปี โดยไม่ได้รับค่าจ้างค่าตอบแทนเลย
..ในขณะที่การทำงานของเรานั้น ใช้เวลาน้อยกว่าท่าน (อย่างที่บอกว่าผู้ที่ทำงานจนเกษียณบางคนยังใช้เวลาน้อยกว่าอีก) ....แถมยังได้เงินเดือน ได้ค่าแรง ค่าจ้าง ค่าตอบแทน
ขณะเดียวกัน ท่านอาจารย์นั้นไม่เคยบ่น แม้จะเหนื่อยหนักซักเพียงใดด้วยสุขภาพที่ไม่อำนวย
แต่เรา..........! (เป็นอย่างไร คิดเอง)
ดีใจ..... ที่ได้มีโอกาสมาเป็นลูกศิษย์ท่าน การกระทำของท่าน การเสียสละของท่าน ย้อมใจให้เราเปลี่ยนแปลงตนเอง ยังจำคำที่ท่านสอนว่า ......... ผ้ายังย้อม(สี)ติด จิตของเราก็ต้องย้อม(ความดี)ให้ได้
ดีใจ..... ที่ได้มีโอกาสทุ่มเททั้งเวลาและจิตใจให้กับการงานทางโลก(ก่อนที่จะลาออก) โดยคิดไม่หวังผลตอบแทน เพื่อเดินตามแบบอย่างที่ท่านได้ทำให้เห็น และ....
ดีใจ (อย่างที่สุด)..... ที่บั้นปลายชีวิตได้มีโอกาสช่วยงานท่านเต็มที่(ตามที่ตั้งใจ) อย่างน้อยสิ่งที่มีค่า คือคำสอนที่ท่านมอบให้กับพวกเรานั้น ขอมีส่วนช่วยเผยแพร่ให้กว้างไกลออกไปยังผู้ที่ไม่มีโอกาสได้พบท่าน ไม่ได้มาเรียนกับท่านโดยตรง เช่นพวกเรา
ขอบคุณบุญกุศลที่ทำให้ได้มีโอกาสมาเป็นลูกศิษย์ของท่าน และกราบขอบพระคุณท่านอย่างที่สุดที่ช่วยอบรมสั่งสอนให้ได้มีโอกาสเดินไปในเส้นทางที่พระพุทธองค์ทรงชี้ให้ดำเนิน
เนื่องในวาระวันคล้ายวันเกิด ๑๓ มีนาคม ปีนี้ ขอคุณความดีทั้งหลายที่อาจารย์ได้ทำมาถึง ๔๕ ปี ด้วยการสละชีวิตอุทิศเพื่องานพระพุทธศาสนา ประกอบกับบุญกุศลที่ศิษย์ได้กระทำมา...จงมาอำนวยพร(เร่งวิบากกุศล)ให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์ เพื่อท่านจะได้สมมาดปรารถนาในงานที่ทำด้วยเทอญ
วยุรี สุวรรณอินทร์
๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 มี.ค. 2554 , 15:58:28 น.] ( IP = 113.53.197.216 : : )
สลักธรรม 5
อายุที่ย่างกรายมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะยังไม่หมดกรรมนั่นเอง ยังคงต้องแบกภาระคือขันธ์ต่อไป มิหนำซ้ำยังเป็นขันธ์ที่เสื่อมลงไปตามวัย จึงย่อมมีโรคภัยทั้งน้อยและมากผ่านเข้ามาให้ต่อสู้อยู่เสมอๆด้วยสิ่งที่เล่าเรียนศึกษามานะคะ
การยอมรับสภาพธรรมที่มีอย่างหลีกหนีไม่ได้คือวิบากนั้น สามารถหยุดความทุกข์ทรมานใจได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถไปหยุดทุกข์ที่เกิดขึ้นจากวิบากขันธ์ได้เลย มีแต่อดทนและอดกลั้นต่อสิ่งที่แปรเปลี่ยนไปด้วยธรรมะเท่านั้นนะคะ จึงทำให้มีกำลังพอที่จะเดินพาชีวิตนี้ให้อยู่ในเส้นทางอย่างสง่างามได้
ที่ว่าสง่างามนั้นหมายถึง การที่สามารถรักษาใจให้ไปทรุดไปตามวัยและไม่อ่อนล้าไปตามแรงวิบากกรรมที่พลัดผ่านมานั่นเอง เพราะสิ่งต่างๆคิดไปแล้วก็เหมือนสายลม พัดมากระทบบ้าง กรรโชกมาบ้าง แต่ก็ผ่านผิวกายไปอยู่เสมอ จะรับรู้ได้ตอนที่กระทบเท่านั้น จึงไม่ควรพร่ำเพ้อโอดครวญหรืออาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ควรทำให้ใจเรายอมรับในขณะเกิดความรู้สึกและรู้ชัดในความดับคือเมื่อสิ่งนั้นผ่านไปเท่านั้น การยอมรับและรู้ชัดนี้เอง จะทำให้ชีวิตสง่างามได้อย่างมั่นคงนะคะ
ด้วยความระลึกในพระคุณของทุกๆท่านที่มีมาให้เสมอนี้ จึงขอตั้งจิตระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง โปรดบันดลให้ทุกๆท่านได้รับรู้ถึงรสแห่งธรรมอันสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสั่งสอนไว้ นั่นก็คืออมตะรส ซึ่งได้แก่มรรคผลนิพพานได้โดยทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคนเทอญ.
กราบขอบพระคุณมาอย่างสูงค่ะ
บุษกร เมธางกูร
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 มี.ค. 2554 , 15:58:55 น.] ( IP = 113.53.197.216 : : )
สลักธรรม 6
บุษกร บัวสีน้ำเงิน
ได้เข้ามาอ่านหลายรอบครับ ทำให้นึกถึงคำว่า ,b." ผู้เสียสละ "และ อ. บุษกร ก็เป็นผู้เสียสละมากจริงๆ เคยคิดว่าตนเองเหมือนผู้ปิดทองหลังพระครับ แต่ก็ยังน้อยกว่าท่านมากมายในหลายๆด้านเลยครับ
ใช่ครับระยะเวลายาวนานจริงๆ ที่ท่านใช้ร่างกายอุทิศเพื่องานพระพุทธศาสนา โดยที่ไม่เคยมีคำว่าพอแล้ว หนำซ้ำยังยอมให้ชีวิต เพื่อเป็นทุนและทางให้หลายคนทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทนเลย ยังคงสงบและอุดมไปด้วยเมตตาธรรมจริงๆครับ
อีกไม่กี่วันแล้ว อายุท่านจะครบ ๕๕ ปีเต็ม ซึ่งเป็นระยะกาลแห่งความเต็มไปด้วยคุณค่าครับ ผมจะติดตามอ่านต่อไปด้วยความระลึกถึงคุณท่านเสมอครับ.โดย เทพธรรม [4 มี.ค. 2554 , 09:25:10 น.] ( IP = 115.87.179.76 : : )
สลักธรรม 7ถ้าจะพูดถึง"ความสูงวัย"ของท่านอาจารย์บุษกรแล้ว เป็นเพียงตัวเลขจริง ๆ นะคะ
ความรักที่จะให้ของท่านฉาบฉายน้ำใจงาม และความปรารถนาดีออกมาให้พวกเราสัมผัสได้อย่างต่อเนื่อง มิได้ถดถอยลงตามลักษณะของความสูงวัยโดยทั่วไปเลย
ชอบทุกบทกวีที่ท่านรังสรรค์ออกมา ทุกถ้อยคำมีมนต์ขลังสละสลวย กระชับ โดนใจดีมาก
สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าก่อนนะคะโดย herbs [5 มี.ค. 2554 , 00:26:06 น.] ( IP = 125.24.59.154 : : )
สลักธรรม 8
อายุเป็นเพียงตัวเลข เพราะเรามักจะเพ่งมองที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ ความงามของจิตใจต่างหากที่บ่งบอกถึงวัยที่มากด้วยประสพการณ์ มากด้วยเมตตาธรรมที่ถูกเพาะบ่มมาตั้งแต่เล็กๆ
ขอร่วมน้อมระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์บุษกร เนื่องในวาระที่เวียนมาครบคล้ายวันเกิดอีกครั้งค่ะโดย ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์ [8 มี.ค. 2554 , 10:14:39 น.] ( IP = 124.121.179.23 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |