มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดจากทางกาย







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดจากทางกาย


ข. การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดจากทางกาย

ความจริงยังมีอารมณ์ที่จะเป็นเหตุให้นอนไม่หลับอันเกิดจากทวารอื่นก็มี เช่น นอนอยู่ในที่ๆ ตึงตังโครมคราม มีเสียงรบกวนอยู่เสมอ ก็เป็นเหตุให้นอนหลับยากเป็นต้น แต่ขอผมเพ่งเล็งไปถึงการนอนไม่หลับที่เกิดขึ้นเป็นนิตย์หรือเป็นปะจำและเป็นแก่บุคคลเป็นส่วนมาก ซึ่งต่างก็พยายามแก้ไขกันวุ่นวายอยู่ในขณะนี้

ผมได้กล่าวมาแล้วถึงการนอนไม่หลับอันเกิดจากทางใจ เพราะเหตุที่มีอารมณ์มากระทบกับใจอยู่เสมอ จึงทำให้นอนไม่หลับ เพราะเมื่อได้รับความกระเทือนใจ เช่น วิตกกังวล ทุกข์ร้อน หรือยินดีตื่นเต้นในเรื่องอะไรก็ตาม

อารมณ์เหล่านั้นจะกระทบกับจิตบางทีนาทีหนึ่ง เป็นสิบ เป็นร้อยครั้ง เหตุนี้การนอนหลับคือการเป็นภวังค์ จึงไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้

ตามที่กล่าวมา ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า จิตใจได้เก็บเอาเรื่องราวเก่าๆ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เกิดแล้วในอดีต มารวบรวมกันเข้าสร้างเป็นภาพขึ้นมาใหม่ ให้น่ารักน่ายินดี ให้น่าเกลียด น่ากลัว หรือทุกข์ร้อน ซึ่งก็แล้วแต่อารมณ์ และแล้วแต่จิตจะมีมนสิการไปในทางใด

แต่อย่างไรก็ดี อารมณ์เหล่านั้นก็ล้วนแต่อารมณ์เก่าๆ ที่เก็บไว้ในจิตใจทั้งสิ้น แต่ได้ยกขึ้นมากระทบกับจิตใหม่ นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทางใจโดยตรง

โดย ศาลาธรรม [6 ต.ค. 2554 , 14:59:14 น.] ( IP = 125.25.123.130 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เมื่อเรานอนหลับสนิท จิตก็เป็นภวังค์ปราศจากความรู้สึกสำนึกตัวโดยสิ้นเชิง ขณะนี้ถ้ามีใครมากระทบกับตัวหรือมาปลุกสั่นเข้ามาก็จะตื่นขึ้น ทำไมเราตื่นขึ้นมาได้ ?

ร่างกายของเรานั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะจิต แต่เราหาได้ทราบชัดเจนไม่ ด้วยการเห็นเพียงแต่เอาตามามองดูเท่านั้นอันเป็นการเห็นขั้นหยาบๆ เราเห็นรูปร่าง หน้าตา แขนขา ตัวตนของเรามิได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใด

แต่ความจริง ทุกวินาทีที่เคลื่อนคล้อยไป ร่างกายของเรามิได้ทรงตัวอยู่ได้ จะผันผวนเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีเลยแม้สักวินาทีหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะธรรมชาติที่แวดล้อม ดินฟ้าอากาศ อุณหภูมิและเฉพาะอย่างยิ่งด้วยอำนาจของกรรม

ตามธรรมดา เราต้องยืน เดิน นั่ง นอน เคลื่อนไหวอิริยาบถ ทำการงาน คิด ฯลฯ เหล่านี้ เราต้องเสียพลังงานของร่างกายไปเรื่อยๆ ทุกวินาที แต่ร่างกายของเรายังคงมีพลังงานอยู่ได้ ยังยืน, เดิน, นั่ง, นอน, กิน, ดื่ม, เคลื่อนไหวอิริยาบถได้ต่อไปก็เพราะอาศัยอาหารที่กินเข้าไปวันละ ๓ มื้อนั้น ชดเชยเพิ่มเติมอยู่เสมอ

ใครจะคิดบ้างว่า ร่างกายของเรานี้ตั้งอยู่ได้ก็เพราะอำนาจของกรรมเหมือนกัน ซึ่งอำนาจของกรรมเหล่านี้ย่อมมีอิทธิพล และออกมาแสดงผลของมันอยู่เสมอ

และเราก็ได้ชดใช้กรรมของเราไปอยู่ทุกๆ วินาที แล้วก็เพิ่มเติมกรรมโดยการกระทำในปัจจุบันเข้าไปอีกมิได้หยุดหย่อน

โดย ศาลาธรรม [6 ต.ค. 2554 , 14:59:57 น.] ( IP = 125.25.123.130 : : )


  สลักธรรม 2


ดังนั้น ชีวิตจึงได้เป็นไปดังที่เห็นกันอยู่ ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบแล้วก็เหมือนกับความร้อนที่มีอยู่ในร่างกาย และเราได้ใช้มันอยู่เสมอแล้วก็เติมความร้อน คือกินอาหารเพิ่มเข้าไปอยู่ทุกๆ วันดังกล่าวแล้วนั่นเอง ในเรื่องนี้ ถ้าศึกษาชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกให้เข้าใจแล้ว ก็จะคลายความสงสัยได้มาก

นอกจากเรื่องของกรรมแล้ว ชีวิตยังจะต้องผันผวนเปลี่ยนแปลงเพราะอำนาจของจิต อำนาจของอุตุ และอำนาจของอาหารอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายมีเหตุการณ์อะไรผิดปรกติเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะไม่กระทบกระเทือนไปถึงจิตด้วย เพราะร่างกายนั้นใกล้ชิดติดต่อกันกับจิตโดยตรง

อากาศที่ร้อนไป-เย็นไป ที่นอนหยาบกระด้างระคายเคือง ความป่วยไข้ ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บ ปวดหัว ปวดฟัน เหล่านี้ก็สามารถทำให้การนอนหลับเป็นไปได้ยากเหมือนกัน แต่ผมจะขอผ่านไปไม่กล่าว เพราะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เมื่อเหตุการณ์หรือโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้เปลี่ยนแปลง และบรรเทาเบาบางลงแล้ว การนอนหลับก็จะเป็นไปตามปรกติ

มีโรคหลายชนิดที่เป็นอย่างเรื้อรัง บางชนิดก็ปรากฏขึ้นมาให้ชัดเจน แต่บางชนิดมิได้แสดงอาการออกมาให้ปรากฏชัด ซึ่งโรคเหล่านี้เองเป็นสาเหตุกระทบกระเทือนจิต อันจะทำให้จิตไม่เป็นภวังค์ คือนอนหลับไม่ค่อยได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหลายชนิด และโรคทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารและลำไส้ย่อยอาหารไม่เป็นไปตามปรกติ เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม [6 ต.ค. 2554 , 15:00:17 น.] ( IP = 125.25.123.130 : : )


  สลักธรรม 3


ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ร่างกายของเรานี้ประกอบไปด้วยประสาทกาย ซึ่งทางธรรมะเรียก กายปสาทรูป แผ่กระจายไปตามร่างกายเกือบจะกล่าวได้ว่าทั่วถึงมีทั่วไปตามร่างกายภายนอกและร่างกายภายใน มีหน้าที่รับสัมผัส เย็น, ร้อน, อ่อน, แข็ง, หย่อน, ตึง

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อหัวใจเต้นสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย และธารโลหิตที่ไหลผ่านไปตามอวัยวะใหญ่น้อยต่างๆ เหล่านั้นได้เกิดผิดปรกติไป ก็ย่อมกระทบกระเทือนต่อจิตโดยตรง หรือกระทบกับประสาทกาย นั่นคือ กระเทือนถึงภวังคจิต อันจะทำให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความปรารถนาที่จะนอนให้หลับจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

เมื่ออาหารที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ มิได้ละลายออกไปเลี้ยงเซลล์ตามอวัยวะต่างๆ ให้พอสมควร อันเกิดจากเหตุใดเหตุหนึ่งก็ตาม อาหารที่ตกค้างอยู่ก็จะเกิดบูดเน่าทำให้เกิดแก๊ส (ลมที่เสีย) ขึ้น ลมที่เสียเหล่านี้บางทีก็ถึงกับทำให้แน่นและจุกเสียด บางทีก็ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกตัว ก็จะเป็นเหตุทำให้หลับได้ยากเย็น และอย่างน้อยก็ย่อมจะกดดันกระทบกับประสาทที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ทำให้ต้องตื่นอยู่เสมอ

บางทีอาจเลยเที่ยงคืนไปแล้ว บางทีก็หลับๆ ตื่นๆ ทำให้เกิดการฝันร้าย หรือฝันเล็กฝันน้อยยุ่งเหยิงเอาเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะลมที่เสียเหล่านั้นกระทบกับประสาทกายซึ่งจะกระเทือนถึงจิต ทำให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์ (วิตกเจตสิก) ไม่หยุดหย่อน

(ยังไม่รู้สึกตัวจริงๆ เพราะด้วยอำนาจโมหเจตสิก หรือเพราะการขึ้นวิถีทำงานของจิตยังไม่ถึงชวนะเป็นส่วนมาก เกิดขึ้นเพียง อตีตภวังค์ ภวังคจลนะหรือเลยไปถึงภวังคุปัจเฉทะ ปัญจทวาราวัชชนะ กายวิญญาณ สัมปฏิจฉนะ สันตีรณะ และโวฏฐัพพนะ ถ้าเป็นทางมโนทวารก็มีภวังคจลนะ ภวังคุปัจเฉทะ มโนทวาราวัชชนะ บางครั้งก็เลยไปถึงชวนะ เป็นต้น)

บางครั้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจึงรู้สึกตัวว่าเมื่อคืนนี้หลับไม่สนิท ทั้งโผเผไม่มีแรง ใจคอหงิดหงุด คิดอ่านไม่คล่อง เบื่อหน่ายชีวิต

โดย ศาลาธรรม [6 ต.ค. 2554 , 15:01:26 น.] ( IP = 125.25.123.130 : : )


  สลักธรรม 4


ความจริงลมเสียที่มากระทบกับประสาทกายภายในกระเพาะอาหารและลำไส้อยู่เสมอก็ดี การเดินทางของธารโลหิตที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเส้นโลหิตแข็งอันเกิดจากการเสียดทานของน้ำโลหิตกับเส้นโลหิต หรือเพราะการเต้นของหัวใจที่ผิดปรกติหรืออ่อนกำลังลงก็ดี จะเป็นเหตุกระทบกระเทือนให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์แต่ประการเดียวก็หาไม่

เมื่อจิตขึ้นวิถี (การทำงานของจิต) รับอารมณ์ทางกายแล้ววิถีจิตก็เกิดอารมณ์ขึ้นในใจอีก อันเป็นไปตามธรรมชาติของจิตอีกทางหนึ่ง อาจจะมากหรือน้อยสลับกันไป พร้อมกันนี้เอง เจตสิกตัวสำคัญ คือ อุทธัจจะ กุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจก็จะเข้ามาผสมในบางคราว ถีนมิทธเจตสิกตัวง่วงเหงาหาวนอน ก็เข้าร่วมด้วยแต่กำลังไม่มาก

ดังนั้นจึงง่วงนอนปะปนอยู่แต่ก็นอนไม่หลับ ด้วยอิทธิพลของเจตสิกเหล่านี้เอง อารมณ์เล็กอารมณ์น้อยจึงได้เกิดขึ้นซ้ำๆ ซากๆ วนเวียนกันไปมา ความกระทบกระเทือนจากประสาททางกายก็คอยกระทบเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้การที่จะนอนให้หลับ ก็จะเป็นไปได้แสนยากยิ่ง แม้จะง่วงแสนง่วงอย่างไร

ประสาทกายที่สัมผัสการกระทบนั้น กระทบได้แต่ เย็น, ร้อน, อ่อน, แข็ง, หย่อน, ตึง แต่เพียงเท่านั้น ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นครั้งละอย่างเดียว จะรู้อะไรมากกว่านี้หาได้ไม่ จะสร้างเรื่องราวอะไรขึ้นมา หรือจะเกิดอารมณ์อะไร นอกจากที่กล่าวแล้วก็ไม่ได้ และอารมณ์ทางใจก็เหมือนกันไม่สามารถรับกระทบ เย็น, ร้อน, อ่อน, แข็ง, หย่อน, ตึง ได้โดยตรง (รับได้โดยวาดเป็นมโนภาพ)

การที่เกิดเรื่องราวมากมายในเวลานอนก็เกิดขึ้น เพราะจิตวาดเอาจากภาพที่ปรากฏแล้ว ผ่านจากประสาททางทวารต่างๆ อันเก็บเอาไว้ในจิตเป็นอารมณ์เก่า เป็นอดีตอารมณ์ หรือเป็นอารมณ์เก่าที่คิดวาดให้เป็นอนาคตยกขึ้นสู่อารมณ์ใหม่

โดย ศาลาธรรม [6 ต.ค. 2554 , 15:01:45 น.] ( IP = 125.25.123.130 : : )


  สลักธรรม 5


เหตุนี้ การที่จิตของเราเกิดอารมณ์ขึ้น ๑๐๘ ประการ ขุดค้นเอาเรื่องที่ดี เรื่องเหลวไหล เรื่องที่สำคัญ เรื่องที่หาสาระมิได้ เรื่องเล็กๆ เรื่องใหญ่ๆ เหล่านี้ขึ้นมาให้ได้รับความวุ่นวายในการนอนนั้น เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นทางใจ เป็นจินตนภาพอันจิตได้จินตนการขึ้นเอง ด้วยอาศัยอดีตอารมณ์ (กรรมเก่า) ดังกล่าวมาแล้ว

แต่ก็แน่นอนละ อาศัยการกระทบทางกายเป็นปัจจัยสำคัญด้วยเป็นอันมากในขณะนี้

เรื่องของการนอนหลับ ผมได้เคยกล่าวมาแล้วว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องของปุถุชนคนใดคนหนึ่งที่ค้นคว้าขึ้นมาได้ หากแต่เป็นสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้ถึงผมจะได้บรรยายมาโดยย่อและพยายามที่จะให้รวบรัดแล้ว แม้กระนั้นก็ยังต้องแสดงติดต่อกันมานาน อันเป็นเหตุให้บางท่านที่มีความกระหายต้องการทราบว่า จะทำให้นอนหลับได้อย่างไรพากันบ่น

อย่างไรก็ดีเวลานี้ก็ใกล้จะถึงบทที่ว่านั้นแล้ว ท่านควรจะทราบเหตุผลและสมุฏฐานเสียด้วย เพื่อเป็นการศึกษาเรื่องการนอนหลับ ทั้งจะได้เหตุผลของวิธีแก้โรคนอนไม่หลับนั้นแจ่มแจ้งด้วย

ท่านผู้ใดที่อ่านแล้วรู้สึกอึดอัดและยุ่งยากใจ ขอได้โปรดอ่านโดยใคร่ครวญซ้ำอีกสักเที่ยวสองเที่ยว ก็จะเข้าใจดีขึ้นเป็นลำดับ



โดย ศาลาธรรม [6 ต.ค. 2554 , 15:02:04 น.] ( IP = 125.25.123.130 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org