มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มรรคาแห่งสันติสุข






มรรคาแห่งสันติสุข

วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ตอนที่ ๑


ทำความเข้าใจก่อนเริ่มปฏิบัติ

สวัสดีท่านสาธุชนผู้ใคร่ในธรรม และมีความเจริญส่งผลให้ท่านมาถึงที่นี่ นั่งกระจายๆ ได้ครับตามความสะดวก ผมจะขออบรมวิปัสสนากรรมฐานโดยตรงเพื่อจะได้ยังประโยชน์ อันแท้จริงให้ท่านได้ทราบ

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น เป็นหนทางเดินสู่ทางพ้นทุกข์โดยแท้จริง และทำให้เกิดความมั่นคงในชีวิตอันสถาพรด้วยการเข้าใจในเรื่องความเป็นจริง

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เราปฏิบัติไปเพื่ออะไรครับ?

ก่อนอื่นที่เราจะต้องมีความเข้าใจอย่างมาก คือ การปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติอะไรก็แล้วแต่ เช่น ปฏิบัติราชการ ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นครู เราก็ต้องรู้ว่าในจุดมุ่งหมายของงานนั้น เน้นหนักไปในการกระทำอะไรเป็นสิ่งสำคัญ

เช่นเดียวกันครับ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชีวิต เพราะว่าชีวิตของแต่ละบุคคลเกิดมาแล้วก็จะต้องมีความทุกข์ ความบ่นเพ้อรำพันตัดอาลัยไม่ขาด ปรารถนาสิ่งใดไม่สมความปรารถนา มีความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ มีการเกิด มีการแก่ มีการตายเป็นองค์ธรรมดาแล้ว

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2554 , 12:47:23 น.] ( IP = 125.25.124.117 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1





นอกจากนั้น ในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งเรามีการกระทำจำเจอยู่กับสิ่งที่ไร้สาระ ไร้แก่นสาร โดยที่เราไม่เคยตรวจสอบเลยว่า สภาพแห่งความจริงในชีวิตนั้นมีอะไรบ้าง

ฉะนั้น หลักของพระพุทธศาสนาว่าด้วยเรื่องพระอภิธรรมปิฎกจะทำให้เรามีความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตของเรา เพราะว่าชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ถ้าผู้ใดปล่อยชีวิตให้พลาดถลำตกอยู่ในความประมาท ก็จะไม่พบความจริงของชีวิตเลย

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานก็เพื่อจะคลี่ลายความจริงมุมอันยังไม่เด่นชัด แง่อันซ่อนเร้น และประเด็นอันสำคัญออกมาให้เราเข้าใจว่า ภายใต้ชีวิตของแต่ละบุคคลนั้น มีความเสมอเหมือนกันหมดและยังมีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่สามารถบังคับบัญชาได้

ในการปฏิบัตินั้นเป็นการปฏิบัติเพื่อขัดเกลากิเลสตัณหา ทำไมจึงต้องขัดเกลากิเลสตัณหา?

เพราะกิเลสคือโรคร้ายทางใจซึ่งทำให้เกิดความหดหู่ เศร้าหมอง บ่นเพ้อรำพัน พลัดพราก แล้วก็ไม่สมความปรารถนา นั่นคือเรื่องของกิเลส

ส่วนตัณหา คือเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นตัณหาจึงเป็นมูลรากเง่าอันสำคัญที่เราจะต้องขุดรากถอนโคนออกให้ได้ เพราะว่า ผู้ใดก็แล้วแต่ยังไม่หมดจดจากการกระทำเนื่องด้วยตัณหาก็ยังไม่สิ้นสุดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2554 , 12:48:29 น.] ( IP = 125.25.124.117 : : )


  สลักธรรม 2





ฉะนั้นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงเป็นไปเพื่อคลายความกำหนัดโดยตรง ไม่ยินดี ไม่ติดใจในสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นของจอมปลอมและวิปริตผันแปรจากสภาพความเป็นจริง

เรามาดูว่า วิปัสสนากรรมฐานจะทำลายอะไรออกไปในความหลงผิดได้บ้าง?

ความหลงผิดใหญ่ๆ นั้นก็มี สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส อัตตวิปลาส

สัญญาวิปลาส หมายถึง การลวงตัวเองด้วยการจำผิด

จิตตวิปลาส หมายถึง การลวงตัวเองด้วยการคิดผิด

อัตตวิปลาส หรือใช้คำว่า ทิฏฐิวิปลาส หมายถึง การลวงตัวเองด้วยการเห็นผิด

เห็นผิดอย่างไร ? คิดผิดอย่างไร ? จำผิดอย่างไร ?

ก็คือมองผิด จำผิด คิดผิดว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้ มันเป็นของอย่างนั้นอย่างนี้ เช่นมองกี่ครั้งก็ยังเป็นรูปเทียนไขอยู่ มองกี่ครั้งก็ยังเห็นเป็นผู้หญิงอยู่

เพราะอะไรครับ ? คำว่า ผู้หญิง ผู้ชาย รูปอย่างนั้น รูปอย่างนี้ซึ่งมีความแตกต่างกัน เราเคยป้อนข้อมูลอบรมเข้าไปให้เก็บอยู่ในสัญญาสัญญาอันนั้นมันเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นจากสมมุติสัจจะทั้งสิ้น แล้วเราเอาสัญญานี้ออกมาใช้

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2554 , 12:49:19 น.] ( IP = 125.25.124.117 : : )


  สลักธรรม 3





เวลาเห็นอะไรใหม่ เช่น เรามีสีต่างๆ แดง เหลือง เขียว ขาว เก็บเอาไว้ในใจ เพราะถูกอบรม สั่งสอนตั้งแต่เด็กว่า สีอย่างนี้เรียกว่าสีแดง อย่างนี้เรียกว่าสีเหลือง

มันก็เก็บใส่เอาไว้ในสัญญา เมื่อเรากระทบกับสีอย่างนี้อีก ของใหม่ที่มาปรากฏนั้นมันไม่ได้ใหม่แท้ เพราะเราเอาของเก่ามาตีเทียบแล้วก็เสพอารมณ์

สัญญานั้นจึงเรียกว่า สัญญาวิปลาส เพราะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงความเป็นจริง สีสันต่างๆ เขียว เหลือง แดง มันไม่มี เป็นเพียงคลื่นแสงมากระทบกับประสาทตาเท่านั้น

จิตตวิปลาส หมายถึงการลวงตัวเองด้วยการคิดผิด คิดผิดอย่างไรครับ? คิดผิดว่าชีวิตของเรานั้นดี คิดผิดว่าฉันกำลังนั่งอยู่ เดินอยู่ นอนอยู่ คิดผิดอยู่สารพัดว่าเป็นตัวตน คน สัตว์อยู่ตลอดเวลา

การคิดผิดว่าอันนั้นมันดี อันนั้นมันสวย อันนี้พอใจ อันนี้ไม่พอใจเพราะอารมณ์ต่างๆ มันเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง เหมือนการเกิดขึ้นของการทำงานชนิดหนึ่ง แล้วมันก็ดับลงไป แต่เราคิดผิด คิดว่ามันเป็นสิ่งที่คงทนอยู่อย่างถาวร เป็นความเที่ยงแท้แน่นอน

ส่วนทิฏฐิวปลาส การลวงตัวเองด้วยการเห็นผิด เห็นผิดอย่างไรครับ ? เห็นว่าชีวิตของเรานั้นมีสาระแก่นสาร เห็นว่าชีวิตเป็นของดี ของงาม เห็นว่าชีวิตเป็นของสุข ของเที่ยง เห็นว่าชีวิตเป็นตัวตน คน สัตว์

ฉะนั้น จุดสำคัญใหญ่ๆ ของสัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส และทิฏฐิวิปลาส มีความเห็นผิดมากมายก่ายกอง ถึง ๔ ประการครับ คือ

๑.เห็นผิดว่าความไม่เที่ยงแท้ถาวร เป็นความเที่ยงแท้ถาวร

๒.เห็นผิดว่าสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นสิ่งบริสุทธิ์

๓.เห็นผิดว่าความชั่ว เป็นความดี ๔.เห็นผิดว่าความไม่ใช่ตัวตน เป็นตัวตน

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2554 , 12:49:43 น.] ( IP = 125.25.124.117 : : )


  สลักธรรม 4







นั่นแหละครับ จึงจะต้องมีปัญญาเท่านั้นเข้ามาแก้ความเห็นผิดเหล่านี้ได้

เราอยู่ดีๆ จะบอกว่าไม่มีตัวตนไม่ได้เรากำลังนั่นอยู่ เราก็รู้ตัวว่าเราเป็นคน อันไหนเป็นคน อันไหนเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นสิ่งที่จิตใจของเรารู้อยู่

อยู่ดีๆ เรามาเรียน.. ได้ยินว่าไม่มีคน ไม่มีสัตว์จะเชื่อทันทีเลยก็จะเป็นการเชื่อโดยงมงาย ไม่มีเหตุผล เราต้องรู้เหตุผลก่อนว่า ทำไมเล่า?หลักของพระพุทธศาสนา จึงสอนว่า คนไม่มี สัตว์ไม่มี มาดูความเป็นจริงตรงนี้ครับ

คำว่า“ชีวิต” เราเคยเรียนวิทยาศาสตร์มาว่า ชีวิตนั้นคือสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ เจริญเติบโตได้ หายใจได้ เสพอารมณ์ต่างๆได้ นี่คือคำว่าชีวิต โดยชีววิทยาทางรูปธรรมเท่านั้น

แต่ชีวิตโดยแท้จริง หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมา ในภาษาพระก็คือ “อุบัติ” ย่อมต้องเกิดขึ้นมาด้วยเหตุ มีเหตุเกิด และมีปัจจัยแวดล้อมเหมาะสม จึงจะเรียกว่าชีวิต

สิ่งแวดล้อมนั้นคืออะไรครับ สตรีมีระดูงาม มีการสมสู่ระหว่างเพศ มีจิตมาปฏิสนธิ เหตุมาประกอบพร้อมจึงจะเกิดการมีชีวิตขึ้นมาได้

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2554 , 12:50:47 น.] ( IP = 125.25.124.117 : : )


  สลักธรรม 5





ในคำว่าชีวิตคำเดียวนี้ เราหลงผิดว่าเป็นคนเป็นสัตว์ก็เพราะว่า ตั้งแต่เล็กมาพอเราพูดได้ จำได้ แม่เป็นคนเลี้ยงดู สอนให้เรียกว่า “แม่” นี่แม่ นี่ลูกนะ ...มันก็อยู่ในสัญญา

คำว่าแม่ คำว่าลูก แตกต่างกันออกไปแล้ว มันเก็บข้อมูลภาษาไทยเอาไว้ ซึ่งไม่จริงแท้ เพราะแม่ ลูก ไม่มี... เป็นเพียงสมมุติกันขึ้น และภายใต้ชีวิตนั้นเราก็เห็นแต่ว่าเป็นคนอย่างเดียว เดินได้ เป็นแท่งๆนี่เรียกว่าหญิง นี่เรียกว่าชาย รวมเป็นกลุ่มก้อน

เพราะว่าเราไม่เคยศึกษาความจริงว่า ลักษณะที่แท้จริงของชีวิตนั้น มันต้องประกอบไปด้วยเหตุ ๕ อย่าง เราเรียกว่าขันธ์ ๕ขันธ์แปลว่าหมวด หรือกอง กองทั้ง ๕ อย่างมีอะไรบ้างครับ ๑.รูป ๒.เวทนา ๓.สัญญา ๔.สังขาร ๕.วิญญาณ

ทั้ง ๕ อย่างนี้เป็นเหตุประชุมกันขึ้นมา เราจึงใช้เรียกว่าเป็นผู้หญิง ผู้ชาย ถ้าขาดอย่างไรอย่างหนึ่ง จะไม่เรียกว่าชีวิตอันสมบูรณ์

ชีวิตที่อุบัติขึ้นมา ไม่ว่าจะในครรภ์มารดา ในฟองไข่ ในของโสโครก หรือเกิดและเติบโตขึ้นโดยฉับพลัน ล้วนต้องมีรูป นาม ขันธ์ ๕ แม้กระทั่งในภูมิของมนุษย์เอง จะมีคนไทย ฝรั่ง อเมริกัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย หรือแม้กระทั่ง อียิปต์ เอสกิโม ต่างล้วนมีรูปนาม ขันธ์ ๕ ทั้งสิ้น

เรามาพิสูจน์กันก่อนว่า รูป นาม ขันธ์ ๕ นี้ เป็นปรมัตถ์สัจจะจริงหรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มิ.ย. 2554 , 12:51:20 น.] ( IP = 125.25.124.117 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องอุ๊ (anchalee) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มิ.ย. 2554 , 22:24:00 น.] ( IP = 125.24.68.203 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org