| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทำไมจึงว่าการศึกษาพระอภิธรรมเป็นความจริงอันประเสริฐสูงสุด
สลักธรรม 1
เหตุนี้จึงได้เปลี่ยนอารมณ์ของตนอยู่ไปมาเนืองนิตย์ เพราะจะอยู่ในอารมณ์อันเดียว เช่น เห็น ได้ยิน เป็นต้น ซ้ำๆซากๆ ก็ทนไม่ไหว จึงต้องเปลี่ยนอารมณ์ไม่ได้หยุดหย่อนเลย ประเดี๋ยวเห็น ประเดี๋ยวได้ยิน ประเดี๋ยวกิน ประเดี๋ยวถ่าย และตลอดไปจนการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่างๆ มียืน เดิน นั่ง นอน เป็นต้น เพื่อการแก้ปัญหาความทุกข์ความเดือดร้อนของตน
เพราะจะทนอยู่ในอารมณ์อย่างเดียว หรืออยู่ในอิริยาบถเช่นนั่งอย่างเดียว ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อพิจารณาดูให้ประณีตแล้วก็จะเห็นว่า เพราะอำนาจความทุกข์ความเดือดร้อนนี้เองเป็นตัวการบีบบังคับให้ต้องนิ่งอยู่ไม่ได้ มันจะเป็นไปอยู่เช่นนี้วันแล้ววันเล่า ตั้งแต่เกิดขึ้นมาไปจนแก่เฒ่าและจนกระทั่งถึงแก่ความตายในที่สุด แล้วก็เกิดชีวิตขึ้นมาใหม่ แล้วก็แก้กันต่อไปไม่จบสิ้น
สำหรับภัยที่สำคัญอันจะลืมเสียไม่ได้ที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิดอยู่ภายในจิตใจอีกประการหนึ่งก็คือ ความทะยานอยากของตนเอง บุคคลทั้งหลายหนีความทะยานอยากของตนเองไม่พ้น แม้การกล่อมเกลาโดยอบรมบ่มนิสัยที่ทำกันมาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม มันก็จะลดลงไปได้บ้างเท่านั้น เพราะ"ความไม่รู้จักพอ" นี่เอง ที่ได้นำสัตว์ทั้งหลายให้เดินทางไปสู่ห้วงแห่งหายนะ
เมื่อผู้ใดได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมันแล้ว มันก็จะบังคับเคี่ยวเข็ญเอาให้ได้ดังใจ คุณธรรมความดีในตัวก็จะค่อยๆ สลายไป ก็ย่อมจะกระทำการใดๆ แม้ที่ร้ายแรงที่สุดขึ้นก็ได้ เมื่อความโลภเข้าครอบงำจิตใจเสียแล้ว เช่นปลิ้นปล้อนตลบแตลง ปล้นจี้ค้ายาเสพติดให้โทษ คดโกงประชาชน ตลอดไปจนถึงกล้าขายประเทศชาติของตนเองทั้งประเทศ
เมื่อความทะยานอยากนี้ตกอยู่กับผู้ใดแล้ว ก็ย่อมจะทำให้เกิดความเร่าร้อนทุกข์ทรมานกระสับกระส่ายทั้งกายและใจ อาจถึงแสนสาหัสก็ได้ แล้วก็จะกระจายความเร่าร้อนนี้ออกไปอย่างกว้างขวางให้กระเทือนทั่วกันไป
"ความทุกข์" คือความอดทนอยู่ไม่ได้ หรือทนได้ยาก เรื่องของความทุกข์นี้ ในพระพุทธศาสนาได้แสดงไว้เป็นอันมาก ตั้งแต่ที่หยาบๆ ไปจนถึงที่ละเอียดอ่อน ซึ่งบางอย่างถ้าไม่ได้ศึกษา หรือพิจารณาให้ดีแล้วก็จะมองไม่เห็นเลย
การที่เราต้องศึกษาเรื่องของความทุกข์มิใช่ว่าจะทำให้เราเกิดความเศร้าหมอง หรือหวั่นไหวตกใจกลัว หรือทำให้เรากลายเป็นคนเพ่งเล็งแต่ในเรื่องไม่ดี พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เพ่งเล็งแต่ในแง่ร้าย หรือเพ่งเล็งแต่ในแง่ดี หากแต่สอนให้เพ่งเล็งลงไปยังความจริง การศึกษาเรื่องความทุกข์ เป็นการศึกษาความจริงที่สำคัญที่สุด เป็นการป้องกันมิให้เกิดความประมาทแล้วหลงละเมอเพ้อฝันไปตามอารมณ์
เมื่อเข้าใจดีจริงๆ แล้วก็จะเป็นทางให้ลดความมักได้เห็นแก่ตัวลง จะทำให้การเบียดเบียนกันน้อยเข้า แล้วความสุขความสบายก็จะค่อยๆ ตามมา ตลอดไปจนถึงการชี้หนทางให้เข้าไปสู่ความจริงขั้นสุดยอด นั่นก็คือให้หลุดรอดไปจากความทุกข์ความเดือดร้อนทั้งปวงได้โดยเด็ดขาดแท้จริง เหมือนนายแพทย์ที่รักษาโรคก็จำจะต้องรู้สมุฏฐานของโรคว่า ไวรัสชนิดไหนให้ทุกข์โทษภัยอะไร จะทำลายมันได้อย่างไร โดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [17 มี.ค. 2554 , 10:40:26 น.] ( IP = 61.90.94.168 : : )
สลักธรรม 2
ความทุกข์หยาบๆ ที่เห็นได้ง่ายๆ โดยทั่วไป ก็ได้แก่ความทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งอันตนปรารถนา ทุกข์เจ็บป่วยทุพพลภาพ ทุกข์เพราะไม่มีจะกิน ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีเงินจะใช้เป็นต้น ความทุกข์เหล่านี้เกิดขึ้นครั้งหนึ่งคราวเดียว หรือเพียงชาติเดียวนี้เท่านั้น(ชาติต่อไปไม่แน่) จึงมิใช่เป็นความทุกข์ที่ใหญ่โตอะไรเลย
ความทุกข์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังจัดว่าเป็นทุกข์เล็กน้อยเท่านั้น ในสายตาของบัณฑิตผู้มีปัญญาเมื่อเปรียบเทียบกับทุกข์อันใหญ่ยิ่งคือ "การเกิด" แล้ว ก็จะผิดกันไกลลิบทีเดียว เพราะลงได้เกิดมีชีวิตขึ้นมาแล้ว จะหนีความทุกข์ไปให้พ้นก็ย่อมเป็นไปไม่ได้
ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร และเกิดอยู่ ณ ส่วนใดของโลกก็ตาม เพราะความทุกข์จะติดตามชีวิตไปไม่ลดละทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่ในน้ำ บนดิน ในอากาศ หรือในดาวพระเคราะห์ดวงใดก็ตาม ความทุกข์ก็จะติดตามชีวิตไปเหมือนเงาตามตัว โดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [17 มี.ค. 2554 , 10:43:17 น.] ( IP = 61.90.94.168 : : )
สลักธรรม 3
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามีการเกิดขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า ความทุกข์ก็จะเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนกัน ฉะนั้น การแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตจึงต้องกระทำอยู่ไม่รู้จบสิ้น อาจจะเป็นหมื่นชาติ แสนชาติ หรือนับชาติไม่ถ้วนก็ได้
เมื่อแก้ปัญหาให้แก่อารมณ์นี้แล้วก็จะต้องไปแก้ปัญหาให้แก่อารมณ์อื่น และอื่นๆ ต่อไปอีก เมื่อแก้ปัญหาให้ชาตินี้แล้วก็จะต้องแก้ปัญหาให้ในชาติหน้าต่อไป และต่อๆ ไปไม่จบสิ้น
แน่นอน การที่ต้องเกิดแล้วเกิดอีก ทุกข์แล้วทุกข์อีก ซ้ำๆ ซากๆ นี่เองเป็นความทุกข์อันใหญ่หลวง ไม่มีทุกข์ใดเทียบเท่า ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมายถึง ฉะนั้น ความทุกข์จึงเป็นปรมัตถสัจธรรม เพราะมีจริงๆ
ผู้ที่ได้ศึกษาวิชาการทางโลกมามากๆ ผู้ที่เข้าถึงความจริงในปรากฏการณ์ของธรรมชาติมาหลายๆ อย่าง แต่ไม่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาในขั้นละเอียด หรือพิจารณาปัญหาของชีวิตไม่ลึกซึ้ง มักจะมีความเห็นว่า คนเรานี้ ตายแล้วเกิดอีกไม่ได้ ชีวิตภายหลังความตายย่อมจะไม่มี แล้วถ้าผู้ใดมีความเชื่อในสิ่งเหล่านี้ (เช่นการเวียนว่ายตายเกิด) ก็ย่อมจะตกอยู่ในลักษณะที่เรียกว่า ความเพ้อฝันทั้งๆ ที่ไม่เคยได้ศึกษาในเรื่องเหล่านั้นให้ถึงแก่นแท้เลยแม้แต่สักนิด โดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [17 มี.ค. 2554 , 10:45:03 น.] ( IP = 61.90.94.168 : : )
สลักธรรม 4
ความคิดเห็นดังกล่าวนี้ เป็นความคิดเห็นที่ปราศจากข้อเท็จจริง เป็นการอนุมานเอาทั้งนั้น ไม่มีบทพิสูจน์อันใดที่จะยืนยันรับรองได้ เฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของจิตใจ ก็ไม่เคยได้ศึกษากันถึงเรื่องของจิตใจจริงๆ เลย
ด้วยเหตุนี้ จึงยังไม่มีใครอธิบายได้ว่า "จิตใจนั้นคืออะไร อยู่ที่ไหน ในขณะเห็น ได้ยิน เคลื่อนไหวอิริยาบถนั้นมันมีขบวนการทำงานกันอย่างไร และได้สัญชาตญาณต่างๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด เช่น ความรัก ความกลัว ความโกรธ ตลอดไปจนสัญชาตญาณแห่งการหลีกภัยนั้น มันแฝงตัวอยู่ ณ ที่ใด ได้รับการอบรมสั่งสอนกันมาจากใคร และโดยวิธีใด
การศึกษาพระอภิธรรมปิฎกที่ว่าเป็นปิฎกที่ประเสริฐที่สุดนั้น ก็เพราะว่าเป็นการศึกษาหาความจริงอันลึกซึ้งของชีวิต (ไม่ใช่ชีวิตตามความหมายในวิชาการทางโลก) ทั้งเป็นเรื่องของความจริงไม่มีวันกลับกลอกด้วยกาลเวลาและสถานที่ บัดนี้ก็ล่วงเลยเวลามากว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว ยังไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย เพราะเป็นปรมัตถธรรมความจริงที่แท้จริง
และเมื่อได้ศึกษาหาความจริงของชีวิตดีแล้ว ก็จะมีความสงบ มีความสุข ความเยือกเย็นใจ จะเบาสบายคลายจากความทุกข์ลงได้เป็นอันมาก ทั้งจะได้เห็นความเป็นมา และความเป็นไปของชีวิต ทั้งจะได้เห็นหนทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อให้หลุดรอดไปจากความทุกข์ได้ตลอดกาล อันเป็นหนทางที่จะทำให้ไม่ต้องมีชีวิตขึ้นมาให้ต้องแก้ไขปัญหาอีกต่อไป
เมื่อไม่มีชีวิตเสียแล้ว ความทุกข์ทั้งหลายก็จะสะดุดหยุดลงได้โดยสิ้นเชิง เมื่อไม่มีชีวิตเสียแล้ว ความทุกข์ก็ไม่ทราบว่าจะตั้งลงไปบนที่ใด จึงได้เรียกว่าเป็นความสุขอันสถาพรตลอดกาลนิรันดร
โดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [17 มี.ค. 2554 , 10:47:03 น.] ( IP = 61.90.94.168 : : )
สลักธรรม 5กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่กระตุ้นเตือนให้มีความศรัทธาในการศึกษาพระอภิธรรม เพื่อประโยชน์แท้ของชีวิต และเป็นหนทางที่จะดำเนินชีวิตได้ถูก เพื่อยุติปัญหาชีวิตอันได้แก่ความทุกข์ลงได้ในที่สุดครับผม
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [17 มี.ค. 2554 , 10:50:36 น.] ( IP = 61.90.94.168 : : )
สลักธรรม 6
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [17 มี.ค. 2554 , 16:45:33 น.] ( IP = 124.121.177.206 : : )
สลักธรรม 7![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2554 , 13:10:05 น.] ( IP = 110.168.143.156 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
การได้มีโอกาสศึกษาพระอภิธรรม ทำให้ได้รู้จักชีวิตได้อย่างถูกต้อง
และหาทางเยียวยาตนเอง เพื่อหยุดจากความเห็นผิดที่ซ้ำๆ ซากๆ มาแสนนานโดย น้องอุ๊ [18 มี.ค. 2554 , 19:45:51 น.] ( IP = 125.24.39.244 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |