มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปิสุณวาจา







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



ปิสุณวาจา คืออะไร

ปิสุณวาจา แยกออกเป็น ๒ บท คือ ปิสุณ + วาจา

ปิสุณ แปลว่า การบดให้ละเอียด หรือทำให้แตกกระจาย

วาจา แปลว่า คำพูด

เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็ได้แก่ คำพูดที่ทำให้ความสามัคคีแตกกระจาย หรือคำพูดที่ทำให้เกิดความแตกร้าวกัน หรือที่พูดกันโดยทั่วไปว่า การยุยงส่อเสียดให้เขาแตกร้าวกัน ดังแสดงวจนัตถะว่า

" ปิสติ สามคฺคี สยฺจุณฺเณตีติ = ปิสุณา " วาจาอันใดย่อมบดความสามัคคี คือทำให้กระจัดกระจาย ฉะนั้น วาจานั้นชื่อว่าปิสุณา

หรือ "ปิสุณ จ สา วาจา จาติ = ปิสุณวาจา" คำกล่าวที่บดความสามัคคี คือทำให้แตกแยกกระจัดกระจายด้วย เป็นเจตนาที่เป็นเหตุแห่งการกล่าวนั้นด้วย ฉะนั้น ชื่อว่า ปิสุณวาจา

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2554 , 15:50:36 น.] ( IP = 125.27.180.249 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


การพูดจายุยงให้เขาแตกร้าวกันนั้น ก็จะพอพบเห็นกันได้เสมอในสังคมต่างๆ โดยทั่วๆไป จะค้นหาให้พบได้ไม่ยากเท่าใดนัก เพราะด้วยกิเลสอันได้สั่งสมอบรมติดตัวมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ตั้งแต่ชาติก่อนๆ ที่ได้เคยเกิดมาแล้วด้วย เป็นตัวกระตุ้นเตือนใจให้แสดงออกซึ่งการยุยงส่อเสียดนั้น เพราะด้วยอำนาจของความรัก ความใคร่ หรือความยินดีติดใจในอารมณ์อันเป็นโลภะ หรือด้วยอำนาจของความเกลียด ความโกรธ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อน หรือความไม่พอใจด้วยอำนาจของโทสะ เป็นเหตุให้กล่าวปิสุณวาจาส่อเสียดยุยงลงไป

ผู้กระทำการส่อเสียดให้เขาแตกจากกัน กระทำการลงไปเพื่อให้สมความปรารถนาของตน คือให้เขาแตกร้าวกันให้จงได้ จึงได้กล่าวยุยงส่อเสียดนั้นขึ้นมา เมื่อสมความปรารถนาแล้วก็บังเกิดความพออกพอใจ แต่ผู้กระทำหาได้ทราบไม่ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ เพราะเหตุแห่งการที่ไม่ได้มาศึกษา มิได้ค้นคว้าพิจารณาให้บังเกิดความเข้าใจ จึงไม่ทราบว่า กำลังเล่นอยู่กับอันตรายอันเป็นสิ่งที่น่าหวาดเกรงของบรรดาบัณฑิตทั้งหลาย

มีหญิงสองคนมีความรักใคร่สามัคคีกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ มีเรื่องราวเดือดเนื้อร้อนใจก็ยินดีเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่าที่จะทำได้ ด้วยความสนิทสนมกมลเกลียวกันดังนี้ จึงเป็นเหตุให้เป็นที่ไม่พอใจของหญิงคนที่ ๓ เพราะหญิงคนที่ ๓ ก็เป็นเพื่อนที่เคยรักใคร่กันกับคนที่ ๑ มาก่อนนานมาแล้ว ด้วยเกรงว่าความรักใคร่ที่มีอยู่ต่อตนนั้นจะถูกแบ่งออกไป เกรงว่าเพื่อนคือหญิงคนที่ ๑ จะรักตนน้อยลงไป ด้วยอำนาจของความรักเพื่อนจึงได้กล่าวปิสุณวาจาขึ้น ยุยงส่อเสียดให้คนที่ ๑ ทราบว่าเพื่อนที่สนิทสนมกันมากคนนั้นไม่ดี ขืนไปสนิทมากนักจะพาไปให้เสียชื่อเสียง เขาเป็นคนมากชู้หลายผัว ใครต่อใครเขาเล่าลือกันทั่วไป แล้วก็เสนอแนะว่า ห่างๆ เอาไว้หน่อยก็จะดี

เมื่อได้ตั้งเรื่องขึ้นมาดังนี้แล้ว ก็พิจารณาได้ว่า การยุยงให้เพื่อนแตกร้าวกันนั้นเกิดขึ้นและเป็นไปเพราะอะไร ในเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะความรัก เกรงว่าเพื่อนจะรักตนน้อยลง ด้วยหันไปสนิทสนมกับคนใหม่ เกิดความร้อนอกร้อนใจ จึงได้หาทางกล่าวยุยงส่อเสียดขึ้นมา

ท่านทั้งหลายก็อาจจะตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงแล้วก็กล่าววาจายุยงขึ้น เพื่อให้เขาแตกร้าวกันนั้น ก็เป็นการส่อเสียด บางทีกล่าวเรื่องจริงออกไปด้วยหวังดีก็ได้ แล้วจะเป็นปิสุณวาจาหรือไม่ เช่นด้วยเกรงว่าเพื่อนรักของตนจะเสียหายจึงได้แสดงให้เพื่อนรู้เพื่อเป็นการเตือนสติ แล้วจะได้ป้องกันตัวองเอาไว้ ถ้าเป็นเช่นนี้การทำให้เพื่อนแตกร้าวกันจะเป็นปิสุณวาจาหรือไม่ เพราะเขาก็อาจจะแตกร้าวกันจริงๆ สมความตั้งใจเหมือนกัน

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2554 , 15:51:28 น.] ( IP = 125.27.180.249 : : )


  สลักธรรม 2


ในเรื่องที่แย้งมาดังนี้ เปนการตัดสินใจยากขึ้นมา ดังนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องทราบองค์ของปิสุณวาจาเสียก่อน

องค์ของปิสุณวาจานั้นมีอยู่ ๔ ข้อ คือ

๑. ภินฺทิตพฺโพ ผู้ที่ถูกทำให้แตกจากกัน

๒. เภทปุรกฺขาโร มีเจตนามุ่งให้แตกจากกัน

๓. ปโยโค ทำความเพียรให้แตกจากกัน

๔. ตทตฺถ ชานนํ ผู้ฟังรู้เนื้อความนั้น

ตามตัวอย่างเรื่องของหญิงที่ได้กล่าววาจายุให้เพื่อนต้องแตกแยกจากกันนั้น ก็จะเห็นได้ว่า กระทำลงไปครบองค์ของปิสุณวาจา เพราะผู้ที่ทำให้แตกแยกกันก็มีอยู่ เจตนาที่จะให้เขาแตกแยกกัน เพื่อจะให้เขาหันกลับมารักตนก็พร้อม แล้วยังได้แสดงความเพียรพูดหว่านล้อมให้เพื่อนเชื่อตน ทั้งผู้ฟังก็มีความเข้าใจในเนื้อความนั้นๆ อีกด้วย

ตัวอย่างดังกล่าวมานี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าเป็นการยุยงส่อเสียด หรือกระทำปิสุณวาจาครบองค์แล้ว แต่อย่างไรก็ตามท่านนักศึกษาก็จะต้องจำเอาไว้ว่า การกล่าวปิสุณวาจานี้ แม้จะครบองค์ทั้ง ๕ แล้วก็จริง ถ้าเจตนาที่จะให้เขาแตกแยกจากกันนั้น ไม่บังเกิดผลสำเร็จ เขามิได้แตกแยกจากกัน ยังคงมีความรักใคร่กลมเกลียว มีความสามัคคีกันดีอยู่แล้ว ก็หาได้จัดว่าเป็นการล่วงอกุศลกรรมบถไม่ ดังที่ท่านพระมหาพุทธโฆษาจารย์แสดงอยู่ในอัฏฐสาลินีอรรถกถาว่า

"ปเร ปน อภินฺเน กมฺมปถเภโท นตฺถิ ภินฺเนเอว" แปลความว่า " แม้จะครบองค์ ๔ ก็ตาม เมื่อผู้อื่นมิได้แตกแยกจากกัน ก็ไม่มีการล่วงกรรมบถ ถ้ามีการแตกแยกจากกันจึงจะล่วงกรรมบถ

อย่างไรก็ดี ถ้าการกล่าววาจาให้เขาแตกแยกกัน ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น มิได้เป็นไปเพราะอำนาจของความรักที่เพื่อนมีต่อตน ด้วยเกรงว่าเพื่อนจะรักตนน้อยไป จึงได้เกิดความไม่พอใจขึ้นมา แล้วได้แสดงปิสุณวาจากล่าวส่อเสียดยุยงขึ้นมา แต่กลับกันผู้กล่าวมีความปรารถนาดีต่อเพื่อนจริงๆ เกรงว่าเพื่อนจะได้รับความเสียหาย จึงได้กล่าวแนะนำตักเตือนด้วยความประสงค์ดี ดังนี้จะปรับให้เป็นปิสุณวาจาได้อย่างไร เจตนาที่เกิดขึ้นก็มิได้มีอกุศลเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย จึงไม่ได้เป็นอกุศลกรรมบถเหมือนกับพ่อแม่ตักเตือนสั่งสอนลูก ไม่ให้คบคนนั้น คนนี้ เพราะคนเหล่านั้นประพฤติตัวไม่ดี เกรงว่าลูกของตนจะเสียหาย ความประสงค์ที่ดีเหล่านี้ จะปรับให้เป็นอกุศลกระไรได้

ขอให้ท่านนักศึกษาระลึกถึงเจตนาตัวแรก คือ บุพเจตนาก่อนที่จะกล่าววาจาออกไปว่า ผู้กล่าวมีความตั้งใจหรือมีความมุ่งหมายอะไร

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2554 , 15:52:00 น.] ( IP = 125.27.180.249 : : )


  สลักธรรม 3


ในเรื่องปโยคะ คือการจูงใจให้เกิดปิสุณวาจานั้น มีอยู่ ๒ ได้แก่ กายปโยคะ และวจีปโยคะ

การยุงยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าวกันโดยอาศัยกาย ก็ได้แก่การใช้กิริยาท่าทางเพื่อแสดงออกซึ่งความหมายนั้นๆ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันอยู่โดยทั่วๆ ไปว่า เช่น ชี้มือ โบกมือให้รู้ หรือบุ้ยใบ้ให้เข้าใจ เช่นสามีไปทำงานกลับมาบ้าน ไม่เห็นภรรยา ก็ถามญาติที่อยู่ในบ้านคนหนึ่ง ญาติที่อยู่ในบ้านก็ทำท่าทางเหมือนเล่นไพ่ แล้วโบกมือหรือบุ้ยใบ้ไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กันนั้น ให้รู้ว่าภรรยาของเขากำลังเล่นไพ่กันอยู่ ด้วยหวังว่าจะให้สามีภรรยาคู่นี้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เช่นนี้เป็นการยุยงส่อเสียดให้เขาแตกร้าวกันทางกาย

การยุงยงส่อเสียดทางวาจานั้น เป็นการกล่าวเป็นถ้อยคำออกมาเลย ให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ความหมายเพื่อให้แตกร้าวกันโดยตรง หรือใช้อุบายกล่าวถ้อยคำอะไรที่จะให้บังเกิดความเข้าใจรู้ความหมายก็ได้ เช่นพูดตรงๆ พูดเป็นเชิงออกความเห็น หรือพูดเสนอแนะให้ไปคิด เช่นยุสามีว่าภรรยาไปมีชู้ ก็พูดเล่าให้ฟังเลย หรือพูดว่าเต่ามันชอบกินผักบุ้ง หรือพูดว่าบางคนโง่เหมือนควาย เอาเขาใส่ไว้ที่หัวก็ไม่รู้สึก

การแสดงออกทางกายก็ดี หรือการแสดงออกทางวาจาก็ดี ถ้าเป็นเหตุให้เกิดการแตกร้าวกันขึ้นมาแล้ว ผู้ถูกส่อเสียดนั้นเกิดความกินแหนงแคลงใจจนแตกความสามัคคีกันขึ้นมา ผู้ส่อเสียดนั้นก็ได้ชื่อว่า ล่วงกรรมบถ อกุศลกรรมมีกำลังมาก มีความสามารถที่จะส่งผลปฏิสนธิ คือไปเกิดในอบายภูมิ มีสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานได้ แต่ถ้าส่อเสียดยุยงแล้ว แม้จะครบองค์ทั้ง ๔ ก็ไม่ได้เป็นเหตุให้เกิดการแตกร้าวกัน ก็ได้ชื่อว่าล่วงอกุศลปิสุณวาจา กำลังที่จะให้ผลนั้นน้อยกว่าจึงไม่สามารถนำให้ปฏิสนธิในอบายภูมิได้ แต่ก็จะให้ผลในปวัตติกาล คือเกิดขึ้นมาเสียก่อน แล้วผลนั้นจึงจะปรากฏขึ้นมาภายหลัง

การแสดงออกซึ่งปิสุณวาจาส่อเสียดให้เขาแตกร้าวกันนั้น ไม่ว่าจะส่อเสียดด้วยความรัก ความเกลียด ความโกรธ ไม่ว่าจะเป็นอิจฉาริษยาก็ตาม ก็ย่อมจะได้รับผลที่ตนก่อขึ้นมาอย่างแน่นอนไม่เร็วก็ช้า เพราะจิตจะเก็บความปรารถนาที่ต้องการแตกร้าวเอาไว้ เมื่อเกิดขึ้นมาในชาติใหม่ภพใหม่ ผลที่ได้ก็คือ ไปอยู่ที่ไหนก็จะมีแต่เรื่องเร่าร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ จิตใจก็จะมีแต่ความหวาดระแวงครุ่นคิดแต่ในเรื่องร้าย จะหาทางให้จิตสงบระงับนั้นแสนยาก ตั้งใจจะให้เกิดความสามัคคีอย่างแน่นแฟ้นเท่าใด ก็เป็นไปได้ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ช้าไม่นานความสามัคคีก็แตกสลายทำลายลง ความวุ่นวายในประการต่างๆ จะปรากฏขึ้นให้ได้เห็น แม้พยายามแก้อย่างไร ถ้ากำลังของกรรมนั้นๆ มีมากแล้ว แทนที่มรสุมร้ายนั้นจะคลายตัวลง กลับจะซ้ำเติมจู่โจมหนักยิ่งขึ้น ถ้าจะมีคู่รัก คู่รักก็ต้องให้มีอันต้องผิดพ้องหมองใจกันหรือพลัดพรากจากกันไป จะคบกับใครก็ให้มีอันเป็นที่ต้องทำให้เรื่องร้าวฉาน จะตั้งสมาคมหรือบริษัทก็มีแต่เรื่องขัดแย้ง ก่อให้เกิดความเร่าร้อนใจไม่เป็นสุข

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2554 , 15:52:32 น.] ( IP = 125.27.180.249 : : )


  สลักธรรม 4


บุคคลทั้งหลายผู้ซึ่งมิได้ศึกษาเล่าเรียนมาให้เพียงพอ มิได้เข้าถึงความจริงอันละเอียดลึกซึ้งในเรื่องของชีวิต และมิได้ใช้ดุลยพินิจชีวิตในแง่มุมต่างๆ ให้เข้าถึงความจริงแท้ ก็ย่อมจะมีความเห็นอันไม่ถูกต้อง ก็ย่อมจะคิดเห็นของตนไปตามประสาโลกๆ จากที่ได้เคยสั่งสมอบรมมา

เมื่อได้รับภัยพิบัตินานาประการ หรือได้รับความยุ่งเหยิงในปัญหาชีวิตที่ไม่รู้จะสางออกได้อย่างไร หรือมีเหตุการณ์ใดหรือบุคคลที่อยู่ใกล้ก่อให้เกิดความเร่าร้อนไม่สบายก็คิดโทษคนอื่น และโทษสิ่งอื่น ว่าเป็นตัวการเป็นมารผลาญมาทำให้ตนต้องเดือดร้อนไม่สร่างซา

คิดโทษคนอื่นหรือสิ่งอื่นว่ามาทำให้ตนไม่สมความปรารถนา แต่เขาหาได้ทราบไม่ว่า เหตุของกรรมในอดีตชาติที่ตนได้สั่งสมอบรมสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง มีส่วนบันดาลความทุกข์ระทมขมขื่น ความไม่สมใจนั้นร่วมอยู่ด้วย

เมื่อมิได้มีความเข้าใจความจริงอันลึกซึ้งในเรื่องของอดีตกรรมเช่นนี้แล้ว จึงได้แก้ปัญหาชีวิตของตนไปตามอารมณ์ หรือตัดสินใจกระทำอะไรลงไปจากอารมณ์ที่ปรากฏเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาไปตามประสาโง่ๆ ในเรื่องของชีวิตที่ตนไม่ยอมศึกษาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ซึ่งแน่ละย่อมจะเป็นไปในทางที่ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นไป เช่นโต้ตอบรุนแรงโดยไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีเสียใหม่ คุกคามฝ่ายตรงข้ามด้วยโทสะ วางแผนการณ์ที่ไม่เป็นการสมควร พยาบาทอาฆาตจองเวรกะน เป็นต้น อย่างน้อยก็ต้องเก็บเอาไปคิดมากจนนอนไม่หลับ จนเบื่อหน่าย บางทีถึงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป

โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2554 , 15:53:47 น.] ( IP = 125.27.180.249 : : )


  สลักธรรม 5


ปิสุณวาจา จำแนกออกเป็นอัปปสาวัชชะ และมหาสาวัชชะ อย่างไร

การส่อเสียดเพื่อให้เขาเกิดแตกแยกจากกัน ด้วยความปรารถนาอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นอกุศลนั้น เมื่อเกิดการแตกแยกออกจากกันดังที่ได้ตั้งเจตนาเอาไว้แล้ว ก็เป็นอันว่าได้ล่วงอกุศลกรรมบถ เพราะองค์แห่งปิสุณวาจาก็ครบทั้ง ๔ แล้ว ทั้งความสามัคคีก็ได้ถูกทำลายลงสมความปรารถนาด้วย

อย่างไรก็ดี อกุศลกรรมบถที่ล่วงนั้น แม้จะมีกำลังมากก็จริง แต่โทษที่ว่ามีมากนั้นก็ยังแบ่งออกไปอีกเป็นชั้นๆ เพราะว่า

ถ้าผู้ที่ถูกส่อเสียดให้เกิดการแตกแยกกันนั้นเป็นบุคคลอันธพาล หรือเป็นคนไม่มีศีลธรรม ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม ผู้แสดงส่อเสียดต่อบุคคลดังกล่าวนี้มีโทษไม่มากนักเป็นอัปปสาวัชชะ

ถ้าผู้ที่ถูกส่อเสียดยุยงจนแตกกันนั้นเป็นบัณฑิต หรือเป็นคนดีมีศีลธรรม เป็นผู้กระทำประโยชน์อันดีให้แก่สังคม ผู้ส่อเสียดจนบุคคลดีๆ เหล่านี้แตกความสามัคคีกันก็จะได้รับโทษมาก เป็นมหาสาวัชชะ


โดย ศาลาธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มิ.ย. 2554 , 15:54:30 น.] ( IP = 125.27.180.249 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org