มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปาณาติบาต







ปาณาติบาต

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



ปาณาติบาต

เมื่อแยกคำนี้ออกแล้ว ก็จะได้เป็น ๒ บท คือ ปาณ + อติปาต

ปาณ = เมื่อว่าโดยทั่วไปก็ได้แก่สัตว์ทั้งหลาย แต่ถ้าจะกล่าวตามหลักของปรมัตถ์ก็ได้แก่ชีวิตรูป ชีวิตนาม อติปาต แปลว่า ก้าวล่วงความเบียดเบียน

ปาต = ให้ตกไป

เมื่อรวมกันเข้าแล้ว ปาณาติปาต แปลว่า ทำให้ชีวิตตกล่วงไป คือ ทำให้สัตว์นั้นตายก่อนจะถึงเวลากำหนดที่อายุของสัตว์จะอยู่ได้

ในการทำปาณาติบาตนั้น วธกเจตนา ซึ่งได้แก่มีความตั้งใจฆ่า เป็นประการสำคัญที่สุด

การทำอกุศลนั้น ย่อมจะมีกำลังของการกระทำแตกต่างกัน บางครั้งก็มีกำลังมาก บางครั้งก็มีกำลังน้อย ถ้ามีกำลังมากก็เรียกว่าล่วงกรรมบถ ถ้ามีกำลังน้อยก็เรียกว่า ไม่ล่วงกรรมบถ หรือพูดว่าครบองค์ทุจริต และไม่ครบองค์ทุจริต

การกระทำกุศลที่ล่วงกรรมบถ หรือครบองค์ทุจริตนั้นมีกำลังมาก เมื่อมีกำลังมาก ก็มีความสามารถให้สำเร็จผลเป็นชนกกรรม คือกรรมที่นำไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิ มีสัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน แต่อย่างไรก็ดี ในบางครั้ง(ส่วนน้อย) แม้ถึงไม่ล่วงกรรมบถ ก็มีความสามารถให้กำลังนำไปสู่อบายภูมิได้ก็มีเหมือนกัน ซึ่งผมจะได้อธิบายต่อไปข้างหน้า

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 10:56:33 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



อกุศลกรรมที่จะก้าวล่วงกรรมบถ หรือครบองค์ทุจริตนั้น ก็แล้วแต่ว่า ครบองค์กรรมบถหรือไม่ สำหรับผู้ทำการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จะได้ชื่อว่าก้าวล่วงกรรมบถ ต้องประกอบด้วยองค์ทั้ง ๕ คือ

๑.ปาโณ สัตว์มีชีวิต

๒.ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต

๓.วธกจิตฺตํ มีจิตคิดจะฆ่า

๔.ปโยโค ทำความเพียรเพื่อจะฆ่า

๕.เตนมรณํ สัตว์ต้องตายเพราะความเพียรนั้น

การทำบาปฆ่าสัตว์นั้น มีองค์ทั้ง ๕ ผู้ใดฆ่าสัตว์ โดยกระทำลงไปครบองค์ ๕ แล้วก็ได้ชื่อว่า ล่วงกรรมบถ ซึ่งมีกำลังหรือมีโทษมาก แต่ถ้ามิได้ครบองค์ของกรรมบถเช่น ไม่รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต อันเป็นการเว้นข้อ ๒ หรือสัตว์ที่ตั้งใจฆ่านั้นมิได้ตายลงด้วยการฆ่า เป็นการเว้นในข้อ ๕ เป็นต้น

การฆ่าสัตว์ที่ว่ามีกำลังมากนั้น หมายถึงการให้ผลมาก และสามารถนำไปสู่การปฏิสนธิ คือมีกำลังที่จะส่งไปเกิดในชาติหน้าได้ เรียกว่าให้ผลในปฏิสนธิกาล ถ้ากำลังไม่มากแล้ว ให้ผลในปฏิสนธิกาลไม่ได้ แต่ก็จะให้ผลในปวัตติ คือเกิดขึ้นมาเสียก่อนแล้วจึงแสดงผลภายหลัง เช่นในการเบียดเบียนทำให้เจ็บป่วยออดแอด เป็นต้น

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:04:46 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 2


การทำอกุศลนั้น แม้จะทำการอย่างเดียวกัน แต่ก็หาให้ผลเสมอกันไม่ เพราะผลจะมากหรือน้อยก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนาเป็นสำคัญ ถ้าเจตนามีกำลังมากผลก็ย่อมมาก

อย่างไรก็ดี ผลที่เกิดขึ้นจากการฆ่าสัตว์นั้น ผู้ทำการฆ่าสัตว์ย่อมได้รับผลแตกต่างกันไปอีกมาก เช่น ความพากเพียรในการกระทำมาก หรือไม่ได้พยายามเลย การฆ่าสัตว์ใหญ่หรือฆ่าสัตว์เล็กๆ และฆ่ามนุย์กับฆ่าสัตว์เดรัจฉาน เหล่านี้เป็นต้น

ปาณาติบาต คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น แยกการให้ผลออกเป็น ๒ ประการ คือ

๑.มหาสาวัชชะ ได้แก่การให้ผลที่มีโทษมาก

๒.อัปปสาวัชชะ ได้แก่การให้ผลที่มีโทษน้อย

สัตว์ที่มีร่างกายใหญ่โต เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ ผู้ใดฆ่าเข้าแล้ว ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นมหาสาวัชชะ แต่ถ้าสัตว์ที่ถูกฆ่านั้นเป็นสัตว์เล็ก เช่น มด ลิ้น ยุง เหล่านี้ก็เป็นอัปปสาวัชชะ มีโทษน้อย

บุคคลส่วนมากมักจะตั้งคำถามว่า สัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ก็ชื่อว่า มีชีวิตเหมือนกันทั้งนั้น ความเจ็บปวดก็เหมือนๆกัน มิใช่ว่า เมื่อฆ่าสัตว์เล็กแล้ว สัตว์เล็กๆเหล่านั้นจะเจ็บปวดน้อยกว่าสัตว์ใหญ่ก็หาไม่ ทั้งการตายก็ ๑ ต่อ ๑ เท่าๆกัน ถ้าได้รับผลของกรรมแตกต่างกันแล้ว ก็ย่อมจะไม่เป็นการยุติธรรมต่อสัตว์

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:18:13 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 3


ในเรื่องนี้ ผมก็ได้ให้หลักการกับท่านนักศึกษาไปแล้วว่า ผลของอกุศลจะมากหรือน้อย ก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนา ฉะนั้นการฆ่าสัตว์ใหญ่กับการฆ่าสัตว์เล็ก เพื่อจะทราบว่าบาปมากหรือน้อยกว่ากันอย่างไร ก็จะต้องเอากำลังแรงของเจตนาเข้ามาตัดสินด้วย

ขอให้ท่านนักศึกษาลองพิจารณาดู ก็จะเห็นได้โดยไม่ยากว่า เมื่อเราฆ่าวัวตัวหนึ่งนั้น เราฆ่าได้ยากหรือง่าย ต้องใช้กำลังแรงของเจตนามากสักเท่าใด ถ้าจิตใจมิได้สร้างขึ้นให้เข้มแข็ง ถ้าจิตใจมิได้ประกอบด้วยความเหี้ยมโหดดุร้ายแล้ว จะฆ่าวัวได้หรือ ส่วนสัตว์ตัวเล็กๆ เช่นยุงเป็นต้นนั้น ใครๆ ก็ตบยุงกันได้แทบทุกคน

สุภาพสตรีท่านหนึ่งเกินไปจ่ายตลาด วันนั้นเป็นวันฆ่าเป็ดฆ่าไก่ของคนจีนเพื่อจะเอาไปไหว้เจ้า ได้เห็นเป็ดที่ตายเพราะถูกฆ่ากองสุมกันอยู่ แล้วในขณะนั้นก็เห็นคนกำลังเชือดไก่ เลือดกำลังไหลออกมาราวกับน้ำก๊อก สุภาพสตรีผู้นี้ก็บังเกิดความตกใจเสียวไส้ เลยเกิดเป็นลมหน้ามืดนั่งอยู่ตรงนั้นเอง และก็น่าอัศจรรย์ สุภาพสตรีผู้นี้นั่นเองที่เป็นนักตบยุงตัวยง ไม่ว่าจะเป็นในมุ้งของตัวเอง หรือมุ้งของลูกหลาน ก็จะหายุงไม่ได้เพราะจะคอยตบ หรือบางทีก็จุดเทียนเผาเอาเสียเลยก็ยังทำ

ตามที่ได้แสดงมาแล้ว ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า การฆ่าสัตว์ใหญ่นั้น กำลังแรงของเจตนาก็ย่อมมีมาก นอกจากนั้น การฆ่าสัตว์ใหญ่ ชีวิตนวกกลาป(กลุ่มของชีวิตรูป) มีมากมายได้ถูกทำลายลงก่ายกอง การฆ่าสัตว์ใหญ่จึงมีโทษมาก เรียกว่า มหาสาวัชชะ การฆ่าสัตว์เล็กมีโทษน้อยเรียกว่า อัปปสาวัชชะ

นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว การฆ่าสัตว์กับการฆ่ามนุษย์ก็แตกต่างกันมาก แม้การฆ่ามนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน แต่เป็นมนุษย์ที่มีคุณธรรมความดี เช่น ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา กับพวกโจรผู้ร้ายก็แตกต่างกันอีก ยิ่งเป็นพ่อแม่ของตนเอง หรือเป็นพระอรหันต์ ก็ย่อมจะได้รับโทษมากขึ้นเป็นพิเศษ เรียกว่า เป็นอนันตริยกรรมทีเดียว

นอกจากนั้น ผู้กระทำปาณาติบาต เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิความเห็นผิดฝังมั่นอยู่ในจิตใจ เห็นว่าการฆ่าสัตว์นั้นไม่เป็นบาปเลย เพราะสัตว์นั้นเป็นอาหารของมนุษย์ จิตใจก็ย่อมจะเข็งกร้าว ในเวลาทำการฆ่าก็เต็มไปด้วยความอำมหิตโหดร้าย ฉะนั้น จึงได้รับโทษมากกว่าผู้ฆ่าสัตว์ที่รู้โทษของการทำดี เห็นว่าการฆ่าสัตว์นั้นย่อมไม่สมควรกระทำเลย แต่ก็ได้กระทำการฆ่าลงไปด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง จนสัตว์นั้นได้ตายลง

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:20:10 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 4


ปโยคะ ได้แก่ความพยายามในการฆ่าสัตว์มี ๖ อย่าง คือ

๑. สาหัตถิกะ ความพยายามที่ทำด้วยตนเอง

๒. อาณัตติกะ ความพยายามโดยใช้ให้ผู้อื่นทำ

๓. นิสสัคคิยะ ความพยายามโดยการปล่อยอาวุธ เช่น ขว้าง ปา เป็นต้น

๔. ถาวระ ความพยายามด้วยการสร้างเครื่องประหารถาวรเอาไว้ เช่น ขุดหลุมพราง หลุมโจน ทำอาวุธมีมีดหรือปืน เป็นต้น

๕. วิชามยะ ความพยายามด้วยการใช้คาถาอาคม หรือเรื่องไสยศาสตร์ต่างๆ

๖. อิทธิมยะ ความพยายามด้วยการใช้อิทธิฤทธิของตนด้วยวิธีการต่างๆ

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:20:44 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 5



๑. สาหัตถิกปโยคะ หมายถึงความพยายามฆ่าสัตว์ที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของตนเอง เช่นมีการแทง ฟัน หรือตีด้วยมีดด้วยไม้

๒. อาณัตติกปโยคะ หมายถึงความพยายามฆ่าสัตว์โดยใช้ให้ผู้อื่นทำ เช่น การสั่งด้วยวาจา การเขียนหนังสือ หรือการพยักหน้าให้ลงมือ หรือการให้อาณัติสัญญาณต่างๆ ให้ลงมือฆ่า หรือแม้เป็นความหมายที่รู้กันอยู่แล้วระหว่างผู้สั่งกับคนฆ่า

นายอำเภอคนหนึ่ง เลี้ยงไก่ไว้ใต้ถุนบ้านหลายตัวเพื่อจะได้เอาไว้กินไข่ ความจริงก็เพื่อจะเอาไว้กินเนื้อด้วยนั่นเอง เมื่อเวลาต้องการกินไก่ จะสั่งคนใช้โดยตรงก็กลัวบาป ดังนั้นจึงหาหนทางที่จะหลีกเลี่ยงไม่สั่งไปตรงๆ แต่ชี้มือไปที่ไก่ตัวหนึ่งแล้วพูดว่า " ตัวนี้ไม่เอาละ จะเอาไปไหนก็เอาไปเถอะ" สั่งแล้วก็ไปทำงาน ครั้นตอนเย็นกลับมาบ้าน ปรากฏว่าคนใช้แกงไก่ไว้คอยท่าแล้ว นายอำเภอก็ปากเป็นมัน

สุภาพสตรีคนหนึ่งไปจ่ายตลาด ครั้นไปถึงร้านขายปลา เห็นปลาหลายตัวที่แม่ค้าเขาใส่ถาดเอาน้ำหล่อไว้เล็กน้อย กำลังดิ้นอยู่ก็ไม่กล้าจะซื้อ ทั้งไม่กล้าจะสั่งให้ฆ่าปลาด้วย จึงได้มองสบตาคนขายแล้วก็เลยไปซื้อของยังร้านอื่น เมื่อกลับมาแล้วจึงได้ตกลงซื้อปลานั้น ซึ่งในเรื่องนี้คนขายปลารู้ท่าทีดีอยู่ เพราะเคยซื้อโดยวิธีนี้หลายครั้งแล้วรู้ใจกัน

ตามตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาทั้ง ๒ ตัวอย่าง ผู้กระทำการสั่งให้ผู้อื่นฆ่าสัตว์แล้วคิดว่า ตัวจะไม่มีโทษด้วยมิได้ออกคำสั่งให้ทำโดยตรง การเลี่ยงกฎหมายนั้น บางทีก็อาจจะหลีกเลี่ยงได้โดยอาศัยพยิงพยานเข้าประกอบ แต่การหลีกเลี่ยงกฎของธรรมชาตินั้นไม่มีหวังเลย เพราะว่าไม่ต้องการพยาน ไม่ต้องการหลักฐานอื่นใด

ในการที่นายอำเภอพูดแล้วชี้มือไปที่ไก่นั้น ในใจมีความคิดเห็นอย่างไร หรือการมองสบตาคนขาย (หรือแม้ไม่ได้มองก็ตาม) แต่ในส่วนลึกของใจรู้สึกว่าเป็นอย่างไร ถ้าเคยซื้อกันหลายๆ คน เคยทำกันมาดังนี้แล้ว ผู้ขายก็รู้อยู่ดี ก็จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามิได้สั่งให้ฆ่า กายวิญญัติรูป รุปที่แสดงออกทางกาย และวจีวิญญัติรุป รูปที่แสดงออกเป็นถ้อยคำนั้น เกิดขึ้นมาจากใจโดยตรง ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกถึงเจตนาโดยชัดแจ้ง

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:21:06 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 6


๓. นิสสัคคิยปโยคะ หมายถึงความพยายามฆ่าสัตว์ด้วยการปล่อยหรือทิ้งอาวุธ เช่น ขว้างก้อนหิน ขว้างมีด ขว้างลูกระเบิด ยิงธนู ยิงปืน เหล่านี้เป็นต้น

๔. ถาวรปโยคะ หมายถึงการฆ่าที่เกิดขึ้นโดยการพยายามทำเครื่องประหารชนิดถาวรเอาไว้ เช่น วางขวากหนามเอาไว้กั้นสัตว์ เพื่อให้เดินไปยังทิศทางที่ตนขุดหลุมพรางดักเอาไว้ หรือเอาเฝือกกั้นเอาไว้ในลำน้ำ เพื่อกั้นให้ปลาผ่านไปไม่ได้ แล้วจะได้เข้าไปในลอบที่ดักของตน หรือการตระเตรียมปืนผาหน้าไม้เอาไว้สำหรับฆ่า ถ้าลงมือทำการเมื่อใดโทษของการฆ่าสัตว์ก็หนีไปไม่พ้น

๕. วิชามยปโยคะ หมายถึงความพยายามเพื่อให้การฆ่าสำเร็จลงโดยอาศัยวิชาการต่างๆ ที่เรียกกันว่า ไสยศาสตร์ เช่นการใช้เวทมนตร์คาถา คือใช้อำนาจของจิต เช่นการทำยันต์ หรือปั้นรูปของศัตรู แล้วเอาไปทำพิธีเฆี่ยนตี หรือเผา ปลุกเสกด้วยคาถาอาคม หรือใช้ภูตผีปีศาจ หรือใช้เทวดามิจฉาทิฏฐิไปทำร้ายด้วยวิธีการต่างๆ

๖. อิทธิมยปโยคะ หมายถึงความพยายามในการฆ่าด้วยอำนาจของฤทธิ์ ด้วยการศึกษาอบรมมาหรือติดตัวมาในอดีต ฤทธิ์ที่เกิดขึ้นมานี้อาศัยกรรม เช่นท้าวเวสสุวรรณในขณะที่ยังไม่ได้เป็นพระอริยบุคคลนั้นเป็นผู้มีฤทธิ์ ได้เคยฆ่ายักษ์ที่เป็นบริวารด้วยฤทธิ์ลงเป็นจำนวนมาก

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:22:15 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 7


ถาม การที่เราลงมือฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง กับการที่เราสั่งให้คนอื่นฆ่านั้น ท่านอาจารย์คิดว่า ผลของอกุศลกรรมที่เกิดขึ้นขะมากน้อยกว่ากันหรือไม่

ตอบ ผมจะคิดว่าอย่างไรตามใจชอบนั้นไม่ได้ แต่การตัดสินในการกระทำใดๆ จะต้องประกอบด้วยหลักการและเหตุผลตามสภาวธรรม ผมจะได้ยกหลักการและเหตุผลขึ้นมาวางให้ท่านได้เห็น แล้วจะได้ถือเป็นหลักตัดสินต่อไป

ในการฆ่าสัตว์นั้น บาปจะมากหรือน้อย ก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนา ถ้ามีเจตนามีกำลังมาก บาปก็มาก เจตนามีกำลังน้อย บาปก็น้อย

ในการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น จะต้องถือเอากำลังของความพากเพียรมากกับความพากเพียรน้อย เช่น การกระทำต่อเนื่องกันยาวนานกว่าการฆ่าที่สำเร็จลงอย่างง่ายดาย นอกจากนั้นยังต้องดูสัตว์ใหญ่หรือสัตว์เล็ก สัตว์ที่มีประโยชน์มากหรือสัตว์ที่มีประโยชน์น้อยเหล่านี้ป็นต้น

การฆ่าสัตว์ด้วยตนเองกับการใช้ให้คนอื่นฆ่านั้น ถ้าจะว่าโดยองค์แล้ว ก็ย่อมจะครบองค์เหมือนๆ กัน ตามที่ผมได้บรรยายมาแล้วแต่ต้น คือสัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่า พยายามฆ่า สัตว์นั้นได้ตายลงเพราะความพยายามนั้น ด้วยเหตุดังแสดงมานี้ ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า ผู้ฆ่าเอง กับการสั่งให้คนอื่นฆ่านั้น ก็กระทำปาณาติบาตครบองค์กรรมบถด้วยกัน

อย่างไรก็ดี ถ้าว่าตามสภาวธรรมโดยแยกแยะจิตออกเป็นลำดับแล้ว กำลังแรงในการกระทำของทั้ง ๒ คนนั้นก็คงจะไม่เท่ากัน ผู้กระทำการฆ่าเอง จิตย่อมจะสั่งการงานติดต่อกันเป็นลำดับ กำลังของเจตนาก็จะเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นลำดับไปเหมือนกัน เช่น ตั้งแต่เดินไปหยิบมีด เดินไปหยิบชามมาใส่เลือด เดินไปจีบไก่ เอามีดเชือดที่คอของไก่ เห็นไก่เลือดไหลออกมาแดงฉาน เห็นไก่ดิ้นพราพๆ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสด้วยน้ำมือของตนเอง

ถึงแม้ว่าจะครบองค์กรรมบถด้วยกันก็ตาม การฆ่าด้วยตนเองก็ย่อมจะมีกำลังมากกว่า ด้วยเหตุดังกล่าว ถ้าอกุศลกรรมปาณาติบาตนี้เป็นชนกกรรม คือนำเกิดในชาติหน้าแล้ว ผู้ฆ่าสัตว์เองก็จะต้องไปปฏิสนธิในนรกเบื้องต่ำคือก้นบึ้ง ผู้สั่งให้ผู้อื่นฆ่าครบองค์กรรมบถเหมือนกันก็จะหนีจากนรกไปไม่พ้น แต่ก็จะเป็นนรกที่ถัดขึ้นมา ดังนี้เป็นตัวอย่าง

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:22:35 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 8


ถาม ถ้าเราไปซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าแล้ว แช่นหมูเป็นต้น มาใฃ้เป็นอาหาร จะเกิดอกุศลประการใดหรือไม่ จะเป็นอกุศลกรรมบถครบองค์ได้หรือประการใด มีคนชอบพูดกันว่า บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน เพราะถ้าไม่มีใครไปซื้อก็จะไม่มีใครฆ่าให้สัตว์นั้นต้องตาย

ตอบ เมื่อเอาคำว่า เจตนาซึ่งหมายถึงกรรม คือการกระทำออกมาวางไว้แล้ว พิจารณาให้ดีๆ ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า ผู้กินเนื้อสัตว์ทั้งหลายมิได้มีความจงใจโดยตรงเลย เพราะจะพูดว่าซื้อหมู ซื้อเนื้อนเฉยๆ มิได้เกี่ยวกับการฆ่าเลย ในเรื่องที่คล้ายๆ กันนี้ ผมเคยได้รับคำถามมาแล้วรื่องหนึ่ง ถ้ายกขึ้นมาอีกสักครั้ง ก็คงจะทำให้ท่านนักศึกษาเข้าใจเรื่องเจตนามากขึ้น

เคยมีผู้ตั้งคำถามและเสนอความคิดเห็นแก่ผมว่า เทียนขี้ผึ้งนั้นเอามาจากรังของผึ้ง การที่เราจุดเทียนทุกๆ ครั้ง ก็เท่ากับว่าเราได้เบียดเบียนสัตว์ เพราะถ้าไม่มีใครจุดเทียนเลยก็จะไม่มีใครไปตีผึ้งเอามาทำขี้ผึ้ง ท่านผู้ถามเสนอความเห็นว่า พวกเราควรจะจุดน้ำมันมะพร้าวกันดีกว่า จะได้ไม่เป็นบาปเป้นกรรมต่อไปในภายภาคหน้า

ในเรื่องนี้ ได้มีนักศึกษาถกเถียงกันหลายท่าน บางท่านก็คัดค้าน บางท่านก็สนับสนุน ดูท่าว่าจะจบลงได้ยากเสียแล้ว เพราะต่างก็แสดงความคิดเห็นกันไปมากมาย

ผู้จุดเทียนทั้งหลาย จุดเทียนมากมายเท่าใดๆ ก็ไม่เคยนึกถึงตัวผึ้งหรือการตีผึ้งแม้แต่สักครั้ง การที่เรานึกถึงตัวผึ้ง แล้วว่ามันเป็นเจ้าของขี้ผึ้งนั้น เป็นการนึกคิดขึ้นมาใหม่ ย้อนเข้าไปในเรื่องของอดีต เจตนาที่เกี่ยวกับการจุดเทียนมิได้เกี่ยวเข้าไปในการเบียดเบียนสัตว์เลย ถ้าจะเป็นก็พยายามคิดให้มันเป็น ด้วยเหตุดังนี้ จึงไม่มีอกุศลเกิดขึ้นจากการจุดเทียนขี้ผึ้งเลยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี เจตนาในขณะที่กำลังซื้อเนื้อสัตว์อยู่นั้น ก็ย่อมจะมีอกุศลจิตปะปนอยู่บ้าง แล้วแต่ความรู้สึกในขณะนั้นว่าอย่างไร อกุศลก็จะเกิดขึ้น ณ ที่นี้ เช่นในการเจาะจงเป็นต้น ยิ่งไปสั่งผู้ขายหรือกำหนดกับผู้ขายเอาไว้ว่า เอาหมู ๑ ตัว เอาเนื้อ ๑ ขา เอาไก่ ๕ ตัว แล้วนัดว่าจะมารับในวันนั้นวันนี้ การสั่งดังกล่าวก็จะกลายเป็นการฆ่าสัตว์ที่สั่งด้วยวาจาไป

หญิงคนหนึ่งมาจ่ายตลาด ครั้นมาถึงหน้าร้านคนขายปลาที่เขาขังเอาไว้ในถาด เห็นปลานั้นกำลังเป็นๆ อยู่จึงไม่กล้าแวะเข้าไปได้แต่มองดู เพราะกลัวว่าคนขายจะฆ่าต่อหน้าตน จึงได้เลยไปซื้อของอื่นๆ เสียก่อน ครั้นกลับมาปลาก็ได้ถูกหักคอตายไปแล้วนอนกลิ้งอยู่ จึงได้ตกลงซื้อขายกัน ได้เคยปฏิบัติเช่นนี้มาหลายครั้งแล้วจนเป็นที่เข้าใจกันดีทั้ง ๒ ฝ่าย เรื่องดังกล่าวมา ถ้าจะปฏิเสธว่าผู้ซื้อมิได้สั่งให้ฆ่า ผู้ขายฆ่าเองต่างหาก ดังนี้แล้ว ก็เป็นการปฏิเสธที่ฟังไม่ขึ้น ถ้าว่าตามสภาวธรรมแล้ว ก็จะต้องคำนึงถึงว่าในขณะที่มองเห็นปลากำลังดิ้นอยู่นั้น ตนคิดอย่างไร เมื่อเดินออกไปซื้อของอื่นนั้นทราบหรือไม่ว่า ผู้ขายเขาจะฆ่าปลาเตรียมเอาไว้ให้ อกุศลกรรมจะเกิดหรือไม่ก็อยู่ที่ตรงเจตนา จะแก้ตัวว่าตนไม่ได้สั่งจะได้หรือไม่


โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 11:23:33 น.] ( IP = 125.27.180.92 : : )


  สลักธรรม 9


ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มิ.ย. 2554 , 13:18:41 น.] ( IP = 124.121.176.227 : : )


  สลักธรรม 10

ขอถามผู้รู้ว่า (๑) คำว่า ศีลปาณาติบาต และ ปาณาติบาตกรรม เหมือนหรือต่างกัน อย่างไร สามารถใช้องค์ปาณาติบาต ๕ ข้อที่กล่าวไว้ในสลักธรรม 1 ตัดสินความบริสุทธิ์ของศีลหรือกรรม ได้หรือไม่ และ (๒) ทำไม การฆ่าตัวตาย จึงไม่ผิดศีลปาณาติบาต หรือ ไม่ผิดปาณาติบาตกรรม เพราะเคยอ่านพบว่า ฆ่าตัวตายไม่ผิดศีล แต่บาป

โดย ใบโพธิ์ (ใบโพธิ์) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [14 ก.ค. 2554 , 16:07:21 น.] ( IP = 125.25.6.69 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org