| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บัญญัติธรรมและปรมัตถธรรม
สลักธรรม 1
หรือคำว่า "คน" แล้วยังแยกออกไปว่า คนผู้หญิงหรือคนผู้ชาย อ้วน ผอม ขาว ดำ สวยหรือไม่สวย เราสมมุติกันขึ้นมา เพราะหาได้มีคน ผู้หญิง ผู้ชาย อ้วน ผอม สวยหรือไม่สวย แม้แต่ประการใดไม่
ชี้ลงไปตรงไหนก็หาได้มีคน ผู้หญิง ผู้ชาย อ้วน ผอม ขาว ดำ สวยหรือไม่สวย เพราะมีหน้า มีตา มีปาก มีแขน มีขา รวมกัน จึงเรียกว่า คน แต่หน้า ตา ปาก จมูก แขน ขา แต่ละอย่างหาได้เป็นคนไม่
เมื่อรวมกันแล้วจึงเรียกว่า "คน" แต่ความจริง ชิ้นส่วนต่างๆ ที่มารวมกันเหล่านั้น เรียกว่า "รูป" ต่างหาก เป็นรูปปรมาณูที่เล็กละเอียดมากเท่านั้นเอง รวมกันเข้าในรูปแบบต่างๆ มากมาย จึงเห็นต่างๆ กันออกไป
เรื่องนี้เป็นความจริงของคนกลุ่มหนึ่งหรือหมู่หนึ่งที่ได้สมมุติขึ้นมา เพื่อจะได้พูดจาให้เข้าใจกันได้ แต่ไม่มีจริงๆ เลยชี้ไม่ได้ว่า คน หญิง ชาย นั้นอยู่ตรงไหน ไม่ว่าจะชี้ลงไปที่หน้า ตา แขน หรือขาก็ตาม
คนแขกก็ดี คนจีนก็ดี เด็กเล็กๆ ที่นอนในเบาะก็ดี ตลอดจนสัตว์เดรัจฉาน เช่น สุนัขหรือแมวก็ดี ทั้งหมดเหล่านี้หาได้มีความเข้าใจในเรื่องเสื้อเชิ๊ต คน หญิง ชาย อ้วน ผอม สวยหรือไม่สวยมิได้ ทั้งๆ ที่ก็มีจิตใจ แล้วก็มีตาดูเห็นได้เหมือนกัน ทั้งเห็นได้โดยอาศัยเหตุเดียวกันด้วย
โดย ศาลาธรรม [13 ก.ย. 2554 , 11:10:41 น.] ( IP = 125.27.181.205 : : )
สลักธรรม 2
ข. สัททบัญญัติ เป็นการสมมุติขึ้นเพื่อจะได้เรียกชื่อถึงสิ่งต่างๆ ให้มีความเข้าใจกัน เช่นพูดว่า ภูเขา หรือพูดว่า ทะเล ผู้ฟังก็ทราบว่า หมายถึงอะไร หรือมีลักษณะอย่างไร ได้ยินคำว่า หญิง ชาย เดิน วิ่ง ก็ทราบว่ามีลักษณะและมีอาการอย่างไร
วิทยาการในทางโลกเป็นอันมาก ศึกษากันแต่ในเรื่องสมมุติทั้งนั้น แล้วก็หลงยึดถือว่าเป็นความจริง จริงๆ ไม่มีวิทยาการใดในทางโลกที่จะเข้าถึงความจริงแท้ที่เรียกว่า ปรมัตถสัจจะ คือความจริงแท้ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
ดังนั้น ศึกษาไปมากเท่าใดก็หาหนทางเดินที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์ไม่ได้ ศึกษาไปมากเท่าใดก็มีแต่จะเอารัดเอาเปรียบเบียดเบียนซึ่งกันและกันไปจนถึงรบราฆ่าฟันกันตายในที่สุด โลกจึงต้องระงมไปด้วยความทุกข์ เกิดขึ้นมาครั้งใดก็แก้ปัญหากันไปไม่จบสิ้นลงได้ทุกชาติๆ ไป
มีแต่ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ที่สอนเรื่องของความจริงแท้ของเรื่องชีวิตแล้วแยกแยะให้ผู้ศึกษาทราบว่าอันไหนเป็นความจริง โดยสมมุติเพื่อมิให้ผู้ศึกษาหลงใหล และอะไรเป็นความจริงแท้ๆ ที่ควรจะศึกษาให้ก้าวหน้าต่อไป จะได้เป็นความรู้ที่จะนำไปสู่ความสุขอันสถาพร
โดย ศาลาธรรม [13 ก.ย. 2554 , 11:10:58 น.] ( IP = 125.27.181.205 : : )
สลักธรรม 3
๒. ปรมัตถธรรม หรือปรมัตถสัจจะ ความจริงโดยแท้จริง เป็นความจริงแท้ที่มีสภาวะหรือมีฐานรองรับไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใคร เรื่องอะไร หรือที่ไหนเป็นความจริงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยอำนาจของคน ของสัตว์ หรือด้วยอำนาจของดินฟ้าอากาศ ข้างขึ้น ข้างแรม
ไม่มีการผันแปรกลับกลอกไม่ว่าในกาลใดหรือสถานที่แห่งไหน ไม่ว่าอดีตหรืออนาคต แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมา หรือจะต่อไปข้างหน้าสักกี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านปี และจะเป็นสถานที่ในโลกนี้หรือโลกอื่น ก็จะไม่ทำให้ความจริงนั้นเปลี่ยนแปลงไปได้ ตัวอย่างเช่น
ไฟ มีลักษณะร้อน มันจะร้อนอยู่เสมอไม่ว่าเมื่อใด หรือในแห่งหนตำบลไหน ถ้าไฟน้อยก็ร้อนน้อย ถ้าไฟมากก็ร้อนมาก ไม่ว่าผู้ใหญ่ เด็ก สัตว์เดรัจฉานที่มีประสาทกายรับความรู้สึกได้ เมื่อกระทบกับไฟเข้าแล้วก็จะมีความรู้สึก "ร้อน" อย่างเดียวกัน โดยไม่ต้องพูด ไม่ต้องสอน ไม่ต้องการคำอธิบาย ทั้งนี้เป็นเพียงความรู้สึกไม่ใช่เป็นตัวหนังสือ หรือถ้อยคำที่พูดออกไป ถ้าเขียนเป็นตัวหนังสือ หรือพูดออกไปก็เป็นความจริงโดยสมมุติ
เมื่อเอาไฟไปกระทบกับร่างกายของคนจีน คนไทย คนแขก กระทบกับเด็กเล็กๆ หรือกระทบกับสุนัขหรือแมว ก็จะมีความรู้สึก "ร้อน" คือมีความรู้สึก "ร้อน" เหมือนกันทั้งนั้น จะประกาศความรู้สึกออกมาเหมือนกันหมด โดยไม่ต้องการคำอธิบายไม่ว่าจะกระทบในเวลานี้หรือในเวลาไหน ในโลกนี้หรือโลกอื่นก็ตาม
แต่คำว่า "ร้อน" ที่พูดออกมาเป็นบัญญัติ คือสมมุติขึ้น ความรู้สึก"ร้อน" จึงเป็นปรมัตถ์ เป็นความจริงที่แท้
![]()
โดย ศาลาธรรม [13 ก.ย. 2554 , 11:11:16 น.] ( IP = 125.27.181.205 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |