มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มรรคาแห่งสันติสุข (๔)







มรรคาแห่งสันติสุข ตอนที่ ๔

วิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน


มรรคาแห่งสันติสุข(๓)

คำถาม : ขณะที่กลิ่นกระทบเรา เราก็ต้องได้กลิ่น

คำตอบ :ใช่ครับ กำหนดว่า เราได้กลิ่นไม่ได้ และกำหนดว่า นามได้กลิ่นก็ไม่ได้ เช่น น้ำหอม เรานึกว่าเราหอม พอยกน้ำหอมออกไป ก็ไม่หอมแล้ว น้ำหอมมีไหม?ไม่มี แต่เราคิดว่ามันยังคงหอมของมันอยู่ ขี้หมา เราบอกว่า เราเหม็น เราไม่ได้เหม็น ขี้หมามันเหม็น ต้องแยกออกมาว่า ขี้หมาเป็นรูปครับ ต้องกำหนดว่า รูปมันเหม็น รูปมันหอม ไม่ใช่เราเหม็น ไม่ใช่เราหอม


คำถาม : แล้วกลิ่นล่ะครับ

คำตอบ :รูปกลิ่น ตัดเราออกไป


คำถาม : อย่างเรานั่งนานๆ เราเมื่อยตัวเรา เป็นคนเมื่อย หรือว่าจิตของเรา

คำตอบ : นามครับ ฟังนะครับ ถ้าคนเราถูกตีแขนแล้วไม่เจ็บ ชกไม่เจ็บ ฟันไม่เจ็บ แทงไม่เจ็บ เอามีดกรีดก็ไม่เจ็บ ถ้าไม่มีนาม เป็นผู้รู้

การรู้สึกตัวสารพัด เป็นเรื่องของนามธรรมทั้งสิ้น เถียงได้นะครับ แต่เมื่อเถียงอย่างไร ก็ต้องยอมแพ้ เพราะศพที่เพิ่งตายตัวยังอุ่นอยู่ แม้จะลงมือตบกันใหญ่ก็ยังไม่เจ็บเลย เพราะความรู้สึกสำนึกของจิตไม่มีแล้ว

ฉะนั้นที่เราเมื่อยนี่ เราหลงผิดว่าเราเมื่อย ..ไม่ใช่ นามมันเมื่อย หลงผิดคิดว่าเราชา ..ไม่ใช่เรา นามมันชา คำนี้มันสมมุติทั้งนั้น แต่เป็นเรื่องของนามรู้ทั้งสิ้น

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มิ.ย. 2554 , 08:44:53 น.] ( IP = 125.25.126.194 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




มาย้ำความแม่นยำในภูมิของวิปัสสนากันนะครับ

เวลาเห็น ต้องกำหนดนามเห็น

เวลาได้ยินต้องกำหนด นามได้ยิน

เวลาได้กลิ่นต้องกำหนด รูปกลิ่น

เวลารู้รส ต้องกำหนดรูปรส

เวลายืน เดิน นั่ง นอนต้องกำหนด รูปยืน รูปเดิน รูปนั่ง รูปนอน

เวลารู้สึกเมื่อย ต้องกำหนด นามเมื่อย (หรือนามเป็นทุกข์)

เวลารู้สึก รักเกลียด ชอบ ชัง ต้องกำหนด นามรัก นามเกลียด นามชอบ นามชัง

เวลาอากาศร้อน อากาศหนาวต้องกำหนด รูปร้อน รูปหนาว

เมื่อเราเข้าใจภูมิวิปัสสนากรรมฐานกันมาแล้วว่า ชีวิตมีแต่รูป มีแต่นาม แล้วเราจะปฏิบัติกันอย่างไร ให้มีชีวิตอยู่กับรูป อยู่กับนามได้ตลอดเวลา

เป็นเรื่องที่เล่นไม่ยาก แต่ก็เล่นไม่ง่าย เพราะว่าเราจะต้องรู้จักคำแรก กาละ คำที่สอง เทศะ

จำไว้เลยครับ ๒ ตัวนี้แยกให้เป็น กาละ คือกาลเวลา เทศะ คือสถานที่ รวมกันแล้วเป็น ความสมควร ความเหมาะสม

เราต้องแยกการกระทำในชีวิตของเรา ให้เป็นตามกาละ-เทศะ กาลเวลาเป็นของสำคัญนะครับ คนเราถ้าไม่รู้จักกาลเวลาก็ใช้ไม่ถูก

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มิ.ย. 2554 , 08:45:31 น.] ( IP = 125.25.126.194 : : )


  สลักธรรม 2




คราวนี้เราใช้ รูปนามอยู่กับกาละ-เทศะ โดยมีสติ จำไว้ นี่เป็น วิธีง่ายๆ ครับ เริ่มต้น....

เราหัดแยกกาลเวลา ถ้าเรามีเวลาพอ เราก็ปฏิบัติอยู่ในรูปในนาม ให้เวลาแก่ตัวเองบ้างว่า เวลานี้เราจะปฏิบัติรูป-นาม ปฏิบัติความจริง โดยเอาสติเข้าไปดู เช่นอย่างไร?

ตื่นเช้าขึ้นมา... ให้เราใช้เวลาตรงที่เราตื่นกำหนดวิปัสสนา คือปัญญาในเรื่องของ รูป-นามสักนิดว่า พอเราตื่นขึ้นมาปุ๊บนี่...ดัดเข้าไป ดัดอะไร? เพราะหลวงพ่อเสือท่านบอกว่าจริตมี ๖ อย่าง ต้องใช้จริตที่ ๗ เข้าไปดัดจึงจะดี

เราก็ดัดจริตของเราลงไปว่า ...ทุกทีเราตื่นขึ้นมาแล้ว เราหาวแบบออกเสียงด้วย คราวนี้เราถามตัวเองว่า เราอยากจะพ้นทุกข์หรือเปล่า เราอยากจะเจอความจริงหรือเปล่า เราอยากจะอยู่กับความจริงหรือเปล่า เราตอบว่าเราอยากได้ทั้งสิ้นของดีๆ ใช่ไหมครับ

เอ้า ๖ โมงเป๋ง คุณตื่นปุ๊บ คุณอย่าลุกขึ้นนั่งทันที จากเดิมที่เรานอนอยู่ ...ท่านอนคือรูป รูปมันนอน เมื่อเราตื่นขึ้นมาปุ๊บ คนเราต้องรู้ตัวว่าตื่น ก่อนที่จะลืมตา ไม่ใช่ลืมตาก่อนแล้วรู้สึกว่าตื่น มันต้องรู้สึกว่าตื่นก่อนแล้วค่อยลืมตา ใช่ไหมครับ

ตรงขณะที่รู้สึกตัวว่าตื่นแล้วอย่าเพิ่งลืมตา แต่นิดหนึ่ง.. ทำความรู้สึกว่าตื่นแล้ว อะไรตื่นล่ะ นามมันตื่น นิดเดียวเท่านั้น

คราวนี้เป็นอย่างไร ตื่นแล้ว คุณกำหนดซีครับ รูปมันนอน ไม่ใช่เรานอน แต่ไม่ใช่ท่องว่ารูปนอน รูปนอน รูปนอน อาการของเราตั้งอยู่ในลักษณะใด ให้กำหนดรู้สึกอาการนั้นว่าเป็นรูป

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มิ.ย. 2554 , 08:45:58 น.] ( IP = 125.25.126.194 : : )


  สลักธรรม 3




รูปมันนอน เห็นไหมครับ ให้กาละอันมีปัญญาเกิดขึ้น .. ตื่นแล้ว ...นอนอยู่ในลักษณะใด? กำหนดรูปนอน.. ทำความรู้สึกว่า ที่คุณอยู่ในขอณะนี้เป็นท่าไขว่ห้าง ตีลังกา ก้ม เอียงซ้าย เอียงขวา ตะแคงข้าง ตะแคงหน้า ตะแคงหลัง นั้นเป็นรูปนอนทั้งสิ้น เพียงใช้เวลานิดเดียวเท่านั้น ก็ได้ปัญญา แล้ว เพราะได้เจอของจริง แล้วก็สอนตัวเองอยู่กับของจริง

เมื่อเรารู้สึกอย่างนั้นแล้ว ทีนี้เราก็ต้องรีบไปทำงาน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ แม่บ้าน หรือแม่ครัวที่ต้องตื่นทำกับข้าว

จะใช้กาลเวลานี้ต่อไปมันก็เป็นทุกข์ ...ใช่ไหมครับ เป็นการตึงเกินไป แต่เราได้แค่นี้ดีกว่าไม่ได้เลย เพราะเมื่อสักครู่เราได้ของจริงไปแล้ว

เราก็ลุกขึ้น กำหนดว่า ทุกข์มันเกิด เพราะว่า บางคนปวดปัสสาวะ ก็เป็นทุกข์ใช่ไหมครับ ทุกข์มันเกิด จึงนอนต่อไปไม่ได้ หรือมิฉะนั้น เราไม่ได้ปวดปัสสาวะ แต่ต้องรีบไปทำกับข้าว ใส่บาตร ...ทุกข์เกิด ถ้าไม่ทำก็เป็นทุกข์ ให้กำหนดว่า ทุกข์มันมีมาแล้ว ทุกข์มันเกิดขึ้นแล้วนะ หรือว่าคุณไม่ต้องทำอะไรเลย ตื่นขึ้นมาเป็นราชาแผ่นดิน คุณก็ขี้เกียจนอน คำว่าขี้เกียจก็เป็นทุกข์ กำหนดว่าทุกข์มันเกิดขึ้นมาแล้วก็ลุกขึ้น

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มิ.ย. 2554 , 08:46:36 น.] ( IP = 125.25.126.194 : : )


  สลักธรรม 4





นี่คือลักษณะของผู้มีสติ พอรู้สึกตัวตื่น..กำหนดว่านามตื่น ทุกข์มันเกิด เพราะปวดปัสสาวะ หรือสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ที่เรานอนอยู่ต่อไปไม่ได้ กำหนดว่า ทุกข์มันเกิด ก็ลุกขึ้นมา แต่ขอให้เป็นจังหวะ จากนอนมาเป็นนั่ง จากนั่งจึงเป็นยืน แล้วเดิน

คนเรายืน เดิน นั่ง นอน ต้องถูกอิริยาบถ ยืนอยู่จะนอนเลยไม่ถูก จากนั่งแล้วเดินเลยไม่ได้ ข้ามขั้น นอนแล้วต้องนั่งครับ ..นั่งสักนิดหนึ่ง รู้สึกว่ารูปมันนั่งแล้ว ...เห็นไหมได้อะไรอีก...ได้รูปนั่ง รูปนั่งอยู่ได้ไม่นาน คุณต้องรีบไป แต่ต้องให้เวลาตัวเองให้ถูกอิริยาบถ ไม่ข้ามขั้น นั่งแล้วคุณก็ยืน ยืนแล้วคุณก็เดินไป เดินไปเร็วๆ ด้วย แต่ขอให้ยืนสักนิดหนึ่ง

คราวนี้คุณจะทำอะไรต่อไปอย่างที่เคย ก็เป็นเรื่องของคุณ แต่เช้านี่คุณได้แล้ว กาละ “กาละที่เป็นปัญญา” ลองมาฝึกในท่านอนกันนะครับ แล้วลองกำหนดรู้สึกซีครับ...รูปนอน ความรู้สึก...รู้สึกนะ ไม่ใช่ท่องนะ เรารู้สึกว่านี่เราไม่ได้นั่ง

ท่าที่รู้สึกว่านอน ไม่ใช่ท่านั่งใช่ไหมครับ ทำความรู้สึก อย่าท่อง รู้สึกว่านี้ลักษณะของการนอน

ทีนี้ลุกขึ้นนั่งนะครับ เห็นไหม เรารู้สึกใช่ไหมว่าต่างกับเมื่อสักครู่นี้ ความรู้สึกต่างกัน คือรูปต่างกัน ไม่ใช่เราต่างกัน

โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มิ.ย. 2554 , 08:46:59 น.] ( IP = 125.25.126.194 : : )


  สลักธรรม 5




เราใช้กาละ เห็นไหมครับ แยกกาละกับเทศะ กาละนิดเดียว คุณปฏิบัติวิปัสสนาได้ มัวแต่จะรอไปเข้าที่นั่นที่นี่ รอให้แก่ก่อน รอให้พักร้อนก่อน คุณไม่ได้หยุดพักร้อน อาจตายก็ได้ คุณยังไม่ทันได้วิปัสสนาเข้าไปเลย ใช่ไหมครับ

คราวนี้เราพูดถึงตอนกลางคืนบ้าง วันละนิด ก่อนนอน.... คนเราก่อนจะนอน ก็มักจะอิดเอื้อน ค่อยๆ ยุรยาตรนอน เอากาลตรงนี้แหละ คุณจะต้องนั่งก่อนใช่ไหมครับ ไม่ใช่พอถึงเตียง ยืนอยู่ ทิ้งตัวลงไปนอน มันต้องเป็นลักษณะที่ถูกต้อง คือ ขึ้นนั่งบนเตียง แล้วก็ล้มตัวลงนอน

และก่อนจะนั่ง ต้องกำหนดรูปยืนสักนิด อย่าเดินก้าวไปแล้วก็นั่ง ให้หยุด รูปยืน แล้วนั่งลง กำหนดรูปนั่ง แล้วก็นอน

นี่คือกาละอันมีปัญญา แล้วกำหนดรูปนอนต่อไป คราวนี้ยังนอนไม่หลับ คุณก็ทำความรู้สึกรูปนอน ยังไม่หลับเกิดความฟุ้งซ่าน แทนที่จะรู้สึกว่าเรากำลังฟุ้ง กำหนด นามฟุ้ง ระหว่างที่กำหนดได้ว่า นามฟุ้ง ขณะนั้นสติเกิดแล้ว เห็นไหมใครไม่เข้าใจคำว่า “กาละ” ยกมือ


จบเรื่องมรรคาแห่งสันติสุข



โดย วิชิต ธรรมรังษีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มิ.ย. 2554 , 08:47:33 น.] ( IP = 125.25.126.194 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org