มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ใจเราร่มเย็นเป็นพอ




ชีวิตที่เต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เราปฏิเสธไม่ได้และไม่สามารถทำตามใจตนเองได้นั้น แน่นอนย่อมนำมาซึ่งความอึดอัดใจบ้างในบางครั้ง หรืออาจจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างใจกับใจเข้าได้ ด้วยเพราะเขากับเราต่างจิตต่างใจกันนั่นเอง

แต่ใช่ว่าทุกปัญหาไม่มีทางออก ยิ่งถ้าเรามองถูกเห็นถูกและไม่ยอมที่จะผูกมัดตนเองไว้กับผู้อื่น โดยเพียงแค่หวังให้เขายอมรับและชื่นชมเรา เยินยอยกย่องเรา ก็จะง่ายต่อการปลีกใจและแยกตัวออกมาจากปัญหาได้ง่ายขึ้น

แต่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะเดินออก จากลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุขที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้ และยอมตกอยู่ในสภาพอึดอัดฝืนใจ ทั้งๆที่รู้ว่าตนเองลำบากใจ ทั้งยังต้องอดทนทุกอย่างเพื่อถนอมน้ำใจกันและกันไว้ ทั้งๆที่จริงแล้ว โลกียสุขเหล่านั้นเป็นเสมือนน้ำตาลที่เคลือบความขมไว้เท่านั้นเอง เมื่อละลายลงเมื่อใดความขมก็จะปรากฏรสชาติที่ไม่มีใครชอบเลย

โดย บุษกร เมธางกูร [25 มี.ค. 2554 , 08:13:38 น.] ( IP = 58.11.9.103 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

“ หวานเป็นลม ขมเป็นยา “ คำเตือนของคนโบราณนั้นย่อมชี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ความหวานใดๆก็เพียงแค่ผ่านมาชั่วคราวแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น แต่ถ้าเป็นความขมนั้นเป็นเสมือนตัวยาที่สามารถบำบัดโรคได้เช่น ร้อนในกระหายน้ำ แผลในปากและอีกหลายๆโรค ซึ่งล้วนแต่เป็นโรคภายในทั้งสิ้น ต้องอาศัยการดื่มทานเข้าไปเพื่อรักษานั่นเอง ปุถุชนทั้งหลายก็เช่นกัน ย่อมได้รับทั้งคำชม และคำติ ทั้งคำชมและคำติก็เป็นเพียงแค่ลมปากที่อาจออกมาจากคนที่รักเราก็ได้ชังเราก็ได้ แต่เมื่อใดเราเอาคำติมาเป็นเรื่องและเก็บกักในใจเราแล้ว ความร้อนในร้อนใจ ก็เพิ่มอุณหภูมิขึ้นได้

หยุดคิดและมองสายลมแห่งวาจานั้นด้วยสติปัญญา มองให้รอบคอบ อย่างผู้รอบรู้ในกรรมและวิบากกันเถิด ถ้าเราทำดีแล้วความดีนั้นเองจะให้ผลดีกับเราแน่นอน ซึ่งเสมือนกรรมดีได้สรรเสริญเราอย่างแน่ๆ เช่นกันถ้าเราใช้ชีวิตไปด้วยความประมาทขาดกุศลจิต ไร้สติขาดปัญญาในการกระทำงานชีวิตแล้ว วิบากอกุศลที่จะมีนั้นก็ไม่ต่างจากคำติที่ให้ผลเราเพียงลำพังคนเดียวจริงๆ

ชีวิตเราท่านต่างเดินทางมานานแล้ว สุขทุกข์เผชิญกันมามากมายแล้ว จะรอสุขจากใครไปทำไม รอทำไมกับการสรรเสริญจากผู้อื่น สู้มาตั้งใจสร้างสุขหนีทุกข์ให้กับตนเองด้วยการเดินทางชีวิตในเส้นทางบุญอย่างมีปัญญาจะดีกว่ามากมาย เพราะใจเราร่มเย็นด้วยการทำดีเท่านั้นเป็นพอแล้ว

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร.

โดย บุษกร เมธางกูร [25 มี.ค. 2554 , 08:24:13 น.] ( IP = 58.11.9.103 : : )


  สลักธรรม 2

โดย น้องกิ๊ฟ [25 มี.ค. 2554 , 09:56:40 น.] ( IP = 180.180.10.114 : : )


  สลักธรรม 3

เห็นด้วยค่ะ จะรอสุขจากใครทำไม อยู่ที่เรา ดับที่เรา ปล่อยให้ได้ ที่พูดๆว่า ปล่อยวางไปแล้ว แต่ไปวางในใจ มันจึงทุกข์อยู่

โดย พี่เงี้ยว [25 มี.ค. 2554 , 10:20:26 น.] ( IP = 110.168.98.155 : : )


  สลักธรรม 4


หยุดคิดและมองสายลมแห่งวาจานั้นด้วยสติปัญญา

กราบขอบพระคุณมากค่ะที่ให้ข้อคิดที่ดีๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เหลือ

โดย พี่ดา [25 มี.ค. 2554 , 10:21:21 น.] ( IP = 124.121.173.103 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณอาจารย์ขอรับ ที่ได้ให้ข้อคิดดีๆ ซาโยก็ต้องการมีใจร่มๆเย็นๆ เหมือนกันขอรับ จะเก็บคำสอนของอาจารย์ไว้เตือนใจขอรับ

โดย ซาโย [25 มี.ค. 2554 , 19:55:55 น.] ( IP = 202.28.179.5 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org