มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุใดจึงต้องตาย ?







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


เหตุใดจึงต้องตาย ?

ตามความเข้าใจของบุคคลทั้งหลายมีความเห็นว่าคนที่ต้องตายลงไปนั้นก็ด้วยอาศัยเหตุต่าง ๆ กัน เช่นถูกอาวุธมีคม เชื้อโรคร้ายมาเบียดเบียนทำลาย การย่อยอาหารเสียหายเรื้อรังจนร่างกายผ่ายผอมแล้วจึงได้ตายไป เหล่านี้เป็นต้น

บรรดาเหตุทั้งหลายที่เป็นตัวการนำให้บุคคลถึงแก่ความตายนั้น ก็เป็นการถูกต้องอยู่บ้าง แต่ยังเป็นเหตุที่ห่างไกล บางทีเป็นเหตุอันไม่สมควรเลย หรือไม่น่าจะเป็นไปได้เลย แต่สำหรับในสภาวธรรมแล้วล้วงเข้าไปถึงสาเหตุที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้มากนัก

คนที่คิดฆ่าตัวตายนั้น มิได้เกิดขึ้นมาได้ง่าย ๆ บางคนมีความทุกข์มากอย่างเหลือเกิน ทั้งอดอยากยากจน ป่วยเจ็บเรื้อรังได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัส หรือเป็นโรคเรื้อนจนน่าเกลียดน่ากลัว แล้วสังคมไม่ต้อนรับ จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้คิดฆ่าตนเอง

แต่บางคนมีเรื่องเพียงเล็กน้อยนิดเดียว เช่น ถูกพ่อแม่ดุ หรือเพราะสอบตก ก็ฆ่าตนเองเสียแล้ว เรื่องเพียงเท่านี้ไม่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้คิดฆ่าตนเองเลยแล้วบางทีก็ฆ่าตนเองอย่างชนิดทรมานเสียด้วย เช่นใช้ของมีคมเฉือนตนเอง

แน่นอน ผู้ฆ่าตัวตายดังกล่าว เขาจะต้องมีเบื้องหลังอะไรที่แอบแฝงซ่อนเร้นเอาไว้อยู่ในส่วนลึกของจิตใจเข้ามาสนับสนุนอยู่อย่างใกล้ชิด แม้ตัวเจ้าของชีวิตเองก็ไม่รู้สึก ถ้าหากว่าไม่ได้ศึกษาหรือพิจารนาให้แยบเข้าไปในความมหัศจรรย์ของจิตใจ และอำนาจของกรรม นั่นก็คือ ตัวการที่มีอำนาจบันดาลใจ หรืออำนาจกระตุ้นใจให้แสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ

โดย ศาลาธรรม [18 ส.ค. 2554 , 13:10:44 น.] ( IP = 125.27.174.230 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


บางคนโดนอาวุธ เช่นมีดหรือปืนจนเป็นแผลเหวอะหวะน่าเสียวไส้ เลือดก็ไหลโทรมร่างกาย ใคร ๆ ก็พากันพูดว่าจะต้องไม่รอดทั้งนั้น กลับไม่ตาย แต่บางคนเอาตัวเดียวเท่านั้นก็ถึงตายได้ แน่ละ อำนาจกรรมที่เรามองไม่เห็นตัว และคิดว่าไม่มีนั่นเอง เป็นตัวการใหญ่ที่สำคัญที่สุดที่แอบกระทำเอาอย่างเงียบ ๆ

สำหรับในเรื่องนี้ ผู้ศึกษาพระอภิธรรมโดยละเอียด ก็จะไม่มีความสงสัยเลย บางคนอายุเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความตายก็มาเยือนเสียแล้ว และที่ตายเสียก่อนที่จะเห็นเดือนตะวันก็มิใช่น้อย แต่บางคนกลับตรงกันข้าม เพราะมีอายุเข้าไปร่วมร้อย หรือร้อยกว่าขึ้นไป ทั้งร่างกายก็ยังแข็งแรงดีไม่ค่อยป่วยไข้

เมื่อความตายเกิดขึ้น ผู้อยู่หลังที่มิได้เข้าใจซึ้งถึงความจริง ก็อ้างว่าเพราะเหตุนั้น เพราะเหตุนี้ ซึ่งความจริงก็มิได้ผิด แต่บางทีก็ถูกน้อยเหลือเกิน เพราะเหตุที่ทำให้ต้องตาย ที่รู้เห็นได้ยากนั้นยังแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่อีก

สมมุติมรณะ คือ ความตายของสัตว์ทั้งหลาย ถ้าจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า ความตายก็คือ จิต เจตสิก และกรรมชรูปดับลง แล้วไม่เกิดขึ้นมาใหม่ในภพชาตินั้น (เว้นอสัญญสัตตา)

หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็ว่า ความตายของสัตว์ทั้งหลาย (ในปัญจโวการภูมิ คือภูมิที่มีขันธ์ ๕ )นั้น หมดสิ้นอำนาจแห่งอนุบาลธรรม ๓ ประการ คือ

๑. ความหมดสิ้นไปแห่งกรรมชรูป

๒.ความหมดสิ้นไปแห่งอุสมาเตโชธาตุ

๓.ความหมดสิ้นไปแห่งภวังคจิต

โดย ศาลาธรรม [18 ส.ค. 2554 , 13:11:11 น.] ( IP = 125.27.174.230 : : )


  สลักธรรม 2


๑. ความหมดสิ้นไปแห่งกรรมชรูป

ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายย่อมมีรูปอันเกิดขึ้นมาจากอำนาจของกรรม ที่เรียกว่า กรรมชรูปอยู่ทั่งสรรพางค์กาย คือ ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น ประสาทกาย เพศหญิงหรือเพศชาย และหทยวัตถุอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิตใจ

รูปทั้งหมดเหล่านี้เป็นรูปปรมาณู เกิดมาตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา โดยอำนาจของกรรมที่ทำไว้ในอดีต ซึ่งมีอิทธิพลมาก สามารถเป็นตัวการปรุงแต่ง ผันแปรรูปที่ถ่ายทอดจากบิดามารดาให้เป็นรูปประสาท เช่นประสาทกายเป็นต้น ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ และส่งเสริมปรุงแต่งเรื่อยมาจนเติบใหญ่ไปจนกว่าจะถึงแก่ความตาย

รูปทั้งหลายดังกล่าวแล้วก็มีการสลายตัวไป และเกิดใหม่เพิ่มเติมชดเชยกันอยู่เรื่อย ๆ ตลอดเวลาทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไป โดยอำนาจของกรรมผลิตสร้างขึ้น ติดต่อกันอยู่เสมอไม่ขาดสายเหมือนน้ำที่ไหลอยู่ในลำธาร

ทุกครั้งที่กรรมชรูปสร้างรูปขึ้นมา ก็มีชีวิตรูปเกิดขึ้นร่วมด้วยทุก ๆ ครั้งและทุก ๆ รูป ที่เรียกว่ากรรมชรูป แต่ครั้นถึงคราวที่ชีวิตจะสิ้นสุดลง เพราะหมดกำลังอำนาจของกรรมที่จะปกปักรักษารูป เฉพาะอย่างยิ่งหทยวัตถุ อันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิตมิได้เกิดขึ้นมาแล้ว จิตก็จะดับและไม่เกิดขึ้นมาอีกสำหรับในภพนี้ บุคคลนั้นจึงถึงแก่ความตาย

ถ้าจะตั้งคำถามว่า เหตุใดกรรมชรูปที่เกิดขึ้นมาสืบต่อกันไปไม่ขาดสายนั้น เมื่อดับลงแล้ว ไฉนจึงมิได้เกิดขึ้นมาใหม่ตามที่เคยเป็นไป ทั้งนี้ก็เพราะว่า กรรมที่เป็นตัวปกปักรักษาให้ชีวิตดำรงคงอยู่นั้น หมดสิ้นอำนาจลงเมื่อกรรมมิได้รักษาแล้ว รูปอันเกิดจากกรรมจึงมิได้ถูกผลิตสร้างขึ้นมา จิตเจตสิกจึงได้ดับลงไปพร้อมกัน เราจึงเรียกว่า “ตาย”

โดย ศาลาธรรม [18 ส.ค. 2554 , 13:11:32 น.] ( IP = 125.27.174.230 : : )


  สลักธรรม 3


๒. ความหมดสิ้นไปแห่งอุสมาเตโชธาตุ

ชีวิตทุกชีวิตที่ยังดำรงคงอยู่ได้ ก็ด้วยอาศัยอำนาจของอุสมาเตโช คือความร้อนที่ช่วยรักษาชีวิตเอาไว้ เมื่อการงานของชีวิตสะดุดหยุดลง อุสมาเตโชที่รักษาให้ชีวิตอยู่ได้ก็หมดกำลังอำนาจ ความตายจึงได้เกิดขึ้น

๓. ความหมดสิ้นไปแห่งภวังคจิต

ภวังคจิตนั้นเป็นตัวการรักษาภพชาติเอาไว้ บัดนี้ ภวังคจิตดับลงไปโดยมิได้เกิดขึ้นเสียแล้ว ชีวิตของผู้นั้นก็ถึงที่สุดลง การที่ชีวิตต้องถึงที่สุดลงนั้น ก็ด้วยอำนาจของกรรมเป็นประการสำคัญที่สุด ดังนั้นความตายเกิดขึ้นเพราะอำนาจของกรรมที่ปกปักรักษาให้ชีวิต ดำรงคงอยู่นั้นหมดสิ้นอำนาจลงแล้ว



โดย ศาลาธรรม [18 ส.ค. 2554 , 13:11:56 น.] ( IP = 125.27.174.230 : : )


  สลักธรรม 4


ทุกคนต้องตาย
แต่หากขาดซึ่งพระสัพพัญญุตาญาณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของความตายได้เลย

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ส.ค. 2554 , 11:45:07 น.] ( IP = 124.121.172.126 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org