มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บุคคลผู้ได้ชื่อว่าเลิศทางปัญญา




บุคคลผู้ได้ชื่อว่าเลิศทางปัญญา



นอกจากพระพุทธองค์จะทรงยกย่องปัญญา พระองค์ยังทรงยกย่องพระสาวกสาวิกาผู้มีปัญญา บุคคลที่พระพุทธองค์ยกย่องว่า เป็นผู้เลิศด้วยปัญญา ทั้งในฝ่ายที่เป็นพระสาวกสาวิกา ขอนำมาพอเป็นตัวอย่าง ดังนี้

(๑) พระสารีบุตร

พระสารีบุตร เดิมชื่ออุปติสสมาณพ พออายุได้เจริญวัย ได้เรียนรู้ศิลปศาสตร์ ท่านมีปัญญาเฉียบแหลมเรียนรู้ได้รวดเร็ว มีเพื่อนรุ่นเดียวชื่อโกลิตมาณพโมคคัลลานโคตร ผู้เป็นบุตรผู้มั่งคั่งเหมือนกัน และตระกูลทั้งสองนั้น เป็นเพื่อนคบหากันมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ

อุปติสสมาณพและโกลิตมาณพ มักไปเที่ยวดูมหรสพการละเล่นในกรุงราชคฤห์ ด้วยกันเสมอ ขณะดูอยู่นั้น ย่อมร่าเริงในที่ควรร่าเริง ย่อมสลดสังเวชใจในที่ควรสลดสังเวชใจ ย่อมให้รางวัลในที่ควรให้รางวัล

วันหนึ่ง สองสหายชวนกันไปดูมหรสพเหมือนอย่างแต่ก่อน แต่ไม่สนุกสนานเหมือนแต่วันก่อน ๆ เพราะมีปัญญาพิจารณาเห็นว่า การดูมหรสพ ไม่เป็นสาระ ไม่เป็นประโยชน์ เกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาส อยากแสวงหาธรรมเป็นหลุดพ้น จึงมีความ เห็นร่วมกัน พร้อมกับพาบริวารไปขอบวชอยู่ในสำนักของอาจารย์สัญชัยปริพาชก ท่านมีปัญญาเล่าเรียนความรู้ในลัทธิของอาจารย์ จนจบอย่างรวดเร็ว อาจารย์จึงแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยสั่งสอนศิษย์ แต่ก็ยังไม่พอใจในลัทธิคำสอนของอาจารย์ จึงได้กระทำกติกานัดหมายกันว่า จะออกแสวงหาธรรมเป็นเครื่องหลุดพ้นต่อไปอีก ถ้าใครได้รู้ธรรมชั้นเยี่ยมใดแล้ว ให้มาบอกแก่กันบ้าง ต่อมาอุปติสสะปริพาชก ได้พบกับพระอัสสชิ ขณะที่กำลังบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ เกิดความเลื่อมใส อยากทราบถึงความเป็นมา จึงเดินตามหลังพระอัสสชิไป เมื่อได้โอกาสจึงสอบถามสนทนาปราศรัยถึงที่มาที่ไปของท่าน และขอให้ท่านแสดงธรรมให้ฟัง พระอัสสชิได้แสดงธรรมตามคำขอของอุปติสสะ พอเป็นที่สังเขป ความว่า



ธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้า ตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณเจ้ามีปกติตรัสอย่างนี้๑๒


โดย ธีรวัส [9 มี.ค. 2554 , 15:14:39 น.] ( IP = 58.9.71.218 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อุปติสสะฟังธรรมแล้ว ได้ดวงตาเห็นธรรม จึงกลับมาบอกข่าวที่ได้พบกับพระอัสสชิ ให้แก่โกลิตะผู้เป็นสหายทราบ พร้อมแสดงธรรมนั้นให้เพื่อนฟัง โกลิตะฟังธรรมแล้ว ได้ดวงตาเห็นธรรมเหมือนกัน จึงพร้อมด้วยบริวารชวนกันไปเฝ้าพระบรมศาสดา ที่วัดพระเวฬุวัน และทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาด้วยกันทั้งหมด

เมื่ออุปสมบทแล้ว ภิกษุทั้งหลายเรียกท่านว่า สารีบุตร และโมคคัลลานะ ท่านทั้งสองครั้นอุปสมบทแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนา และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนบรรลุพระอรหัตตผล ฝ่ายภิกษุที่เป็นบริวาร ได้ฟังธรรมเทศนาแล้ว ต่างพากันปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ได้บรรลุพระอรหัตตผลเช่นกัน

เรื่องที่พระสารีบุตรได้สำเร็จอรหัตตผล ปรากฏในคัมภีร์มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์กับคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท พอสรุปความได้ดังนี้

เมื่อบวชแล้วท่านพระสารีบุตร ได้เจริญวิปัสสนากรรมฐานมาโดยลำดับ วันหนึ่ง พระบรมศาสดา เสด็จประทับอยู่ที่ถ้ำสุกรขาตา เขาคิชฌกูฏ แขวงเมืองราชคฤห์ มีปริพาชกผู้หนึ่งชื่อว่า ทีฆนขอัคคิเวสสนะ เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา และสนทนาธรรมกัน ทูลแสดงความเห็นของตนว่า ท่านพระโคดม ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า สิ่งทั้งปวงไม่ควรแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ชอบใจหมด

พระบรมศาสดาจึงตรัสตอบว่า ดูก่อนอัคคิเวสสนะ ถ้าอย่างนั้น ความเห็นอย่างนั้น ก็ต้องไม่สมควรแก่ท่าน ท่านก็ไม่ต้องชอบใจความเห็นอย่างนั้น ครั้นทรงแสดงทิฏฐิ ๓ อย่างให้เห็นว่า เป็นโทษ และอุบายละทิฏฐิ ๓ อย่างแล้ว ทรงแสดงอุบายเครื่องไม่ยึดมั่นถือมั่นต่อไป

ขณะนั้น พระสารีบุตรนั่งถวายงานพัดอยู่เบื้องพระปฤษฎางค์ (เบื้องหลัง) ได้ฟังพระธรรมเทศนาที่ตรัสแก่ทีฆนขอัคคิเวสสนะ และเจริญวิปัสสนาตาม จิตหลุดพ้นจากอาสวะ ไม่ยึดมั่นถือมั่นด้วยอุปาทาน ส่วนทีฆนขอัคคิเวสสนะ ได้แค่เพียงดวงตาเห็นธรรม สิ้นความเคลือบแคลงสงสัยในพระรัตนตรัย ทูลแสดงตนเป็นอุบาสก๑๓

พระสารีบุตร เมื่อได้บรรลุพระอรหัตตผลแล้ว ปรากฏว่า มีปัญญาเฉลียวฉลาด ได้เป็นกำลังใหญ่ของพระบรมศาสดา พระองค์ทรงแต่งตั้งให้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ยกย่องว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทางด้านปัญญา สามารถแสดงธรรมจักร และอริยสัจสี่กว้างขวางวิจิตรพิสดารเหมือนกับพระองค์๑๔ และได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ในฐานะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีปัญญามาก๑๕ มิใช้เพียงแต่เท่านี้ ท่านยังมีคุณความดี ที่พระพุทธองค์ยกย่องทางด้านปัญญา และด้านอื่น ๆ อีกหลายอย่าง คือ

(ก) พระพุทธองค์ทรงยกย่องพระสารีบุตรว่า เป็นผู้มีปัญญามาก ว่องไว เป็นผู้มีปัญญาชวนให้ร่าเริง มีปัญญาหลักแหลม เป็นผู้มีปัญญาทำลายกิเลสได้ เหมือนโอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าจักรพรรดิ ย่อมยังจักรอันพระราชบิดาให้เป็นไปแล้ว ให้เป็นไปตามฉันใด สารีบุตรก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมยังธรรมจักรอันยอดเยี่ยม อันเราให้เป็นไปแล้ว เป็นไปตามได้โดยชอบแท้จริง๑๖

(ข) พระพุทธองค์ยกย่องพระสารีบุตรว่า เป็นคู่กับพระโมคคัลลานะ ดังที่ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า เธอทั้งหลายจงคบกับสารีบุตร และโมคคัลลานะเถิด เพราะว่า สารีบุตร และโมคคัลลานะ เป็นผู้มีปัญญาอนุเคราะห์เพื่อนพรหมจรรย์และเพื่อนบรรพชิตทั้งหลาย สารีบุตรเปรียบเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิด โมคคัลลานะเปรียบเหมือนนางนมผู้เลี้ยงทารกที่เกิดมาแล้ว สารีบุตรย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล โมคคัลลานะ ย่อมแนะนำให้ตั้งอยู่ในคุณธรรมเบื้องบนที่สูงกว่านั้น๑๗

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการยกย่องว่า พระสารีบุตรเป็นอัครสาวกฝ่ายขวา พระโมคคัลลานะเป็นอัครสาวกฝ่ายซ้าย

(ค) มีคำเรียกยกย่องพระสารีบุตรอีกอย่างหนึ่งว่า พระธรรมเสนาบดี ซึ่งเป็นคู่กับพระบรมศาสดาคือ พระธรรมราชา๑๘

โดย ธีรวัส [9 มี.ค. 2554 , 15:16:22 น.] ( IP = 58.9.71.218 : : )


  สลักธรรม 2

พระนางเขมาเถรี



ในฝ่ายพระสาวิกา พระพุทธองค์ทรงยกย่องพระนางเขมาภิกษุณี ดังมีเรื่องเล่าดังนี้

สมัยหนึ่ง เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่เขาคิชฌกูฏ ทรงปรารภพระนางเขมาภิกษุณี คือ ในวันหนึ่ง ระหว่างปฐมยามท้าวสักกเทวราช เสด็จมาพร้อมกับเหล่าเทวดา ทรงนั่งสดับพระธรรมกถาอยู่ในสำนักของพระบรมศาสดา ในขณะนั้น พระนางเขมาภิกษุณี มาด้วยความตั้งใจว่า จักเฝ้าพระบรมศาสดา เห็นท้าวสักกะแล้ว ยืนอยู่ในที่กลางแจ้ง ถวายบังคมพระบรมศาสดาแล้วกลับไป

ท้าวสักกะได้ทอดพระเนตรเห็นพระนางเขมาภิกษุณีนั้นแล้ว จึงทูลถามพระองค์ว่า พระเจ้าข้า นางภิกษุณีนั้น ชื่อว่าอะไร มายืนอยู่ในที่กลางแจ้ง ถวายบังคมแล้วกลับไป พระศาสดาตรัสว่า มหาบพิตร ภิกษุณีนั้นเป็นธิดาของอาตมภาพ ชื่อว่า เขมา เป็นผู้มีปัญญามาก ฉลาดในทางและมิใช่ทาง แล้วตรัสพระพุทธพจน์ไว้ดังนี้ว่า เราเรียกผู้มีปัญญาสุขุมลึกซึ้ง เป็นนักปราชญ์ เป็นผู้ฉลาดในทางและมิใช่ทาง บรรลุประโยชน์สูงสุดว่า เป็นพราหมณ์๑๙

พระนางเขมาเถรีได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ ในฐานะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายผู้มีปัญญามาก๒๐



เชิงอรรถ
นายสุนันท์ เพ็ชรพิรุณการศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเรื่องการพัฒนาปัญญาตามทรรศนะของพุทธทาสภิกขุ วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๔๗
๑๒ วิ.ม. (ไทย) ๔ / ๗๐ / ๔๐. ขุ. อป. (ไทย) ๓๒ / ๓ / ๑๖.
๑๓ ดูรายละเอียดใน ม.ม. (ไทย) ๑๓ / ๒๐๑ - ๒๐๖ / ๒๓๙ - ๒๔๔. ขุ.ธ.อ. (ไทย) ๑ / ๘ / ๑๒๒ - ๑๓๑.
๑๔ องฺ.เอกก. (ไทย) ๒๐ / ๑๘๗ / ๒๕.
๑๕ องฺ.เอกก. (ไทย) ๒๐ / ๑๘๙ / ๒๕.
๑๖ สํ.ส. (ไทย) ๑๕ / ๒๑๕ / ๓๑๒ - ๓๑๓.
๑๗ ม.อุ. (ไทย) ๑๔ / ๓๗๑ / ๔๑๗.
๑๘ ขุ.อป. (ไทย) ๓๒ / ๓๕๐ / ๕๔.

โดย ธีรวัส [9 มี.ค. 2554 , 15:20:33 น.] ( IP = 58.9.71.218 : : )


  สลักธรรม 3

will match with all the occasions. dorm bedding twin xl matelasse bedding egyptian cotton sheets guarantees elegance to an initially intended rose tree bedding Curtains Pillows trading group Be creative! comforter sets queen have to replace.Straw Handbag or.

โดย debra - [7 พ.ค. 2554 , 08:42:13 น.] ( IP = 123.153.70.216 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org