| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ธรรมนคร (๕)
![]()
![]()
ธรรมนคร (๕)
ธรรมบรรยายจากศาลาเสือพิทักษ์ โดย หลวงพ่อเสือ
ธรรมนคร (๔)
ในเรื่องของวิปัสสนากัมมัฏฐานท่านจะกล่าวหมวดที่ ๓ ว่า อนิจฺจานุปัสฺสนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนฺตฺตานุปสฺสนา เจติ ติสโส อนุปสฺสนา ท่านกล่าวว่า อนุสฺปสฺสนา คือ การตามเห็นพระไตรลักษณ์ ๓ อย่าง ผู้ปฏิบัติ โยคาวจรจะตามเห็นพระไตรลักษณ์ ๓ อย่าง แต่อย่างใดอย่างหนึ่งได้
อนิจจานุปัสฺสนา คือ ผู้ปฏิบัติที่กำหนด กาย เวทนา จิต และธรรม ก็ตามพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงอยู่เนืองๆ ความรู้สึกในความไม่เที่ยงนั้น เราบอกไม่ได้ เพราะความไม่เที่ยงเป็นนามธรรม อาการเป็นนามธรรม แต่คำพูดและเขียนเป็นบัญญัติธรรม
ความไม่เที่ยงเป็นความรู้สึกเฉพาะตน คำว่า อนิจฺจํ เป็นคำสามัญ แต่เหตุการณ์เป็นวิสามัญ เหตุการณ์เฉพาะตน อารมณ์ของตน เคยฝึกฝนในอดีตมา เช่น ธงไตรรงค์ มี ๓ สี มีผู้ชอบสีแดง สีขาว สีน้ำเงิน ฉะนั้น ๓ สี ของไตรรงค์นี้แยกจากกันได้ไหม ไม่ได้ แต่ความชอบ ๑ ใน ๓ คือ ความสันทัดจะปรากฏขึ้นมา เช่น เราชินกับคำว่า อนิจฺจํ ปรากฏลักษณะ เช่น ของหัก
เช่นรูปปั้นหลวงพ่อศีรษะหัก แต่คนนี้บอกมันเป็น อนิจจัง แต่อีกคนบอกเป็น ทุกขัง อีกคนบอก โถ! มันเป็น อนัตตา นี่เป็นลักษณะนี้
ไม่ใช่ อนิจจัง เป็นเหมือนกัน ทุกขัง เป็นอย่างหนึ่ง อนัตตา เป็นอย่างหนึ่ง เพราะอนิจจัง ไม่ใช่ฆ้อง อนัตตา ไม่ใช่ขลุ่ย และทุกขัง ไม่ใช่เรือ มันจะได้เป็นแบบนั้นเหมือนกันหมด แต่นี่เป็นอารมณ์เฉพาะตน เขาเรียก ปจฺจตฺตํ ฉะนั้น ลักษณะบุคลิก หรือ ความชอบ หรือสัญลักษณ์ ของคนมาให้เหมือนกันไม่ได้ ฝาแฝดจริงๆจึงไม่มีในโลกนี้
โดย ศาลาธรรม [1 เม.ย. 2554 , 10:05:01 น.] ( IP = 125.25.120.22 : : )
สลักธรรม 1![]()
![]()
ฉะนั้น ธงชาติ ที่เย็บขึ้นไป ๓ สี สไตล์ ๓ สไตล์ Step ๓ Step คนมีสติ ๓ แบบ ระลึกได้ในสีอะไร หรืออย่างของหัก บางคนก็ของมันหักเพราะมันเป็นอนิจจัง ของมันหักเพราะมันเป็นทุกขัง ของมันหักเพราะมันเป็นอนัตตา
ขณะดูของที่พ่อหัก หรือขณะดูของที่หมออุ๊หัก ความรู้สึกที่ดูต่างกันไหม อารมณ์ของแต่ละคนเป็นเฉพาะตน แยกได้ไหม ฉะนั้น เราจะบอกว่า ลักษณะนี้ต้องอนิจจัง ลักษณะนี้ต้องทุกขัง ลักษณะนี้ต้องอนัตตา จึงไม่ใช่ แต่เป็นทั้ง ๓ แต่อย่างใดอย่างหนึ่งเฉพาะตน
อนิจฺจํ ทุกขํ อนตฺตา เป็นความรู้สึก ลักษณะของ อนิจจํ ทุกขํ อนตฺตา เมื่อพูดโดยแต่ละอารมณ์ก็ปรากฏได้อย่างผู้ที่ตามรู้อนิจจานุปสฺสนา คือ ผู้นั้นพิจารณา เห็นอย่างนี้ แต่มันจะเกิดความเป็น อนิจฺจํ ตัดสินไม่เที่ยง ตัดสินไม่เที่ยง, ตัดสินเป็นทุกข์ ตัดสินเป็นอนัตตา อะไรก็อันนั้นขึ้นมาสม่ำเสมอ มันจะซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น เพราะจิตมันทำอยู่เป็นอาจิณ อย่าลืมนะ จิตทำอะไร เรียก อาจิณกรรม หรือ ได้จาก อาเสวนปัจจัยหรือปกตูนิสสยปัจจัย
ถ้าเพื่อว่าโดยลักษณะที่ ๓ แล้ว อนิจจานุปัสสนา คือ การตามเห็นความประจักษ์ ผู้จะพ้นทุกข์ต้องเห็นพระไตรลักษณ์ คือ สัมมสนญาณขึ้นไป ต้องมีญาณที่ ๓ เริ่มต้น เพราะญาณที่ ๓ เป็นญาณที่เปิดเผย อนิจจํ ทุกฺขํ อนตฺตา แบบอ่อนๆ ให้เห็น สมมติว่าสัมมสนญาณเห็นอนิจจัง ต่อไปญาณที่ ๙ ก็อาศัย อนิจฺจํ ไม่ใช่เห็น อนิจฺจํ แล้วไปอาศัย อนตฺตา เหมือนกันจะลงเรือแล้วจะขึ้นรถไม่ได้ จะขึ้นรถก็ต้องขึ้นรถตลอด กลับไปทางรถก็ต้องไปทางรถ เส้นนี้หมือนกัน เขาจะเป็นไปอย่างนี้
โดย ศาลาธรรม [1 เม.ย. 2554 , 10:05:45 น.] ( IP = 125.25.120.22 : : )
สลักธรรม 2![]()
![]()
อนิจจานุปัสสนา เกิดความพิจารณาก็จะตามเห็นความไม่เที่ยงอยู่เนืองๆ
ทุกขานุปัสสนา ก็จะตามเห็นความทุกข์อยู่เนืองๆ
อนัตตานุปัสสนา ก็จะตามเห็นความเป็นอนัตตาอยู่เป็นเนืองๆ
นี่คือลักษณะ ๓ แต่เครื่องปิดบังทั้ง ๓ อย่างเหมือนกัน
ทำไมเราทุกคนไม่เห็น อนิจจัง ทำไมเราทุกคนไม่เห็น ทุกขัง ทำไมเราทุกคนไม่เห็น อนัตตา เปิดเผยออกมาอย่างแจ่มแจ้ง?
โดย ศาลาธรรม [1 เม.ย. 2554 , 10:06:06 น.] ( IP = 125.25.120.22 : : )
สลักธรรม 3
![]()
![]()
เราไม่เห็น อนิจจัง เพราะสันตติปิดบังอนิจจัง อนิจจัง แปลว่า ความไม่เที่ยง ไฟดวงนี้ติดอยู่ไหม? ติดอยู่ ขอโทษนะให้รู้ตัวเองวันนี้เลยว่า เรารู้ไม่จริง ไฟไม่ได้ติดอยู่ เพราะ เอดิสันบอกไว้แล้วว่า ไฟมีการสป๊าคกัน มีขั้วบวก มีนิวตรอนวิ่ง มีโปรตรอน อิเลคตรอน มีการเกิด ดับ เร็วมาก แต่เราไม่เห็นด้วยตาเนื้อของเรา เราจึงหลงฟั่นเฟือนไปตามอาการว่าไฟติดอยู่ แท้จริงมีการเกิด ดับ แต่เกิดขึ้นแทนความดับเร็วมาก
หรือ เส้นตรงเส้นหนึ่งมีขึ้นได้ มาจากจุดไข่ปลาเล็กๆ ที่ขีดด้วยความไว ก่อนนั้นเราจะเรียน ก ไก่ เราต้องลากทีละจุด ยาวนิดหนึ่งเบี้ยวแล้ว เส้นตรงเกิดจากจุดไข่ปลา เรขาคณิต ฉะนั้น คณิตต่างๆ ศาสตร์ต่างๆ บรรจุสังเคราะห์ แล้วพุทธศาสตร์ทั้งนั้นเลย ฉะนั้น เส้นรงก็มาจากจุดไข่ปลา มาจากน้อยไปหามาก แต่มันขีดอาศัยความไวของจิต ความสันทัดที่มีมากขึ้น ฉะนั้น ไฟไม่ได้ติดอยู่
พัดลมมี ๓ ใบพัด แต่พอเราเปิดขึ้นก็กลายเป็นรูปวงกลม วงกลมเกิดขึ้นจากการเหวี่ยงของใบที่มันกลับมาถึงที่จึงเกิดเป็นวงกลมขึ้นมา มันเร็วมาก ใช้ความไว หรือ ถ้าเผื่อเราเอาธูปมาจุด แล้วไปหมุนกลางคืนจะเห็นว่าธูปกลม แท้มันกลับมาถึงที่นี้และจากที่นี่ไปแล้วกลับมาถึงที่นี่เร็วมาก เช่นเดียวกันจึงหลงว่าติดอยู่
ทำไมเราไม่เห็นความขาดจากกัน เพราะสันตติ คำว่า สันตติ คือ การเกิดขึ้นแทนการดับ เหมือนขั้วบวก ขั้วลบ แล้วดับ สันตติ แปลว่า การเกิดสืบต่อของรูปนั้นนามนั้น เราคิดว่าเรานั่งอยู่ตลอดเวลา แท้จริงมันมีรูปเก่าเสื่อม รูปดับ นามดับ สารพัด นี่แหละ สันตติปิดบังอนิจจัง
โดย ศาลาธรรม [1 เม.ย. 2554 , 10:06:24 น.] ( IP = 125.25.120.22 : : )
สลักธรรม 4![]()
![]()
เราไม่เห็นทุกขัง เพราะอิริยาบถปิดบังทุกขัง เช่น นิ่งนานๆ เมื่อยไหม? เมื่อย แล้วเราก็พลิก แต่เราไม่เคยสังเกตว่า ทำไมเราต้องพลิก เราไม่เคยบอกตัวเองเลยว่า มันปวด มันเมื่อย เราก็พลิกโดยอัตโนมัติ โดยความเคยชิน โดยความสันทัด พอพลิกแล้วหายเมื่อย พอหายสักประเดี๋ยว นั่งอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว เมื่อยอีกแล้วเราก็ขยับ แต่เราไม่เคยดูว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
นั่งอยู่นานๆ ไม่ได้ อนิจจัง มันปรากฏ ทุกข์มันปรากฏ อนัตตา มันปรากฏได้ ฉะนั้น อิริยาบถปิดบังทุกข์ เพราะ เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถพอเมื่อยแล้วนะ เปลี่ยนแล้วหายเมื่อย...เป็นสุข มันไม่ปิดบังทุกข์แล้ว สุขแล้วและสุขนี้ก็คือ สุขโขวิเวโก สุขแบบขี้กลาก ไม่ใช่สุขแท้ สุขแบบขอไปที เดี๋ยวนั่งท่านี้อีก ก็เมื่อยอีกแหละ ฉะนั้น อิริยาบถปิดบังทุกข์
โดย ศาลาธรรม [1 เม.ย. 2554 , 10:06:47 น.] ( IP = 125.25.120.22 : : )
สลักธรรม 5![]()
![]()
สุดท้าย ทำไมเราไม่เห็น อนัตตา คือ ความไม่ใช่ตัวตน เช่น เส้นผมเมื่ออยู่บนศีรษะเราเราก็หวงนักหวงหนา พอหวีแล้วผมร่วงก็เบื่อต้องเปลี่ยนยาสระผม ผมไม่นิ่มต้องใส่ครีมนวด แต่ตอนที่ช่างตัดผมตัดแล้วร่วงไป เขาเหยียบก็ไม่เห็นว่าอะไรเขาเลย เพราะว่ามันออกจากตัวเราไปแล้ว มันไม่ใช่ของเราแล้ว แต่เมื่อมันอยู่บนศีรษะเรา เราก็ยึดว่าเป็นเรา ผมที่มันตกลงไป เป็นคนไหม? ไม่ใช่
นี่อะไร? นิ้ว ภาษาอังกฤษ เรียกว่า finger นี่มือ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า hand นี่แขน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า arm ฉะนั้น ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมันมาประกอบกัน ประชุมกัน เช่น มือต้องมีนิ้ว และมีช่องว่าง ถ้าเผื่อมือไม่มีช่องว่างระหว่างนิ้ว มันจะเป็นมือไหม มันจะเป็นนิ้วไหม? ไม่เป็น มันก็ติดกันเป็นพืดเป็นตีนเป็ดไปแล้ว แต่ที่นี้มันมีช่องว่างระหว่างนิ้วโป้ง ชี้ กลาง นาง ก้อย มันจึงเป็นนิ้วขึ้นมา
แล้วถ้ากำมือก็จะเป็นนิ้วไม่ได้แล้วเพราะมันเป็นกำสวม เห็นไหมว่า เราใช้ชื่อเป็นสมมติขึ้นมาฉะนั้น นิ้วไม่ใช่มือ มือไม่ใช่แขน แขนไม่ใช่คาง คางไม่ใช่ผม ผมก็ไม่ใช่นิ้ว แต่เอามารวมกันแล้วอยู่ในลักษณะที่ทรงสภาพอยู่ด้วยมี ชีวิต มีไออุ่นต่างๆ แล้วก็มีวิญญานจึงเรียกว่าชีวิต แล้วก็มีอิตถีภาว ปุริสภาว บ่งบอกว่าเป็นเพศหญิงเพศชาย รูปนั่ง รูปเดิน รูปนอน แต่ถ้าขาเราขาดแล้วกระเด็นไปโน่น จนเริ่มเน่าแล้วน่ะ เราจะเอามันมาเป็นของเราไหม? ไม่
ฉะนั้น รูปกายนี้ มันประกอบไปด้วย ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ปถวี อาโป เตโช วาโย วัณระ คันธะ รสะ โอชะ วิการรูป ๓ สัททรูป ๑ เอกันตกัมมชรูป เอกันตจิตตชรูป แล้วเป็นคนที่ไหนล่ะ แต่มันประชุมกันระหว่างธาตุ การประชุมกันระหว่างธาตุต่างๆ เรียกว่า ฆนสัญญา จึงไม่เห็นอนัตตา หลงว่าเป็นอัตตา เป็นตัวตนขึ้นมา เราเป็นของเราขึ้นมา นี่แหละจึงต้องมีปัญญา อนิจฺจานุปัสสฺนา ทุกฺขานุปสฺสนา อนัตตานุปสฺสนา เจติ อนุปสฺสนา เข้าไปพิสูจน์
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [1 เม.ย. 2554 , 10:07:39 น.] ( IP = 125.25.120.22 : : )
สลักธรรม 6
วิปัสสนากรรมฐานเท่านั้นที่จะพาไปสู่ธรรมนครได้ดังใจหวัง
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [1 เม.ย. 2554 , 10:58:55 น.] ( IP = 124.121.172.165 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |