| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บุคคล สถานที่ และจิตใจ ที่เกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่
สลักธรรม 1
ภพภูมิที่สัตว์เกิดขึ้นมาในกามภูมิ ๑๑ คือ
สัตว์นรก ๑ สัตว์เดรัจฉาน ๑ เปรต ๑ อสูรกาย ๑ รวมเรียก ๔ ภูมินี้ว่า อบายภูมิ ๔
มนุษยภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ รวมเรียก ๔ ภูมินี้ว่า กามสุคติภูมิ ๗
รวมเรียก อบายภูมิ ๔ และ กามสุคติภูมิ ๗ ว่า กามภูมิ ๑๑ โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:02:50 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 2
จิตของสัตว์ที่จะปฏิสนธิในภพภูมิต่าง ๆ
๑.จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก ๑ ดวง นำปฏิสนธิในทุคติภูมิ คือเกิดเป็น สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย
๒. จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก ๑ ดวง นำปฏิสนธิเป็นมนุษย์กับเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ชั้นต่ำสุด และเป็นบุคคลที่ไม่สมประกอบ
๓.จิตที่ชื่อว่า มหาวิบากจิต ๘ ดวง นำปฏิสนธิในมนุษย์ ๑ ภูมิ กับเทวภูมิ ๖ ภูมิ
๔.จิตที่ชื่อว่า มหัคคตวิบากจิต ๙ ดวงนำปฏิสนธิในรูปพรหมและอรูปพรหม
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:03:08 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 3
ตามธรรมดาเมื่อเราต้องการทราบว่า กิจการงานของใครดีเด่น หรือบังเกิดความเสียหายอย่าร้ายแรงจนเป็นที่เลื่องลือ เราก็จำเป็นจะต้องค้นหาความจริงของเรื่องนั้นหลายทางด้วยกัน เช่นบุคคลนั้นคือใคร เป็นคนดีหรือไม่ดีอย่างไร อยู่ที่ไหน ในสถานที่นั้นเป็นอย่างไร และบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลประเภทไหน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ในการแสดงเรื่องจุติ ปฏิสนธิ ก็เหมือนกัน ก็จำเป็นที่จะต้องแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบว่า บุคคลผู้เกิดขึ้นมานั้นเป็นบุคคลชนิดไหน ทำไมถึงได้เกิดมาในสถานที่นั้น ในสถานที่นั้นเป็นอย่างไร และมีความเป็นมาประการใดบ้างทั้งในอดีตและปัจจุบัน
คำว่า บุคคล นั้น ตามสภาวธรรม มิได้มีความหมายเฉพาะเจาะจง คน เท่านั้น หากแต่หมายถึงสัตว์ทั้งหลายทั่วไปด้วย เช่น สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย มนุษย์ เทวดา หรือแม้พระอริยบุคคลเบื้องต้นไปจนพระอรหันต์
สิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น พื้นแผ่นดิน ภูเขา บ้านเรือน หรือ ต้นไม้ ไม่เรียกว่าบุคคล
คำว่า ปุถุชน นั้น หมายถึงผู้ที่หนาไปด้วยกิเลส มี โลภะ โทสะ โมหะ ครอบงำอยู่ในจิตพร้อมบริบูรณ์ ได้แก่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายในภพภูมิต่าง ๆ
แต่ยกเว้นอริยบุคคล เพราะพระอริยบุคคลไม่ใช่ปุถุชน ด้วยท่านได้ทำลายกิเลสออกไปไปได้เด็ดขาดเป็นบางส่วนจนถึงทำลายจนหมดสิ้นเชิงแล้ว
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:03:24 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 4
๑. บุคคลที่ได้ทำอกุศลกรรมไว้เป็นส่วนมากในชาตินี้ หรือทำอกุศลกรรมไว้มากในอดีตชาติ
เมื่อใกล้จะถึงแก่ความตาย ก็จะระลึกได้ถึงอกุศลที่ตนได้เคยทำมาราวกับว่าเป็นความฝัน หรือรู้สึกว่าได้เห็น ได้ยินจริง ๆ เช่นเห็นสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า หรือได้ยินเสียงสัตว์กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสน เห็นไฟลุกหรือเห็นป่าเปลี่ยว เห็นเหวลึกที่น่าหวาดเสียว เห็นถ้ำที่น่ากลัวตลอดจนเห็นสัตว์เดรัจฉานชนิดต่าง ๆ
การระลึกถึงกรรมในอดีตก็เพราะว่า บางท่านไม่ได้ทำบาปหรือทำบุญไว้ในชาตินี้เด่นชัดมากนัก จึงได้ล้วงเอากรรมในอดีตชาติมาเป็นอารมณ์ ก็เป็นไปได้เมื่อเวลาใกล้จะถึงแก่ความตาย
บุคคลดังกล่าวนี้ จะถูกผลักส่งให้ไปเกิดเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย และเมื่อเกิดในสถานที่ดังกล่าวนี้แล้วก็เรียกว่า อบายภูมิ ๔ อันเป็นที่เกิด อันไม่มีความสุขความสบาย ได้รับความเดือดร้อน และตัวผู้เกิด ณ. อบายภูมิทั้ง ๔ นี้เรียกว่า ทุคติบุคคล
อบายภูมิทั้ง ๔ นี้ ผู้เกิดเป็นบุคคลที่มีกายอันละเอียดเป็นปรมาณู เห็นไม่ได้ สัมผัสไม่ได้ด้วยกายของเรา เรียกว่า โอปปาติกปฏิสนธิ เกิดขึ้นมาตัวใหญ่โตเต็มที่ มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หทยวัตถุ เพศหญิงหรือเพศชายพร้อม (ยกเว้นสัตว์นรกไม่มีเพศ)
สัตว์เดรัจฉานที่มีกายหยาบที่เห็นในโลกนี้ ก็รวมเป็นสัตว์ที่อยู่ในอบายภูมิด้วย (สัตว์เดรัจฉานชนิดต่าง ๆ ที่มีกายละเอียดเป็นรูปปรมาณูในโลกนี้ก็มี) จิตของผู้ที่ปฏิสนธิในอบายภูมินั้น เรียกว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบาก เป็นวิบาก คือ ผลของกรรมที่ได้กระทำอกุศล มี ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:03:39 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 5
อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิตนี้มี ๑ ดวงเท่านั้น เป็นตัวปฏิสนธิในภูมิที่ไม่มีความสุขความสบายในภพภูมิทั้ง ๔ ไม่ว่า สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต หรือ อสูรกาย ก็ตาม
แต่ตัวการที่ส่งสัตว์ไปเกิดหรือตัวการที่ให้อำนาจนั้น ได้แก่อารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะถึงแก่ความตาย อารมณ์ที่ใกล้จะถึงแก่ความตายเป็นตัวบ่งชี้ว่าสัตว์นั้นจะเกิด ณ ที่ใด
ตามธรรมดาถ้าจิตของบุคคลใดจับอยู่ในอารมณ์ใดต่อ ๆ กันไปเป็นเวลานานแล้ว เราก็พูดกันว่า จิตจับอารมณ์ได้มั่นคง เราก็ถือว่าจิตนั้นมีกำลังมาก จะคิดอ่านจดจำหรือจะศึกษาเล่าเรียนอะไรก็จะได้ผลดี
ซึ่งแตกต่างกับจิตของคนที่จับอารมณ์ไม่มั่นคง ซัดส่ายไปมาอยู่เสมอเหมือนไฟเทียนที่อยู่ในที่ ๆ ลมพัด จิตชนิดนี้มีกำลังน้อย จะคิดอ่านจดจำหรือจะศึกษาเล่าเรียนวิทยาการอะไรก็จะจำไม่ค่อยได้
จิตของบุคคลที่ใกล้จะถึงแก่ความตายก็เหมือนกัน มีเหตุหลายประการที่มาทำให้จิตจับอารมณ์ที่เป็นกุศลได้ไม่มั่นคง จึงทำให้บังเกิดความเสียหายเมื่อเกิดขึ้นมาใหม่ในชาติหน้า
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:03:55 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 6
๒. บางคนทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนาไปตามคนอื่นที่เขาว่าดี ไม่เคยศึกษา ไม่เคยพิจารณาว่าจะเท็จจริงอย่างไร จิตใจในการทำกุศลจึงไม่มั่นคง
บางคนทำกุศลตามธรรมเนียม หรือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่หวังจะชักนำผู้อื่นที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาเท่านั้น แต่ตนเองไม่เคยเชื่อผลของการกระทำ หรือเรื่องการตายแล้วเกิดใหม่ได้
บางคนทำกุศลต่าง ๆ ไปด้วย มี โลภะ มีโทสะ มีโมหะ เข้าประกอบปะปนอยู่เสมอ เช่นทำกุศลด้วย โกรธ ทุกข์ร้อน กังวล ห่วงใยไปด้วย หรือทำกุศลเพราะอยากได้ผลดีในชาติหน้า ทำกุศลไปด้วยดื่มสุรามึนเมาไปด้วย
บุคคลเหล่านี้มีกำลังของกุศลน้อยเพราะมีอกุศลเข้าไปพัวพันเสีย บุคคลดังกล่าวนี้ เมื่อใกล้จะถึงแก่ความตาย จิตจับอารมณ์ที่เป็นกุศลที่ตนเคยทำมาไม่มั่นคง เพราะจับอารมณ์ไม่เป็นแถวเป็นแนว มีอกุศลเกิดขึ้นมาสลับกันเสีย
เช่น จิตเป็นกุศล แล้วเกิดเห็นที่ตัวเคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาแต่สมัยหนุ่ม ๆ เป็นอันมาก กุศลจิตพัวพันกับอกุศลจิตดังนี้ เมื่อเกิดขึ้นมาในภพใหม่ชาติใหม่ เพราะกุศลเป็นตัวนำ จึงได้เกิดเป็นคนหรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาต่ำสุด จึงเป็นคนหรือเทวดาที่ไม่สมประกอบ เช่นแข้งขาหรือตาพิการมาตั้งแต่ปฏิสนธิ (ถ้าผลนั้นเกิดในปวัตติกาล คือภายหลังปฏิสนธิแล้ว เป็นกรรมอีกอย่างหนึ่ง)
บุคคลที่ใกล้จะถึงแก่ความตาย ระลึกกุศลที่ตนทำเอาไว้ได้ แต่ไม่มั่นคงเพราะมีอกุศลโมหะเข้ามาพัวพันเพราะเคยดื่มสุราเมามายมาเป็นเวลานาน แม้กุศลจะเป็นผู้นำเกิดก็จริง แต่ก็ระลึกถึงเรื่องการเมามายที่ตนได้ทำมาเป็นอันมากสลับกันเสีย ทำให้กำลังของกุศลตกไป
ดังนั้นจึงไปเกิดเป็นคนหรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาต่ำสุด เป็นผู้ไม่สมประกอบทางจิตใจ เป็นผู้มีปัญญาทึบ มีโมหะครอบงำมาก เป็นบ้า เป็นผู้ที่เรียกว่าไม่ค่อยเต็มบริบูรณ์ และปัญญาอ่อน เราเรียกบุคคลดังกล่าวนี้ว่า เป็นพวก สุคติอเหตุกบุคคล เพราะปฏิสนธิด้วยกุศลที่มีกำลังน้อย และชื่อจิตที่ปฏิสนธิเรียกว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก อันเป็นจิตซึ่งเป็นผลของกรรม
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:04:12 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 7
๓. บุคคลบางคนทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา ก็มีจิตใจมั่นคง เพราะความเชื่อในผลของกรรมว่ามาตอบสนองได้ เชื่อมั่นว่า เมื่อชีวิตได้สิ้นสุดลงเมื่อใด จะต้องไปเกิดอีกในภพชาติใหม่ แม้ความเชื่อนี้จะเป็นความเชื่อตาม ๆ กันมาไม่ประกอบด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง เพราะมิเคยได้ศึกษาเล่าเรียนสภาวธรรมมาก่อนก็ตาม แต่ก็ตั้งใจทำจริง ๆ
เมื่อใกล้จะถึงแก่ความตาย ผลกุศลของบุคคลดังกล่าวจึงจัดว่ามีกำลังมาก (นอกจากจะมีเหตุมารบกวนใจ) ทั้งในขณะจิตนั้น จิตก็เป็น อโลภเหตุ อโทสเหตุ คือไม่มีความโลภ ไม่มีความโกรธ ความเสียใจในเวลาที่ทำกุศลอยู่ อกุศลมิได้เข้ามาพัวพันเลย
ดังนั้น การปฏิสนธิของบุคคลนี้จึงไปเกิดในภพภูมิใหม่เป็น ทวิเหตุกบุคคล คือบุคคลผู้มีสองเหตุ ได้แก่ อโลภเหตุ ไม่มีเหตุโลภ และอโทสเหตุ ไม่มีเหตุโกรธหรือเสียใจ
บุคคลนี้จะปฏิสนธิ เป็นทวิเหตุกบุคคล ปฏิสนธิเป็นมนุษย์หรือเทวดาได้ทั้ง ๖ ชั้น ทั้งเป็นบุคคลที่สมประกอบทั้งกายและใจในขณะปฏิสนธิ (ถ้าขาดตกบกพร่องก็จะเป็นในปวัตติกาล ภายหลังจากเกิดแล้ว และเป็นกรรมอย่างอื่น)
และชื่อจิตที่ปฏิสนธิเรียกว่า มหาวิบากญาณวิปยุต ๔ ดวง เป็นจิตอันเป็นผลของกรรมที่มาจากมหากุศลที่มิได้ประกอบด้วยปัญญา
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:04:28 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 8
๔ บุคคลบางคนเป็นผู้ช่างคิด ช่างพิจารณาในเรื่องปัญหาของชีวิต จึงพอจะมีความเข้าใจในเรื่องของกรรม กับผลของกรรม ตลอดจนเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิด แต่บางคนมิใช่เพียงเป็นคนช่างคิดพิจารณาเท่านั้น หากแต่ได้ศึกษาหาความจริงจากสภาวธรรมเลยทีเดียว
กุศลของบุคคลดังกล่าวนี้จึงประกอบด้วยกุศลที่มีปัญญาเจตสิกเข้ามาประกอบ คนโดยมากเรียกว่า ปัญญาบารมี
บุคคลดังกล่าวนี้ เมื่อทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ก็จะพิจารณาให้จิตของตนเกิดเป็นมหากุศลญาณสัมปยุต โดยพิจารณาเรื่องกรรมและผลของกรรมว่าสามารถให้ผลแก่ผู้กระทำได้ ความทุกข์หรือความสุขที่เกิดขึ้นกับใคร ๆ นั้นก็มาจากอดีตและปัจจุบันกรรมทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังพิจารณาให้เป็นวิปัสสนาญาณ โดยพิจารณาว่า สัตว์ทั้งหลายและสรรพสิ่งสารพัดทั้งปวงไม่เที่ยงแท้แน่นอนทั้งสิ้น เป็นทุกข์เพราะทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และเป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตนคนสัตว์ สักแต่ว่ามาประชุมกันชั่วคราว แล้ก็บังคับบัญชาไม่ได้ด้วย สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงหาได้เป็นแก่นสารพอที่จะเนามาเป็นที่พึ่งได้จริง ๆ ไม่
ผู้ทำกุศลแล้วพิจารณาให้เกิดปัญญาดังกล่าวนี้อยู่เสมอ ๆ เมื่อใกล้จะถึงแก่ความตาย อารมณ์ที่เป็นกุศลนี้ก็จะเกิดขึ้น และจะเป็นกุศลที่มีปัญญาเข้าประกอบด้วย ยิ่งศึกษาเล่าเรียนให้มาก ๆ ก็ยิ่งจะเป็นการดี
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:04:43 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 9
เมื่อสิ้นชีวิตลงไปก็จะได้เกิด คือปฏิสนธิด้วยจิตที่ประกอบด้วยปัญญา เรียกว่า ติเหตุกบุคคล ผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยเหตุทั้ง ๓ คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ อโมหเหตุ ไม่มีความโลภไม่มีความโกรธ ไม่มีความหลงเข้ามาพัวพันใจขณะทำกุศลนั้น
ก็มีหวังว่าในการเกิดขึ้นชาติหน้าจะได้รับผลดีมาก และมีปัญญาบารมี สามารถเดินไปในหนทางที่ดีที่สุด ปัญญาจะเป็นผู้คัดท้ายให้ตรงไปสู่เป้าหมาย คือ ความพ้นทุกข์ การเดินทางไกลสะดวกสบาย และจะไม่เถลไถลออกไปนอกทางได้ง่าย (เกิดในชาติใหม่)
ผู้ที่ปฏิสนธิเกิดในภพภูมิที่ดี คือ กามสุคติภูมิ เป็นมนุษย์หรือเทวดาที่สมประกอบทั้ง ๖ ชั้น เรียกบุคคลชนิดนี้ว่า ติเหตุกบุคคล จะมีความสุข ความเจริญ พร้อมทั้งมีปัญญามาก และจิตที่ปฏิสนธินี้ชื่อว่า มหาวิบาญาณสัมปยุตจิต ๔ ดวง ดวงใดดวงหนึ่ง
ท่านสาธุชนทั้งหลาย เรื่องการตายการเกิดที่ผม (อาจารย์ บุญมี เมธางกูร) ได้บรรยายมานั้นเป็นการบรรยายโดยรวบรัด เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดลออมากเหลือเกิน แต่ก็หวังว่าคงจะช่วยให้ท่านบังเกิดความเข้าใจได้บ้าง อย่างน้อยก็พอให้ท่านได้บังเกิดความมั่นคงในใจสักนิดว่า ชีวิตภายหลังความตายนั้นมีจริง ๆ เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็นกุศลอย่างยิ่งแล้ว
ขอความเจริญความผาสุก จงมีแก่ท่านทั้งหลาย
โดย ศาลาธรรม [7 ก.ย. 2554 , 13:05:13 น.] ( IP = 125.27.162.30 : : 10.0.1.56 )
สลักธรรม 10
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา (พี่ดา) [9 ก.ย. 2554 , 13:36:03 น.] ( IP = 124.121.173.172 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |