| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คำถาม-คำตอบ วิปัสสนากรรมฐาน (๒
สลักธรรม 1
การสังเกตก็เช่น เดินอยู่ เกิดฟุ้งขึ้นมาแป๊บเดียวเลิก ก็กำหนดนามฟุ้ง ไม่ใช่มีนามฟุ้งแล้วไม่ไปกำหนด ต้องกำหนดนามฟุ้งด้วยแล้วมาสังเกตต่อคือมาดูรูปเดินต่อไป เพราะรูปอยู่ตรงไหน นามอยู่ตรงนั้น ในขณะที่เราเดินอยู่เราก็ต้องรู้นามในรูปนี้ เราจะไปนามนอกอาการเดินทำไม ถ้าเราใส่ใจอย่างนี้แล้วปัจจยปริคหญาณปรากฏแน่ๆ
อาการท่านตั้งอยู่ในลักษณะใด ให้กำหนดในอาการนั้น คำว่าอาการนี้รวมถึงรูปกับนาม เหมือนจิตกับเจตสิกที่ไม่แยกจากกัน ในการเดินรูปกับนาม ไม่ได้แยกจากกัน แต่เมื่อนำมาอธิบายก็จะแยกจากกัน และปัญญาก็เห็นแยกจากกัน เหมือนจิตเจตสิกนั้นคนละอย่างกันแต่ทำงานร่วมกัน ในการเดินนั้นเดินคนเดียวแต่มีการทำงานสองอย่างร่วมกัน คือ มีนามสั่งให้เดินเป็นนามที่คุ้มครองอยู่ และมีการเดินเกิดขึ้น โดยมีนามรู้ที่เข้าไปเห็นความเป็นไปในการเดินนั้น
เมื่อปัจจยปริคคหญาณนี้เกิดขึ้นแล้วจะหยุดไปอีก ๑ ชาติ หรือ ๑๐ ชาติก็ได้ถ้าขาดความเพียรและอดีตที่เป็น บุพเพกตบุญญตาสร้างสมมา และอดีตเหตุจาก ๒ อันนี้ จะปรากฏอันที่ ๓ คือสัมมาสนญาณ ไม่ใช่เรื่องยาก นี่กำลังพูดถึงนาม-รูปคู่เดียว ฉะนั้น เรานึกศึกษาก็ต้องรู้เลยว่า เดิน ก็มีรูปเดิน มีนามสั่งให้เดิน ไม่ใช่มีรูปเดินกับนามฟุ้ง
สัมมสนญาณเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อญาณที่ ๒ ปรากฏ เพราะรูปอยู่ตรงไหนนามอยู่ตรงนั้น รูปเดินมีนามสั่งให้เดินอยู่ตลอดเวลา และก็จะมีนามใหม่เกิดขึ้นแป๊บหนึ่งตอนที่คิดจะเลี้ยว ก็จะเห็นว่า จริงๆ แล้วจะมีนามดูแลการงานคือกิจของเขาขึ้นมาทำการงานอย่างเดียว แต่ที่เราฟุ้งไปนั่นคือการแฉลบออก โดย น้องกิ๊ฟ [19 ก.ย. 2554 , 15:24:51 น.] ( IP = 125.25.120.246 : : )
สลักธรรม 2
เมื่อพูดถึงรูปเดินก็จะต้องมีนามเดิน ถ้าพูดถึงรูปนั่งต้องมีนามนั่งเป็นของคู่กัน เมื่อเราเห็นในปัจจยปริคคหญาณแล้วว่าเป็นของคู่กัน และในความเห็นคู่กันนี้ไม่ใช่ต้องบอกว่า นามสั่งให้เดิน รูปจึงเดินได้ เพราะนั่นน่ะคิดเอา ให้เราเห็นเหมือนเห็นเครื่องจักร พอสตาร์ทรถปุ๊บเครื่องก็ติดเลย โดยให้เรารู้เลยว่า การสตาร์ทถตรงนี้ทำให้เครื่องยนตร์ติดไปตลอด พอกำหนดรูปเดินปุ๊บ รู้เลยว่านามมันมีอยู่
ฉะนั้น ผู้ที่เคยมาอธิบายว่า ขณะเดินเห็นเลยว่าจิตคิดจะเดิน มีจิตตชวาโยธาตุเกิดขึ้น นั่นไม่ใช่แล้วนะ นั่นคือการที่ท่านกำลังแก้เครื่องจักร ท่านกำลังเปลี่ยนฐานะจากผู้มีรถเป็นช่างซ่อมรถ ที่จริงหน้าที่นี้พระพุทธเจ้าทรงเป็นอยู่ ไม่ใช่หน้าที่เรา รูปนามนั้นเกิดดับอยู่เรื่อยๆ เช่น สมมุติว่าเราอยู่บ้านแล้วมีข้อกำหนดว่า ก้าวเท้าซ้ายออก อย่าก้าวเท้าขวา เท้าซ้ายคือรูป นามที่สั่งเท้าซ้าย เป็นนามซ้ายด้วยใช่ไหม? ใช่เพราะมันต้องไปที่เดียวกันมันเป็นของคู่กัน
เมื่อเรามีรูปเดิน ที่นี้สั่งให้ก้าวเท้า เครื่องจักรก็ทำงานของเขาเอง แล้วอะไรดับ? รูปก้าวแรกก็ดับ นามก้าวแรกก็ดับ รูปก้าวใหม่เกิด นามก้าวใหม่เกิด รูปก้าวใหม่ดับ นามก้าวใหม่ก็ดับ มีอำนาจของสติแรงมากเข้าไปเห็นระยะการก้าวนั้นก็ได้ เรียกว่าสัมมสนญาณเกิดขึ้น นี่คือความเกิดดับ จึงบอกว่า อย่าไปใช้ว่าในขณะที่เดินแล้วรู้สึกว่า คิด แล้วความคิดก็ ดับลง ใช้ว่า ความคิดมัน หายไป ดีกว่า เพราะเราไม่ได้รู้ทันสภาพธรรมที่ความดับเกิดตรงนี้
ตรงนี้สภาพการเห็นความจริงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของนามและรูปอันเป็นลักษณะของไตรลักษณ์ก็จะเกิดขึ้น เมื่อสัมมสนญาณเกิดขึ้นโอกาสยากแล้วที่จะหยุด เพราะผู้นั้น เชื่อเรื่องกรรม โดยเฉพาะเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มีแล้ว หมอดูหมอเดา อาการของคำว่า คลายจากความกำหนัดจะเริ่มเกิดขึ้นที่สัมมสนญาณเป็นปฐม โดย น้องกิ๊ฟ [19 ก.ย. 2554 , 15:25:08 น.] ( IP = 125.25.120.246 : : )
สลักธรรม 3
พอมาอุทยัพพยญาณ เขาเรียกว่าไม่มีเบรคเหมือนทำนบปุถุชนเริ่มพัง มีรอยรั่ว น้ำจากแม่น้ำสีทันดรมหานทีที่ถูกกั้นไว้จะเริ่มกระเซ็น และน้ำจะไหลเข้าไปจนกั้นไม่อยู่ในวิปัสสนาญาณตรงนี้ นับว่าเป็นที่หนึ่งแล้ว จัดว่าเป็นวิปัสสนาเอกที่เกิดขึ้นแล้ววิ่งไปวิปัสสนาญาณ ๙ แล้วไหลเรื่อยไปจนข้ามอนุโลมญาณไปข้ามโคตรได้อย่างยากที่จะหยุด ท่านบอกว่ายากที่จะหยุดเขาไว้แล้ว แต่ก็สามารถหยุดได้ตรงญาณที่ ๑๑ อันเป็นที่หยุดของพระโพธิสัตว์ที่อธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้า เพราะถ้าอนุโลมญาณโอนโคตรแล้วเป็นจะพระโสดาบัน ก็จะไม่ได้ไปเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว
ตรงญาณที่ ๑๑ นี้เป็นที่หยุดของผู้ที่อธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้า ผู้ที่อธิษฐานเป็นทีมพระพุทธเจ้า มีพระอานนท์ พระสารีบุตรต่างๆ ทำไมถึงกล้าพูดตรงนี้ ก็เพราะว่าอย่างพระสารีบุตรนั้น ทำไมพูดครั้งเดียวท่านรู้ไปร้อยนัยพันนัย เพราะท่านแตกฉานมาก่อนแล้วแต่ไม่สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลเพราะท่านอธิษฐาน แม้จะเคยพบพระพุทธเจ้ามาหลายพระองค์แต่ที่ท่านไม่สำเร็จก็เพราะอธิษฐานเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา
หรืออย่างท่านอื่นๆ ท่านก็มาหยุดที่ตรงญาณนี้ เพราะแต่ละคนมีตำแหน่งมาคนเดียว (๑) และทำอย่างเดียว (๑) จึงเป็นเลข ๑๑ หลวงพ่อเสือท่านได้อธิบายปฏิจจสมุปบาทโดยใช้คำว่าลูกโซ่แห่งสังสารวัฏ และท่านก็พูดถึงเลข ๑๑ นี้ด้วย พอท่านพูดจบลงงก็มีเสียงสาธุลั่นธรรมสภา
หากหยุดในญาณที่ ๑๑ นี้ก็จะหยุดไปนานเลย เพราะว่า ถ้าวันนี้เราอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ เราต้องไปเข้าคิวรอ ไม่ใช่ไปต่อคิวจากพระศรีอาริยเมตไตย แต่มีผู้ต่อคิวจากท่านอีก ๑๐ ท่านที่ค่อนข้างแน่นอน มี และถ้าเราไปต่อท้ายด้วยการอธิษฐานนี้ก็จะหยุดไปนานมาก นี่คือคำตอบ โดย น้องกิ๊ฟ [19 ก.ย. 2554 , 15:25:26 น.] ( IP = 125.25.120.246 : : )
สลักธรรม 4
ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ อย่าได้มีโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งที่ได้พยายามถ่ายทอดวันนี้ เป็นความรู้จริงๆ เป็นความรู้ที่จากตนเองกระทำ ปฏิบัติ และจากครูบาอาจารย์ ผู้ที่เก่งกาจคือหลวงพ่อเสือ ได้นำการถ่ายทอดเรื่องญาณปัญญา และวิธีการสังเกต และมอบครูให้กับทุกคน เพื่อไปสังเกตตนเอง จะได้รู้ละ รู้ทำ
ก็ขอจงเป็นพลวะปัจจัย ให้ทุกคนนั้น ก้าวสู่ญาณปัญญาได้ ด้วยตนเอง ด้วยความเพียร ด้วยความศรัทธา และขอให้ทุกคนนั้น สามารถรวบรวมใจให้มั่งคงอยู่ในกรรมและในวิบากได้ สมเจตนาที่หลวงพ่อท่านปลุกปั้นและสร้างที่นี่มา รักพ่อ ศรัทธาพ่อ เดินตามทางพ่อมาทางของหลวงพ่อนั้น กรรมดี ทิ้งกรรมชั่ว ก็ขอให้ทุกคนสามารถเป็นบัวดอกใหม่ที่ถูกเติมน้ำในวันนี้ แล้วบานให้หลวงพ่อเสือของเรา ชื่นใจได้ทุกคน สวัสดีค่ะ
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ก.ย. 2554 , 15:25:43 น.] ( IP = 125.25.120.246 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ โดย พี่ดา (พี่ดา) [22 ก.ย. 2554 , 18:54:05 น.] ( IP = 124.122.236.81 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |