| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เทวดามีลมหายใจหรือไม่ ถ้ามีเพราะอะไรพร้อมเหตุผลด้วยนะคะ
อยากให้ช่วยตอบจริงนะคะ
โดย เด็กที่มีปัญหาต้องตอบ - [22 มี.ค. 2554 , 19:15:46 น.] ( IP = 49.230.233.75 : : )
สลักธรรม 1เทวดา ซึ่งในพระพุทธศาสนาถือว่า มีอยู่ แต่อยู่คนภพภูมิของมนุษย์ มนุษย์เมื่อสิ้นลมหายใจดวงจิตจะออกจากร่าง แล้วไปจุติ(การเคลื่อนจากที่เดิม) เป็นสัตว์นรกบ้าง สัตว์เดรัชฉานบ้าง มนุษย์บ้าง เทวดาบ้าง แล้วแต่กรรมจะส่งผลกับใคร ถ้าจะถามว่าเทวดามีลมหายใจหรือไม่คนจะตอบได้จริง ๆ ก็คือพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ แต่ถ้าวิเคราะห์กันแล้วพวกเทวดา ท่านเป็นเทพ ร่างกายก็ไม่เหมือนมนุษย์(ไม่ประกอบด้วย ธาตุ4 ดิน น้ำ ลม ไฟ) ถิ่นที่อยู่ก็ไม่เหมือนมนุษย์ อิ่มทิพย์จะไปไหนมาไหนก็เหาะเอา ไม่ต้องกินอาหาร ไม่ต้องหายใจ ไม่ต้องถ่าย ไม่ต้อง ผสมพันธุ์ การดำรงชีวิตไม่เหมือนมนุษย์แน่นอน เพราะบนสวรรค์เป็นของทิพย์ทั้งหมด เรียกว่าเป็นอีกมิติหนึ่ง ต่างจากโลกมนุษย์จึงไม่จำเป็นต้องหายใจเหมือนมนุษย์
อยากบอกว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การที่เราอยากรู้ก็เป็นเรื่องดีอยู่หรอกแต่ว่า ถ้ารู้แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์ ไม่ทำให้ความดีเพิ่มขึ้น หรือความชั่วลดลง ก็ไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไมเสียเวลาเปล่า สู้เอาเวลาที่เสียไปกับเรื่องนี้ ไปสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง
ลองคิดอีกแบบหนึ่งว่า เราจะทำอย่างไรหนอจึงจะได้เป็นเทวดา แล้วเรื่องการดำรงชีวิตของเทวดาจะปรากฎกับเราเอง เพราะเราคือเทวดานั่นเองโดย sunyata54 [23 มี.ค. 2554 , 23:04:10 น.] ( IP = 125.26.252.30 : : )
สลักธรรม 2สวัสดีครับ
ที่ถามว่าเทวดามีลมหายใจไหมนั้น..ขอตอบว่ามีครับ เพราะผู้ที่ไม่ต้องหายใจแต่มีชีวิตอยู่ได้นั้นมีอยู่ครับ ได้แก่
1. ทารกที่อยู่ในครรภ์ อาศัยอุณหภูมิของมารดา และ สายสะดือคอยรับอาหาร
2. คนที่ดำน้ำลงไปชั่วขณะ โดยกลั้นหายใจเอาไว้
3. ตนสลบ
4. บุคคลที่เข้าฌาณสมาบัติ ขั้นปัญจมฌาน
5. รูปพรหม
6. อสัญญสัตตพรหม
7. อรูปพรหม
8. ผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติ
แต่เทวดาก็ต้องอาศัยลมหายใจครับ แต่ภพภูมิที่แตกต่างกันกับมนุษย์นั้น เราจะคิดว่าเหมือนเราไม่ได้ อากาศมีแน่นอน ลมหายใจมีแน่นอน แต่สภาพอากาศและลมหายใจละเอียดและปราณีตกว่าเรามากครับ
ไม่ต้องดูไปไกล พวกที่ขึ้นไปสำรวจโลกโดยไปแบบยานอวกาศ เมื่อไปแล้วสภาพอาหาร อากาศ และสิ่งแวดล้อมก็ต่างไปครับ อากาศเบามากๆจนแทบจะเสมือนไม่มีอากาศหายใจ จึงต้องใช่ออกซิเจนช่วยในการหายใจนะครับ
และเทวดาก็ยังจัดเป็นบุคคลประเภทมีขันธ์ ๕ ด้วยเช่นกันครับโดย พี่เณร [24 มี.ค. 2554 , 08:15:03 น.] ( IP = 58.9.54.119 : : )
สลักธรรม 3ขออนุญาตแจมหน่อยนะคะ
สัตว์ทั้งหลายที่มีรูปนามขันธ์๕ เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว ไม่มีดวงจิตใดจะออกจากร่าง แล้วไปจุตินะคะ
ขณะที่สิ้นชีวิตลง ก็คือจิตขึ้นมาทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายเท่านั้นคือจุติกิจ ซึ่งแปลตามศัพท์ว่าเคลื่อนไปจากภพ และเราก็บัญญัติเรียกว่า ตายค่ะ
อำนาจกรรมที่สัตว์เหล่านั้นสร้างสมไว้ เป็นตัวส่งให้มีปฏิสนธิ (เกิด)สืบต่อไปในภพน้อยใหญ่ตามแต่อำนาจกรรมนั้นๆค่ะโดย พี่ดา [24 มี.ค. 2554 , 11:02:43 น.] ( IP = 124.122.213.89 : : )
สลักธรรม 4การจะรู้เรื่องของเทวดาซึ่งอยู่คนละมิติกับเราเป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีใครรู้จริงหรอก เพียงอาศัยตำราเท่านั้นเป็นตัวอ้างอิงและคาดเดา ไม่มีเครื่องมือทางวิทยาศาตร์สามารถตรวจสอบได้ นอกจากพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ซึ่งสามารถยืนยันได้ แต่พระอริยสงฆ์ในบ้านเราถึงท่านจะรู้ก็ไม่บอกเราหรอก มันเป็นดาบสองคม ถ้าคนเชื่อก็ดีไป แต่คนไม่เชื่อละจะมองว่าท่านอวดคุณวิเศษไป หรือพูดแบบโลกว่าขี้โม้
ถ้ายังไงก็ยังอยากรู้จริง ๆ ลองปฏิบัติอย่างพระพุทธเจ้าสิ ก็จะสามารถรู้อย่างแน่นอน โดยไม่เกิดความสงสัยอีก โดยฝึกจิตวิธีใดวิธีหนึ่ง นานๆเข้าก็จะเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น หากไม่เห็นในสมาธิโดยตรง เมื่อจิตโล่งก็สามารถเข้าใจได้ด้วยจิต เรียกว่า ปฏิบัติให้มากเข้าไว้ ผลจะตามมาแน่นอนโดย vimut [24 มี.ค. 2554 , 11:14:43 น.] ( IP = 125.26.252.152 : : )
สลักธรรม 5เพิ่มเติมอีกหน่อย เมื่อจิตดับจากภพเก่า (เรียกว่าจุติจิต) ย่อมเกิดจิตดวงใหม่ขึ้นสืบกรรม (เรียกว่าปฏิสนธิจิต) ซึ่งก็ได้ภาชนะรองรับจิตวิญญาณเป็นครรภ์มนุษย์นั่นเอง
โดย vimut [24 มี.ค. 2554 , 15:07:54 น.] ( IP = 182.52.133.82 : : )
สลักธรรม 6ที่ว่าจุติจิตเกิดขึ้นแล้วนั้นดับลง..คุณใช้คำว่าจิตดวงใหม่นั้น ก็ไม่ผิดนะครับ แต่ปฏิสนธิจิตที่เกิดขึ้นนั้น ได้เหตุปัจจัยมาจากจุติจิตครับ หรือจะทำความเข้าใจง่ายๆก็คืออำนาจกรรมอารมณ์...กรรมนิมิตอารมณ์...หรือคตินิมิตอารมณ์ ในมรณาสันนกาลมีอำนาจนำปฏิสนธิ ตามอำนาจกรรมที่มีปรากฏนั้นๆ
ถ้ามรณาสันนกาลได้อารมณ์เป็นกุศล ก็จะปฏิสนธิในสุคติภูมิ แต่ถ้าเป็นอกุศลอารมณ์ ก็จะนำปฏิสนธิในทุคติภูมิครับ ทุกอย่างล้วนได้เหตุปัจจัยมาทั้งสิ้น
และเรื่องการเกิดนั้นก็มีแหล่งกำเนิด ๔ คือเกิดในครรภ์มารดา (ชลาพุชะ) ๑ เกิดในฟองไข่ ๑ (อัณฑะชะ) ๑ เกิดในของโสโครก (สังเสทชะ) ๑ และโอปปะปาติกะกำเนิดอีก ๑ ครับ ...ทั้ง ๔ แหล่งกำเนิดนี้เป็นที่โคจรไปของสัตวโลกที่ยังไม่หมดกิเลสครับผม.โดย พี่เณร [24 มี.ค. 2554 , 16:20:47 น.] ( IP = 58.9.54.119 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |