| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ภัยพิบัติที่แท้จริง (๒)
![]()
ภัยพิบัติที่แท้จริง (๒)
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
บรรยายเมื่อ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๔
ตอนแรก (๑)
ในเรื่องปัจจัยนี้จะบอกอย่างยละเอียดยิบว่า จิตที่เกิดขึ้นดวงหนึ่งแล้วก็ดับ ก่อนที่จะมีจิตอีกดวงหนึ่งนี้เกิดขึ้นมารับช่วงต่อนี่ จิตดวงเก่าต้องปราศจากไปเสียก่อน ไม่มีเหลืออยู่ตรงนั้น จิตเกิดดับ.. แล้วก็ยังมีเกิดขึ้นรู้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา..ตรงนี้ก็คือ ผู้รู้ ในอุททยัพยญาณนั้นผู้รู้ยังรู้อยู่ รูปดับ นามดับ มันมีนามเข้ามารู้รูป ว่ารูปดับ ผู้ปฏิบัติเห็นนามดับ คือมีนามรู้เกิดขึ้นมาแทน ซึ่งมีปัจจัยที่เรียนแล้วต้องรู้ว่า รูปนี้หรือนามนี้ต้องปราศจากไป ไม่เหลือเลย จึงจะมีจิตใหม่เกิดขึ้นมาได้
ผู้เห็นนั้น ก็จะเห็นแต่ความเป็นไปและความว่างเปล่า เรียกว่าเห็นถึงความสูญ ซึ่งผู้ที่เห็นตรงนี้เขาเรียกว่าเห็นถึงความสูญญัง หรือ สูญญตา คือไม่มีอะไร มีแต่ความว่างเปล่า คือนามและรูปนั้นเข้าไปเห็นในปัจจัยที่ว่า จิตนี่เกิดขึ้น จิตนี้ต้องปราศจากไป เห็นความว่างเปล่าก่อนที่จะสืบเนื่อง จิตนี้ต้องปราศจากไป ผู้รู้ดับด้วย ตรงนั้นท่านเรียกว่าสภาพสูญญัง ในภังคญาณนี่แหละ จึงจะเกิดอันนี้ว่างเปล่า ว่างเปล่าจากรูปและนาม เพราะได้ปัจจัยมาจากอุททยัพพยญาณว่า นามและรูปดับ และผู้รู้ดับด้วย
แต่ในภังคญาณนี้จะรู้อย่างแรงเลยว่า ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ดับแม้จะรวดเร็วเพียงใดก็ตาม แล้วก็เห็นช่องว่าง คือช่องว่างของความไม่มีอะไรเลยให้จับต้อง ตรงนั้นแหละผู้ปฏิบัติจะคลายจากความกำหนัด เพราะอย่างเราก็ยังกำหนัดรูปกำหนัดนาม และเรายังกำหนัดมากด้วย เพราะยังอยากได้รูปนาม
แม้กระทั่งไปปฏิบัติวิปัสสนาเราอยากได้รูปนาม นี่คือความกำหนัดในรูปนาม พอเราไม่เห็นรูปนาม เราก็เป็นทุกข์ว่า ไม่เห็นได้รูปได้นามเลย แต่ในญาณนี้รูปนามในผู้ปฏิบัติล้วนดับๆๆๆๆๆ แล้วก็เห็นด้วยตาคือปัญญาที่ไวเหลือเกินตามเหตุและปัจจัย
ทำไมเห็นตามเหตุและปัจจัย? เหตุก็คือปฏิบัติวิปัสสนา ปัจจัยได้มาจากปัจจยปริคหญาณ ที่เกื้อหนุนมาจนถึงอุทยัพพญาณ แล้วถึงภังคญาณ ตรงนี้แหละจึงไม่เหลืออะไรให้เราเป็นผู้ที่ยินดีและต้องการ ตรงนี้จึงเป็นที่ปราศจาก อภิฌชาและโทมนัส อย่างจริงจัง
โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [16 เม.ย. 2554 , 09:05:48 น.] ( IP = 115.87.171.72 : : )
สลักธรรม 1
ทุกวันนี้ในขณะปฏิบัติเราลองสังเกตตัวเองดูนะว่า ถ้าเราอยากกิน.. แต่มีตัวห้าม คือ ปฏิบัติอยากไม่ได้ อย่าอยากไป อย่าอยากลุก นี่คือเราเป็นคนบอกให้เรา ไม่อยาก แต่ในภังคญาณนี่จิตไม่อยากเอง ฉะนั้น มาถึงตรงนี้แล้วก็คือเป็นเรื่องของการปฏิบัติที่แจ้งแก่ใจแล้ว สลดจิต ในภังคญาณ และเมื่อถึงภังคญาณ ภยญาณ อาทีนวญาณ มุญยจิตตุกัมมตาญาณ ก็จะแล่นเรื่อยไป จนกระทั่งมรรคจิตเกิดขึ้น นั่นก็คือ เปลี่ยนวิถีชีวิต เป็นพระโสดาซึ่ง ไม่คิดกลับคืน
ฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คือต้องทำให้แจ้งแก่ใจและสลดจิตด้วยพลังของสติและปัญญา ส่วนการเปลี่ยนวิถีชีวิคและไม่คิดกลับคืนนั้นเป็นรื่องของผลแห่งพลังของสติและปัญญา ที่เรามาเรียนกันก็เพื่อให้เข้าใจเรื่องชีวิต เพราะทุกวันนี้เราไม่เข้าใจชีวิต เราจึงกลัวเรื่องโลกแตก น้ำท่วม หรือภัยพิบัติต่างๆ ทั้งๆ ที่เราก็รู้อยู่ว่าโลกนี้ชรามากแล้ว
ความหายนะไม่ได้อยู่ที่โลก แต่อยู่ที่เรา เรามีความหายนะเพราะเรามีเกิด เพราะความเกิดเป็นบ่อเกิดของความฉิบหาย ความเกิดนี่แหละเป็นที่ตั้งของความทุกข์ประจำ ๓ อย่างที่ทุกคนต้องเจอ แล้วก็ทุกข์จรอีก ๘ อย่างที่ได้รับไม่เท่ากัน เพราะเนื่องจากกิเลสของแต่ละคนที่ได้ทำบาปกรรมไว้ในอดีตให้ส่งผลมา บางคนเกิดมาไม่เคยพบความผิดหวังเลย บางคนเกิดมาก็ไม่รู้จักกับคำว่า จน หรือลำบาก เป็นต้น
การศึกษาพระอภิธรรมจึงทำให้เราเข้าใจว่าชีวิตที่เกิดขึ้นมาของเราเป็นอย่างไร เพราะพระพุทธเจ้าทรงมีสัพพัญญุตาญาณที่สามารถบอกเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตได้อย่างละเอียดลออ ถ้าไม่มีพระองค์ เราก็ยังวิปลาสหรือภาษาไทยแปลว่า โง่ อยู่อย่างนั้น
โดย น้องกิ๊ฟ [16 เม.ย. 2554 , 09:06:35 น.] ( IP = 115.87.171.72 : : )
สลักธรรม 2
พระพุทธเจ้าทรงทำให้เราได้เข้าใจว่า การเห็นแต่ละครั้งนี่ไม่ใช่ตาเห็น ต้องมีประสาทตาดี อย่างคนตาบอดก็มีตาแต่ทำไมเขาไม่เห็นเพราะเขาไม่มีประสาทตาที่ดี ต้องมีแสงสว่าง ต้องมีรูปารมณ์ มีมนสิการ นี่คือเหตุ ๔ อย่าง และยังมีปัจจัยสนับสนุนอีก ๗๓ ปัจจัย ฉะนั้น การที่เรามาเรียนเก็คือเอาตัวเองกระจายออกมาชีวิต
อย่างที่บอกแล้วว่า เรียนเรื่องจิต... จิตเหมือนบ้านที่มีแบบแปลนมาก ถ้าเราจองแบบโลภะก็จะได้บ้านสวยหรูแบบเปรต ถ้าจองแบบโทสะก็ไปนรก หรือจองด้วยโมหะ ที่เราไปปฏิสนธินั้นก็คือ อบายภูมิ เราไม่พูดถึงตัวว่าชื่ออะไรนะ ก็คือโมหะที่เกิดร่วมกับพวกนี้ ในอกุศล ๑๒ โมหะ เห่าบ้างเลื้อยบ้าง แต่ถ้าเผื่อเราจับจองอยู่บ้านหลังนี้คือมหากุศลจิต เราก็จะได้สุคติภูมิ นี่คือเรื่องจิต
เมื่อรวมจิตแล้วไม่ว่าจะมากมายอย่างไร ก็เกิดขึ้นทีละหนึ่งเท่านั้น เราเรียกพ่อกับแม่พร้อมกันไม่ได้ จะหัวเราะพร้อมร้องไห้ในอาการเดียวกันก็ไม่ได้ จิตโลภก็เกิดพร้อมจิตโกรธไม่ได้ จิตโกรธก็เกิดพร้อมจิตโลภไม่ได้ จิตจะมีมากมายอย่างไรก็เกิดขึ้นทีละหนึ่งเท่านั้น
ส่วนคนในบ้านคือเจตสิกทั้ง ๕๒ ดวง ซึ่งแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน ลักษณะไม่เหมือนกัน แต่เวลามาก็ไม่ได้มาทีละหนึ่งแต่มาเป็นทีม เช่น โลภะมูลจิตดวงแรกคือบ้านโลภนี้ก็มีผู้อยู่อาศัยถึง ๑๙ คน ประกอบไปด้วยผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ วิตก วิโมกข์ วิริยะ ปิติ ฉันทะ โมหะ อหิริกะ อโนตัปปะ อุททัจจะ โลภะ ทิฏฐิ หรือโลภะ มานะ ฉะนั้น ที่เรามาเรียนว่า สภาพจิตเรานี่ในแต่ละครั้งๆ ประกอบไปด้วยเจตสิกอะไร เพื่อที่เรารู้จักคนในบ้านนั่นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขออนุโมทนากับน้องฟูและน้องนวลผู้ถอดเทป
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [16 เม.ย. 2554 , 09:06:57 น.] ( IP = 115.87.171.72 : : )
สลักธรรม 3อ่านตอนนี้เห็นทีจะต้องเร่ง
โดยมองเพ่งนามรูปอย่างถ้วนถี่
สติมาปัญญามากก็ได้ที่
รู้ถ้วนถี่ในชีวิตไม่ติดตรม
เห็นถึงความเกิดดับสลับเรื่อย
ไม่ปล่อยให้จิตเฉื่อยเร่งรีบหา
ทางพ้นทุกข์จากโมหะอวิชชา
ชีวิตจะมีค่าพ้นทุกข์ภัย
ขอบพระคุณมากนะครับน้องกิ้ฟ จะตามอ่านตอนต่อไปครับ.โดย พี่เณร [17 เม.ย. 2554 , 16:04:45 น.] ( IP = 115.87.166.49 : : )
สลักธรรม 4
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [22 เม.ย. 2554 , 15:06:44 น.] ( IP = 115.87.186.216 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |