มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ขณะนอนหลับ จิตใจทำอะไร ?







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



ขณะนอนหลับ จิตใจทำอะไร ?



ภวังคจิต คือการนอนหลับนั้น ผู้นอนหลับไม่มีความรู้สึกตัวในเรื่องอะไรแม้แต่เล็กน้อย

เพราะในขณะนอนหลับจิตเป็นทวารวิมุติพ้นจากการออกมารับอารมณ์ทางประตูต่างๆ คือ ไม่ออกมารับอารมณ์ทางประตูตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย และใจ แต่อย่างใด

การนอนหลับเป็นเรื่องของจิตใจ ฉะนั้น วิทยาการในทางโลกจึงก้าวเข้าไปได้แสนยากยิ่ง

ด้วยเหตุนี้ จนถึงบัดนี้ เราก็ยังไม่ทราบกันเลยว่า การนอนหลับนั้นจิตใจมันทำอะไรกันบ้าง เมื่อกำลังนอนหลับอยู่นั้นจิตใจหลับไปจริงๆ ตามความเข้าใจของคนทั้งหลายหรือเปล่า ?

ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ขณะนอนหลับจิตกำลังเป็นภวังค์อยู่นั้น จิตก็มีอารมณ์และเกิดดับสืบต่อกันไปอยู่เรื่อยๆ มิได้หยุดหย่อนเลย ส่วนเหตุผลอะไรจึงทำให้จิตเกิดขึ้นแล้วทำไมมันจึงได้เกิดสืบต่อกันได้นั้นเป็นเรื่องใหญ่ แต่การศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจ ก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริงพร้อมบริบูรณ์ ผมจะขออธิบายเพียงเล็กน้อยพอเป็นแนวทางเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม [4 ต.ค. 2554 , 15:05:23 น.] ( IP = 125.27.170.128 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ตามหลักสภาวธรรมกำหนดเอาไว้ว่า ธรรมชาติของสิ่งใดในโลกนี้ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นมันจะเกิดขึ้นเองเป็นเองโดยตัวของมันเองนั้นไม่มีเลย ไม่มีพระพรหม หรือพระผู้เป็นเจ้าดลบันดาลสิ่งใดขึ้นมาได้ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนมีอำนาจเสกสรรปั้นแต่งให้เกิดอะไรได้โดยผิดธรรมชาติ สรรพสิ่งทั้งหลายไม่ว่ารูปว่านาม เกิดขึ้นเป็นขึ้นมาโดยอาศัยเหตุปัจจัยทั้งสิ้น

ในเหตุบางอย่าง มันแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่อย่างลึกซึ้งเกินไปจนก่อให้เกิดนักโมเมศาสตร์ ขึ้นมาจนถึงแสดงว่าจิตใจนั้นเป็นอมตะ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่มีวันตาย จิตใจนั้นเป็นสิ่งกายสิทธิ์หรือเป็นกายทิพย์ที่สามารถล่องลอยไปไหนก็ได้

หรือเมื่อหลับลงไปก็จะมีเจตภูตออกจากร่างกายท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ตามชอบใจ และบางคนก็กล่าวว่า เมื่อคนหรือสัตว์ตายลงจิตก็จะล่องลอยออกจากร่าง เรียกว่า “สัมภเวสี” ท่องเที่ยวไปหาที่เกิดใหม่ ตามบุญตามบาปที่ได้ทำเอาไว้

ตามสภาวธรรม จิตใจมิได้เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย หากแต่เกิดดับอยู่เสมอมิได้หยุดหย่อนโดยรวดเร็ว ทั้งยังให้เหตุผลอีกเป็นอันมากว่า ทำไมมันจึงเกิด ทำไมมันจึงดับ

ดังนั้น จิตใจมิได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะล่องลอยไปไหนได้ตามชอบใจ เมื่อคนตายลงจิตก็มิได้ล่องลอยออกจากร่างไปหาที่เกิดใหม่ตามที่บางท่านเข้าใจ

โดย ศาลาธรรม [4 ต.ค. 2554 , 15:05:47 น.] ( IP = 125.27.170.128 : : )


  สลักธรรม 2


จิตจะเกิดขึ้นมาได้นั้นจะต้องมีเหตุมีปัจจัยมาช่วยปรุงแต่งให้มันเกิดขึ้นมา

ครั้นเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว หมดเหตุหมดปัจจัย หมดกำลังส่ง มันก็จะสลายตัวไป

เช่นการได้ยินก็จะต้องมีเหตุมาประชุม จิตได้ยินจึงจะเกิดขึ้นมาได้ เช่นจะต้องมีสัททารมณ์อันได้แก่คลื่นเสียง (อายตนะภายนอก) ต้องมีโสตะปสาท ได้แก่ประสาทหู (อายตนะภายใน) ต้องมีอากาสะ ช่องว่างในหู และมีเจตสิกเข้ารับ รวม ๔ ประการที่เป็นเหตุตื้นๆ

นอกจากนี้ยังมีเหตุที่ลึกซึ้งอีกเป็นอันมากในเรื่องการได้ยินเพียงอย่างเดียวนี้ตลอดไป จนถึงการงานของชีวิตที่ทำต่อเนื่องกันจนการได้ยินบังเกิดขึ้น

จิตได้ยินจะต้องมีเหตุมาประชุมดังกล่าวแล้ว จิตที่คิดนึกจะเกิดขึ้นมาได้ก็จะต้องมีเหตุเหมือนกัน คือมี ทวาร, อารมณ์ และจิตเจตสิกประชุมกัน

คือ มีหทยวัตถุอันเป็นที่อาศัยเกิดของจิต มีอารมณ์ซึ่งได้แก่อารมณ์เก่า หรือกรรมเก่าที่เก็บอยู่ภายในจิตเข้ามากระทบกับจิต หาไม่แล้วจะเกิดอารมณ์ไม่ได้เลย

เช่นเราเห็นรู้ว่าเป็นสีแดง เราก็จะต้องมีสีแดงที่เรารู้อยู่แล้วเข้าใจแล้ว ที่เก็บอยู่ในจิตเข้ามาร่วมการงานด้วย หรือเรารู้สึกโกรธ เราก็จะต้องเอาของเก่า หรือกรรมเก่า ซึ่งได้แก่ความโกรธที่เก็บอยู่ในจิตนั้นเข้ามาร่วมประชุมด้วย หาไม่แล้วความรู้เรื่องสีแดงและความโกรธจะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย ดังนี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม [4 ต.ค. 2554 , 15:06:10 น.] ( IP = 125.27.170.128 : : )


  สลักธรรม 3


คนที่นอนหลับนั้นจิตใจมิได้หลับไปด้วยตามร่างกายดังที่เราเห็นร่างกายอยู่นิ่งๆ

จิตใจจะเกิดรับอารมณ์และสลายตัวไปอยู่เรื่อยๆ

และอารมณ์ที่มากระทบก่อให้จิตเกิดในขณะนอนหลับนั้นก็เป็นอารมณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิ เป็นอารมณ์เก่าในอดีต

ทั้งในขณะที่จิตเกิดขึ้นนี้ก็มีเจตสิกประกอบอยู่ด้วยตามสมควร เพื่อสนับสนุนการงานของจิตที่กำลังเกิดอยู่นั้น

ขณะนี้มีการงานที่ทำแต่ละอย่าง แต่ละหน้าที่มากมาย แต่เราไม่รู้สึกสำนึกตัวเลยแม้แต่น้อย

โดย ศาลาธรรม [4 ต.ค. 2554 , 15:06:27 น.] ( IP = 125.27.170.128 : : )


  สลักธรรม 4


หลายสิ่งหลายอย่างในร่างกายของเราเคยศึกษากันว่า อยู่ในอำนาจของจิตใจ เช่น กล้ามเนื้อ มีหรือเท้า เราจะสั่งให้ทำงานก็ได้ สั่งให้ไม่ทำงานก็ได้

แต่อวัยวะอื่น เช่น หัวใจก็ดี กระเพาะอาหารก็ดี เราจะสั่งให้มันทำงานไม่ได้ เพราะอยู่นอกอำนาจของจิตใจ

แต่อย่างไรก็ดี เราก็จะต้องมีจิตเกิดขึ้น ควบคุมการทำงานของร่างกายให้ดำเนินไปได้อย่างแน่นอน หาไม่แล้วร่างกายก็จะไม่ต่างอะไรกับซากศพ ทั้งนี้ไม่ว่าจะในเวลาหลับหรือเวลาตื่น

เหตุการณ์เหล่านี้เราไม่อาจสำนึกรู้ได้ (การงานของร่างกายบางอย่าง เช่น เหงื่อออกตามปรกติ หรือน้ำอาหารที่ดูดซึมเข้าไปภายในลำไส้ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ)

บัดนี้ ประเด็นสำคัญก็ยังมีอยู่ต่อไปว่า เมื่อเกิดนอนไม่หลับขึ้นมา มีตัวการสำคัญอะไรบ้างเล่า ที่มาคอยกระตุ้นเตือนวิตกเจตสิกให้ยกขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ ให้ทำงานอยู่เสมอจนนอนหลับไม่ลง

เราจะมีหนทางอะไรบ้างที่จะทำลายมันเสีย เมื่อต้องการจะนอนหลับเมื่อใด ก็จะนอนหลับได้สมดังความปรารถนา


โดย ศาลาธรรม [4 ต.ค. 2554 , 15:06:44 น.] ( IP = 125.27.170.128 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org