มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อทินนาทาน









โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



อทินนาทาน

คำว่าอทินนาทานนั้นแยกได้เป็น ๓ บท คือ อ +ทินฺน + อาทาน

อ = เป็นคำปฏิเสธ

ทินฺน = วัตถุสิ่งของที่เจ้าของอนุญาตให้

อาทาน = ยึดถือเอา

เมื่อรวมกันเข้าแล้ว ก็ได้แก่อทินนาทาน ซึ่งแปลว่า ยึดถือเอาวัตถุสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้อนุญาตให้

ในหลักของกฎหมาย ถือว่าการที่หยิบฉวยทรัพย์ที่ผู้อื่นเขาไม่อนุญาตให้นั้นว่าเป็นการลักทรพัย์ แล้วก็ตั้งองค์เอาไว้เป็นข้อๆ กำหนดโทษอันเป็นความผิดนั้น ๆ หนักเบาตามสมควรแก่โทษนั้น เช่น ตัดช่องย่องเบาในยามค่ำคืนหรือได้งัดแงะสิ่งกีดขวางเป็นต้น

ในหลักของกฎหมาย ได้กำหนดโทษของผู้ที่เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยวิธีการต่างๆ แยกออกไปอีก ฉะนั้น การลงโทษจึงแตกต่างกันออกไปมากมาย เช่น ยักยอก ฉ้อโกง วิ่งราว ข่มขู่จี้เอาไปซึ่งหน้า ปล้น เหล่านี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2554 , 12:42:01 น.] ( IP = 125.25.121.81 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ผู้ที่มิได้ศึกษาธรรมะบางท่านก็ย่อมมีความเข้าใจผิด แล้วคิดว่า เมื่อรับศีล ๕ มีอทินนาทาน ห้ามลักทรัพย์แล้ว ก็จะต้องไม่ลักทรัพย์ของผู้อื่น เพราะแปลออกมาจากบาลีก็ว่าเช่นนั้น แต่การที่ผู้ใดไปยักยอก ฉ้อโกง จี้หรือปล้น บางท่านก็ย่อมจะเห็นว่าไม่ผิดในข้ออทินนาทานด้วยมิได้ลักทรัพย์ แต่ก็คงจะเป็นบาปอย่างอื่น

เมื่อผู้ใดรับศีลแล้ว คิดแต่เรื่องไม่ลักทรัพย์ ระวังมิให้ไปหยิบเอาทรัพย์ของผู้อื่นแต่กลับไปยักยอกเอาสิ่งที่มิใช่เป็นของตนมาไว้ในครอบครอง แล้วก็ถือว่ามิได้ผิดศีลข้ออทินนาทาน ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ย่อมจะบังเกิดความเสียหายขึ้นมาไม่น้อยเลยแก่ผู้ที่เข้าใจผิดเช่นนั้น

ที่ชื่อว่า อทินนาทานนั้น แท้ที่จริงได้แก่ เถยยเจตนา คือเจตนาในการที่จะได้ทรัพย์ของผู้อื่นมาโดยมิชอบ จะเป็นลักทรัพย์ ยักยอก ฉ้อโกง จี้เอาไปซึ่งหน้า วิ่งราว และปล้น เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นอทินนาทานทั้งสิ้นไม่ได้ยกเว้นเลย

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2554 , 12:42:46 น.] ( IP = 125.25.121.81 : : )


  สลักธรรม 2


อกุศลอทินนาทานนั้น จะเป็นการก้าวล่วงกรรมบถหรือครบองค์ทุจริต ก็จะต้องประกอบด้วยองค์ทั้ง ๕ คือ

๑. ปรปริคฺคหิตํ วัตถุสิ่งของมีเจ้าของรักษาเอาไว้

๒. ปรปริคฺคหิต สญฺญิตา รู้ว่าวัตถุสิ่งของนั้นมีเจ้าของ

๓. เถยฺยจิตตํ มีจิตคิดจะได้

๔. ปโยโค กระทำความเพียรที่จะได้มา

๕. อวหาโรได้สิ่งของนั้นมาด้วยความเพียรนั้น

อกุศลอทินนาทานนี้ ท่านนักศึกษาจะเห็นได้ว่า เหมือนกับปาณาติบาต ต้องครบองค์ ๕ จึงจะถือว่า ล่วงกรรมบถ แต่ถ้าไม่ครบองค์ เช่นขาดไปข้อใดข้อหนึ่งแล้วกำลังของการให้ผลก็จะลดลง อย่างไรก็ดี ตัวการสำคัญก็ต้องประกอบไปด้วยเถยยเจตนา แต่เถยยเจตนานั้นจะต้องอาศัยทางกาย หรือจะใช้วาจาเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์นั้นก็ได้

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2554 , 12:43:08 น.] ( IP = 125.25.121.81 : : )


  สลักธรรม 3


ปโยคะ ได้แก่ความพยายามในการลักทรัพย์นั้นมี ๖ อย่าง คือ

๑. สาหัตถิกะ ลักทรัพย์นั้นด้วยตนเอง

๒. อาณัตติกะ ใช้คนอื่นโดยการใช้วาจาหรือเขียนหนังสือ

๓. นิสสัคคิยะ ลอบทิ้งวัตถุสิ่งของ เช่นลักลอบเอาสิ่งของที่ต้องเสียภาษีทิ้งออกไปให้พ้นเขต

๔. ถาวระ สั่งพรรคพวกเพื่อนฝูงเอาไว้ ถ้ามีโอกาสให้พยายาม เรื่องนี้แม้จะเป็นเวลานาน ก็ย่อมสำเร็จเป็นอทินนาทาน

๕. วิชชามยะ การใช้เวทมนต์คาถา

๖. อิทธิมยะ ใช้อิทธิฤทธิ์ต่างๆ

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2554 , 12:44:18 น.] ( IP = 125.25.121.81 : : )


  สลักธรรม 4


๑. สาหัตถิกะ หมายถึงกระทำการลักทรัพย์หรือฉ้อโกงด้วยตนเอง หรือคิดแล้วก้ทำของตนเอง การกระทำดังนี้ อกุศลมีกำลังมาก

๒. อาณัตติกะ หมายถึง การลักทรัพย์หรือทำทุจริตในทรัพย์สมบัติของผู้อื่นนั้น เมื่อเป็นคดีความในโรงศาล ผู้กระทำผิดอาจจะพ้นความผิดไปได้ เพราะหลักฐานพยานอ่อนฟังไม่ได้ จำเลยจึงได้ถูกปล่อยตัวไป แต่ในหลักของธรรมชาติแล้วจะหลีกหนีพ้นไปไม่ได้ ไม่มีหนทางหลีกเลี่ยงเลย แม้จะอ้างพยานอย่างไรก็ตาม

การใช้ให้คนอื่นลักทรัพย์โดยการสั่งด้วยวาจา หรือสั่งไว้ด้วยตัวหนังสือ หรือแม้จะทำกิริยาอาการบุ้ยใบ้ให้อีกผู้หนึ่งรู้ความหมาย ก็ได้ชื่อว่าลักทรัพย์หรือฉ้อโกงด้วยเหมือนกัน

๓. นิสสัคคิยะ ในข้อนี้หมายถึง การใช้อุบายเพื่อให้ได้ทรัพย์มาโดยประการต่างๆ โดยทำให้ผู้อื่นหลงผิด เช่น ทองดีที่แกล้วทำตกไว้แล้วเก็บได้ให้ผู้อื่นเห็นด้วยกัน เมื่อผู้ที่เห็นเผลอก็หลอกเอาทองเก๊ให้ไป โดยแลกเอาเงินมาในราคาต่ำกว่า หรือเอาของที่ต้องเสียภาษีออกนอกเขตความคุ้มครองของตนเพื่อเลี่ยงภาษี

๔. ถาวระ เป็นการได้ทรัพย์มาโดยใช้เวลานาน เช่น การสั่งพรรคพวกหรือลูกน้องเอาไว้ว่า ถ้าได้โอกาสเมื่อใดแล้วให้ลักทรัพย์นั้นมา หรือให้ทำลายทรัพย์อันนั้นเสีย แม้จะกินเวลานานสักเท่าใดก็ตาม ก็ได้ชื่อว่า อทินนาทานได้

๕. วิชชามายะ หมายถึงการใช้เวทมนต์คาถา ทำให้เจ้าของทรัพย์เผลอสติหรือหลงใหลไปชั่วคราว แล้วหยิบทรัพย์นั้นมาให้ตน ใช้คาถาหรืออำนาจจิตบังคับให้เจ้าของทรัพย์หลับ แล้วจึงทำการลักทรัพย์โดยสะดวก เป็นวิชาการอันหนึ่ง แต่ไม่ถึงอภิญญา

๖. อิทธิมยะ ได้แก่การใช้อิทธิฤทธิ์ต่างๆ แต่ต้องไม่ใช่ในข้อ ๕ คือวิชชามยะ ในข้อนี้ก็อาจจะมีผุ้สงสัยข้องใจอยู่ในข้อที่ว่า ผู้มีอิทธิฤทธิ์แล้ว ยังกล้าทำการที่เรียกว่าอทินนาทานทีเดียวหรือ

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2554 , 12:44:46 น.] ( IP = 125.25.121.81 : : )


  สลักธรรม 5


ความจริงผู้มีฤทธิ์นั้น ย่อมไม่กล้ากระทำอทินนาทานชนิดที่เป็นโลกวัชชะ คือ การกระทำที่ชาวโลกเขาติเตียน หรือมีโทษในทางโลก แต่เป็นการกระทำที่จะก่อประโยชน์ให้เกิดขึ้น แล้วเจ้าของทรัพย์ก็ไม่มีความเสียหายแต่ประการใด สำหรับอิทธิมยะนั้นก้ได้แก่ผู้ที่มีความสำเร็จได้ อภิญญา คือความรู้พิเศษ ต้องได้ฌานเสียก่อน

ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ โทณพราหมณ์ที่ทำการตวงแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่กษัตริย์ทั้ง ๘ ประเทศ ในระหว่างที่ทำการตวงอยู่นั้น ได้ยักยอกเอาพระเขี้ยวแก้วเบื้องบนข้างขวาไปใส่ไว้ในมวยผมของตน เทวดาผู้ใหญ่องค์หนึ่งมองเห็นพระเขี้ยวแก้วนั้น ก็เลยเอาไปจากมวยผมของพราหมณ์อีกต่อหนึ่ง แล้วนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ ณ ชั้นดาวดึงษพิภพ เรียกว่า เจดีย์จุฬามณี

การกระทำการลักทรัพย์ หรือเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตนที่เรียกว่า อทินนาทานนั้น ก็คล้ายๆ กับปาณาติบาต คือการฆ่าสัตว์ ในข้อที่ว่า แบ่งออกเป็นมหาสาวัชชะ อันหมายถึงการกระทำอทินนาทานที่มีโทษมาก และอัปปสาวัชชะ ได้แก่การกระทำอทินนานทานที่มีโทษน้อย คือ ทรัพย์จำนวนมากย่อมมีโทษมากกว่าทรัพย์จำนวนน้อย ทรัพย์ของพระหรือเณรผู้มีศีลก็ย่อมมีโทษมากกว่าทรัพย์ของฆราวาสที่ไม่มีศีล และทรัพย์สมบัติของพระอริยบุคคล ก็ย่อมจะมีโทษมากกว่าปุถุชน เป็นต้น

เรื่องของปาณาติบาตกับอทินนาทานนั้น มีรายละเอียดแยกย่อยออกไปอีกเป็นอันมาก เมื่อท่านนักศึกษาได้ศึกษาถึงปริจเฉทที่ ๕ แล้ว จึงควรจะได้ศึกษารายละเอียดเหล่านั้นต่อไป ในขณะนี้กำลังศึกษาเพียงปริจเฉทที่ ๑ ผมก็คิดว่า พอให้ได้เห็นรูปร่างหน้าตา หรือพอเป็นเค้าโครงที่จะวาดภาพเข้าไปถึงการกระทำเหล่านี้ได้แล้ว

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มิ.ย. 2554 , 12:45:12 น.] ( IP = 125.25.121.81 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org